ไตรภพเดินออกมาจากบริเวณห้องครัวเผชิญหน้ากับสองสามีภรรยาซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงและป้าของตนในใจคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ตนและแม่ถูกกระทำ ทั้งพูดถากถาง หักกาญน้ำใจค่อนแคะดูถูก แต่สิ่งที่ไตรภพไม่ลืมที่สุดคือตัวเขาในร่างก่อน ‘ตายยังไง’
เพราะการกลั่นแกล้งของธนภัทรลูกพี่ลูกน้องของตนผู้เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของสองสามีภรรยาตรงหน้านั่นเอง
“แกแกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ช่อมณีตวาดทันทีเมื่อเห็นหลานนอกคอกที่ตนเองเกลียดชังหากถามว่าทำไมถึงจงเกลียดจงชังไตรภพขนาดนี้ ต้องย้อนไปในสมัยก่อน
ยี่สิบปีก่อนครอบครัวของพันตรีชัยยุทธอบอุ่นเป็นอย่างมากแวดล้อมไปด้วยภรรยาและลูกสาวทั้งสองคนลูกสาวคนโต ‘ช่อมณี’ ได้แต่งานกับ ‘พงศ์’ลูกชายของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าวในขณะนั้น ดูดีมีอนาคตมาปลูกบ้านไม้สักหลังใหญ่โตข้าง ๆ ของพ่อและแม่
ส่วนช่อผกาในวัยสิบแปดปีกำลังเติบโตเป็นสาวสวยบานสะพรั่งหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่านแล้วได้สอบตรงติดที่มหาวิทยาลัยเฉพาะทางในคณะแพทยศาสตร์สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวมาก
ในประวัติศาสตร์ของตำบลท่าน้าวไม่เคยมีใครสามารถสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้สักคนช่อผกาเป็นหนึ่งในไม่ถึงสิบคนของจังหวัดเท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนคณะที่ขึ้นชื่อว่ายากที่สุดในกรุงเทพมหานครได้
แต่แล้วช่อผกากลับแบกหน้าอุ้มท้องที่กำลังตั้งครรภ์มาที่บ้านของเธอทำให้ผู้เป็นแม่ซึ่งป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองอยู่แล้วเกิดอาการชักกลายเป็นอัมพาตก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ไม่แปลกที่เธอจะอาการกำเริบกับการที่ช่อผกาตั้งครรภ์เนื่องจากเธอได้ฝากความหวังในการเป็นหมอไว้กับลูกสาวคนเล็กที่เธอรักสุดดวงใจ
การเสียชีวิตของผู้เป็นแม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในครอบครัวมากโดยเฉพาะช่อมณีที่อิจฉาน้องสาวคนเล็กมาโดยตลอดเพราะตนเองเรียนหนังสือไม่เก่งทำตัวเกเร จึงไม่ได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อเป็นแม่เท่าน้องสาว
ชัยยุทธไม่ได้โทษช่อผกากลับสงสารและเอ็นดูเลี้ยงลูกสาวและหลานชายด้วยดีเสมอมาช่อผกาไม่ยอมปริปากบอกใครเลยแม้แต่ชัยยุทธว่าใครเป็นพ่อของไตรภพ
ย้อนกลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบันไตรภพกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นป้าของตนที่มีใบหน้าโกรธเกรี้ยว ยืนเท้าสะเอวมองเขาอยู่
“ทำไมผมจะมาที่นี่ไม่ได้หรอครับ?”
“แกไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่นังช่อผกามันทำให้แม่ของฉันตรอมใจตาย เพราะมีลูกชั่ว ๆ มารหัวขนแบบแกถึงเกิดมาจองล้างจองผลาญครอบครัวฉันแบบนี้”
“หยุดนะ !!!”
