“ฝ่าา ไม่ทรงเสด็จไปตำหนักบุพผา์หรือเพฮะ! ”หลิวกงกงเอ่ยถามขึ้นเมื่อร่างสูงสง่าย่างกายออกจากหอเคียงอักษร มุ่งหน้าตรงสู่ตำหนัก หยกบูรพาที่พำนักส่วนพระองค์
“ไม่”
“เหตุใดฝ่าา..!”
“ข้าอยากพักผ่อน ”
“เพฮะ ”เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้แล้วหลิวกงกงจึงทำได้เพียงแอบรอบยิ้มแล้วเร่งสาวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างให้ทันมุงกลับยังตำหนักหยกบูรพา
ตำหนักเหลียนฮวา
[...วันนี้ข้าที่ถูกฝ่าาร่วงเกินเป็ครั้งที่สอง ข้าไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ฝ่าากระทำต่อตัวข้า คงอยากหยามเกียรติข้า เกียรติที่ข้าแทบจะไม่มีั้แ่แรกเกิด ข้าไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับข้า แต่ดวงใจของข้าเต้นเสียแรงราวกับจะหลุดออกจากอก... ]
บันทึกสือซาน...
ร่างแบบบางยกปลายนิ้วเกลี่ยวนบนริมฝีปากที่บวมช้ำของตนเบาๆ จิตใจว้าวุ่นจนข่มตานอนไม่หลับ นอนกระสับกระส่ายกลิ้งไปมาบนเตียงนุ่ม กลิ่นกำยานที่หอมอ่อนๆไม่ได้ทำให้ตนผ่อนคลายจนหลับตาลงได้เลยสักนิด
“ความรู้สึกเช่นนี้คือสิ่งใดกัน เหตุใดข้าจึงว้าวุ่นใจเช่นนี้ พรุ่งนี้ข้าจะสู้หน้าฝ่าาได้เช่นไรกัน”
“เฮ่อ ...”
หอเคียงอักษร
....เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หอเคียงอักษร
“ บ่ายแก่แล้ว เห็นท่าวันนี้ฝ่าาคงไม่มาที่หอเคียงอักษรแล้วกระมัง”
ดวงตาคู่งาม ไล่สายตามองไปโดยรอบให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดเข้ามายังหอเคียงอักษร จึงทอดสายตามองไล่ไปตามชั้นตำราฝ่ามือเรียวค่อยไปแตะััไปเรื่อยๆ บนตำราทุกเล่มที่อยู่ชั้นบนสุดของหอเคียงอักษร บาง่บางตอนยกย้ายตำราออกควานหาบางสิ่งด้านผนังแล้วจึงวางตำราไว้เช่นดั่งเดิม
“เ้าทำกำลังทำสิ่งใด!”
“ห๊ะ !”ร่างแบบบางสะดุ้งสุดตัวรับหันหน้ากลับไปยังตนเสียงด้านหลัง
“ข้า กำลังจัดเก็บตำราเข้าที่ ”
“เ้าเป็ใคร”
“ข้าชื่อสือซาน”
“สือซาน ...องค์ชายสิบสาบสินะ”
“ข้าอ๋องเจ็ด เติงลี่จวิ้นยินดีที่ได้พบองค์ชายสิบสาม
“คารวะท่านอ๋องเจ็ด พ่ะย่ะค่ะ”
“เห็นผู้คนต่างเื่ลือเสียทั่วทั้งวังหลวง ว่าองค์สิบสามช่างงดงาม นับเป็บุญตาที่ข้าได้ยลความงามนี่ด้วยสายตาตนเอง”
“ฮ่าฮ่า นับว่าโชคดีแล้ว ที่ข้านึกอยากมาหอเคียงอักษร”
“จุจุจุ!” สายตาเ้าเหล่ เหล่มองร่างกายแบบบางเหมือนดั่งจะแทะโลม เพ่งมองดั่งจะให้ทะลุชุดอาภรณ์ที่สวมใส่ติดกายอยู่
“เหตุใดองค์ชายสิบสาม ถึงสวมชุดอาภรณ์เรียบง่ายดั่งสามัญชนเช่นนี้ เห็นที่ฝ่าาคงมิได้ใส่ใจเ้าเท่าใดนัก”
“ใบหน้างดงามดูแบบบางเช่นนี้ เหตุเสด็จพี่ถึงได้ใช้เ้าทำงานหนัก ”
หมับ !ฝ่ามือใหญ่คว้าจับฝ่ามือเรียวของร่างแบบบางโดยที่เ้าตัวไม่ได้อนุญาต
“อ่ะ ท่านอ๋องเจ็ด ได้โปรดปล่อยมือข้า!”
