“ฉันไม่กิน!”
ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยหวานเขม็ง ขณะที่ปากพูดปฏิเสธเสียงแข็ง เด็ดขาดผสมกับความเด็ดเดี่ยวอยู่ในตัว ที่ไม่ยอมกินยาที่เตชินียื่นมาตรงหน้า
“ไม่กินแล้วพี่จะหายได้ยังไง กินยาเถอะนะ จะได้หายไง”
“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่ใช่พี่เธอ”
“เฮื่ออออออ......”
เตชินียังคงใจเย็น พูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่นั่นกลับถูกจิรกิตติ์ตวาดกลับมาอย่างไร้เยื่อขาดใย เตชินีทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นหยุดนิ่งมองสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบนิ่งอยู่สักพัก
“คุณกิตติ์กินยาเถอะนะคะ หากคุณไม่กินยาคุณจะไม่หายนะ หากคุณไม่หายคุณจะคอยจับผิดนีได้ยังไง”
“เตชินี! เธอคิดจะเป็เหมือนพี่สาวเธออย่างงั้นเหรอ ห๊ะ!”
“จะเป็เหมือนไม่เหมือนไม่รู้ หากอยากรู้ก็กินยาซะสิ”
จิรกิตติ์ตะคอกใส่หน้าเตชินีด้วยอารมณ์เดือดดาล เมื่อคิดไปถึงขั้นว่าสุดท้ายแล้วเตชินีก็จะเป็อย่างพี่สาว ที่คอยแต่จะมาหลอกคอยแต่จะหวังกอบโกยอย่างเดียว จนที่สุดก็หนีตามผู้ชายที่เห็นว่ารวยกว่าจิรกิตติ์ไป
หนีไปกับผู้ชายก็ว่าหนักเกินพออยู่แล้ว ยังทำปัญหาเอาไว้ให้จิรกิตติ์คอยแก้ด้วยนี่สิ ไม่พอยังทำให้จิรกิตติ์เป็แบบนี้ ก็เพราะผู้หญิงที่จิรกิตติ์รักมากคนนั้นนั่นแหละ จิรกิตติ์จึงทั้งเจ็บทั้งแค้นลามเป็ถึงผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น้องสาวของผู้หญิงคนนั้นด้วย ซึ่งก็คือเตชินี ที่อยู่ตรงหน้าคนนี้แหละ
“.........”
จิรกิตติ์จ้องมองราวกับจะกินเืกินเนื้อคนตรงหน้า แต่หญิงสาวตัวเล็กหาได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดไม่ เธอยังคงจ้องมองสบตากับดวงตาคมกริบนิ่ง จนกระทั่งจิรกิตติ์ยื่นมือมาหยิบยาอย่างกระแทกกระทั้น เอาเข้าปากแล้วตามด้วยการกระดกน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
“ฉันขอบอกเธอเลยนะ ถ้าเธอคิดไม่ซื่อเหมือนอย่างพี่สาวของเธอ ฉันจะจับเธอหักคอแน่”
“หากจะจับนีหักคอ ก็รักษาตัวเองให้หาย เพราะถ้าไม่หายคุณคงทำอะไรนีไม่ได้อย่างที่อยากจะทำ”
“เตชินี”
จิรกิตติ์เข็นเคี้ยวพูดหลังจากกินยาเรียบร้อย ขณะพูดดวงตาคมกริบลุกวาวโรจน์ด้วยอารมณ์พุ่งสูง แต่ไม่ได้ทำให้เตชินีหวาดกลัวไปกับคำพูดนั้นแต่อย่างใด เธอกลับยกยิ้ม ปากบางจิ้มลิ้มพูดท้าทายซะอย่างงั้น
เตชินีพูดจบก็หยิบถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้อง โดยไม่หันหลังกลับไปมองคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน เพราะรู้ว่าเขาต้องมองตามหลังแน่ และหากทำได้เขาก็คงจะโดดตะครุบกัดเธอจนพรุนไปแล้ว
“เฮื่ออออออ......”
แต่พอเตชินีเดินออกมาจากห้องและปิดประตูตามหลังเรียบร้อย ดวงตากลมโตคู่สวยถึงกับเปลี่ยนเป็หม่นเศร้าผสมกับความสงสาร เห็นใจระคนเสียใจ แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ
เตชินีหวนคิดถึงวันวานอันหวานชื่น ระหว่างจิรกิตติ์กับญาณุสา ที่เธอได้เห็นว่าจิรกิตติ์นั้นรัก คอยทะนุถนอมญาณุสามากมายขนาดไหน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องจบลงด้วยความบาดหมาง จงเกลียดจงชัง เพราะความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสุขสบายของญาณุสา
“พี่สา ทำไมนะทำไม พี่ถึงทำร้ายคนที่เขารักพี่ได้ลงคอขนาดนี้ได้ ทำไมพี่ไม่สงสารเขาบ้างเลย”
เตชินีพร่ำพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ อย่างไม่ใคร่จะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็พี่สาว ถึงแม้ตามจริง ญาณุสาจะไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของเธอก็ตาม
ด้วยความที่เตชินีเป็เด็กกำพร้า ที่ลุงกับป้าเมตตาอุ้มชูเลี้ยงดูมาั้แ่เล็ก ทั้งญาณุสาก็รักเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ เตชินีจึงรักลุงกับป้าเหมือนเป็พ่อกับแม่ และรักญาณุสาเหมือนพี่สาวแท้ๆด้วยเช่นกัน
“.........”
เตชินีหยุดการก้าวเดิน หันหลังกลับไปมองประตูห้องนอนของจิรกิตติ์นิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ด้วยความรู้สึกหลากหลาย จึงมุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่ ว่าจะอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรต่อมิอะไร เธอก็จะไม่มีวันไปจากจิรกิตติ์โดยเด็ดขาด
๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗
ทำไมพี่กิตติ์ดื้อไม่ฟังอะไรเลยอย่างนี้ ฟังกันบ้างสิ...... คิคิคิ ถ้ายังไงฝากติดตามอ่านเื่นี้ด้วยนะคะ เื่นี้สนุก ดราม่า รักหวานซึ้ง ซึ่งจะบอกว่ามีครบรสแน่นอนค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^_^