ผมไม่รู้ว่าหลังการของเวทมนต์มิติเวลาทำงานยังไงกับ New Horizon และโลกความเป็จริง
เซร่าอธิบายว่าเมื่อเขาเข้ามาในห้องสีขาวที่สร้างจากเวทมนตร์ของเธอแล้ว เวลาภายนอกจะหยุดเดิน นั้นคือในแง่ความคิดของเธอ
ไม่แปลกที่เซร่าจะคิดเช่นนั้น แต่สำหรับผมแล้วไม่ใช่
ผมมีเวลาที่เดินพร้อมกันอยู่สองที่ เวลาใน‘New Horizon’ และเวลาในโลกจริง
มนุษย์เราไม่สามารถทำอะไรกับเวลาในโลกจริงได้อยู่แล้ว เพราะงั้นจึงมีแต่นิยามหรือทฤษฎีต่าง ๆ เท่านั้น แต่สำหรับ‘New Horizon’ ที่สร้างโดยไกอาแล้ว เวลาถูกทำให้งานต่อความเข้าใจมากขึ้น
ด้วยค่าสติปัญญาที่สูงจนเรียกว่าบัคของผมทำให้ได้ข้อสรุปจากการบันทึก ‘ห้องสีขาว’ เวทมนตร์มิติเวลาของเซร่าที่จะสร้างมิติสีขาวแยกออกมาและภายในจะกำหนดการไหลของเวลาได้ ส่วนเวลาภายนอกของNew Horizon เมื่อใช้มิติสีขาวจะแบ่งได้เป็สองกรณี
หนึ่งคือเมื่อเซร่าหรือเอ็นพีซีเป็คนใช้งาน เวลาในNew Horizon จะหยุดไปจริง ๆ เพราะพวกเธอไม่ได้รับผลกระทบจากการเร่งเวลาภายนอกอยู่ด้วยมันจึงไม่เป็ปัญหา สองคือในกรณีที่ผมใช้งานมนตรามิติเวลา เมื่ออยู่ในสภาวะที่โลกภายนอกจำเป็ต้องหยุดนิ่ง โลกจะไม่หยุดนิ่งเหมือนกับเซร่า แต่ตัวผมเองจะได้รับความเร็วในสภาวะนั้นจนมองสิ่งรอบข้างว่าหยุดนิ่งเสียมากกว่า
นี่เป็นิยามที่ผมบันทึกเกี่ยวกับมนตราที่เกี่ยวของกับเวลา
หลังจากทำความเข้าใจกับมันแล้ว เซร่าก็บังคับให้ผมจดบันทึกและทำวิจัยเกี่ยวกับเวทมนตร์มิติของเธอด้วย เธออยากเห็นจุดสูงสุดของเวทมนต์มิติเวลาอย่างการเดินทางข้ามเวลาอีกรอบหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไอ้นั้นคงเป็ไปไม่ได้หรอก
แต่พอนึกถึงหนึ่งในฉายาที่เซร่าได้รับมาอย่าง ‘ผู้เคยเดินทางข้ามกาลเวลามาแล้ว’ ก็คงจะไม่ได้หมายความว่าข้ามเวลาไม่ได้จริง ๆ หรอกมั้ง
‘New Horizon’ ไม่มีคำว่าขีดจำกัด เป็อีกครั้งที่ผมตระนักได้ว่าตัวเองควรจะจำประโยคนั้นให้ขึ้นใจได้แล้ว โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีความคิดว่า‘เป็ไปไม่ได้หรอก’
ผมไม่รู้ว่าเวลาในห้องสีขาวแห่งนี้ผ่านไปหน้าแค่ไหนแล้ว แต่ถ้าจะการประมาณเวลาในการจดบันทึก6 ชั่วโมงต่อหนึ่งมนตราที่ผมจดแล้ว คงจะผ่านไปได้ราว ๆ30 ชั่วโมงได้
‘เคลื่อนย้ายมิติฉับพลัน (S) แทงมิติ (A) เร่งความเร็วการคำนวน (SSS) ควบคุมมานา (A) เร่งความเร็วการฟื้นฟู(SS)’
เซร่าแสดงตัวอย่างและอธิบายหลักการทำงานของทั้งห้าเวทมนตร์ให้กับผมอย่างละเอียด จนสุดท้ายก็บันทึกแต่ล่ะอย่างได้สำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากมนตราทั้งห้าแล้ว ผมยังได้รับผลของการบันทึกมนตราห้าเป็ค่าสถานะถาวรทั้งหมด3,000 แต้ม เทียบเท่ากับการเลเวลอัป300 ครั้งอีกด้วย
“ต่อก็เป็การทดลองกับอาร์ทสินะ”
