ปัจจุบันเบลไม่ได้ทำงานล้างจานแล้ว หลังจากที่พบว่าการวาดรูปสามารถหาเงินได้ เบลก็ทุ่มเวลาให้กับงานนี้เต็มที่ ผลงานของเบลนั้นกลายเป็งานศิลปะที่ผู้คนต่าง้า เป็เพราะภาพวาดของเบลนอกจากจะวิจิตรสวยงามแล้ว ราวกับว่าภาพนั้นๆแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่พิเศษ ดูครั้งแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็งานศิลปะชั้นสูง จึงกลายเป็ที่้าของผู้คน มีผลงานไม่น้อยที่ได้ออกไปสู่ภายนอกให้คนได้ยลโฉม ทว่าเบลนั้นไม่เคยออกเปิดเผยตัวเองสักครั้ง มีเพียงนามแฝง “เซล่า” ที่ปรากฏไว้บนภาพ เป็คริสที่รับหน้าที่ดำเนินการทุกอย่างเองเสมอมา
เบลนั้นรักคริสเป็อย่างมากส่วนคริสเองก็มอบความรักให้กับเบลกลับมาอยู่เสมอ เวลาผ่านไปจนครบ 1 ปีที่ทั้งสองคบกันมา วันนี้คริสได้พาเบลออกมาดินเนอร์นอกบ้าน บนดาดฟ้าของโรงแรมหรูมีโต๊ะอาหารเพียงตัวเดียวที่ตั้งอยู่ อาหารเลิศรสหลายเมนูปรากฏอยู่้า แชมเปญราคาแพงหูฉี่ถูกเปิดออก รินลงในแก้วรูปทรงสูงสองใบ สองชายหญิงชนแก้วเสร็จก็ดื่มหมดภายในทีเดียว มื้อนี้ราคาไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท มันอาจจะเป็เงินจำนวนที่เยอะสำหรับเบลในเมื่อก่อน แต่ในตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกว่ามันเยอะแม่แต่น้อย
“วันนี้เบลสวยมากเลยรู้ตัวไหม”
ดีใจกับคำชมที่ได้ยินไม่นานเบลเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ ั้แ่รู้จักกับคริสมาเขามักจะเอ่ยคำหวานกับเบลเสมอจนเบลรู้สึกชิน “จงหารักแท้ให้พบ แล้วร่างกายของเ้าจะกลับมาเป็ปกติ” จนมาถึงวันนี้เบลเพิ่งจะสังเกตว่าตนเองนั้นยังมีร่างกายเช่นเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย สมองพลันทำงานอย่างไม่รู้ตัวคิดไปถึงเื่ราวต่างๆ รอยยิ้มหายไปแทนที่ด้วยสีหน้านิ่งเฉย บรรยากาศที่โรแมนติกกลับหลายเป็อึดอัดทันที
“เป็อะไรไปเบล ทำไมทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ”
“ป่าวค่ะ”
“ไหนยิ้มหน่อย วันนี้เป็นวันครบรอบของเรานะ”
คริสยื่นมือไปจับมุมปากของอีกฝ่ายดันขึ้น แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายไม่มีอารมณ์ร่วม เขาเห็นเช่นนั้นก็ดึงมือกลับมาจ้องมองไปยังแฟนสาวของตน เบลก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากขึ้นไปอีก ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ความอดทนของฝ่ายชายก็มาถึงจุดที่ทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นพร้อมกับพูดขึ้นเสียงกับอีกฝ่าย
“เป็อะไรว่ะ ทำไมไม่พูด ใบ้แดกหรือไง ไม่บอกแล้วกูจะรู้ไหม”
“...”
