“ ผลออกมาแล้ว ! ทางการดวงดาวทั้ง 7 สรุปตัวเลขผู้ที่ยื่นขอเข้ารับการคัดเลือกครั้งที่ 2 มีทั้งหมด 32 คน ”
นักศึกษาสถาบันโนวาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใช้งาน แต่ละคนเร่งรีบเข้าไปดูรายชื่อผู้ที่เข้าสู่รอบ 2 แม้จะมีหลายคนผ่านเข้ารอบจากการทำลายสถิติซากโบราณสถานระดับ 4 ดาวและเก็บแต้มได้ครบ 1 ล้าน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่ยื่นไปต่อก็เพราะว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในรอบ 2 จะมีเพียงแค่ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในการเข้าร่วม แต่ละขุมอำนาจของดวงดาวจะทุ่มกำลังไปที่ลูกหลานของพวกเขาที่กลายเป็นตัวแทน เนื่องจากว่าก้าวแรกสู่ความสำเร็จของตระกูลขึ้นอยู่กับ 7 มังกรและฟีนิกส์ มันคือใบเบิกทางชิ้นแรก หากใครก็ตามที่กลายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ พวกเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากสหพันธ์
ขณะที่ทุกคนมองดูรายชื่อนักศึกษาของแต่ละสถาบันที่ยื่นเข้าสู่รอบ 2 บนใบหน้าของพวกเขาก็เริ่มปรากฎความตื่นตะลึงเมื่อพบว่ามีนักศึกษาระดับ 4 ดาวเข้าร่วม ยิ่งพวกเขามองเห็นชื่อผู้ที่ยื่นหลายคนยิ่งรู้สึกกังวล ข่าวที่กำลังกระจายไปทั่วระบุว่าแอ็กเซลอาจจะเป็นอาชญากรหมายเลข 9 พวกเขาจึงกลัวว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริง หากแอ็กเซลกลายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์จะยิ่งจัดการเขาได้ยากมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามนักศึกษากลับรู้สึกสับสน เนื่องจากทางการดาวโนวาและทางการดาวอีก 6 ดวงไม่ได้แสดงตัวกับเรื่องนี้เลย ทำราวกับว่าพวกเขาไม่ได้สนใจ
การเพิกเฉยของทางการตอกย้ำว่าแอ็กเซลอาจจะไม่ใช่อาชญากรหมายเลข 9 แต่ข่าวที่กำลังประโคมว่าทางการกำลังปล่อยเหยื่อเพื่อล่อเหยื่อที่ตัวใหญ่กว่ายิ่งทำให้สถานการณ์เกี่ยวกับอาชญากรหมายเลข 9 วุ่นวายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
“ ไม่ต้องกลัวหรอก เขาไม่สามารถเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายได้หรอก ดูรายชื่อพวกนี้ก่อนสิ ”
รายชื่อนักศึกษาที่คาดว่าเป็นตัวเต็งของงานเปิดขึ้น แต่ละคนที่ถูกนักศึกษาพูดถึงคือคนที่กดพลังของตนเองเอาไว้ให้อยู่ขอบเขต 5 ดาว ไม่ยอมเลื่อนระดับขึ้นไป
การทำเช่นนี้ทำให้รากฐานการเป็นระดับ 5 ดาวของพวกเขามั่นคงยิ่งขึ้น ทักษะที่ฝึกฝน รวมไปถึงพืชกลายพันธุ์ที่กินเข้าไปจะช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงจนพวกเขากลายเป็นสุดยอดระดับ 5 ดาว ซึ่งพลังของพวกเขาแต่ละคนที่ถูกพูดถึงล้วนแล้วสามารถรับมือกับระดับ 6 ดาวได้ นักศึกษาที่เห็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เข้าร่วมรอบ 2 ถูกนำออกมาวิเคราะห์ล้วนโล่งใจเมื่อรู้ว่าแอ็กเซลจะไม่ไปถึงรอบสุดท้ายจนกลายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์
“ เฮ่เพื่อน ได้ยินฉันไหม ”