เซร่าทักผมที่กำลังอ่านการจดบันทึกของตัวเองอยู่ขึ้น
“อืม”
“แต่เรามีไม่อาร์ทเลยนะสิ”
“เอาแค่สกิลอะไรก็ได้ อาร์ทบางอันก็เหมือนสกิล ดูอย่างอาร์ทดาบใหญ่ของพวกคลาสนักรบสิ ท่าทุบกับท่าอาร์ทเฉพาะเหมือนกันสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรอ”
นี่เป็เพียงแค่ข้อคาดเดาของผม บ่อยครั้งที่จะมีสกิลและอาร์ทซึ่งทำงานและออกท่าทางเหมือนกัน บางทีแล้วอาร์ทอาจจะก็อปปี้ท่าสกิลได้ด้วยก็ได้
“งืมๆ ถ้างั้นจะลองดูอันง่ายๆ ก่อนนะ เราจะลองใช้วิชานักฆ่าของสำนักพ่อเรานะ อย่าลืมเตรียมพร้อมด้วย”
อาร์ทแตกต่างจากเวทมนตร์และมนตรา มันไม่มีวงเวทที่จะต้องสังเกตเป็จุด ๆ กลับกันอาร์ทจำเป็ต้องสังเกตในละเอียดกว่านั้น ทั้งทวงท่าการเดิน การเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งการควบคุมลมหายใจเองก็ด้วย
เซร่าเริ่มตั้งท่ารวมรวบสมาธิก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าใส่ผมด้วยความเร็วสูง
“[ปิดซ่อน]”
มานาแผ่ไหลออกมาไปทั่ว มันเข้าไปห่อหุ้มร่างกายของเธอไว้ ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจหรือเป็เพราะการเคลื่อนไหวออโต้ของสกิล มือซ้ายของเธอกระตุกกำเข้าออกอย่างหลวม ๆ สองครั้งก่อนจะใช้นิ้วโป้งกดกับนิ้วกลางและร่างของเธอก็หายไป
ผ่านไปสักผ่านผมก็ััได้ถึงมือของเซร่าที่วางอยู่บนไหล่ หลังจากนั้นร่างของเธอจะปรากฏออกมาพร้อมกับหมอกควันสีขาว
“เป็ไง [ปิดซ่อน] ของเรา วิธีจะยกเลิกมันได้ก็คือต้องมีคนรู้ตัวตนของฉันก่อน น่าจะช่วยอะไรได้บ้างนะ”
“ขอดูอีกรอบได้ไหม มองไม่ทันอ่ะ”
“…”
เซร่าไม่ปฏิเสธ แต่เธอกลับเงียบแทน
“ก็ได้ เพื่อเป็การชดเชยเรา อย่าลืมคิดอาร์ทเจ๋ง ๆ มาด้วยล่ะ”
เธอตอบกลับ
“[ยกเลิกระยะหน่วง]”
เซร่าได้ฉายาว่าเป็จอมเวทในตำนานก็คงมาจากหลาย ๆ เหตุผล แต่ที่อาจจะเด่นชัดที่สุดก็คงจะเป็เวทมนต์ [ยกเลิกระยะหน่วง] และ [ยกเลิกระยะร่าย] สองคอมโบที่เป็ทำลายข้อจำกัดเกือบทุกอย่างของคลาสจอมเวท
“เอาล่ะ พร้อมนะ”
“อืม รบกวนด้วย”
คราวนี้เธอไม่ได้เดินออกไปตรงไหน เซร่ายังยืนอยู่ตรงหน้าไม่ขยับ
“[ปิดซ่อน]”
คร่าวนี้ผมโฟกัสไปที่ นิ้วมือของเธอขนาดกำลังร่าย
และก็เป็ไปตามที่คาด ผมมองเห็นกระแสมานาที่ออกแผ่ออกมา การรวมตัวกันบริเวณฝามือของเธอทุกครั้งที่มีการกำเข้าออกแบบหลวม ๆ ก่อนจะดีดออกด้วยนิ้วกลางและนิ้วโป้ง
ในตอนนั้นเองที่ก้อนกระแสซึ่งถูกรวบรวมไว้กระจายออกเป็สายของปกคลุมไปทั่วร่าง [ปิดซ่อน] ใช้มานาที่รวบรวมมาเพื่อบิดเบื้อนความประสาทััเขาคนอื่น
[ท่านได้เห็นท่วงท่าของวิชานักฆ่าสำนักสตาร์ไลท์ระดับ S ‘ปิดกัน’]
[ท่านสามารถจดบันทึกเป็อาร์ทได้]
ไม่นานหนักเธอก็ปรากฏออกมาแบบเดิม ด้วยการเข้ามาจับมือของผมไว้
“เป็ไงบ้าง คราวนี้พอได้ไหม”
เซร่าที่คาย [ปิดซ่อน] ช้อนตาถามผมขึ้นมา
