หะ… ห้าววว ~
แคร๊ก แคร่ก แกร๊ก ๆ
เสียงหาวหวอด ๆสลับกับเสียงเกาแขนแกรก ๆ ดังติดต่อกันเป็ระยะ ๆไม่นานนักแสงแดดยามเช้าตรู่ก็สาดส่องผ่านรอยแยกของผนังห้องเก็บฟืนเข้ามากระทบบนเปลืองตาบอบบางของวั่งเหวินกระทั่งเ้าเด็กน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่พลันรู้สึกตัวตื่น
วั่งเหวินกะพริบตาปริบๆ เพื่อให้ม่านตาปรับแสงได้ดี จากนั้นยกมือเล็กนุ่มนิ่มขึ้นมาขยี้ตาซ้ำ ๆก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วมองสำรวจร่างกายตนเอง สลับกับมองสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วขับเสียงพูดแ่เบาติดร้ายกาจออกมาว่า…
“เหอะ…นี่นะหรือโลกมนุษย์?”
เนื่องจากพุงอ้วนกลมของตนเองเอาแต่ร้องโครมครามไม่หยุดไม่หย่อนวั่งเหวินจึงต้องใช้นิ้วมือนุ่มนิ่มเลิกชายเสื้อขึ้นสูงแล้วใช้ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งตบพุงตนเองเน้น ๆ จนเกิดเสียงดัง 'เพี๊ยะ' หวังกำราบให้มันเลิกส่งเสียงร้องโวยวายน่ารำคาญเสียทีแต่ดูเหมือนว่านอกจากจะไม่อาจทำให้เสียงท้องร้องสงบลงได้ แรงมือเล็ก ๆ นั่นยังทำให้เ้าตัวรู้สึกได้ถึงความเ็ปสายหนึ่งอีกด้วย
“อะไรกัน!!ข้าเป็ถึงจอมมารน้อย! แค่ฝ่ามือเดียวก็แทบต้านไม่ไหวแล้วงั้นหรือ?”
วั่งเหวินบ่นงึมงำเสียงแ่ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นอย่างหัวเสีย เมื่อจู่ ๆ ความทรงจำของวั่งเหวินตัวจริงก็ดันผุดขึ้นมาในหัวนี่ทำให้จอมมารน้อยในร่างของวั่งเหวินได้รู้ว่า หลังจากวั่งเหวินร้องไห้จนหมดสติไปจากนั้นราว ๆ หนึ่งชั่วยามเด็กน้อยผู้น่าสงสารก็นอนหนาวจับไข้ทั้งคืนสุดท้ายก็สิ้นใจตายไปเฉย ๆ พอวั่งเหวินผู้น่าสงสารสิ้นใจตายไปแล้วดวงจิตของจอมมารน้อยผู้มีนามว่า ‘ตันเจี๋ย’ ก็เข้ามาแทนที่ในทันที
น่าแปลกนักที่พอตันเจี๋ยเข้ามาอยู่ในร่างนี้ร่องรอยฟกช้ำดำเขียวบนตัววั่งเหวินก็หายไปเสียสิ้นนอกจากนี้อาการปวดเนื้อปวดตัวเพราะถูกทุบตีก็หายไปด้วยเช่นกันและที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ! จอมมารน้อยตันเจี๋ยในตอนนี้ได้กลายเป็ปุถุชนคนธรรมดาไร้ซึ่งพลังอำนาจ ไร้อิทธิฤทธิ์ ไร้มนตราวิเศษเรียกได้ว่าไร้เงาของการเป็จอมมารน้อยไปโดยสิ้นเชิง
“ให้ข้าลงมาชดใช้ความผิดในโลกมนุษย์ข้าพอเข้าใจได้ แต่เหตุใดถึงต้องให้ข้ามาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้ด้วยเนี่ยชะตาชีวิตของนางมันช่างอาภัพสิ้นดี แล้วไหนยังมาลิดรอนอิทธิฤทธิ์ของข้าอีก!ท่านอาหนอท่านอา ท่านคิดจะกลั่นแกล้งข้างั้นรึ ฝันไปเถอะ!ข้าตันเจี๋ยจะใช้ชีวิตในร่างนี้ให้สุขหรรษาจนท่านต้องนั่งกุมขมับเลยคอยดู!”
