ทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 ใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหา?(2)

         

            สวี่รั่วเฉินโกรธจัด“ถ้าเธอไม่แฉเยว่เยว่ สกุลลู่จะมาทวงเงินทวงของจากเราถึงบ้านเหรอ!”

            สวี่ฮุ่ยโต้กลับทันควัน“ทำไมไม่พูดว่าถ้าสวี่เยว่ไม่แอบอ้างเอาความดีความชอบของฉันไปเรื่องมันจะวุ่นวายแบบนี้ไหม!”

            เธอหัวเราะเยาะเชิงถากถาง“ฉันเป็นผู้เสียหายแท้ ๆ แต่ในสายตานาย ฉันกลับกลายเป็นตัวปัญหานี่เหรอความยุติธรรมที่นายอวดอ้าง? อย่าให้ฉันขำกลิ้งไปหน่อยเลย!”

            สวี่รั่วเฉินโกรธจนหน้าแดงก่ำแต่เถียงไม่ออก ได้แต่จ้องมองสวี่ฮุ่ยด้วยความอับอายปนโกรธ

            สวี่ต้าซานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ฮุ่ยฮุ่ย เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วต่อให้ตีเยว่เยว่จนตายก็ไม่มีประโยชน์ ลูกก็ทำความดี ช่วยครอบครัวหน่อยเถอะ”

            สวี่ฮุ่ยพูดอย่างไม่ไยดี“พวกพ่อไม่เคยให้ความเป็นธรรมกับหนูเลยสักครั้งแล้วทำไมหนูต้องทำความดีเพื่อพวกพ่อด้วย?”

            “แล้วใครบอกว่าการตีสวี่เยว่จนตายไม่มีประโยชน์กัน?ถ้าพวกพ่อยอมตีสวี่เยว่ให้ตาย ต่อให้หนูต้องขายไตหนูก็จะช่วยพวกพ่อเอาเงินกับของขวัญไปคืนสกุลลู่ให้ได้!”

            สวี่ต้าซานพูดด้วยความเจ็บปวด“ฮุ่ยฮุ่ย ทำไมลูกถึงกลายเป็นคนร้ายกาจแบบนี้ไปได้?”

            สวี่ฮุ่ยพูดแทงใจดำ“ไม่ใช่หนูที่เปลี่ยนไป แต่หนูไม่ยอมก้มหัวให้พวกพ่ออีกแล้วพวกพ่อเลยรับไม่ได้ต่างหาก!”

            “พ่อบอกว่าหนูเปลี่ยนไปงั้นก็ยกตัวอย่างมาสิว่าหนูทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับพวกพ่อบ้างให้เพื่อนบ้านมาตัดสินดูว่าหนูเปลี่ยนไปจริงหรือเปล่า”

            สวี่ต้าซานพูดไม่ออก

            จะบอกว่าสวี่ฮุ่ยไม่ควรเปิดโปงเรื่องที่สวี่เยว่แอบอ้างเอาความดีความชอบของเธอไป?หรือจะบอกว่าสวี่ฮุ่ยไม่ยอมเอาเงินออกมาให้กู่ซิ่วเพื่อจะได้เอาเงินไปรักษาสวี่เยว่ในอนาคต...

            เอาเรื่องไหนไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟังคนที่ผิดก็คือพวกเขาเอง ไม่ใช่ลูกสาวคนโต

            สวี่ฮุ่ยหัวเราะเยาะ“พ่อหาเรื่องที่หนูทำผิดกับพวกพ่อไม่ได้ แต่กลับมาตำหนิหนูพ่อนี่ช่างดีกับหนูจริง ๆ!”

            สวี่รั่วเฉินพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“อย่านอกเรื่องสิ พ่ออยากให้เธอเอาเงินมาช่วยครอบครัวเรานะ”

            “แม่มีเงินสามพันหยวนที่สกุลลู่ให้เพิ่มอีกพันหยวน ก็สามารถคืนเงินให้สกุลลู่ได้แล้วนี่!”