“ดูสิมือนุ่มนิ่มเช่นนี้ ควรนั่งนอนสบายเสียมากกว่า หากเ้ายินยอมเป็ของข้า ข้าจะทูลขอเสด็จพี่ รับเ้าเข้าตำหนัก เ้าจะได้ไม่ต้องรำบากอยู่อย่างเชลยเช่นนี้ดีหรือไม่ ”
ปล่อยข้า ท่านอย่ากล่าวเหลวไหล ข้าหาได้ชื่นชอบบุรุษ ข้าหาได้ชื่นชอบในตัวท่านไม่
ปล่อยข้า ปล่อยข้านะ
“ดื้อรั้นเช่นนี้สิ ข้าชอบนัก สือซานคนดี ยอมเป็ของข้าเ้าจะได้ทุกสิ่งอย่างที่เ้า้า เป็ของข้าเถิดนะคนงาม”
“ไม่! ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”
“หากร้องอีกข้าจะตัดลิ้นเ้า จงเงียบเดี๋ยวนี้”
“อย่า ปล่อยข้า”
อ๋องเจ็ดเติ้งลี่จวินพยามดึงรั้งแขนเรียวให้เข้าสู่อ้อมกอดตน สามนี้อยู่บนหอชั้นสาม จึงยากนัก ที่จะให้ทหารยามเฝ้าหน้าประตูชั้นล่างจะได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
พลั่ก!
“อ่ะ! ”ล่างแบบบางถูกพลักให้ล้มลงกับพื้น ก่อนที่ร่างกายที่ใหญ่กว่าจะนั่งคร่อม ก้มใบหน้าลง พยามจะซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอขาว ใกล้จนได้กลิ่นสุราคละคลุ้งจนแสบจมูก ร่างแบบบางทั้งพลักทั้งดันให้พ้นจากััน่ารังเกียจเช่นนี้
“ปล่อย ปล่อยข้า ช่วยด้วย ฝ่าาช่วยข้าด้วย”
“ออกไป...”
เฟี้ยว....เสียงวาดปลายดาบลงมาวางบนบ่าของอ๋องเจ็ดเติงลี่จวิ้น จนผู้ที่กำลังกระทำชั่วช้า หยุดชะงักงัน
“อึก...ฝ่าา!”
“จะออกไป หรือจะให้ข้าตัดคอเ้าเติงลี่จวิ้น”
“ฝ่าา ทรงพระทัยเย็นน่า ข้าแค่หยอกล้อ องค์ชายสิบสามเล่นเพียงเท่านั้น”
“เก็บดาบท่านลงก่อนเถิดเสด็จพี่ ”
“ออกไป อย่าให้ข้าเห็นว่าเ้าเขามาในหอเคียงอักษรอีก ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“ข้าไป ข้าไป เราก็ร่วมบิดาเดียวกัน อย่าใจร้ายกับข้านักเลยน่า แค่เชลยศึกไร้ค่ามีอะไรต้องหวงกัน ท่านไม่้า มอบให้ข้าก็ได้นี่นา ”
“จริงหรือไม่สือซานเอ๋อร์ ฮ่าฮ่า”
ฉับ ! ปลายดาบฟันฉับลงบนชุดอาภรณ์เนื้อดีของอ๋องเติ้งลี่จวิ้นจนขาดเป็แนวยาวพร้อมกันกับ อ๋องเติ้งลี่จวินเผ่นแนบลงจากหอเคียงอักษรไป
“อ๊ากกก ฝ่าา ไปแล้วข้าไปแล้ว !”
