ธีรพัฒน์พารถสปอร์ตคันหรูคู่ใจของตัวเองมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ทันทีที่เดินเข้าไปภายในบ้านก็พบคุณหญิงเพ็ญพักตร์ผู้เป็มารดาตั้งท่ารอสอบปากคำเขาอยู่ก่อนแล้ว
“มานี่เลยตาธีร์ พ่อลูกชายตัวดี ไปทำงานได้สองวันก็ก่อเื่ซะแล้ว”คุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ็ดลูกชายทันทีที่เห็นหน้า
“โธ่... คุณแม่ครับ แค่เื่เข้าใจผิดนิดหน่อยเองไม่เห็นจะต้องดุผมขนาดนั้นเลย” ธีรพัฒน์พยายามออดอ้อนมารดาเหมือนตอนเด็กๆที่เขาทำผิด
“นิดหน่อยอะไร หนูแพรของแม่ถึงต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ห๊ะ! แกนี่มันแย่จริงๆ”
“ก็เื่เข้าใจผิดจริงๆ นี่ครับคุณแม่ผมก็ไม่ได้อยากให้เื่มันเป็แบบนี้สักหน่อย” คนทำผิดยังคงเถียงไม่เลิก
“แล้วเื่มันเป็ยังไง ไหนเล่าให้แม่ฟังสิ ว่ายัยเมนง เมนี่คู่ขาคู่ควงของแกโผล่มาทำร้ายหนูแพรได้ยังไง”
“เมนี่เป็เพื่อนผมครับ ไม่ใช่คู่ขาหรือคู่ควงอย่างที่คุณแม่เข้าใจหรืออย่างที่ใครบอกมา”
ธีรพัฒน์อธิบายให้ผู้เป็มารดาเข้าใจพร้อมทั้งพาดพิงถึงเพื่อนตัวแสบที่คิดจะใช้คุณแม่มาเล่นงานเขา
“จะอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงคนของธีร์ก็ผิด”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์สะบัดหน้าใส่บุตรชายด้วยความโมโห แล้วนั่งฟังสิ่งที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟังอย่างใจเย็นเพราะยังไงนางก็เชื่อว่าเื่ที่เกิดขึ้นต้องไม่ใช่ความตั้งใจของบุตรชายอย่างแน่นอน
ซึ่งหลังจากฟังเื่ราวทุกอย่างจากลูกชายตัวดีแล้วคุณหญิงเพ็ญพักตร์ก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจและสงสารหญิงสาวผู้าเ็ยิ่งนักไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรแท้ๆ กลับโดนทำร้ายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้คงจะใน่าดู
โธ่... แม่คุณ ป่านนี้จะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้ ยิ่งตัวเล็กๆร่างกายบอบบางอยู่ด้วย เห็นทีคราวนี้คงต้องทำตามที่ทินกรเสนอแล้วล่ะมั้งที่จะย้ายให้แพรวาไปเป็เลขาของทินกร ส่วนธีรพัฒน์ต้องหาเลขาคนใหม่ซึ่งนางเองก็ไม่อยากจะให้เป็เช่นนั้นเพราะยังไงแพรวาก็เป็เด็กที่นางทั้งรักและเอ็นดูมากที่สำคัญเป็คนที่นางปลูกฝังสั่งสอนมาเองกับมือประกอบกับหญิงสาวเองก็เป็คนเก่งอยู่แล้ว ทำให้เรียนรู้งานได้เร็วสอนเพียงไม่นานก็คล่องจนนางสามารถปล่อยวางได้อย่างสบายใจจนถึงทุกวันนี้หากจะต้องเปลี่ยนคนใหม่นางเองก็แสนเสียดายแต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้ความยุติธรรมกับตัวหญิงสาวหากเธอเต็มใจที่จะย้ายไปทำงานกับทินกร นางเองก็สุดจะรั้งไว้
“ธีร์จะว่ายังไง ถ้าแม่จะย้ายหนูแพรไปเป็เลขาให้ทินกร” คุณหญิงเพ็ญพักตร์หยั่งเชิงถามบุตรชาย
“ผมก็ไม่เห็นว่ามีความจำเป็อะไรที่เธอจะต้องย้ายนี่ครับ” ธีรพัฒน์ตอบมารดาเสียงเรียบเพราะเป็สิ่งที่เขารู้อยู่แล้วว่าทินกรต้องมาขอตัวแพรวาไปแน่ๆผิดกับภายในใจเขาที่ตอนนี้ร้อนรุ่มอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมงานกับหญิงสาวอีก
“ก็ทินกรบอกกับแม่ว่าธีร์มีคนของธีร์ตามมาจากที่โน่นแล้วเขาก็เลยจะขอหนูแพรให้ไปทำงานกับเขา” คุณหญิงเพ็ญพักตร์ถอนหายใจหนักหน่วง
