“ท่านพ่อ นี่เป็นเรื่องของตระกูลซ่ง พวกเรามิควรเข้าไปยุ่งเจ้าค่ะ” หานซื่อห้ามปรามโจวหลี่เจิ้งมิให้เขาเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ เฉียวซื่อแต่งงานใหม่มิเกี่ยวข้องกับพวกเขาตระกูลโจวแล้ว
“ข้าเพียงมิชอบท่าทีเริงร่าของเขา มีสะใภ้หมอเทวดายอดเยี่ยมที่ใดกัน หึ เจ้าดูนางอวดดี น่าหมั่นไส้เสียจริง” โจวหลี่เจิ้งบ่นพึมพำครู่หนึ่งแล้วเงยหน้ามองซ่งผิง
“อาผิง ในเมื่อเจ้าจะเจรจาหย่ากับจินฮวา เช่นนั้นก็ให้พวกอาหวาเปลี่ยนกลับมาใช้แซ่โจวเถิด พวกเขาคือเด็กตระกูลโจว ปู่ย่ากับพ่อของพวกเขาก็มิอยู่แล้ว ข้าในฐานะผู้อาวุโสก็ควรจัดการแทน”
“ขอเพียงพวกเด็กๆ เห็นด้วย ข้ามิคัดค้านขอรับ” ทางเลือกอยู่ในมือของลูกบุญธรรม พวกเขามีอิสระจะทำสิ่งใดก็ได้ ซ่งผิงเคารพในการตัดสินใจของพวกเขา
“พี่ใหญ่หลี่เจิ้ง เฉียวซื่อเจรจาหย่ากับอาผิงแล้ว หากพวกอาหวาเปลี่ยนกลับมาแซ่เดิม ท่านจะให้พวกเขาอยู่ตามท้องถนนหรือไม่ขอรับ?” สามีของแม่สื่อโจว มีนามว่าโจวกัง เขากล่าวถึงปัญหาตามสภาพจริง ผลที่ตามมาจากการพยายามเสี้ยมของโจวหลี่เจิ้งร้ายแรงยิ่งนัก เมื่อใดที่แยกกัน สามพี่น้องซ่งหวาจะถูกไล่ออกจากบ้าน มิมีสิทธิ์ในทรัพย์สินของบ้านซ่งอีก ส่วนโจวหลี่เจิ้งที่ออกหน้าแทนโจวต้าซาน จะกล้ารับรองหรือว่าพวกเด็กๆ จะมิหิวโหยอยู่ข้างถนน?
“ท่านอากังมิต้องกังวล แม้ข้าจะมิชอบเฉียวจินฮวา แต่ข้ารักและผูกพันกับพวกเด็กๆ ขอเพียงพวกเขาเต็มใจ ข้ายินดีจะอยู่กับพวกเขาต่อ หรือหากพวกเขาอยากตามไปอยู่กับแม่ของพวกเขา ข้าก็จะให้ทรัพย์สินกับพวกเขาส่วนหนึ่ง มิให้พวกเขาต้องอดอยากขอรับ” ซ่งผิงมิอยากให้ลูกบุญธรรมลำบากใจ จึงให้พวกเขาเลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป
“พี่อาผิงมีมโนธรรมยิ่งนัก พวกเราทุกคนเห็นกับตาว่าเขาดีกับพวกอาหวาเพียงใด พ่อแท้ๆ หลายคนยังทำได้มิดีเท่าเขา ท่านลุงหลี่เจิ้ง ท่านอย่ายุ่งเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ” ชาวบ้านคนอื่นๆ เลื่อมใสในการวางตัวของซ่งผิงยิ่งนัก หากคิดในมุมของพวกเขา พวกเขาคงทำเช่นซ่งผิงมิได้
โจวหลี่เจิ้งถูกพวกชาวบ้านโต้กลับจนหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำ หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงตัดสินใจเรื่องนี้ผู้เดียวได้ แต่ซ่งผิงมิใช่คนตระกูลโจว เขาจึงเข้าไปจัดการบ้านซ่งมิได้
“ท่านพ่อ พวกเรายินดีอยู่กับท่าน พระคุณผู้ให้กำเนิดนั้นสำคัญ แต่พระคุณผู้เลี้ยงดูสำคัญกว่าขอรับ” ซ่งหวาเป็นตัวแทนของพี่น้องออกมาแสดงจุดยืน ว่าพวกเขาจะมิตามไปอยู่กับเฉียวซื่อ