“เ้าเป็อันใดหรือไม่ ”
“ไม่ พ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ลุกขึ้น”
“ฝ่าา ..”
“ฮึก ฮือ...”
“เ้าร้องไห้จะทำไมกัน”
“ข้ากลัว...”
ร่างสูงสง่าถอนหายใจออกมา ก่อนทรุดกายนั่งลงข้างร่างแบบบางที่เริ่มร้องไห้ จนหยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียน
สวบ ...
“ฮือ...ฮือ”
ร่างสูงสง่าของหยางอวิ๋นซี รวบร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน ใบหน้างามซบลงกับแผงอกกว้างสะอื้นไห้จนน้ำตาเปียกชุ่มชุดอาภรณ์เนื้อดี
ฝ่ามือใหญ่เรียวยกขึ้นลูบศีรษะเล็กแ่เบาเป็เชิงปลอบขวัญ จนพักใหญ่ร่างแบบบางถึงได้สงบลงแต่ยังคงนั่งซบแผงอกกว้างของร่างสูงสง่าอยูเช่นเดิม
“จวนใกล้ค่ำแล้ว กลับตำหนักเหลียนฮวาเถิดข้าจะไปส่งเ้า”
ร่างสูงสง่าประคองร่างแบบบางให้ลุกขึ้น ก่อนเดินลงจากหอเคียงอักษร ตรงกลับไปยังตำหนักเหลียนฮวา
“ซีเกอ ข้าคิดถึงท่านมาก ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมาข้าเฝ้ารอที่จะได้พบเจอท่าน”
“ท่านลืมสัญญาระหว่างเราแล้วหรือ”
“สัญญาเป็เพียงลมปากเ้าจะยึดถือสิ่งใด!”
“ก็เช่นเว่ยเฉินบิดเ้าไร้ซึ่งสัจจะ ทำกับข้าทำกับแผ่นดินลั่วหยาง!”
“ซีเกอ ข้าหาได้อยากให้เื่ราวเป็เช่นนี้ไม่ ท่านอย่าโกรธอย่าเกลียดข้าเลยนะ ข้ามีเพียงแค่ท่านที่ดีกับข้า”
“กลับเข้าตำหนักไปซะ !”กล่าวจบร่างสูงสง่าก็หันหลังก้าวเดินจากไป ทิ้งให้ร่างแบบบางเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างจบลับตา
....
“ซีเกอ ซีเกอ ท่านมาแล้ว ข้าคิดถึงท่านที่สุดเลย”
“หือ ไม่ได้เจอเ้าเพียงสองปีเหตุใดถึงได้ผ่ายผอมลงเช่นนี้เล่า หิวหรือไม่ หรือที่ตำหนักมีอาหารไม่เพียงพอ ”
“เปล่าเสียหน่อย ข้าไม่ได้หิว ”
“แต่ เ้าสูงขึ้นนี่ ”
“ก็ข้าโตแล้ว จินเสียงบอกว่าข้ากำลังจะโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ”
“ปีนี้เ้าน่าจะมีอายุเพียงสิบขวบปีจะเป็ผู้ใหญ่ได้เช่นไรกัน เ้าแก้มซาลาเปา”
“ข้าไม่ได้แก้มซาลาเปาเสียหน่อย แล้วข้าก็โตแล้วด้วย จินเสียงบอกว่าห้ามให้ผู้ใดมาแตะต้องร่างกาย ”
“ฮ่าฮ่า เป็ผู้ใหญ่ก็เป็ผู้ใหญ่ ”
“เช่นนั้นข้าเป็ผู้ใหญ่แล้ว ท่านก็พาข้าไปชมสระเหลียนฮวาที่ลั่วหยางได้แล้วสินะ หรือว่าท่านลืมมันไปแล้ว”
“ข้าจะลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเ้าได้เช่นไรเด็กโง่”