เบลรู้สึกใกับการกระทำของคริส ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้สักครั้ง แต่เบลก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไปนั่งนิ่งเงียบอยู่เช่นเดิม คริสที่เห็นท่าทีเฉยชาของเบลก็รู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก
“พี่คริสรักเบลจริงๆหรือเปล่า”
เบลที่นิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น ฝ่ายชายได้ยินคำถามก็มีท่าทีลนลาน จริงๆแล้วคริสนั้นไม่ได้รักเบลั้แ่แรกอยู่แล้ว เขารู้สึกรังเกียจเสียด้วยซ้ำ แต่ที่เขาต้องแกล้งทำดีหลอกให้เบลรักก็เพราะว่าเขาจะปลอกลอกเบล จริงอยู่ที่ตอนแรกเบลนั้นไม่มีอะไรให้ แต่เมื่อคริสเห็นภาพวาดของเบลในงานประกวดเขาก็รู้ได้ทันทีว่าในอนาคตหญิงสาวคนนี้จะต้องหาเงินมาให้เขาได้อย่างแน่นอน จากนั้นเขาก็เริ่มแผนการทันที
“รักสิ พี่รักเบลที่สุดในโลกแล้ว”
“ไม่จริง พี่ไม่ได้รักเบล”
“กรี๊ง กรี๊ง”
มีสายเรียกเข้าจากมือถือของคริสที่วางอยู่บนโต๊ะ หน้าจอปรากฏรูปภาพหญิงสาวหน้าตาดี เห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็รีบพุ่งตัวไปหยิบมือถือทันที เขามองไปยังอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดี เห็นท่าทีของแฟนหนุ่มเบลก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เธอลุกขึ้นเดินหันหลังให้กับคริสตรงไปที่ทางออก ฝ่ายชายที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบพุ่งตัวไปจับฝ่ายหญิงเอาไว้ ด้วยความกลัวคริสค่อยๆพาร่างของฝ่ายหญิงเคลื่อนที่ไปบริเวณระเบียง มาถึงจุดนี้เขาก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิดลงไป ใช้แรงทั้งหมดอุ้มร่างเล็กขึ้นบนขอบระเบียงผลักร่างของคนรักลงไปยังด้านล่าง
ขณะที่ร่างกำลังร่วงหล่นราวกับว่าเวลาถูกหยุดลง เบลหวนนึกคิดกลับไปยังเื่ราวในอดีตที่ผ่านมา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็ของปลอม เป็สิ่งที่อีกฝ่ายโกหกขึ้นทั้งสิ้น คริสทำทุกอย่างก็แค่เพื่อตัวเอง เขาไม่เคยรักเบลแม่แต้น้อย “อั๊ค” ร่างหญิงสาวตกลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ของเหลวสีแดงข้นค่อยๆไหลออกจากร่างเจิงนองไปทั่วพื้น คริสยืนมองลงมาด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึกผิด เขายกมือถือขึ้นมากดเบอร์แล้วโทรออกไป ราว 30 นาทีต่อมา รถฉุกเฉิน รถพยาบาล รวมไปถึงตำรวจก็มาถึง
ภาพที่ทุกคนเห็นตรงหน้ามันทำให้รู้สึกะเืใจยิ่งนัก ชายหนุ่มกำลังนั่งกอดร่างของคนรักร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนบ้า เืเลอะเปอะเปื้อนจนทั่วร่าง หลายคนที่เห็นก็อดที่จะร้องไห้ตามไม่ได้ เ้าหน้าที่มาถึงก็รีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เขาถูกดึงออกไปโดยตำรวจเพื่อให้เ้าหน้าที่ทำงาน ร่างของเบลแน่นิ่งไม่ไหวติง เห็นแบบนั้นคริสก็แอบยิ้มออกมาในใจ แต่ว่าการกระทำภายนอกยังคงร้องไห้อยู่ เขามั่นใจว่าเบลนั้นเสียชีวิตแล้วแน่นอน ต่อไปนี้ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงอีกแล้ว
หลังจากที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วเบลรอดพ้นจากความตายอย่างหวุดหวิด นอนอยู่ห้องไอซียูอยู่หลายวันอาการยังน่าเป็ห่วงเป็ตายเท่ากัน ส่วนคริสก็ถูกสอบปากคำเื่ราวที่เกิดขึ้น เขากล่าวว่ามันเป็อุบัติเหตุ เบลได้ไปนั่งตรงขอบระเบียงแล้วเสียหลักตกลงไปเอง เห็นแบบนั้นเขาก็รีบโทรแจ้งตำรวจทันที และหลังที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุแล้วก็ไม่พบอะไรผิดปกติ บริเวณนั้นก็ไม่มีกล้องวงจรปิดจึงสรุปคดีเป็อุบัติเหตุ คริสก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ
ผ่านไปสามเดือนเบลกลายเป็เ้าหญิงนิทรา ่แรกๆคริสก็ยังมาดูอาการอยู่ทุกวันแต่พอหลังจากที่หมอแจ้งอาการของเบลเขาก็ไม่มาอีกเลย ค่ารักษาของเบลคริสยังเป็คนจ่ายอยู่เพื่อไม่ให้ดูผิดปกติ จึงทำให้เบลยังสามารถอยู่โรงพยาบาลต่อไปได้ และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป 1 ปี เบลยังคงนอนเป็ผักอยู่เช่นเดิม ต่างกับคริสที่มีชีวิตที่ดี มีพร้อมไปทุกอย่าง ปัจจุบันคริสมีแฟนสาวสวยคนใหม่และอาศัยอยู่ด้วยกัน เบลได้เลือนหายไปจากความทรงจำของเขาแล้ว