แอ็กเซลรับสายเมสัน เสียงของอีกฝ่ายราวกับว่ากำลังแอบคุยกับเขาจากที่ไหนสักแห่งเช่นเดิม
“ได้ยิน ”
“ แกคงจะเห็นรายชื่อผู้ที่เข้ารอบทั้ง 32 คนแล้ว ตามที่แกขอ ฉันหาข้อมูลมาให้แล้ว พวกเขาคือ 14 คนที่มีสิทธิเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ ทั้งทักษะตระกูลและอาชีพล้วนแล้วน่ากลัวกันทั้งนั้น แล้วก็มีข้อมูลคนอื่นๆครบถ้วน ”
“ โอเคขอบคุณมาก ”
“ โอเคๆ ฉันช่วยได้เท่านี้ ส่วนของที่แกขโมยมาจากนักศึกษาฉันแปลงเป็นคอร์มอนสเตอร์ระดับ 5 ตามที่แกขอแล้ว ”
“ ได้มาเยอะไหม ”
“ ทั้งหมด 98 ก้อน ฉันฝังเอาไว้แล้ว แค่แกตามแผนที่ไปก็จะเจอเอง รีบๆหน่อยล่ะเดี๋ยวมอนสเตอร์คาบไปกินก่อน คอร์มอนสเตอร์ระดับ 5 คือสิ่งที่พวกมันชอบ ว่าแต่แกจะเดินทางไปยังไง ”
เหลือเวลาอีก 1 วันเท่านั้นในการเตรียมตัว พรุ่งนี้ผู้ที่มีรายชื่อจะต้องเดินทางไปต่อสู้กัน เมสันจึงอยากรู้ว่าเพื่อนจะเดินทางอย่างไรเพราะถ้าไม่มียานอวกาศการเดินทางจะต้องใช้เวลา 12 ชั่วโมง
“ ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมตัวเอาไว้แล้ว ขอบใจมาก ”
“ โอเค ฉันจะรอดูถ่ายทอดสดก็แล้วกัน ”
แอ็กเซลวางสาย จากนั้นเขาก็รีบขึ้นยานอวกาศมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่เขาเคยฆ่าฮ็อบส์ เมื่อมาถึงแอ็กเซลจึงรีบวิ่งเข้าไปในซากโบราณสถานก่อนจะเดินทางไปยังห้องที่เมสันทิ้งกล่องบรรจุคอร์มอนสเตอร์เอาไว้ ทันทีที่พบเข้ากับกล่องแอ็กเซลจึงเปิดตรวจสอบก่อนจะโล่งใจ ยังไม่มีใครพบเจอกล่องนี้
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าผู้คนมากมายที่พยายามวิ่งมาทางนี้เพื่อไล่ตามเขาไม่หยุดหย่อน แอ็กเซลจึงบอกให้นกน้อยกางปีกปิดทับทางเข้าห้องแล้วใช้สกิลพรางตัว ส่งผลให้ทางเข้ากลายเป็นผนังจากสกิลพรางตัวของนก
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเจอห้องนี้แอ็กเซลจึงนำอาวุธชุดเกราะระดับ 5 ดาวออกมาวางเรียงกัน พวกมันคือโซลฟอร์ดที่จะทำให้เขาเอาชนะการต่อสู้ เพียงแต่ว่าพลังของผู้สวมใส่ยังไม่มากพอจะดึงพลังทั้งหมดของมันออกมาเพราะระดับต่ำกว่าชุดเกราะ เขาจึงต้องเสริมบางอย่างให้ชุดเกราะเพื่อที่สิ่งที่เสริมเข้ามาจะเข้ามาทดแทนพลังที่เขาดึงออกมาใช้งานไม่ได้
ทันทีที่จุ่มมือซ้ายลงไปในถังเก็บคอร์มอนสเตอร์ธาตุไฟแล้วดึงพลังงานข้างในคอร์ออกมา มือขวาของเขาก็เริ่มวาดอักขระลวดลายลงไปในชุดเกราะแต่ละส่วน เพื่อเสริมเวทมนตร์ให้กับมัน ทันใดนั้นนกน้อยก็ร้องตะโกนแจ้งเตือนบอกให้รู้ว่ามีใครบางคนพบเจอมัน แอ็กเซลจึงใช้งานสกิลโล่ป้องกันทางเข้าแล้วเริ่มวาดวงจรเวทต่อไป
“ มันอยู่ตรงนี้ ”
เสียงร้องตะโกนดังไปตามทางเดิน นักศึกษาที่เจอความผิดปกติบนกำแพงจึงพยายามใช้สกิลโจมตีเข้ามา นกน้อยจึงออกจากการพรางตัวเพราะไม่สามารถหลอกตาได้แล้วจึงมีเพียงแค่มานาชีลด์ของแอ็กเซลที่ค่อยๆรับการโจมตี
ภายใต้การกระหน่ำโจมตีของนักศึกษาระดับ 4 และระดับ 5 ที่เปิดใช้งานพลังเต็มที่ มานาชีลด์ของแอ็กเซลก็เริ่มปรากฎรอยแตกมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นมานาชีลด์ก็แตกละเอียดเปิดเผยตำแหน่งของเขาให้นักศึกษาทั้งหมดมองเห็น