“ถ้าเช่นนั้นปีนี้ข้าจะได้ไปลั่วหยางกับท่านใช่หรือไม่”
”ยังไม่ได้”
“ทำไมเล่าท่านจะผิดสัญญากับข้าหรือ”
“อีกสองปีข้าจะพาเข้าไป ให้เ้าเป็ผู้ใหญ่กว่าอีกสักหน่อย”
“ข้าโตแล้ว! ข้าอยากไปปีนี้นี่นา”
“อีกสองปีถ้าเสด็จพ่อเ้าอนุญาต ข้าจะพาไป ”
“เช่นนั้นอีกสองปีก็ได้ ซีเกอของข้าใจดีที่สุดเลย”
แผ่นดินลั่วหยางและแคว้นฟู่ฉี ดูเป็มิตรที่ดีต่อกัน กษัตริย์ลั่วหยางฮองเฮาและองค์ไท่จื่อหยางอวิ๋นซีจะถูกเชิญมางานเลี้ยงเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีร่วมกันของทุกแคว้นและแผ่นดินน้อยใหญ่
จนเวลาดำเนินผ่านพ้นไปอีกสองปีเศษ งานเลี้ยงรับรองได้ถูกจัดขึ้นเฉกเช่นทุกปี โดยมีองค์ไท่จื่อหยางอวิ๋นซีติดตามมาด้วยเช่นปีที่ผ่านมา
“ซีเกอ.....ข้าอยู่นี่!”
“หือ !สือซานเอ๋อร์หรอกหรือ ซีเกอจำเ้าแทบไม่ได้ ”
“ก็ข้าโตแล้ว จินเสียงบอกข้าโตแล้ว ข้าโตพอจะไปลั่วหยางกับท่านแล้ว”
“ฮ่าฮ่า เพียงพบหน้าเ้าก็เอ่ยแต่จะไปลั่วหยาง คิดถึงข้าหรืออยากเพียงไปเที่ยวเล่นกันแน่!”
“ก็ท่านสัญญาแล้วนี่ ว่าตะพาข้าไปในอีกสองปี นี่ก็ครบสองปีแล้ว ข้าสิบสองหนาวแล้ว โตพอจะไปลั่วหยางกับท่านได้แล้ว”
“ถ้าหากเสด็จพ่อเ้าทรงอนุญาต ข้าก็จะทำตามสัญญา แต่ตอนนี้ถ้าจะพาเ้าไปที่หนึ่งก่อน อยากไปหรือไม่”
“ไปข้าอยากไป ถ้าไม่มีซีเกอพาข้าไป ข้าก็ไม่เคยได้ไปทีใด”
ร่างสูงโปร่งขององค์ไท่จื่อหยางอวิ๋นซีในวัยสิบแปดชันษา ยกร่างองค์ชายน้อยที่ตอนนี้เติบโตขึ้นมากรูปร่างเพรียวบางใบหน้าหมดจดดั่งองค์หญิงน้อยก็มิปาน หมดเค้าโครงร่างองค์ชายน้อยแก้มซาลาเปาดั่งเมื่อสี่ปีก่อนโดนสิ้น
สองร่างนั่งอยู่บนอาชาตัวใหญ่ควบขี่ออกจากเขตวังหลวงไปออกไปตามเส้นทางทอดยาวลัดเลาะทิวป่าเขาเข้าสู่เส้นทางผาน้ำตก
“สวยหรือไม่ซานเอ๋อร์”
“โห! ข้าไม่เคยเห็นน้ำตกของจริงเช่นนี้มาก่อน ข้าเห็นแต่ในภาพวาด ของจริงสวยงามเลยซีเกอ ”
ร่างสูงโปร่งกระโจนลงจากมา พร้อมทั่งรับร่างองค์ชายน้อยสือซานลงจากหลังอาชา ร่างองค์น้อยวิ่งเล่นไปทั่วลานหินผาใต้น้ำตกสนุกสนานอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ระวังด้วยซานเอ๋อร์ อย่าเอาแต่วิ่งซุกซน พื้นหินมันลื่นนัก”
“ข้ารู้แล้วน่าซีเกอ ”
“อ่ะ !”
พรืด.....
“สือซานระวัง!”
#ข้าเป็เชลยศึกของฝ่าา