หลังจากเหตุการณ์ที่เบลกลายเป็เ้าหญิงนิทรา คริสก็จัดการสินทรัพย์ทุกอย่างให้เป็ของตน ภาพวาดของเบลที่อยู่ในตลาดได้เริ่มขาดแคลน มีเพียงคริสคนเดียวที่ภาพไว้จำนวนหนึ่ง เขาค่อยๆปล่อยภาพเ่าั้ออกมาทีละภาพสองภาพ และเมื่อภาพได้เข้าสู่สาธารณะนักสะสมทั่วทุกมุมโลกก็รีบเคลื่อนไหวทันที ทุกภาพที่คริสนำออกมาถูกประมูลไปในราคาที่สูงลิ่ว ทำให้เขากลายเป็คนที่มีทรัพย์มากจัดอยู่ใน 10,000 อันดับคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก หลังจากนั้นไม่นานเขาได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศกับแฟนสาวและไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลย
ในตอนที่ทุกคนได้ลืมเลือนชื่อของหญิงสาวผู้โชคร้ายไปแล้วนั้น ในกลางดึกคืนหนึ่งร่างที่เคยแน่นิ่งก็ได้รู้สึกตัว เบลกลับมาจากความตายอีกครั้ง สัญญาณเตือนดังขึ้นหมอและพยาบาลต่างก็รีบมาดูอาการทันที หลังจากนั้นเบลอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ประมาณ 3 เดือนก็ได้ออกจากโรงพยาบาล ในตอนที่กลายเป็เ้าหญิงนิทราเธอนั้นรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องอยู่เสมอ เพียงแต่ไม่สามารถโต้ตอบอะไรกลับไปได้ หลังรับรู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเบลก็ปลงและตั้งใจที่จะรักตัวเองต่อจากนี้ เธออยากจะหายไปจากคริสจึงขอให้หมอแจ้งว่าเธอนั้นเสียชีวิตแล้ว ตอนแรกหมอไม่ยอมทำตามเพราะผิดจรรยาบรรณ เบลจึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้หมอฟัง ไม่รู้ว่าหมอนั้นเชื่อหรือไม่แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำตามคำขอของเบล
เบลจึงสบายใจไปเปราะหนึ่ง
หลังจากที่ออกมาข้างนอกแล้วเบลก็ตรงไปยังธนาคารทันที ก่อนหน้านี้เบลได้แอบฝากเงินไว้ที่บัญชีหนึ่งที่คริสไม่รู้ หลังจากเบิกเงินออกมาแล้วเบลก็ไปหาห้องเช่าเพื่ออาศัยอยู่ชั่วคราวก่อน วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าเบลนั้นรู้สึกดีขึ้นมาก เธอไม่ได้รังเกียจร่างกายของตนอีกต่อไป แต่หัดที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงให้มีความสุขมากที่สุด เธอกินในสิ่งที่อยากกิน ไปในที่ที่อยากไป ทำในสิ่งที่อยากลอง เป็เวลาหลายเดือนที่เบลให้เวลากับตัวเอง เธอได้ไปเที่ยวหลายที่จนเกือบทั่วประเทศ ได้ลองกินอาหารหลายๆอย่างหลากหลายเมนู ได้ลองทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำ และแล้ววันนี้ก็มาถึงซึ่งเป็วันที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเบลไปตลอดกาล
กลางดึกในขณะที่เบลกำลังนอนพักผ่อนอยู่ เธอก็ได้ฝันถึงหญิงสาวปริศนาในตอนเด็ก ครั้งนี้หญิงสาวได้เข้ามาอยู่ใกล้ๆ เข้าสวมกอดเบลด้วยความอบอุ่น มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบหัวของเบล ลูบไล้ไปจนทั่วร่าง ก่อนที่จะจากไปหญิงสาวคนนั้นได้จูบลงบนหน้าผากของเบล หลังจากนั้นร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆเลือนหายไป เบลสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อความฝันหยุดลง เหงื่อออกทั่วร่างเปียกแฉะทั่วที่นอน เสียงหายใจถี่ราวกับว่าเพิ่งไปออกกำลังกายมา เบลลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำเพื่อจะล้างหน้าล้างตา
หลังจากที่ล้างหน้าเสร็จแล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองไปยังกระจก วินาทีต่อมาเบลก็ต้องขยี้ตาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ในนั้นเป็ใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีหน้าตาสะสวย พร้อมไปด้วยเสน่ห์ที่เหลือล้น เบลขยี้ตาอยู่หลายครั้งมองไปกี่ทีก็ยังเห็นอยู่เหมือนเดิม จึงรีบออกไปยังกระจกบานใหญ่ที่อยู่กลางห้อง และเมื่อเห็นคนที่อยู่ในกระจกเธอก็ต้องใออกมาอีกครั้ง ร่างกายเยียดตรงเป็ปกติ ผิวพรรณออร่าราวกับหยก กลิ่นหอมเหมือนบุปผาโชยออกมาจากร่างชวนให้หลงไหล ในตอนที่เธอกำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในหัว
“อย่าลืมที่จะรักตัวเอง”