            “พวกนายมีเงินแท้ๆ แต่ยังคิดจะเอาเงินของฉันอีก พวกนายมันน่ารังเกียจจริง ๆ !”

            สวี่รั่วเฉินโกรธจนหน้าตาบิดเบี้ยว“เธอบอกว่าใครน่ารังเกียจนะ? เธอคิดว่าพวกเราไม่รู้หรือไงว่าเยว่เยว่ไม่ได้ขโมยเงินรางวัลสามพันหยวนของเธอน่ะ กลับกันเป็นเธอที่วางแผนแบ่งเงินสามพันหยวนของสกุลลู่กับย่าต่างหากที่น่ารังเกียจไร้ยางอาย!”

            สวี่ฮุ่ยพูดด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันในใจ“คำพูดนี้สวี่เยว่พูดหรือแม่พูด?เมื่อกี้ตอนที่คุณย่าลู่พูดถึงเงินสามพันหยวนดูจากท่าทีของพ่อกับนายแล้ว น่าจะไม่รู้อะไรกันเลยสินะ เงินจำนวนมากขนาดนี้แม่กับสวี่เยว่สามารถปิดบังพวกนายได้ พวกเธอพูดโกหกเพื่อแก้ตัวให้ตัวเองแล้วปัดความผิดมาให้ฉันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักนิด คงมีแค่นายกับพ่อสองคนนี่แหละที่โง่เชื่อ!”

            สวี่ฮุ่ยหัวเราะเยาะ“แม่กับสวี่เยว่โกหกมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้วพวกพี่ยังเชื่อคำพูดของพวกเธออีก สมควรโดนหลอก!”

            ทันใดนั้นก็มีเสียงของแม่ของเสี่ยวเหลียนดังมาจากนอกประตูพร้อมกับเสียงทุบประตูด้วยความโกรธ “ผู้จัดการสวี่ อากาศร้อนขนาดนี้ทำไมบ้านคุณถึงปิดประตูล่ะ?”

            “สวี่เยว่ลูกสาวคุณไปพูดเสี้ยมให้คนผิดใจกันที่บ้านฉัน คุณจะจัดการยังไง?”

            เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของพ่อลูก สวี่ต้าซานกับสวี่รั่วเฉินก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด

            สวี่ต้าซานรีบก้าวไปเปิดประตูเห็นแม่ของเสี่ยวเหลียนยืนอยู่หน้าประตูบ้านเขาด้วยสีหน้าดำทะมึน

            ข้าง ๆเธอยังมีเสี่ยวเหลียนกับสวี่เยว่ยืนอยู่ด้วย

            เสี่ยวเหลียนก็ทำหน้าบึ้งจับสวี่เยว่แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะวิ่งหนี

            ส่วนสวี่เยว่มีท่าทางตื่นตระหนกใบหน้าซีดเผือด

            เพื่อนบ้านตามมายืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านหลังเต็มไปหมด

            กู่ซิ่วทนเห็นสวี่เยว่ถูกรังแกไม่ได้จึงรีบดึงสวี่เยว่ออกจากมือของเสี่ยวเหลียน

            แล้วพูดอย่างไม่พอใจ“แม่ของเสี่ยวเหลียน เยว่เยว่ลูกสาวฉันทำอะไรไม่ดี เธอก็บอกมาตรง ๆทำไมต้องให้เสี่ยวเหลียนจับตัวลูกฉันไว้แบบนี้?”

            “เธอเป็นโรคหัวใจนะถ้าตกใจจนเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เธอรับผิดชอบไหวเหรอ?”

            แม่ของเสี่ยวเหลียนโกรธมากไม่ได้ยินคำพูดแสดงความห่วงใยจากกู่ซิ่วแม้แต่คำเดียวแล้วยังโดนตำหนิกลับโครม ๆทำเอาเธอแทบจะระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น

            แม่ของเสี่ยวเหลียนพูดด้วยความเดือดดาล“ถ้าไม่เห็นแก่ที่ลูกสาวคนเล็กของเธอป่วย ฉันตบหน้าหล่อนไปนานแล้ว!สวี่เยว่อาศัยว่าตัวเองร่างกายอ่อนแอ ก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่วเธอก่อเรื่องที่บ้านเธอเอง ฉันไม่สนหรอกนะแต่เอาเสี่ยวเหลียนลูกสาวฉันไปเป็นเครื่องมือ ฉันไม่ยอม!”