เมื่อสิ้นเสียงด่าทอต่อว่าบานประตูที่ถูกปิดทึบอย่างแ่าก็ถูกเปิดจากด้านนอก เป็หยวนซู่ถงกับเมิ่งอวี้ซินที่เข้ามาเยือนแต่เช้าตรู่หน้าตาของสองแม่ลูกนั่นดูอิ่มเอิบสุขใจ คาดว่าคงนอนฝันหวานมาทั้งคืนแล้วสินะว่าจะใช้เงินค่าตัวของวั่งเหวินไปกับอะไรบ้าง
แต่ทว่าสองแม่ลูกตัวร้ายอะไรนั่นกลับไม่รู้เอาเสียเลย ว่าวั่งเหวินคนเก่าได้ตายจากไปแล้ว ที่เห็นอยู่นี้เป็จอมมารน้อยตันเจี๋ยต่างหากเล่าเพราะฉะนั้นเตรียมตัวรับมือกับความบรรลัยได้เลย!
“กินซะ!ไว้เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วยาม คนของโรงทาสก็จะมาพาตัวเ้าไป ถือซะว่านี่เป็น้ำใจเล็กๆ น้อย ๆ จากพวกข้าสองแม่ลูกก็แล้วกัน!” หยวนซู่ถงเป็คนพูดส่วนเมิ่งอวี้ซินเป็คนนำชามข้าวต้มไปวางไว้ข้างกายตันเจี๋ยซึ่งขณะนี้กำลังนั่งขบฟันกรอดๆ อยู่บนพื้นฟางแห้ง ๆ ด้วยสีหน้าบูดบึ้งถมึงทึง
ตันเจี๋ยเหลือบมองข้าวต้มในชามก็เกิดอาการโกรธขึ้งหนักยิ่งกว่าเก่า สองแม่ลูกจัญไรนี่ ชักจะมากเกินไปแล้วนะเอาของเส็งเคร็งนี่มาให้กิน ยังจะมีหน้ามาบอกว่านี่คือ 'น้ำใจ' อีกงั้นหรือ ตันเจี๋ยจะไม่ว่าอะไรเลยหากข้าวต้มในชามคือข้าวต้มจริง ๆ แต่นี่เม็ดข้าวที่ลอยอยู่ในน้ำใส ๆนั่นแทบนับเม็ดได้ จะเรียกว่าข้าวต้มได้อย่างไรกัน!
“เหอะ!วิญาณข้าวต้มชามนี้ พวกเ้าสองแม่ลูกเก็บไว้กินเองเถอะ ข้าเป็ถึงบุตรสาวของจอมมารไหนเลยจะลดตัวลงไปกินของชั้นต่ำพวกนี้ของเ้า”
จอมมารน้อยในร่างของวั่งเหวินเอ่ยอย่างโอหังก่อนจะลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงพลางใช้สองมือเล็กไพล่หลังในท่าทางสุดเย่อหยิ่งแล้วเดินผ่านหน้าสองแม่ลูกออกไปจากห้องเก็บฟืนอย่างหน้าตาเฉย
ที่ตันเจี๋ยก้าวเท้าออกมาข้างนอกได้ง่ายดายปานนี้ก็เพราะสองแม่ลูกตัวร้ายนั่นมัวแต่ยืนอึ้งงันไปชั่วขณะ ไม่คิดไม่ฝัน...ว่านังเด็กเหลือขอคนนี้มันจะกล้าพูดจาอวดดีขนาดนี้ใส่พวกนางสองแม่ลูกแต่เดิมมันชอบเล่นบทคนเ้าน้ำตามิใช่หรือ ไยตอนนี้ถึงได้ดูผิดแผกแปลกไป ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน
“บุตรสาวของจอมมารบ้าบออะไรกัน!!นังเด็กเหลือขอ กล้าดีอย่างไรมาพูดจาเช่นนี้ใส่ข้ากับท่านแม่ที่เ้ามีชีวิตอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ล้วนต้องขอบคุณข้ากับท่านแม่ถึงจะถูก”เป็เมิ่งอวี้ซินที่เข้าไปจิกทึ้งดึงผมตันเจี๋ยจากด้านหลัง พร้อมกับด่าทอกรอกหูฉอดๆ