เสียงคำรามดังออกมาจากปากของชัยยุทธเขาทนฟังช่อมณีที่ด่าทอไตรภพด้วยวาจาฟังไม่ได้ไม่ไหวแล้วในใจเริ่มรู้สึกโมโหช่อมณี
“พวกแกสองคนกลับไปได้แล้วอย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง”
“ไม่หนูไม่กลับ จนกว่าพ่อจะช่วยตาภัทร”
ช่อมณียืนยันความตั้งใจของเธอที่ต้องการให้ชัยยุทธช่วยลูกชายเพียงคนเดียวให้พ้นจากข้อกล่าวหาได้กลับไปรับราชการตำรวจดังเดิม
ออดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงกดออกจากประตูดังขึ้นจากประตูรั้วบ้านมีรถฟอจูเนอร์สีดำจอดอยู่หนึ่งคันด้านหน้าของรถช่อมณี มีชายสามคนเดินเข้ามาในรั้วก่อนที่จะขึ้นมาบริเวณบ้านท่ามกลางการมองของคนในบ้าน
“ทะ ท่านนายพล !!!”
“มนูญ”
เสียงอุทานภายในบ้านบ่งบอกถึงผู้มาใหม่ใช่แล้ว เขาคือ พลตรีมนูญ ผู้บังคับบัญชากองทัพจังหวัดน่านพร้อมผู้ติดตามทั้งสองคน
“สวัสดีครับครูสบายดีนะครับ”
พลตรีมนูญยกมือไหว้ชัยยุทธอย่างนอบน้อมตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดของสายทหารอย่างเขากลับยกมือไหว้ชายชราเกษียณอายุที่มียศแค่พันตรีคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ใครต่อใครมาเห็นก็ล้วนแต่ไม่เชื่อสายตา
“เธอเป็นถึงผู้บังคับบัญชากองทัพจังหวัดแล้วนะจะมาไหว้คนแก่แบบฉันทำไมกัน”
“ต่อให้ผมตำแหน่งอะไรก็ตามผมก็ยังเป็นลูกศิษย์ของครูอยู่ดี”
พลตรีมนูญเอ่ยขึ้นพลางนึกถึงอดีตชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเองนี้เป็นครูฝึกที่เข้มงวด ใจดี มีเมตตาสอนสั่งทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาจนมีอย่างทุกวันนี้
“สวัสดีครับท่านนายพลผม พงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลครับ”
“สวัสดีค่ะพี่มนูญ”
พงศ์และช่อมณีเอ่ยทักทายพลตรีมนูญอย่างนอบน้อมด้านช่อมณีเองเธอก็มีความรู้จักมักคุ้นพลตรีมนูญเมื่อครั้งอดีตเหมือนกันในตอนที่เธอไปค่ายทหาร
“อืม”
พลตรีมนูญรับคำอย่างเย็นชาไม่เหลือบสายตามองไปที่สองสามีภรรยาเขาเองรับรู้ประวัติและวีรกรรมของทั้งคู่มาเยอะมาก แต่ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรเพราะยังเกรงใจชัยยุทธ
อยู่อย่างน้อยพงศ์ก็เป็นลูกเขยของเขา
“ว่าไงไตรภพสบายดีนะ”
นายพลมนูญทักทายไตรภพอย่างเรียบง่ายสายตาสื่อความหมายถึงกัน ไม่ต้องการเปิดเผยสถานะและความสัมพันธ์ของไตรภพและเขา
“สบายดีครับท่านนายพล”
“รู้จักกันด้วยหรอ?”