“อืม เข้าใจแล้วว่า [ปิดซ่อน] ทำงานยังไง เดี๋ยวจะลองจดบันทึกดูนะ”
หลังจากนั้นผมก็ต้องนั่งทำความเข้าใจอยู่นาน อาร์ทไม่เหมือนเวทมนตร์หรือมนตราที่จำเป็ต้องใช้วงเวท มันเป็ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวและการควบคุมเท่านั้น การจดบันทึกจึงไม่ใช่เื่ที่ง่ายนัก
ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ความยากของมนต์ตราจะขึ้นอยู่กับการจดบันทึกและปรับปรุงองค์ประกอบของวงเวทเหมือนการเขียนโปรแกรมผสมกับการต่อวงจรให้ทำงานในสนามแม่เหล็ก แต่อาร์ทจะเป็การถ่ายทอดความสามารถผ่านการอธิบายการเคลื่อนไหวและการควบคุมร่างกายกับมานา
ด้วยทักษะที่ได้มาจากการเรียนนิเทศศิลป์ ผมเริ่มร่างภาพการเครื่องไหวของเซร่าเมื่อครู่ก่อนะจะเพิ่มการขยับของมือและกระแสเวทมนตร์ สุดท้ายก็เพิ่มด้วยการควบคุมกระแสมานาเป็เส้นสายตามที่เราเห็น
หลังจากเขียนอธิบายหลักการทำงานและความเข้าใจของ [ปิดกัน] อยู่4 ชั่วโมง ในที่สุดก็เสร็จสักที และในตอนนั้นเองที่ผมคิดอะไรออกได้
ผมเข้าใจว่า[ปิดกัน] สามารถหลอกประสาทััของศัตรูได้จากก้อนมานาที่รวบรวมได้ในตอนแรก ดังนั้นถ้าหากเราปรับวิธีการรวบรวมมานาใหม่แต่เสริมความสามารถในการคงรูปให้มันขึ้น [ปิดกัน] ก็อาจจะมีประสิทธิภาพมาขึ้นก็ได้
เมื่อคิดแบบนั้นได้ ผมก็รีบเปิดหน้าทันไปของตำราวิจัยพร้อมกับเขียนหลักการควบคุมเวทมนตร์ที่อ้างอิงจากวงเวทของมนตราต่าง ๆ
เซร่าที่นั่งมองอยู่ก็ตาเป็ประกาย ศาสตร์ของตัวเองกำลังจะได้รับการพัฒนาแบบก้าวะโ ตนเชื่อแบบนั้น
12 ชั่วโมงในห้องสีขาวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผมทดลองรวมองค์ประกอบของวงเวทเข้ากับปิดกั้นอยู่หลายครั้ง
จนในที่สุด
[ท่านจดบันทึกอาร์ทแห่งสำนักสตาร์ไลท์ระดับS ‘ปิดกัน ’ได้สำเร็จ]
[ได้รับค่าโบนัสจากการบันทึกอาร์ทระดับS 400 แต้ม]
[ท่านได้วิจัยและเพิ่มประสิทธิภาพของอาร์ทแห่งสำนักสตาร์ไลท์S ‘ปิดกัน’ได้สำเร็จ]
[อาร์ทแห่งสำนักสตาร์ไลท์S ‘ปิดกัน’ พัฒนาเป็ อาร์ทแห่งสำนักสตาร์ไลท์‘ปิดกันของพ่อมด’ (S)]
[ได้รับค่าโบนัสจากการวิจัยและเสริมประสิทธิภาพของอาร์ทระดับS 900 แต้ม]
[ท่านบรรลุเงื่อนไขพิเศษ ได้รับฉายา ผู้วิจัยอาร์ทที่แท้จริงคนแรก]
ผู้วิจัยอาร์ทที่แท้จริงคนแรก
**เมื่อใช้อาร์ทที่วิจัยขึ้นจะคืนมานาที่ใช้ไป 50%
**สามารถถ่ายทอดอาร์ทให้กับผู้ใดก็ได้แต่ต้องบรรลุเงื่อนไขอย่างต่ำของอาร์ท
[ท่านสามารถใช้อาร์ทแห่งสำนักสตาร์ไลท์ S ‘ปิดกันของพ่อมด’ ได้]
ปิดกันของพ่อมด (S)
อาร์ที่พ่อมดมนตราผู้ค้นพบศาสตร์ลับ ‘ลักซ์’ วิจัยขึ้นจาก วิชานักฆ่าที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์
ผู้ใช้จะต้องเข้าใจแก่นที่ของวิชานักฆ่าที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์