“ผมยังยืนยันคำเดิมนะครับคุณแม่ ว่าผมไม่มีใครตามมาทั้งนั้นเมนี่เป็เพื่อนผมเขาแค่มาช่วยงานผมเล็กๆ น้อยๆ ตอนอยู่ที่โน่นเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็เลขาของผมสักหน่อย”
แม้จะเป็ความจริงแค่บางส่วน แต่เขาก็เลือกที่จะตอบมารดาไปแบบนั้นเพื่อให้มารดาเข้าใจว่าเขา้าเลขาที่เป็คนของแม่เขาเท่านั้น และคนๆนั้นจะต้องเป็เธอ... แพรวา
“งั้นก็ต้องแล้วแต่หนูแพรเขาแล้วหละ ว่ายังอยากทำงานกับลูกหรือเปล่า...เจ็บตัวขนาดนั้น”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์ยังคงถอดถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อนภาวนาขอให้หญิงสาวไม่ถือโทษโกรธเคืองในตัวบุตรชาย
สองแม่ลูกนั่งคุยกันได้เพียงไม่นานเสียงรถที่คุ้นหูเพราะเป็แขกประจำของบ้านก็เข้ามาจอดยังบริเวณหน้าตึกใหญ่
ทินกรโอบประคองหญิงสาวในดวงใจลงมาจากรถด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมเพื่อไม่ให้หญิงสาวได้รับความกระทบกระเทือนมากนักส่งผลให้ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งมองอยู่ต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพที่เขารู้สึกว่าไม่สบอารมณ์และเกิดความร้อนรุ่มภายในจิตใจ
“สวัสดีครับคุณป้า” ทินกรยกมือไหว้ผู้มีาุโที่เคารพแล้วมองหน้าเพื่อนตัวแสบอย่างอาฆาตแค้นเคือง
“สวัสดีค่ะคุณท่าน” แพรวากล่าวสวัสดีผู้เป็เ้านายที่เคารพยิ่งก้มศีรษะอย่างนอบน้อมเพราะเธอยกแขนไม่สะดวก ทันทีที่คุณหญิงเพ็ญพักตร์เห็นแพรวาก็บังเกิดความสงสารขึ้นมาจับใจ หญิงสาวตัวเล็กๆมีเฝือกหุ้มที่แขนข้างซ้ายพร้อมกับมีสายคล้องไปที่คอเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนเวลาเดิน
“สวัสดีจ้ะหนูแพร ไหนมานั่งนี่สิ... เป็ยังไงบ้าง”
พอหญิงสาวมานั่งใกล้ๆจึงได้เห็นว่านอกจากแขนที่ใส่เฝือกแล้วยังมีรอยฝ่ามือที่ใบหน้านวลนั่นอีก คุณหญิงเพ็ญพักตร์หันไปมองหน้าลูกชายตัวดีตาเขียวเพราะไม่คิดว่าจะหนักหนาขนาดนี้ ความหวังที่หญิงสาวจะให้อภัยคงยากซะล่ะมั้ง
“แพรไม่เป็อะไรมากค่ะ แต่คงต้องใส่เฝือกแบบนี้ไปอีกสักระยะ” แพรวาตอบอย่างนอบน้อม ซึ้งใจในความเมตตาห่วงใยที่เ้านายมีให้
“คุณแพรเธอกระดูกที่ข้อมือร้าว คงต้องพักสักระยะครับเพราะกระดูกที่ร้าวจะหักได้ง่าย” ทินกรเป็ฝ่ายเล่าอาการป่วยของหญิงสาวให้ผู้เป็ป้าได้ฟัง
“เห็นไหมครับคุณแม่ ผมบอกแล้ว ว่าไม่มีอะไรมากสักหน่อย”
ธีรพัฒน์ที่นั่งมองหญิงสาวอยู่นานเอ่ยขัดขึ้นมาเพราะดูท่าจะมีคนห่วงแม่เลขาคนสวยของเขาเกินไปจนน่าหมั่นไส้แต่เขาก็ยอมรับว่าโล่งใจที่อย่างน้อยเธอก็ยังเดินไปไหนมาไหนได้ไม่ใช่นอนแหม็บอยู่บนเตียง ไม่งั้นคุณแม่ต้องเล่นงานเขาหนักแน่ๆ
“แกหุบปากไปเลยนายธีร์ ที่เห็นนี่แกยังว่าไม่มากอีกเหรอ” ทินกรนึกโมโหตัวต้นเหตุ ที่พูดหน้าตาเฉยว่าเื่แค่นี้ไม่มีอะไร
“อ้าว... อะไรวะกร แค่นี้ทำเป็อารมณ์เสียไปได้คนเจ็บตัวเขาไม่เห็นจะโวยวายอะไรเลย” คนต้นเหตุทำท่ายียวนนั่งพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ แต่แอบปรายตาสำรวจหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา
“เอาหละๆ พอแล้วทั้งสองคน ให้แม่คุยกับหนูแพรหน่อย”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์ตัดบทห้ามทัพ แล้วหันมาพูดกับหญิงสาวตรงหน้าเสียงนุ่ม