“ปล่อยมือออกจากหัวของข้าเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้น! อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
ในตอนแรกตันเจี๋ยพยายามเพิกเฉยไม่ถือสาต่อพฤติกรรมร้ายกาจของพวกนางสองแม่ลูกนั่นก็เพราะตันเจี๋ยตระหนักว่าตนเองไม่ได้มีมนตราวิเศษติดตัวด้วยเหตุนี้ตันเจี๋ยจึงพยายามหลีกเลี่ยงการวิวาทแต่แล้วสองแม่ลูกคู่นี้ดันกัดไม่ยอมปล่อย ดู ๆแล้วก็เหมือนหมาบ้าสองตัวอย่างไรอย่างนั้น
“อะฮ่าา!!หากข้าไม่ปล่อยมือ แล้วเด็กเมื่อวานซืนเช่นเ้าจะทำอะไรข้างั้นรึ”
เมิ่งอวี้ซินหัวเราะเย้ยหยันพลางเอ่ยท้าทายต่างจากเด็กหญิงวัยห้าขวบที่ไม่ได้พูดอะไรสวนกลับไปเลยแม้แต่คำเดียวแต่ทว่านางเลือกกระทุ้งข้อศอกแรง ๆให้ไปกระแทกเข้ากับหน้าขาของเมิ่งอวี้ซินโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าทำเอาฝ่ายตรงข้ามจำต้องรีบคลายฝ่ามือเหนียวหนึบออกจากยวงผมของตันเจี๋ยกะทันหัน
หยวนซู่ถงผู้เป็แม่เมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวถูกรังแกทั้งเห็นว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังอ้าปากร้องโอดโอยขอความช่วยเหลือทำราวกับโดนของมีคมทิ่มแทงเสียกระนั้นมนุษย์ป้าตัวร้ายก็เร่งร้อนเข้ามาโอ๋ลูกสาวอย่างทันควันด้านตันเจี๋ยเองเมื่อถูกกระตุ้นให้ลงมือแล้ว ก็ใช่ว่าจะรามือง่าย ๆนางอาศัยจังหวะนี้วิ่งปรูดเข้าไปชนหน้าขาของสองแม่ลูกเข้าอย่างจังกระทั่งหยวนซู่ถงกับเมิ่งอวี้ซินเสียการทรงตัวจากนั้นก็หงายหลังเทิ้มลงไปนอนกองบนพื้นทั้งแม่ทั้งลูกอย่างช่วยไม่ได้
'เหอะ ๆภาพนี้มันช่างคุ้นตาเสียจริง เป็อย่างไรบ้างเล่า รสชาติของการถูกรังแกมันดีหรือไม่?'
แต่... แต่...แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไปเชียวล่ะ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็จอมมารน้อยตัวป่วนเสียอย่างมีหรือที่ตันเจี๋ยจะยอมรามือง่าย ๆ หากไม่สาแก่ใจ นางย่อมไม่หยุดอยู่แค่นั้นแน่อย่างไรเสียสองแม่ลูกนั่นก็ต้องได้รับบทเรียนราคาแพง!
เอาล่ะ... เพียงชั่วพริบตาเดียวร่างอ้วนกลมของเด็กหญิงวัยห้าขวบก็วิ่งปรูดไปคว้าไม้ท่อนหนึ่งเอาไว้ในมือจากนั้นจับฟาดลงบนร่างกายของสองแม่ลูกแบบไม่ยั้งซึ่งตันเจี๋ยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาพละกำลังมากมายขนาดนี้มาจากไหน
"ฆ่าคนแล้วฆ่าคนแล้ว นังเด็กเนรคุณมันจะฆ่าคนแล้ว" หยวนซู่ถงะโลั่นหวังให้เพื่อนบ้านแห่มามุงดู
ฟ้าบ ฟ้าบ!