“ท่านพ่อ เห็นแก่หน้าของพี่ชายทั้งสามและพวกหลานๆ ข้าตัดสินใจนำสินสมรสออกมาส่วนหนึ่งให้ท่านแม่เป็นค่าเลี้ยงดูผู้สูงอายุ ถือว่าตอบแทนพระคุณที่ท่านเลี้ยงดูสามีแทนข้า แม้นางจะรังแกสามีของข้าบ่อยๆ และวางยาพิษเขาด้วย แต่อย่างไรนางก็คือแม่เลี้ยงของสามีข้าอยู่ดีเจ้าค่ะ”
“วางยาพิษ?” หญิงชั่วนี่วางยาเฉินเอ๋อร์หรือ?ซ่งผิงตกใจยิ่งนัก เมื่อได้ยินเช่นนี้
“ซย่าจิ่นเซวียน เจ้าพูดจาเหลวไหล แม่ของข้าดีถึงเพียงนี้ นางจะวางยาพี่ห้าได้อย่างไร?เจ้าปั้นน้ำเป็นตัวทั้งนั้น” ซ่งเป่าจูเสียสติอีกหน นางพุ่งเข้ามาจะตีจิ่นเซวียน แต่ถูกซ่งผิงลากกลับไปก่อน
“เฉินเอ๋อร์ เหตุใดเจ้ามิเคยบอกข้า ข้าเกือบจะทำให้เจ้าตายเสียแล้ว ข้ามันเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้จริงๆ” ซ่งผิงเศร้าโศกเสียใจ หญิงชั่วช่างอำมหิตเสียจริง
“ท่านพ่อ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ข้ามิโทษท่านขอรับ ที่นางทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ชีวิตของนางดีขึ้น” ซ่งจื่อเฉินมิตำหนิที่จิ่นเซวียนพูดเรื่องนี้ ขอเพียงสะบัดเฉียวซื่อออกไปได้ เขายอมเสียเงินซื้อความสงบสุข
“ท่านแม่ ท่านอำมหิตยิ่งนัก” ซ่งหวากับสามพี่น้องตกใจยิ่งนัก พวกเขามิเคยคิดเลยว่าแม่ของพวกเขาจะโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้ แม้พวกเขาพี่น้องจะอิจฉาน้องห้า แต่ก็มิเคยคิดฆ่าเขาเลย!
“ข้ามิแก้ตัวว่ามิได้ทำเรื่องพวกนี้ แต่ข้าทำเช่นนั้นมิได้ทำเพื่อพวกเจ้าพี่น้องหรอกหรือ” เฉียวซื่อเห็นสถานการณ์เลวร้ายเกินกว่าจะแก้ไข นางจึงยอมรับเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่เคยกระทำ
เวลานี้นางสนใจเพียงแค่จิ่นเซวียนจะให้เงินนางเท่าใด เมื่อได้เงินแล้ว นางจะออกจากหมู่บ้านสกุลโจวไปใช้ชีวิตอิสระของนางเอง
เวลานี้เงินต่างหากคือความยั่งยืน
“ซย่าจิ่นเซวียน เจ้ามิได้จะตอบแทนบุญคุณของข้าแทนสามีหรือ?ว่ามา เจ้ายินดีให้ข้าเท่าใด?” เฉียวซื่อขอเงินจากจิ่นเซวียนอย่างไร้ยางอาย ก่อให้เกิดความชิงชังจากทุกคน
“เฉียวจินฮวา เจ้ามันหน้ามิอาย ลอบฆ่าลูกของภรรยาคนแรกก็ต้องโทษประหารแล้ว ยังกล้าทำตัวอวดดีเช่นนี้อีก”
“ข้าทำทุกอย่างเพื่อรักษาตระกูลโจวของพวกเจ้า”
“พอได้แล้วขอรับ ท่านทำทุกอย่างเพื่อตนเองทั้งนั้น หากท่านทำเพื่อพวกเราจริง เหตุใดท่านต้องรังแกอาเหมย ท่านแม่ หากปีนั้นท่านมิได้พบกับท่านพ่อ ท่านคงทิ้งพวกเราพี่น้องไว้และหนีไปนานแล้ว” ซ่งหงตำหนิแม่ของตนเองอย่างมิพอใจ ท่านแม่มิเคยชอบพวกเขาเลย คราที่ท่านพ่อยังอยู่ นางมักจะด่าเขาว่าไอ้คนจน ให้ชีวิตดีๆ กับนางมิได้