“หนูแพร ฉันจะไม่อ้อมค้อมละนะฉันจะให้ความยุติธรรมกับเธอหากเธอจะย้ายไปทำงานกับทินกรฉันก็ไม่ว่าอะไร” ประมุขใหญ่ว่าพลางลูบผมหญิงสาวที่นางรักและเอ็นดูอย่างอ่อนโยนส่วนสองหนุ่มที่นั่งอยู่ต่างก็หูผึ่งรอลุ้นคำตอบของหญิงสาวอย่างใจจดใจจ่อ
แพรวาเมื่อได้ฟังคำถามก็หันไปมองหน้าทินกรที่ส่งยิ้มให้เธออยู่ก่อนแล้วเหมือนเขายินดีที่จะให้เธอไปทำงานกับเขาส่วนอีกคนเธอหันไปสบตาเขาแค่เพียงแวบเดียวเท่านั้นและดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับคำตอบของเธอ แต่สิ่งที่เธอคิดมาตลอดก็คือความกตัญญูที่มีต่อผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าดังนั้นคำตอบสำหรับเธอคงเป็อื่นไปไม่ได้นอกจาก
“แพรยินดี จะรับใช้คุณท่านต่อไปค่ะ”
คำตอบของแพรวาทำให้ทินกรหน้าถอดสีด้วยความไม่พอใจที่เธอยังคิดจะทำงานกับธีรพัฒน์ต่อทั้งๆ ที่ตัวเองเจ็บขนาดนี้ ส่วนอีกคนที่หญิงสาวเลือกจะทำงานด้วยแม้จะดีใจมากแค่ไหนแต่ก็ยังเก็บอาการให้นิ่งเฉยได้ดี
“ทำไมครับคุณแพรคนของนายธีร์เข้ามาทำร้ายขนาดนี้คุณยังอยากทำงานกับเขาอีกเหรอ” ทินกรโวยวายอย่างเหลืออดคัดค้านการตัดสินใจของหญิงสาวที่เป็ดวงใจ
“นั่นสิ หนูแพร ไม่ต้องเกรงใจฉันนะ ทำอย่างที่ใจ้าเถอะ ฉันไม่ว่าอะไร”คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“แพรคิดดีแล้วค่ะ... แพรเต็มใจ เพราะคุณท่านเป็ผู้มีพระคุณกับแพรทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณท่านสอนให้แพรจนแพรมีวันนี้ได้ก็นับว่าชาตินี้คงทดแทนไม่หมดแล้ว”
แพรวาตอบผู้มีพระคุณเสียงหวานนอบน้อมพร้อมทั้งหันไปมองหน้าผู้ชายที่แสนดีในชีวิตของเธออย่างนึกขอโทษที่เธอไม่สามารถทำตามความ้าของเขาได้
“งั้นฉันก็ดีใจ... ขอบใจมากนะแพรวา ที่เธอช่วยแบ่งเบาภาระให้ฉันได้เยอะ”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี ที่อย่างน้อยนางก็มองคนไม่ผิดจริงๆแพรวาเป็คนกตัญญูรู้คุณ แม้จะต้องเจ็บตัวแต่ก็ไม่เคยลืมบุญคุณ
“ถ้าอย่างนั้นแพรขอตัวกลับไปทำงานที่ค้างไว้นะคะ” หญิงสาวผู้มีความรับผิดชอบในหน้าที่เอ่ยขอตัวเพื่อกลับไปทำงานกองโตที่เ้านายหน้าั์สั่งไว้
“โอ๊ย... ช่างมันก่อนงานน่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะแล้วจะหยุดต่อก็ได้นะฉันอนุญาต” คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวอย่างเอ็นดู
“งั้นให้ผมไปส่งดีกว่านะครับคุณแพร” ทินกรขันอาสา
“แกมีงานด่วนไม่ใช่เหรอ ไปทำงานของแกเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการลูกน้องของฉันเอง”
คนนั่งเงียบอยู่นานรอจังหวะจะได้ใกล้ชิดหญิงสาวที่เขาเริ่มรู้สึกหมั่นไส้กลายๆเพราะดูเหมือนแม่คุณจะเสน่ห์แรงเหลือเกินไม่ว่าผู้ชายผู้หญิงคนแก่ก็ดูจะหลงรักเธอไปซะหมด
“อือ นั่นสิตากร ไหนว่ามีงานด่วนให้ป้าดู มาๆเดี๋ยวตามป้าไปที่ห้องทำงานเลย”
“ครับคุณป้า”
ทินกรแม้จะขัดใจอยู่บ้างที่ไม่ได้ไปส่งหญิงสาวแต่ยังไงตอนนี้งานต้องมาก่อน เอาไว้เสร็จงานแล้วค่อยแวะไปหาเธอก็แล้วกัน
“ส่วนแกตาธีร์จัดการไปส่งหนูแพรเขาให้ถึงบ้านแล้วหาข้าวหายาให้เขาทานให้เรียบร้อยก่อนจะกลับมาและอย่าให้ฉันรู้นะว่าแกทิ้งหนูแพรไว้กลางทาง... ฉันฆ่าแกแน่ตาธีร์!”
