ห้าปีผ่านไปณ จวนสกุลหนิง เมืองเซียง แคว้นเยว่ ทวีปหนานโจว
“เฮ้อ...์ช่างเล่นตลกกับข้าเสียจริงเขียนบทให้ข้าเกิดมาเก่งกาจเป็ยอดอัจฉริยะ ที่หาได้ยากนับร้อยปีของตระกูลแต่กลับต้องมาเผชิญชะตากรรมวิบากหรือไร หรือข้าจะโดน์กลั่นแกล้งตัวข้านั้นทำสิ่งใดผิดไปถึงได้กลายเป็คนไร้ค่าเช่นนี้ได้” ชายหนุ่มนั่งทอดถอนใจระบายความในใจออกมาหวังให้์ได้รับรู้ความทุกข์ทรมานในใจของตน
ในอดีตชายหนุ่มเป็ถึงยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลเป็ความหวังที่จะทำให้ตระกูลมุ่งสู่ความรุ่งโรจน์สิ่งที่มันต้องแบกรับคือผู้คนมากมายนับพันนับหมื่น ั้แ่เยาว์สำเร็จวิชาการปกครองพิชัยยุทธ์กลยุทธ์เป็ผู้ฝึกยุทธ์พลังที่ชนชั้นแดนพิภพให้คำนิยามว่ายอดอัจฉริยะแห่งแผ่นดินจริงๆแล้วควรเกินคำว่าอัจฉริยะไปไกลโข
มันตอนที่อายุเก้าปีก็สำเร็จถึงขอบเขตแดนพลังชื่อเสียงของมันเลื่องลือไปไกล เป็เพียงแค่เด็กอายุเก้าปีกลับสำเร็จในขอบเขตแดนพลังอนาคตย่อมสำเร็จไปไกลเกินที่จะหยั่งถึงหากเป็เด็กอัจฉริยะปกติสามัญเก้าขวบอย่างมากก็อยู่ขอบเขตแดนกายสูงสุดก็ขั้นเจ็ดถึงขั้นเก้าตามประวัติศาสตร์ที่ได้มีการจดบันทึกไว้ในบันทึกยอดอัจฉริยะในอดีตั้แ่ที่เริ่มก่อตั้งแคว้นเยว่มาเมื่อหนึ่งพันปีก่อน
ชีวิตกลับตาลปัตรหลังจากที่พึ่งเข้าสู่ขอบเขตแดนพลังไม่นานตัวมันที่กำลังฝึกฝนพลังยุทธ์ในป่าเฉินป๋อห่างลงไปทางใต้เมืองเซียงไม่ไกลจากค่ายทหารที่บิดาของมันประจำการค่ายทักษิณที่เทือกเขาเป่าเฉิงได้ถูกสิ่งของบางอย่างพุ่งลงจากบนฟ้าเข้าใส่ตัวอย่างรวดเร็ว
แม้ชายหนุ่มจะโคจรพลังป้องกันไว้อย่างสุดกำลังสิ่งของนั้นเพียงััเข้ากับพลังหยวนที่กางอยู่เป็ชั้นๆพลังหยวนนั้นแตกออกเป็เสี่ยงๆสูญสลายไปเส้นลมปราณก็ค่อยๆอุดตันไปทีละเส้นจนเส้นทั้งสิบสองปิดสนิทพลังยุทธ์ลดหายไปอย่างรวดเร็ว จากขอบเขตแดนพลัง ลดลงมาอยู่ขอบเขตแดนกายกายาสถิตขั้นสิบ...เก้า....แปด.....เจ็ด.......หนึ่ง..............ไร้พลัง
ไร้พลังยุทธ์!!!
การไร้พลังยุทธ์ของมันนับเป็เื่ใหญ่ผู้ที่เป็ความหวังของตระกูลกลับมาไร้พลังยุทธ์เสียได้ ต่อให้แตกฉานการปกครองพิชัยยุทธ์กลยุทธ์แล้วอย่างไรหากไร้ซึ่งพลังยุทธ์ก็ดั่งคนไร้เรี่ยวแรงต่อให้มีปัญญาชาญฉลาดเพียงใดก็ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ในโลกนี้ที่สำคัญที่สุดคือการฝึกยุทธ์ กำปั้นใครใหญ่กว่าผู้นั้นก็คือผู้ชนะ!