            สวี่เยว่โดนแม่ของเสี่ยวเหลียนพูดต่อหน้าธารกำนัลว่าอยากตบหน้าเธอ ใบหน้าพาลร้อนผ่าวด้วยความอับอายจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

            สวี่ต้าซานถามอย่างปวดเศียรเวียนเกล้า“แม่ของเสี่ยวเหลียน สรุปเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

            แม่ของเสี่ยวเหลียนพูดกับเสี่ยวเหลียน“เล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณอาสวี่ฟังซะ!”

            เสี่ยวเหลียนพูด“เมื่อกี้สวี่เยว่มาเล่นที่บ้านฉันถามฉันว่าซื้อยางรัดผมดอกไม้มาจากไหน เธออยากซื้อบ้างฉันบอกว่าฉันให้พี่ฮุ่ยฮุ่ยยืมชุด พี่ฮุ่ยฮุ่ยเลยซื้อยางรัดผมมาคืนสวี่เยว่ก็บอกว่าอยากดูชุดของฉัน ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก เลยเอาให้เธอดูไม่คิดว่าหลังจากที่สวี่เยว่ดูเสร็จ เธอจะบอกว่าชุดของฉันเป็นรูสวี่ฮุ่ยต้องทำขาดแน่ ๆ แล้วยุให้ฉันไปเอาเรื่องพี่ฮุ่ยฮุ่ย ฉันเอะใจเพราะเคยตรวจดูชุดนี้แล้วตอนที่อยู่บ้านคุณอา ไม่พบปัญหาอะไรพอกลับมาให้แม่ตรวจดูให้อีกครั้ง ก็ไม่พบปัญหาอะไรเหมือนเดิมแล้วทำไมพออยู่ในมือสวี่เยว่ถึงขาดได้? ฉันเลยเรียกให้แม่มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้นสวี่เยว่ก็ลนลาน บอกว่าจะกลับบ้านไปกินข้าว ปรากฏว่าพอลุกขึ้นพวงกุญแจก็หล่นลงมาจากตัวเธอ บนพวงกุญแจมีกรรไกรพับได้อันหนึ่งแม่ฉันจึงรู้ทันทีว่ารูเล็ก ๆ บนชุดนี้เป็นฝีมือของสวี่เยว่เธอจงใจทำให้ฉันเข้าใจพี่ฮุ่ยฮุ่ยผิดแล้วใช้ฉันเป็นเครื่องมือไปเอาเรื่องกับพี่ฮุ่ยฮุ่ย”

            เพื่อนบ้านที่ยืนฟังเสี่ยวเหลียนเล่าอยู่ด้านหลังต่างพากันซุบซิบ

            พูดพึมพำเบาๆ ว่าต่อไปต้องอยู่ให้ห่าง ๆ สวี่เยว่ เด็กคนนี้ร้ายกาจเกินไป!

            สวี่ต้าซานกับลูกชายถูกเพื่อนบ้านนินทาจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

            กู่ซิ่วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“แม่ของเสี่ยวเหลียน เธออย่าใส่ร้ายป้ายสีเยว่เยว่ลูกสาวฉันได้ไหม?แค่พวงกุญแจที่มีกรรไกรพับได้อันหนึ่งหล่นลงมาจากตัวเยว่เยว่เธอก็ตัดสินแล้วว่าเยว่เยว่เป็นคนตัดชุดขาด แบบนี้มันไม่ด่วนสรุปเกินไปเหรอ?”

            แม่ของเสี่ยวเหลียนโกรธจัด“มิน่าล่ะเยว่เยว่ของเธอถึงได้ทำเรื่องหลอกใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือแบบนี้ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ !”

            กู่ซิ่วโกรธจนตาแดงก่ำ“เธอว่าใคร?!”