คนเป็แม่หมายหัวลูกชายอย่างนึกหมั่นไส้พอรู้ว่าเขายอมทำงานด้วยหน่อยก็ทำเป็นั่งลอยหน้าลอยตา จะขอบอกขอบใจถามไถ่ก็ไม่มีอย่างนี้ต้องแกล้งให้ดูแลคนป่วยซะให้เข็ดแต่หารู้ไม่ว่านางได้ฝากปลาย่างไว้กับแมวชัดๆ
“ครับ... คุณแม่” ธีรพัฒน์ลากเสียงยาวล้อเลียนผู้เป็มารดา
“สวัสดีค่ะคุณท่าน”
“จ้ะ กลับบ้านแล้วก็พักผ่อนซะนะ ถ้าตาธีร์รังแกอะไรอีกโทรมาบอกฉันได้เลยฉันจะจัดการให้”
คุณหญิงเพ็ญพักตร์บอกหญิงสาวพร้อมส่งสายตาอาฆาตไปให้ลูกชายอย่างเอาเื่หากคิดจะทำให้คนของนางเจ็บตัวอีก คราวนี้ไม่รอดแน่
“งั้น เดี๋ยวเสร็จงานผมโทรไปหานะครับ”
“ขอบคุณค่ะคุณกร” หญิงสาวตอบรับเสียงหวานซาบซึ้งในน้ำใจที่อีกฝ่ายมีให้
หลังจากนั้นทินกรจะเดินตามผู้ที่เป็ทั้งป้าและเ้านายเข้าไปในห้องทำงานแต่ก็ไม่วายหันกลับมามองเพื่อนรักที่ดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปซึ่งดูได้จากแววตาที่ใช้มองหญิงสาวในดวงใจของเขา ‘หรือเขาจะมีศัตรูหัวใจเพิ่มขึ้นอีกคน’ทินกรคิดด้วยหัวใจที่แสนเ็ปและอ่อนล้า
หลังจากทินกรตามคุณหญิงเพ็ญพักตร์เข้าไปในห้องทำงานอีกคนทำให้ห้องรับแขกเหลือเพียงชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์คลุมเครือ
ธีรพัฒน์เอาแต่จ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าอย่างกับจะกลืนกินส่วนหญิงสาวก็ได้แต่นั่งก้มหน้า เพราะไม่รู้ชายหนุ่มจะเอายังไงกับเธอกันแน่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเธออย่างไม่รู้ความหมาย เธอจึงต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วจู่ๆเขาก็ลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เอ้า! ไม่กลับบ้านหรือไงแม่คุณ จะนั่งให้รากมันงอกอยู่ตรงนี้หรือไงห๊ะ”
ธีรพัฒน์บอกอย่างใส่อารมณ์ส่งผลให้หญิงสาวกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความใจนร้อนรนทำอะไรไม่ถูกได้แต่หันซ้ายหันขวาไหนจะกระเป๋าสะพาย ไหนจะแขนที่เจ็บอยู่ เมื่อครู่ทินกรเป็คนถือเข้ามาให้เธอและยังช่วยพยุงเธอเข้ามาด้วย แต่ตอนนี้จะหวังพึ่งพาชายหนุ่มตรงหน้าคงจะไม่ได้
“เอากระเป๋ามานี่... เห็นแล้วรำคาญ” คนปากจัดยังคงทำเสียงฮึดฮัดขัดใจที่หญิงสาวมัวแต่โอ้เอ้ไม่ทันใจเขาพร้อมทั้งกระชากกระเป๋าสะพายของหญิงสาวไปถือในมือซะเอง
“ไม่เป็ไรค่ะ แพรถือเองได้”
“อย่าอวดเก่งน่ะ แค่เดินไปขึ้นรถก็เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะฉันไม่อุ้มเธอไปเหมือนนายกรหรอกนะ” ว่าเสร็จก็เดินตัวปลิวไปขึ้นรถทันทีโดยไม่สนใจคนที่ขยับตัวเดินตามเขาไปขึ้นรถอย่างเงียบๆ ‘ถ้าไม่เต็มใจไปส่งก็บอกดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องทำอารมณ์เสียใส่เลยนี่’ หญิงสาวบ่นในใจก่อนจะเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถที่ชายหนุ่มรออยู่ก่อนแล้ว
“นึกว่าจะได้ไปพรุ่งนี้ซะอีก ฉันไม่เคยต้องนั่งรอใครขนาดนี้เลยนะ” คำพูดของธีรพัฒน์ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเข้ามานั่งในรถหันขวับไปมองอย่างเอาเื่
“ถ้าคุณไม่เต็มใจจะไปส่ง แพรกลับเองก็ได้นะคะ”
“ฉันจะเต็มใจหรือไม่นั่นมันเื่ของฉัน... เธอมีหน้าที่นั่งก็นั่งไป... อย่าพูดมาก” ธีรพัฒน์เสียงแข็งขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวข้างกายต่อปากต่อคำทำให้เขาต้องหงุดหงิด
ภายในรถคันหรูที่มีธีรพัฒน์ทำหน้าที่เป็สารถีให้กับเลขาคนสวยตามคำบัญชาของผู้เป็แม่ตลอดทางั้แ่คำพูดสุดท้ายของเขาจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา
หญิงสาวได้แต่นั่งเงียบสายตามองออกไปนอกตัวรถโดยไม่สนใจคนที่ขับรถให้เธอนั่งเลยสักนิด แม้ข้างนอกจะไม่มีอะไรน่าสนใจให้มองแต่เธอก็เลือกที่จะมองทิวทัศน์ข้างนอกนั่น มากกว่าคนที่อยู่ภายในรถกับเธอ
บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด ชายหนุ่มได้แต่หันไปมองคนข้างๆที่แทบจะกลายเป็หันหลังให้เขาด้วยซ้ำและไม่มีทีท่าว่าเธอจะหันมาหรือจะเอ่ยอะไรสักคำ ธีรพัฒน์ถอนหายใจหนักๆก่อนจะเป็คนทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ซะเอง
“ฉันไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน ถ้าจะกรุณาก็ช่วยบอกทางให้ฉันด้วย” ธีรพัฒน์พูดพร้อมกับหันไปมองดูคนข้างๆว่าเธอจะได้ยินหรือรับรู้การมีตัวตนของเขาหรือเปล่า
“คุณก็มาถูกทางแล้วนี่คะ คุณไปบริษัทยังไง ก็ไปบ้านแพรอย่างนั้นแหละค่ะ”แพรวาละสายตาจากวิวข้างทางแล้วหันมาตอบชายหนุ่ม
“ฉันถามดีๆ เธอจะกวนประสาทฉันหรือไงหะแพรวาแล้วที่ฉันขับรถมาทางนี้ก็เพราะฉันเคยชินกับถนนหนทางที่นี่แค่ทางไปบริษัทเท่านั้นแหละฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าบ้านเธอไปทางไหนถ้าเธอไม่บอก” ชายหนุ่มทำเสียงฮึดฮัดขัดใจที่หญิงสาวยียวนกลับมา
“ผ่านบริษัทเลยไป 500 เมตร คอนโดอยู่ซ้ายมือค่ะ”หญิงสาวบอกโดยไม่หันมามองหน้าคนถาม
ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เมื่อไรว่าบ้านเธออยู่ไหนแต่เพราะอยากจะทำลายบรรยากาศความเงียบที่ชวนอึดอัดนี่มากกว่าจึงเอ่ยถามออกไปเพราะดูท่าแล้วหญิงสาวคงจะนั่งเงียบแบบนี้ไปตลอดทางเป็แน่หากเขาไม่ชวนคุยและดูเหมือนเธอจะแสดงออกอย่างชัดเจนอีกด้วยว่าไม่้าสนทนากับเขา
ทันทีที่ธีรพัฒน์พารถมาจอดยังหน้าคอนโดบริเวณทางขึ้นล็อบบี้หญิงสาวก็ทำท่าจะลงจากรถทันที โดยไม่ลืมที่จะหันมาขอบคุณชายหนุ่มผู้มาส่ง
แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นจากประตูรถก็ได้ยินเสียงทรงอำนาจขัดขึ้นมาซะก่อน
“เดี๋ยว! รออยู่ตรงนี้แหละ ฉันจะเอารถไปจอดแล้วจะขึ้นไปส่งเธอ”
ชายหนุ่มในรถออกคำสั่งเสียงเข้มโดยไม่ฟังคำปฏิเสธใดๆ จากหญิงสาวทางด้านคนตัวเล็กเมื่อโดนดักคอแบบนี้เธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะเธอไม่เคยพาผู้ชายคนไหนขึ้นไปบนห้องเลยสักครั้ง แล้วจู่ๆวันนี้ผู้เป็เ้านายจะขึ้นไปส่งเธอเหมือนเป็เื่ปกติได้อย่างไร
แพรวาหันซ้ายหันขวาอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปยังล็อบบี้แล้วตรงไปที่ลิฟต์ทันทีโดยไม่รอชายหนุ่มที่สั่งไว้
“นี่เธอจะขัดคำสั่งฉันหรือไง” ธีรพัฒน์ตรงเข้าคว้าแขนข้างที่เธอหิ้วกระเป๋าสะพายอยู่ด้วยความโมโหเขานำรถไปจอดเรียบร้อยแล้วเมื่อกลับมาไม่เห็นหญิงสาวรออยู่ที่เดิมเขาจึงรีบวิ่งเข้ามายังล็อบบี้ก็เห็นคนตัวเล็กทำท่าเหมือนจะหนีเขาขึ้นข้างบนไปซะอย่างนั้น
“โอ๊ย! ปล่อยนะคะ แพรเจ็บ” หญิงสาวโอดครวญเมื่อชายหนุ่มจับแขนเธออย่างแรงแล้วดันเข้าไปในลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิด
“เอ้า ชั้นที่เท่าไรล่ะแม่คุณ มัวแต่ร้องโอดโอยวันนี้จะถึงไหมห้องน่ะ”
เสียงของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวที่กำลังเจ็บที่ต้นแขนหันไปกดชั้นที่เป็ห้องพักของเธอทันที
จากนั้นไม่นานลิฟต์ก็พาทั้งสองมายังชั้นที่้าหญิงสาวเดินนำชายหนุ่มมาถึงหน้าห้องของเธอซึ่งเป็ห้องริมในสุด ‘ฮึ เข้าใจเลือกมุมซะด้วย ห้องริมสุดทางเดินดูแล้วลับตาคนเวลาพาผู้ชายมาจะได้ไม่ค่อยมีใครเห็นอย่างนั้นสินะ’ ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวในใจ
“เอากุญแจมานี่! ฉันจะไขให้” คนตัวใหญ่หันไปตวาดหญิงสาวที่กำลังก้มๆเงยๆ กับกุญแจหน้าห้อง แล้วคว้ากุญแจในมือเธอมาไขประตูห้องซะเองโดยไม่รอคำอนุญาตจากหญิงสาว
เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก็รีบแทรกตัวเข้าไปในห้องแล้วยืนขวางหน้าประตูไว้เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเข้ามาในห้อง
“หมดหน้าที่ของคุณแล้ว... แพร้าพักผ่อน... ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างรวดเร็ว แล้วทำท่าจะปิดประตูทันที
แต่ความไวของเธอยังสู้คนตรงหน้าไม่ได้ธีรพัฒน์ใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถผลักประตูแล้วแทรกตัวเองเข้ามาภายในห้องของหญิงสาวได้จนสำเร็จ
“ไม่คิดจะเชิญฉันเข้ามาดื่มน้ำดื่มท่าสักหน่อยเหรอ ใจจืดใจดำจริงนะแม่คุณหรือว่าใจดำเฉพาะกับฉัน ถ้าเป็ผู้ชายคนอื่นคงจะยินดีสินะ”
ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวพลางเดินไปนั่งลงยังโซฟาลักษณะกลางเก่ากลางใหม่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทันทีเหมือนเป็บ้านของตัวเอง
“นี่คุณพูดอะไร แพรไม่เข้าใจ อะไรใครมาแพรถึงยินดี” เ้าของห้องหันไปแหวใส่ทันทีที่ได้ยินคำดูถูกจากปากของแขกไม่ได้รับเชิญซึ่งเธอได้ยินคำพูดเหล่านี้จากปากของเขาหลายครั้งแต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาหมายถึงอะไร
“เลิกทำหน้าใสซื่อแบบนั้นสักที... ฉันรำคาญ” ธีรพัฒน์ฮึดฮัดขัดใจที่หญิงสาวยังคงไม่ยอมรับความจริง
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะโต้ตอบอะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋าสะพายที่หญิงสาววางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นคนตัวเล็กล้วงมือเข้าไปควานหาโทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมาดูเมื่อเห็นเป็ชื่อของคนสำคัญจึงกดรับทันทีพร้อมทั้งเดินห่างออกจากชายหนุ่มไปที่ระเบียงห้องเพื่อคุยโทรศัพท์กับเพื่อนรัก
********************
คนที่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียวกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆห้องพักของหญิงสาวที่ดูเก่ากว่าที่เขาคิด
ขนาดห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก มีห้องรับแขกตรงกลาง ฝั่งซ้ายน่าจะเป็ห้องนอนด้านในติดกับระเบียงนั่นคงเป็ห้องครัว แต่ที่เขาแปลกใจคือห้องรับแขกของเธอไม่มีทีวี ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนบ้านที่ทุกคนควรจะมีและโดยเฉพาะผู้หญิงที่หลอกเงินจากผู้ชายไปวันๆ อย่างเธอน่าจะมี แต่กลับไม่มีดูเหมือนห้องพักของเธอจะไม่เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกเลยสักนิดเหมือนกับว่าไม่เคยรับแขกเลยด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีเครื่องปรับอากาศแต่ห้องนี้ก็ไม่มีอีก
ธีรพัฒน์เหลือบไปมองประตูห้องนอนด้วยประกายตาวาววับหรือว่าเธอจะจัดห้องนอนสำหรับต้อนรับแขกเพื่อการนั้นโดยเฉพาะ ไวเท่าความคิดชายหนุ่มรีบลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องที่เขาเข้าใจว่าต้องเป็ห้องนอนของเธอทันทีแต่ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปจับลูกบิด เสียงของหญิงสาวเ้าของห้องก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
“นั่นคุณคิดจะทำอะไร คุณธีร์พัฒน์!” คนตัวเล็กตวาดเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะลอบเข้าห้องนอนของเธอ
“เปล่า... ฉันไม่ได้ทำอะไร” คนปากแข็งหันมาสบตาคนตัวเล็กแล้วเดินกลับไปนั่งยังโซฟาตัวเดิมที่เขาเพิ่งลุกมา
“เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะ เพื่อนฉันกำลังจะมา” หญิงสาวเปลี่ยนสรรพนามออกปากไล่อย่างเหลืออดในเมื่อเขาไม่มีมารยาทกับเธอก่อน เธอก็ไม่จำเป็ต้องมีมารยาทกับเขา