*ทำให้ทุกสิ่งอย่างรอบตัวไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้ใช้ได้โดยสมบูรณ์
*ปิดกันจะยกเลิกการแสดงผลเมื่อผู้ใช้งาน้า ทำดาเมจเกิน5,000 หรือจับต้องสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
เงื่อนไขการใช้งาน: ต้องเข้าใจแก่นที่ของวิชานักฆ่าที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์, คลาสพ่อมดมนตรา
มานาทีใช้: 1,000 หน่วยต่อ 1 นาที
“นี่มัน สุดยอดไปเลยไม่ใช่หรอ ดูสิเซร่า”
ผมไม่รู้ว่า[ปิดกัน] ที่เธอใช้อยู่มีผลเช่นไร แต่ว่าจากคำอธิบายที่เรียบง่ายของอาร์ทไม่นี่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่เป็อาร์ทปกปิดตัวตนที่โกงมาก ทำให้ไม่สามารถตัวตนของผู้ใช้ได้โดยสมบูรณ์ ควบคุมการใช้งานได้อย่างอิสระ แถมยังโจมตีได้5,000 ดาเมจแบบไม่คายสถานะ
“สุดยอดจริง ๆ ด้วย เราอยากใช้ได้บ้างจัง ลักซ์ใช้ให้ดูหน่อยได้ไหม”
“อ่า เดี๋ยวจะแสดงให้ดู”
“เย่ๆ”
เซร่าะโโลดเต้นด้วยความดีใจพร้อมกับจับมือทั้งสองข้างของผมไปมา
“ถ้างั้น ดูที่การควบคุมมานาดี ๆ นะมันจะต่างจาก[ปิดกัน] ที่เธอใช้ปกตินิดหน่อย”
ไม่ต้องอธิบายให้มากความนัก ถ้าหากแสดงให้ดูเลยอาจจะง่ายกว่า ผมเริ่มรวบรวมมานาอย่างช้า ๆ เพื่อเป็ตัวอย่างให้เซร่าสังเกต ก่อนจะใช้มานาที่เสริมคุณสมบัติของวิชานักฆ่าที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์ เข้าไปโดยตรงแบบไม่ผ่านวงเวทหรือสกิล
“สุดยอดไป ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอเนี่ย”
“ของจริงมันต่อจากนี่ต่างห่าง”
ผมควบคุมให้มานาที่รวบรวมมาได้ให้แปลงสภาพและห่อหุ้มร่างกายของผมไว้ทั้งหมด เซร่าคงจะสงเกตเห็นการเคลื่อนไหวเป็สายแบบพิเศษของมานาเช่นกัน
จากนั้นร่างกายของผมก็หายไปจากสายตาของเซร่า
“[เวทตรวจจับ]…. ไม่เจอเลย”
ดูเหมือนว่าเธอจะใช้เวทตรวจจับเพื่อใช้หาตำแหน่งของผม แต่ว่าเสียใจด้วยนะ อาร์ทนี้น่ะได้รับการวิจัยและพัฒนาจนสามารถซ่อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
ผมเดินอ้อมไปข้างหลังของเธอ ใช้มือสองข้างปิดตาจากข้างหลังและคลายอาร์ทออก
“ทำได้หรือเปล่า”
“นะ… แน่นอนอยู่แล้วสิ เป็จอมปราชญ์เลยนะ”
เซร่ารีบการโผตัวออกมา เธอเริ่มรวบรวมสมาธิและเลียนแบบอาร์ทเมื่อครู่ของผมได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าดูจากเงื่อนไขของอาร์ทนี้ที่ว่าไว้ว่า ‘ต้องเข้าใจแก่นที่ของวิชานักฆ่าที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์ หรือ คลาสพ่อมดมนตรา’ คงมีแค่ผมกับเซร่าเท่านั้นที่สามารถใช้งานอาร์ทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ไม่นานนักเมื่อเธอเริ่มจับทิศทางของมานาได้ กระแสของมันก็เปลี่ยนไปคล้ายกับตอนที่ผมเริ่มใช้งานอาร์ท ด้วยค่าสติปัญญาเกือบสี่หมื่นของเธอทำให้การลอกเลียนแบบเป็ได้อย่างรวดเร็ว