ชัยยุทธถามพลตรีมนูญและไตรภพด้วยความสงสัยจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่พลตรีมนูญผู้มีอำนาจสูงสุดในกองทัพจังหวัดจะรู้จักคนธรรมดาอย่างหลานตน
“เอ่อ คือท่านนายพลครับ ผมอยากขอร้องให้ท่านนายพลช่วยลูกชายของผมด้วย สิบตำรวจตรีธนภัทรที่กำลังโดนสอบเรื่องขบวนการตัดไม้เถื่อน ลูกชายของผมไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆนะครับ เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้พวกนั้นใส่ร้าย ขอท่านให้ความเป็นธรรมด้วยครับ”
“ใช่ค่ะพี่มนูญ ช่วยลูกชายฉันด้วยนะคะ ถ้าเป็นพี่ออกหน้า ไม่มีใครในจังหวัดคัดค้านหรอกค่ะเห็นแก่ที่เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้งพี่ยังเป็นลูกศิษย์ของพ่อ”
สองสามีภรรยาเอ่ยขอร้องนายพลมนูญด้วยความน่าสงสารพยายามชักจูงให้พลตรีมนูญช่วยเหลือโดยอ้างถึงบุญคุณหนหลัง
“พวกแกหุบปาก”
พลตรีมนูญตะโกนใส่หน้าพงศ์และช่อมณีเขารู้สึกอับอายในการกระทำของทั้งคู่อย่างยิ่ง ได้แต่โทษตนเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมจัดการเอง พงศ์ ช่อมณี”
“ครับ/ค่ะ”
“ฉันว่าจะไม่พูดให้เสียบรรยากาศพงศ์คิดว่าทางจังหวัดไม่รู้หรอที่ยักยอกงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างกับผู้กำกับเป็นเงินสามสิบกว่าล้านบาทยังไม่นับรวมคดีอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอนสร้างวัด ขุดคลอง ทำถนน”
“ส่วนเธอช่อมณีเธอใช้อำนาจของสามีเธอเองชักชวนคนในตำบลท่าน้าวและตำบลใกล้เคียงเล่นแชร์ลูกโซ่ที่หลอกลวงคนอื่นจนหางเริ่มจะย้อนกลับมากินหัว ไม่นานก็จะเกิดเป็นคดีฉ้อโกง”
“!!!”
พงศ์และช่อมณีมีสีหน้าซีดเผือดปากสั่นระรัว ในใจหวาดผวาเป็นอย่างมาก พลตรีมนูญรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร
“ฉันมีข้อมูลทุกอย่างแค่ยังไม่อยากจะสนใจเท่านั้น ถือว่าเห็นแก่หน้าครูชัยยุทธ ตอนนี้ฉันต้องการพื้นที่ส่วนตัวคุยกับครูของฉันพูดแค่นี้น่าจะเข้าใจนะ”
“คะ ครับ”
สองสามีภรรยาพยักหน้ารัวๆ รีบเดินออกไปจากบ้านทันที กลัวพลตรีมนูญจะเอาเรื่องราวเมื่อครู่นี้ก่อนจะรีบขับรถไปอย่างรวดเร็ว
“ต้องขอโทษด้วยนะมนูญ”
“ไม่เป็นไรครับครูบนโต๊ะอาหารน่ากินจังเลยนะครับ หอมมาถึงนี่เลย”
พลตรีมนูญเหลือบตามองอาหารบนโต๊ะที่มีถุงใส่อาหารที่ช่อผกานำมาฝากช่อมณีอยู่ชัยยุทธจึงเดินไปเปิดถุงดู
“พอดีคุณแม่ให้มาสองชุดครับ”
“งั้นหลานไปใส่จานให้ลุงมนูญเขาหน่อย”
ไตรภพรับคำนำเอาอาหารจากกล่องใส่จานจัดสำรับอาหารไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม พร้อมตักข้าวให้กับพลตรีมนูญ
“อร่อย”
“เจ้าช่อผกาไปเปิดร้านอาหารในเมืองเลยทำมาฝากฉัน เธอว่างก็ไปอุดหนุนได้ตลอดเวลานะ”
ชัยยุทธมองมนูญอย่างเอ็นดูภาคภูมิใจในลูกศิษย์คนนี้ของตน ที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในกองทัพจังหวัดทั้งยังไม่มีความด่างพร้อยในการรับราชการ
หลังรับประทานอาหารเสร็จสองครูศิษย์ได้สอบถามสารทุกข์สุขดิบกันจนเวลาล่วงเลยหลายชั่วโมง พลตรีมนูญจึงขอลากลับ
“ไม่ต้องไปส่งผมหรอกครับครูให้ไตรภพไปส่งก็พอ”
“ได้สิ กลับดีๆ นะ มีอะไรแวะมาหาฉันได้ตลอด”
พลตรีมนูญเดินลงจากบ้านมาพร้อมกับไตรภพที่เขามาในวันนี้ต้องการมาเยี่ยมเยียนชัยยุทธส่วนอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือต้องการรู้ข้อมูลว่าเหตุใด หลานของชัยยุทธถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้
“คุณคงไม่ใช่แค่มาเยี่ยมตาของผมหละมั้ง?”