“เพื่อนที่ว่านี่ ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ”
ธีรพัฒน์ถามหน้าตาเฉย พลางลุกขึ้นถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ขยับดึงเนกไทลงมาจากคอเสื้อปลดกระดุมและล่นแขนเสื้อขึ้นมาที่ข้อศอกพร้อมทั้งดึงชายเสื้อออกจากกางเกงสแล็คเนื้อดีราคาแพง ด้วยความรู้สึกร้อนอึดอัด
“นะ นั่นคุณจะทำอะไร” คนตัวเล็กใที่ชายหนุ่มตรงหน้าปลดเสื้อผ้าของตัวเองเป็พัลวัน
“ร้อน! ไม่เห็นหรือไงว่าฉันเหงื่อท่วมขนาดนี้ แอร์ก็ไม่มี พัดลมก็ไม่มีฉันจะเป็ลมตายอยู่แล้วเนี่ย” ได้ทีชายหนุ่มบ่นอุบเพราะเขาไม่เคยชินกับอากาศแบบนี้
“แพรก็บอกให้คุณกลับไปไงคะ” เ้าของห้องออกปากไล่อีกครั้งส่งผลให้ชายหนุ่มที่เพิ่งจัดการตัวเองเสร็จหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยความโมโหไม่เคยมีใครไล่เขาขนาดนี้โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ทุกคนมีแต่จะรั้งรอให้เขาอยู่กับเธอได้นานที่สุดนี่เธอเป็ผู้หญิงคนแรกที่กล้าไล่เขา
ชายหนุ่มตรงเข้าคว้าเอวเล็กๆของหญิงสาวร่างบางเข้ามากอดด้วยความระมัดระวังไม่ให้โดนแขนข้างที่เจ็บ แล้วจับให้เธอนั่งพาดตะแคงข้างอยู่บนตักแกร่งของเขาธีรพัฒน์รู้สึกว่าเธอดูตัวเล็กและบอบบางกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีกเมื่อนั่งอยู่บนขาของเขาแบบนี้
“นี่! ปล่อยแพรนะคะคุณธีร์” คนตัวเล็กโวยวายพยายามดิ้นรนใช้แขนข้างขวาดันอกแกร่งของชายหนุ่มไม่ให้ใกล้ชิดเธอมาก
“ไม่ปล่อย! เพื่อนที่มาน่ะ ผู้หญิงหรือผู้ชายเธอยังไม่ตอบฉันเลยนะ” คนตัวใหญ่เอ่ยถามพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”
แพรวายังคงดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของชายหนุ่มแต่ก็เป็ไปด้วยความยากลำบากเพราะเธอแขนเจ็บ
“โทรกลับไปบอกมันซะว่าไม่ต้องมา เพราะเธอมีแขก” เสียงเข้มบอกออกไปอย่างคนเอาแต่ใจนึกโมโหที่หญิงสาวพยายามจะไล่เขาเพื่อรอผู้ชายอีกคน
“ไม่! แพรจะฟ้องคุณท่าน ว่าคุณธีร์... อะ...” น้ำเสียงของหญิงสาวกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีที่ปากหนาของชายหนุ่มเข้าประกบปิดริมฝีปากบางของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
“อื้อ!...” แพรวาพยายามผลักดันอกแกร่งชายหนุ่มด้วยเรี่ยวแรงที่มีอันน้อยนิดเพียงไม่นานก็ต้องอ่อนยวบให้กับผู้มากประสบการณ์อย่างเขาปากหนาที่ขบเม้มอย่างรุนแรงในคราแรก และค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนนุ่มนวลแต่เรียกร้องโหยหาการตอบสนองจากหญิงสาวลิ้นหนาแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กเพื่อลิ้มลองความหวานที่ชวนให้หลงใหลอย่างที่ไม่เคยพานพบจากหญิงใดมาก่อนชายหนุ่มส่งปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนลิ้นเล็กๆของเธอที่คอยหนีการดูดดึงจากเขาอย่างน่าโมโหเมื่อเห็นหญิงสาวในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจชายหนุ่มจึงปล่อยริมฝีปากบางให้เป็อิสระอย่างแสนเสียดาย
“หวานเหลือเกิน” คนเอาแต่ใจกระซิบที่ข้างหูหญิงสาวในอ้อมกอดพร้อมกับหอมแก้มนวลที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างนึกมันเขี้ยวอีกหนึ่งฟอด
“เอาซี้... ทีนี้เธอจะฟ้องแม่ฉันว่าอะไร จะบอกว่าฉันจูบเธอหรือกอดเธอดีล่ะ”ชายหนุ่มบอกหญิงสาวอย่างยียวนทำให้คนที่กำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นและใที่เธอเสียจูบแรกให้กับชายในฝันอย่างไม่ทันตั้งตัวตื่นภวังค์
เพียะ!...