ร้องไหวก็ร้องไปเถอะไม่ว่ายังไงตันเจี๋ยก็ไม่คิดหยุดมือ เพราะว่าในหัวของตันเจี๋ยในตอนนี้มันกำลังฉายภาพฉากตอนที่วั่งเหวินถูกหยวนซู่ถงทุบตีอย่างทารุณซึ่งต่อให้ตันเจี๋ยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับวั่งเหวินทางสายเืแต่นางกลับััได้ถึงความเ็ปและความรู้สึกหดหู่ที่เก็บซ่อนในจิตใต้สำนึกของวั่งเหวินได้อย่างชัดแจ้งจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่เมื่อได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้วตันเจี๋ยจะรู้สึกเคียดแค้นและเป็เดือดเป็ร้อนแทนเ้าของร่างเดิม
ไม่น่าเชื่อเลยว่า… ผู้ใหญ่สองคนจะสู้แรงเด็กหนึ่งคนไม่ได้นี่สินะที่เขาเรียกว่า ความโกรธมักทำให้คนมีพละกำลังได้อย่างน่าอัศจรรย์ครั้นลงมือสั่งสอนสองแม่ลูกนั่นเสร็จแล้วจอมมารน้อยตัวแสบก็เดินต้วมเตี้ยมจากไปด้วยสีหน้าสะอกสะใจผิดไปจากสองแม่ลูกนั่นที่นอนตัวงอ ร้องประสานเสียงโอดโอยดังระงมไปถึงหน้าบ้าน
เมื่อออกจากขุมนรกนั่นได้สำเร็จแล้วจอมมารน้อยตัวป่วนก็เดินกินเดินเที่ยวในเมืองมนุษย์อย่างหนำออกหนำใจอาหารของพวกมนุษย์ที่ไม่ใช่ิญญาข้าวต้มอะไรนั่น ถือว่าถูกปากตันเจี๋ยยิ่งนักโดยเฉพาะซาลาเปาไส้หมูที่รู้สึกว่าอร่อยล้ำจนแสงออกปากก็ไม่ปาน
ที่เห็นว่าตันเจี๋ยมีเงินไว้จับจ่ายใช้สอยตลอดจนมีเงินซื้ออาหารดี ๆ กินนั่นไม่ใช่เพราะขโมยเงินจากโรงเตี๊ยมต้าเยวี่ยเหมือนอย่างที่ร่างเดิมถูกกล่าวหาแต่อย่างใดแต่เป็เพราะว่าก่อนหนีออกมาจากขุมนรกบ้านตระกูลเมิ่งตันเจี๋ยไม่ลืมเดินเข้าไปในบ้าน แล้วหยิบเอาของมีค่าติดไม้ติดมือออกมาด้วยให้ถือเสียว่า... นี่เป็ค่าเหนื่อยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาของวั่งเหวินก็แล้วกัน
ทั้งที่จากมาแล้วแท้ ๆแต่ทว่าตกเย็นวันเดียวกันนั้นจอมมารน้อยก็ยังมิวายย้อนกลับไปวางเพลิงบ้านตระกูลเมิ่งกระทั่งไหม้วอดไปทั้งหลังนี่ถือเป็การแก้แค้นแทนวั่งเหวินคนเก่าและถือเป็การสั่งลาสองแม่ลูกนั่นอย่างเป็ทางการ
และในขณะที่ชาวบ้านละแวกนั้นต่างวิ่งวุ่นขวักไขว่ช่วยกันดับไฟจอมมารน้อยตัวป่วนที่เป็ต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งปวงก็เอาแต่ยืนกอดอกเพ่งมองไปยังจุดเกิดเหตุพลางแสยะยิ้มหวานอย่างเืเย็นให้แก่ผลงานชิ้นงามของตนเองจากนั้นไม่นานนักร่างอ้วนกลมของนางก็แอบมุดเข้าไปในเกวียนม้าคันหนึ่งซึ่งมีจุดหมายปลายทางคือ'เมืองใหญ่'
เมืองใหญ่... ที่นั่นน่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตันเจี๋ยได้ดีกว่าที่นี่เป็แน่