เซร่าหายไปจากสายตาของผม ก่อนจะมีมือคู่หนึ่งเอื้อมมาปิดตาจากข้างหลัง
“เราเก่งไหมล่ะ ลักซ์”
“จ้าๆ สุดยอดไปเลยนะ เซร่าเนี่ย”
หลังจากนั้นผมก็เริ่มอธิบายหลักการสร้างอาร์ทที่เข้าใจให้กับเธอฟัง โดยเซร่ามีความเห็นว่าเราควรจะบันทึกและวิจัยวิชานักฆ่าที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์ ของเธอเองไปให้หมดเสียก่อนจะออกไปฟาร์มเลเวล “นี่ก็เพื่อความปลอยภัยของลักซ์เองนะ คงจะไม่อยากกลายเป็เลเวล-2 หรือ-3 หรอกใช่ไหม” เธอพูดแบบนี้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยแต่ว่าลึก ๆ แล้วกลับเกรงใจเสียมากกว่า
เื่นี้ก็เช่นกันพอผมบอกว่าเกรงใจเธอก็ตอบกลับประมาณว่า “จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ให้ลักซ์บันทึกและขโมยวิชาไปเฉย ๆ หรอกนะ ระ… เราทำไปเพื่ออาร์ทนั้นต่างหาก อย่าได้คิดเอาเองว่าเราทำเพื่อลักซ์อย่างเดียวสิ ” ด้วยน้ำเสียงเขินอายเหมือนตอนที่อยู่ในอาคาเซีย
ผมรู้ว่าเซร่าแค่ไม่้าให้ผมรู้สึกเกรงใจเท่านั้น เหมือนเป็การบอกทางอ้อมว่า“ไม่เป็ไรหรอก” ตามวิธีของเธอ
พอมาถึงจุดนี้ก็คงทำได้แต่รับไว้…
“อืม! ถ้างั้นรอรับอาร์ทสุดเทพไปไว้ใช้ได้เลยนะ เซร่า”
ผมตอบกลับเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่แฝงไปด้วยความตั้งใจอันล้นพ้น
“ถ้างั้นออกจากที่นี่ก่อนล่ะกัน อัลเดลต้องสงสันแน่ ๆ ว่าลักซ์ได้อะไรไปบ้าง”
พอพูดจบเซร่าก็ดีดนิ้วของเธอ เสียงที่เกิดเป็สัญญาณทำให้ทำกำแพง เพดานและพื้นสีขาวแตกแยก ก็จะสลายหายไปกลับกลายเป็สภาพภายในห้องวิจัยของเธอดังเดิม
“กลับมาแล้วสินะครับ ท่านเซร่า ท่านลักซ์”
และในตอนนั้นเองที่ผมได้รับข้อความจากระบบอีกครั้ง
[ท่านได้รับข้อความจากภายนอก S.A.C. ]
[ยูมิ : พี่ ออกมาช่วยที่ร้านหน่อย ลูกค้าเยอะมากเลยพ่อทำไม่ไหว]
[เร็น: อ่า กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ]
S. A.C. หรือเครื่องเล่น New Horizon เป็เครื่องเล่นที่จำเป็ต้องเข้าไปนอนและใช้เทคโนโลยีสักอย่างดึงตัวเราเข้าไปในเกม ผมก็ไม่เข้าใจหลักการทำงานของมันเหมือนกัน แต่ว่าระบบของS.A.C. นั้นมีความสามารถในการช่วยแจ้งเตือนหลาย ๆ อย่าง เช่นข้อความ ระดับน้ำตาลในเื เวลาทานอาหารหรือต้องทำธุระ รวมไปถึงจำกัดเวลาเล่นไว้ที่18 ชั่วโมงต่อวันอีกด้วย
“เซร่า เดี๋ยวผมต้องไป‘พัก’ ก่อนแล้ว ไว้ค่อยมาทำต่อก็ได้”
“อืม เข้าใจแล้วล่ะ แล้วจะลองนะพักผ่อนให้เพียงพอด้วย”
เซร่าเข้าใจว่า‘พัก’ หมายถึง่เวลาที่ผมจะหายไปเป็ครั้งล่ะ1 วันในNew Horizon หรือก็คือการล็อคเอ้านั้นเอง
“ถ้างั้น ไว้เจอกันนะ[ล็อคเอ้า]!”
“อืมไว้เจอกัน”
เซร่าตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม นั้นเป็ภาพสุดที่สวยงามที่สุดของวันนั้น