หลังท่านพ่อจากไป นางยังคิดจะทิ้งพวกเขาสี่พี่น้องเอาไว้ หากมิใช่เพราะพ่อเลี้ยงย้ายมาตั้งรกรากในหมู่บ้านสกุลโจว นางคงหนีไปนานแล้ว
เพื่อเข้าใกล้พ่อเลี้ยง นางมิลังเลที่จะหลอกใช้ความใจดีของพ่อเลี้ยง ให้เขาเก็บพวกเรามาดูแล เวลานั้นพวกเราเองก็ไร้ทางเลือก ถึงได้เข้าไปอยู่รบกวนในบ้านของพ่อเลี้ยง
หลังจากที่พวกเขาโตขึ้น พวกเขาต้องใช้เงินสู่ขอภรรยา มิใช่พ่อเลี้ยงหรอกหรือที่เป็นผู้ออกให้
ท่านแม่เก็บเงินทุกอีแปะเอาไว้ที่ตนเองหมด มีหนหนึ่ง อาเหมยมิสบายและพ่อเลี้ยงมิอยู่บ้าน ท่านแม่มิเรียกหมอให้อาเหมยด้วยซ้ำ เป็นเขาที่เอาเงินส่วนตัวจ่ายค่ายาให้อาเหมย
“เฉียวจินฮวา ข้าจะให้เงินเจ้าส่วนหนึ่ง แต่ข้ามีเงื่อนไข” ซ่งผิงอยากให้เฉียวซื่อตัดความสัมพันธ์กับซ่งเป่าจู ป้องกันมิให้เฉียวซื่อก่อเรื่องอีก
“ว่ามา เงื่อนไขของท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ?” เฉียวซื่อถามอย่างใจเย็น
“เงื่อนไขของข้าคือเจ้าต้องตัดความสัมพันธ์แม่ลูกกับเป่าจู จากนี้ห้ามใช้ฐานะแม่มาก่อเรื่องในบ้านซ่งอีก”
“อย่าว่าแต่ตัดความสัมพันธ์กับเป่าจูเลย กับพวกอาหวาข้าก็เต็มใจตัดความสัมพันธ์ด้วย ว่ามาท่านจะให้เงินข้าเท่าใด” เฉียวซื่อเห็นแก่ตัวยิ่งนัก นางรู้ว่าหากนางเลี้ยงเป่าจูเช่นนั้น เป่าจูจะเสียคน แต่เพื่อตนเองแล้ว นางจึงมิสนใจ
“ท่านแม่ ท่านมิต้องการข้าหรือเจ้าคะ?” เมื่อได้ยินเฉียวซื่อพูดเช่นนี้ ซ่งเป่าจูก็รู้สึกเสียใจ
“เป่าจู แม่ของเจ้ามิเคยรักผู้ใด นางรักเพียงตนเอง นางสอนเจ้าเช่นนั้นก็เพื่อทรัพย์สมบัติของบ้านซ่ง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่านางรักเจ้า?”
“พ่อแม่ที่รักลูกย่อมมิคิดผลได้ผลเสีย เป่าจู เซวียนเซวียนพูดถูก แม่ของเจ้ามิเคยรักเจ้าเลย” ซ่งจื่อเฉินเตือนซ่งเป่าจูให้ทำตัวดีๆ
“พวกเจ้าพูดให้มันน้อยๆ หน่อยแล้วรีบเอาเงินมาให้ข้า ข้าจะได้ไปสักที” เฉียวซื่อพูดขัดซ่งจื่อเฉินด้วยเสียงแหลมๆ ของนาง
“เหตุใดเจ้าถึงรีบร้อนเช่นนี้ ข้ายังมิได้ให้หนังสือยินดีหย่า เจ้าก็จะรีบไปเสียแล้ว หากเจ้ารีบ เช่นนั้นข้าก็มิถือสาที่จะให้หนังสือบังคับหย่ากับเจ้า”
ซ่งผิงนึกเสียใจ สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดที่เขาทำคือการแต่งงานกับเฉียวซื่อ มันคือตราบาปทั้งชีวิตของเขา
เฉียวซื่อโลภยิ่งนัก “ข้าต้องการเงินสามร้อยตำลึง เพียงแค่พวกเจ้าให้เงินข้าสามร้อยตำลึง ข้าจะตัดความสัมพันธ์กับพวกเป่าจูทันที”
“เฉียวจินฮวา เจ้ายังกล้าเสนอจำนวนเงินอีกหรือ ต่อให้อาผิงจะมิให้เจ้าสักอีแปะเดียว เจ้าก็ทำสิ่งใดมิได้” แม่สื่อโจวตกตะลึงกับความไร้ยางอายของเฉียวซื่อ นางอยู่มาหลายสิบปีมิเคยพบคนหน้ามิอายเช่นนี้มาก่อน