ฝ่ามือบางฟาดลงที่แก้มสากทันทีที่หญิงสาวตั้งสติได้แล้วขยับตัวลุกขึ้นจากตักของชายหนุ่มทันที
“เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ... แพรวา!” ธีรพัฒน์สะบัดตัวลุกขึ้นดวงตาคู่คมมองหญิงสาวด้วยความเกรี้ยวกราดมือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนกลมกลึงบอบบางของหญิงสาวก่อนจะกระชากเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างรวดเร็วและไม่รอให้หญิงสาวได้เอ่ยประท้วงใดๆ ทั้งสิ้น ชายหนุ่มก้มลงส่งเรียวปากแข็งแรงเข้าบดเบียดริมฝีปากของคนตัวเล็กทันทีเพื่อ้าจะสั่งสอนทั้งบดขยี้ ขบกัดรุนแรง ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนในครั้งแรกทำให้คนตัวเล็กเจ็บจนน้ำตาซึมก่อนจะเอ่อล้นเต็มขอบตาและไหลลงมาที่พวงแก้มสวย
ธีรพัฒน์เมื่อััได้ถึงน้ำใสๆ ที่อาบบนแก้มนวลของหญิงสาว เขาจึงถอนริมฝีปากออกแล้วปล่อยร่างบางให้เป็อิสระจากวงแขนแกร่งทันที
“ฮึ! ทำอย่างกับไม่เคย” คนขี้โมโหไม่วายพ่นวาจาร้ายๆใส่หญิงสาวตรงหน้าให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีกหน
แพรวาเงยหน้าขึ้นสบตาคมของชายหนุ่มแน่นิ่งมือบางกำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ พร้อมทั้งง้างฝ่ามือออกไปหมายจะตบคนปากร้ายอีกครั้งแต่โดนชายหนุ่มคว้ามือเล็กไว้ได้ทัน ทำให้ฝ่ามือของเธอไม่กระทบแก้มสากอย่างตั้งใจ
“อย่าได้คิดจะตบฉันอีกแพรวา ไม่งั้นเื่ไม่จบแค่จูบแน่” ว่าจบคนใจร้ายก็สะบัดมือออกจากหญิงสาวแล้วตรงเข้าไปคว้าเสื้อสูทที่ถอดวางเอาไว้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องด้วยความไม่พอใจทิ้งให้หญิงสาวยืนคว้างอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเสียใจ เ็ปเคียดแค้นชิงชังที่ชายหนุ่มดูถูกเหยียบย่ำเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี
คนที่รีบไปทำงานด่วนของตัวเองเมื่อเสร็จงานสำคัญก็รีบตรงไปหาหญิงสาวในดวงใจทันที
ทินกรพารถของตัวเองมาจอดยังคอนโดของหญิงสาวฝั่งด้านข้างของประตูทางเข้าล็อบบี้กำลังจะหยิบโทรศัพท์หมายจะกดโทรหาคนที่เขาคิดถึงและเป็ห่วงพลันสายตาคมเหลือบไปเห็นเพื่อนรักที่ดูเหมือนจะกลายเป็เพื่อนแค้นของเขาไปเสียแล้วตอนนี้กำลังเดินออกมาจากคอนโดของหญิงสาวในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหงื่อแตกโทรมกาย จะเรียกว่าหมดสภาพเลยก็ว่าได้
ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจดวงแกร่งของทินกรกระตุกวูบชาดิกด้วยความเ็ปไม่คิดว่าเพื่อนรักกับคนที่เขาหมายปองจะลงเอยแบบนี้ ‘ไอ้เพื่อนระยำไอ้เพื่อนเลว แกทำอย่างนี้ได้ยังไง’ ทินกรสบถออกมาอย่างเ็ปสองมือกำเข้าหากันแน่นไม่รู้จะลงที่ตรงไหนให้มันสาแก่ใจที่มันเจ็บช้ำปวดหนึบอยู่ตอนนี้เมื่อสภาพของจิตใจไม่พร้อมที่จะพบหญิงสาวเขาจึงเลือกที่จะขับรถออกไปจากที่นี่เพื่อตรงกลับบ้านทันทีด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
....................................
***นิยายมีทั้งหมด 28 ตอน***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee ...และ... ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)