            “ว่าเธอน่ะสิทำไม? ยังคิดทำร้ายคนอื่นอีกเหรอ!” แม่ของเสี่ยวเหลียนก็ไม่ใช่พวกยอมคน

            เพื่อนบ้านพากันวิจารณ์“กู่ซิ่วจะอาศัยที่สามีเป็นผู้จัดการโรงงาน รังแกคนอื่นเหรอ?”

            “ผู้จัดการโรงงานแล้วไง?บริหารเกือบจะเจ๊งอยู่แล้ว ไม่เกินสามปีคงปิดกิจการแน่ ๆยังจะมาทำเป็นอวดเบ่ง!”

            สวี่ต้าซานอับอายจนหน้าเขียวคล้ำตะคอกใส่กู่ซิ่ว “กลับเข้าบ้านไป!”

            จากนั้นก็ขอโทษแม่ของเสี่ยวเหลียน“ชุดนี้ราคาเท่าไหร่? ฉันจะชดใช้ให้”

            สีหน้าของแม่ของเสี่ยวเหลียนถึงได้ดีขึ้น“ค่าผ้าบวกค่าแรงทั้งหมดสิบห้าหยวนกว่า ๆ คุณให้สิบห้าหยวนก็พอชุดนี้ยกให้คุณเลย”

            สวี่ต้าซานไม่ได้รับชุดมาให้เงินสิบห้าหยวนกับแม่ของเสี่ยวเหลียนอย่างเดียว

            แม่ของเสี่ยวเหลียนถึงได้พาเสี่ยวเหลียนกลับไป

            สวี่ฮุ่ยมองสวี่ต้าซานแล้วพูดประชดประชัน“โดนคนอื่นมาด่าถึงหน้าบ้าน รู้สึกยังไงบ้างคะ? รู้แล้วใช่ไหมว่าใครในบ้านที่เป็นตัวปัญหา?โอ๊ะ ลืมไปว่าคนจิตใจมืดบอดคงมองไม่เห็นหรอก!” พูดจบเธอก็เดินออกไป

            ดึกขนาดนี้เธอหิวจนไส้กิ่วแล้ว ต้องไปซื้อซาลาเปาที่ตำบลมากินรองท้องสองลูก

            สวี่ต้าซานโกรธถึงขีดสุดด่าสวี่เยว่ยกใหญ่ เกือบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนเกือบจะตีสวี่เยว่

            สวี่เยว่ร้องไห้ไม่หยุดด้วยความน้อยใจแล้วก็แสร้งทำเป็นอาการกำเริบเหมือนเคย

            กู่ซิ่วร้อนใจจนร้องไห้“ต้าซาน รั่วเฉิน รีบพาเยว่เยว่ไปโรงพยาบาลเร็วเข้า!”

            ตอนนี้สวี่ต้าซานกำลังหัวร้อนพอเห็นสวี่เยว่ก็รู้สึกขยะแขยง

            ในใจถึงขั้นเกิดความคิดว่าตายๆ ไปซะก็ดี! ถ้าไม่มีตัวซวยนี่ บางทีเขาอาจจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้ว

            สวี่ต้าซานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเป็นครั้งแรก“บ้านเรายังมีเงินส่งเยว่เยว่ไปโรงพยาบาลอีกเหรอ?”

            ถึงแม้สวี่รั่วเฉินจะช่วยสวี่ต้าซานบังคับให้สวี่ฮุ่ยเอาเงินออกมาใช้ยามฉุกเฉิน

            แต่เขาก็โกรธสวี่เยว่เช่นกันสวี่รั่วเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “พาเยว่เยว่ไปนอนบนเตียงเถอะเดี๋ยวก็คงหายเอง คราวที่แล้วที่สถานีอนามัยตำบล เยว่เยว่ไม่ได้กินยาอะไรก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่?”

            สวี่เยว่กัดฟันด้วยความแค้น

            คำพูดของสวี่รั่วเฉินเหมือนกำลังสงสัยว่าเธอกำลังแกล้งป่วยเหมือนคราวที่แล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ] ที่คุณอ่าน