หลังจากที่มันไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้อีกตัวมันก็เหมือนคนที่หมดอะไรตายอยากไม่อยากที่จะทำสิ่งใด ความใฝ่ฝันความคาดหวังความคิดต่างๆนาๆต่างพากันถาโถมเข้ามาในหัวสมองของมันความคิดยุ่งเหยิงไปหมดไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดต่อดีมันนั่งนิ่งเงียบอยู่ในป่าถึงสามวันสามคืน ดวงตาปรากฏความเลื่อนลอย
ทหารองครักษ์ที่รอเฝ้าอยู่นอกเขตป่าเฉินป๋อเห็นความผิดปกติจึงพากันตามหาผ่านไปสองวันจึงพบคุณชายน้อยในสภาพหมดอาลัยตายอยาก ทหารองครักษ์ต่างพากันแตกตื่นรีบพากันเข้าพยุงตัวของคุณชายพาคุณชายขึ้นรถม้ากลับจวนเพื่อรักษาอาการ
..........
“ท่านพ่ออาการของหลงเอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง”ชายวัยสามสิบเศษยืนมองบุตรชายของตนด้วยสีหน้าท่าทางที่กลัดกลุ้มใจ
“พ่อว่าหลงเอ๋อร์คง...คงไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้อีกแล้วอาการทั่วไปนับว่าไม่อันตรายพักฟื้นสักวันสองวันก็คงจะดีขึ้น แต่...สภาพจิตใจ...”ชายชราผมขาวโพลนทั่วหัวเผยให้เห็นดวงตาที่เศร้าสร้อย แต่ถึงกระนั้นตัวของมันก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยบารมีแห่งผู้นำตระกูลที่องอาจมิอาจให้ความเศร้าเข้าครอบงำแม้มันจะผิดหวังไม่น้อยที่เห็นหลานชายที่ตนรักที่สุดเป็แบบนี้ก็ตาม
ฝึกยุทธ์ไม่ได้!
“.......”สติของหนิงเฉิงล่องลอยไปชั่วขณะ มันก็ไม่อาจที่จะทำใจเชื่อจากบุคคลอัจฉริยะกลายเป็คนไร้วรยุทธ์นี่มันโหดร้ายเกินไป“มันช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว!” หนิงเฉิงร่ำร้องอยู่ภายในใจ
หนิงเฉิงไม่มีข้อกังขาในคำพูดของบิดาตน ที่ว่าหนิงเฟยหลงจะไม่สามารถฝึกยุทธ์อีกได้แล้วนั่นเพราะขอบเขตที่หนิงหลงอยู่คือแดนพิภพ ซึ่งสูงกว่าการรับรู้ของขอบเขตแดนพลังที่มันอยู่ความรู้สึกของหนิงเฉิงดิ่งลงถึงขีดสุดสีหน้าหมองคล้ำ มันจ้องมองไปที่บุตรชายด้วยความเสียใจมันเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องบุตรชายให้พ้นเคราะห์กรรมนี้ได้
มันเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเหตุการณ์ก็มาเกิดรวดเร็วถึงเพียงนี้ ต้นสายปลายเหตุก็ไม่อาจรับรู้ได้ หนิงเฉิงกั้นสายน้ำที่บังอาจจะไหลร่วงออกมาจากเบ้าตาขอบตาของมันแดงก่ำมันไม่อาจที่จะร้องไห้เสียใจออกมาได้เยี่ยงสตรียิ่งอยู่ต่อหน้าบุตรชายมันยิ่งไม่อาจอ่อนแอให้เห็นได้เพียงน้อยนิดขนาดตัวมันยังรู้สึกเพียงนี้แล้วบุตรชายจะรู้สึกเสียใจเพียงใด
หนิงเทียนพยายามหาต้นเหตุที่ทำให้เส้นลมปราณของหนิงเฟยหลงอุดตันแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการคงอยู่ของสิ่งของปริศนา ที่อยู่ในกายของหนิงเฟยหลงหนิงเทียนไม่มีทางพบเป็แน่ต่อให้อยู่ขอบเขตแดนพิภพก็ตาม
หลังจากที่หนิงเฟยหลงมีสติขึ้นแล้ว หนิงเฉิงได้มาอยู่เป็เพื่อนคอยปลอบใจเป็เวลานานกว่าจะเริ่มเข้าสู่สภาวะจิตที่ปกติได้ ถึงอย่างนั้นก็ต้องฟื้นฟูสภาวะจิตใจอีกนับปีส่วนหนิงเทียนนั้นหลังจากออกมาจากห้องก็ได้ะเิโทสะ ไม่ฟังคำแก้ต่างใดๆสั่งลงโทษองครักษ์ทั้งหมดในทันที
เหล่าองครักษ์ที่ติดตามเฝ้าพิทักษ์หนิงเฟยหลงในครั้งนี้ต่างถูกลงโทษกันถ้วนหน้า หัวหน้าองครักษ์ถูกขับไล่ออกจากตระกูล ที่เหลือถูกนำไปใช้แรงงานในเหมืองตลอดชีวิตสิ่งนี้เป็บาปที่พวกมันได้รับ จากการที่ไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของคุณชายน้อยอันดับหนึ่งของตระกูลได้