“ฮ่า ๆปิดบังเธอไม่ได้จริง ๆ”
ไตรภพเอ่ยดักคออย่างรู้จุดประสงค์พลตรีหัวเราะเก้อ พยายามกลบกลื่นไม่ให้ไตรภพจับทางได้
“ไหน ๆเจอเธอแล้วก็ดี ตอนแรกว่าจะไปหาเธอที่บ้าน แต่กลัวผิดสังเกตของแม่เธอ”
“มีอะไรหรอครับ?”
“อีกสองเดือนจะมีการประลองฝีมือระหว่างหน่วยรบพิเศษของกองทัพจังหวัดกันฉันอยากให้เธอช่วยมาฝึกทหารให้ในอาทิตย์หน้าก่อน ไม่ต้องรอต้นเดือนเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ๆ”
“ไม่มีปัญหาครับเสาร์อาทิตย์ผมไม่ได้ไปที่ไหนพอดี”
ไตรภพรับคำพลตรีมนูญช่วงนี้เขาก็ไม่ได้มีแพลนอะไรนอกจากพยายามสืบข่าวเกี่ยวกับงานประมูลในจังหวัดน่านในเดือนหน้า
“ท่านนายพลผมอยากจะสอบถามถึงงานประมูลวัตถุโบราณในจังหวัดน่าน”
“หืมเธอไปรู้มาจากไหนหละ สงสัยบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถบอกเธอหละสิ ใช่แล้ว โบราณสถานในจังหวัดถูกค้นพบกรมศิลปากรดูแล้วไม่ใช่ศิลปะประจำชาติไทยเลยจัดประมูล หารายได้เข้าประเทศฉันก็พึ่งจะรู้ข่าวเมื่อตอนเช้านี้เอง”
“บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถเป็นผู้ได้รับสัมประทานในการจัดงานใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้วฉันขอเตือนเธอให้หลีกเลี่ยงบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถไว้หน่อยนะเบื้องหลังของบริษัทนี้ลึกลับเป็นอย่างมาก แม้แต่พลตรีมรุพลผู้บังคับบัญชากองทัพจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นแค่หุ่นเชิด”
พลตรีมนูญบอกกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึมตัวเขาเองพอจะรู้ข้อมูลลับมาบ้างที่เกี่ยวกับความมั่นคงของจังหวัดคนอย่างพลตรีมรุพลผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดานายพลยังเป็นแค่ลูกน้องบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถแล้วผู้อยู่เบื้องหลังจริง ๆ จะแข็งแกร่งเพียงใด
“ผมจะระมัดระวังตัวเองให้ดีครับ”
“งั้นเดี๋ยวเช้าวันเสาร์เธอไปที่กองทัพจังหวัดได้เลย ฉันฝากด้วยนะ”
พลตรีมนูญเดินขึ้นรถไปพร้อมกับทหารติดตามไตรภพได้แต่มองตามรถด้วยอาการครุ่นคิดถึงเบื้องหลังของสมุนไพรหมื่นโอสถ
“เท่าที่รู้พลตรีมรุพลมีพลังยุทธสูงมากคาดว่าจะอยู่ที่ขั้นปรับร่างกายระดับที่สิบ แต่มีคนที่สามารถชักใยเขาได้คนผู้นั้นต้องแข็งแกร่งกว่า หรือว่ามันจะเป็นผู้บ่มเพาะเช่นเดียวกันเรา”
ไตรภพพยายามสันนิษฐานจากข้อมูลที่ได้มานี่เป็นความเป็นไปได้เดียวที่สามารถตอบคำถามของเรื่องราวทั้งหมดได้
‘ต้องรีบหาทางเพิ่มความแข็งแกร่งโดยด่วนแล้ว’