“ มันอยู่นั่น ”
ร่างที่ก้มตัววาดบางอย่างบนพื้นดินลุกขึ้นยืนพลางมองดูคนมากมายที่พยายามเบียดเสียดกันเข้ามาในห้อง โซลฟอร์ดทั้งหมดถูกทำสัญญาแล้วเก็บเข้าไปในร่าง เหล่านักศึกษาไม่รู้ว่าก่อนหน้าแอ็กเซลกำลังทำอะไร
“ จัดการมัน! ”
เสียงร้องตะโกนส่งออกมาจากหนึ่งในนักศึกษา แอ็กเซลเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับการตามล่าเขาที่ไม่มีความพอดี คนกลุ่มนี้เกินเยียวยาเต็มที หากเป็นโลกจอมเวทเขาคงฝังกลบพวกมันไปนานแล้ว ดูเหมือนว่าการใช้สปอร์โจมตีจะไม่ทำให้พวกมันหลาบจำ แอ็กเซลจึงเรียกดาบเซนทอร์ระดับ 3 ออกมาถือในมือ มันยังไม่จำเป็นที่เขาจะใช้งานโซลฟอร์ดระดับ 5 ดาว
“ ดูเหมือนฉันต้องทำบางอย่างให้พวกแกหลาบจำ ”
ทักษะไซเลนท์ไกลด์เปิดทำงาน บริเวณเท้าจนถึงหัวเข่าถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำ พริบตาที่ทักษะทำงานร่างของแอ็กเซลก็หายไปจากสายตาของระดับ 4 สำหรับระดับ 5 ดาวพวกเขายังมองเห็นแอ็กเซลเช่นเดิม ชายคนหนึ่งที่เป็นระดับ 5 เมื่อเห็นว่าแอ็กเซลต้องการจัดการมันจึงระเบิดสกิลเข้าต้านส่งผลให้ดาบใหญ่ภายในมือของมันเต็มไปด้วยเปลวไฟ แต่ยังไม่ทันจะได้ตวัดดาบออกไปกลับปรากฎด้ายพลังงานพุ่งเข้ามามัดดาบของมันโดยใช้ผนังห้องรอบด้านเป็นจุดยึด มันจึงไม่สามารถตวัดดาบได้
แอ็กเซลที่พุ่งเข้ามาเต็มกำลังจึงตวัดดาบไปยังแขนข้างซ้ายจนขาดออกจากร่าง ตามด้วยฟันเท้าขวาของมันจนข้อเท้าหลุดออกไป
ระดับ 5 ดาวอีกคนที่เห็นการลงมือของแอ็กเซลถึงขั้นตกใจ ครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าครั้งก่อนหน้า ทว่ามันกลับถูกบางอย่างล็อกเท้าเอาไว้แน่น เพียงพริบตาที่ตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น แอ็กเซลก็ได้ปรากฎตัวต่อหน้าของมันก่อนจะตัดแขนซ้ายตามด้วยตัดเท้าของมันทิ้ง
อ้าก!
เสียงร้องเจ็บปวดส่งออกมาจากระดับ 5 ดาวทั้งสองคน ส่งผลให้ระดับ 4 ดาวและระดับ 3 ดาวหยุดชะงัก การโจมตีทั้งหมดถูกเก็บเอาไว้ในดาบไม่มีใครกล้าปลดปล่อยออกมา เพียงแต่ว่าศัตรูของพวกเขากลับไม่ได้หยุดมือ เขาเปิดใช้งานสกิลสลิงเกอร์ด้วยมือซ้ายแล้วตวัดด้ายตัดแขนหรือไม่ก็ขานักศึกษาที่อยู่ใกล้ ภาพที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้นักศึกษาแต่ละคน ถึงแม้จะมีคนที่พยายามออกคำสั่งให้โจมตี ภาพการตัดแขนขาของแอ็กเซลที่เพิ่มความเร็วขึ้นมันได้สร้างความกลัวต่อทุกคน จากเดิมพยายามเบียดเสียดกันเพื่อให้ตนเองได้มีโอกาสโจมตีแต่ตอนนี้ทุกคนพยายามวิ่งออกจากห้อง
“ ไปสิ วิ่ง วิ่งเร็วเข้าข้างหน้าแกทำอะไรอยู่! ”
สติของนักศึกษาเริ่มแตกกระเจิง แต่ละคนพยายามวิ่งเอาชีวิตรอดเพราะคิดว่าแอ็กเซลกำลังจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดที่นี่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นกลับมีเพียงแค่แขนและขาของพวกมันถูกตัดขาด ไม่มีใครถูกสังหาร ถึงอย่างนั้นความเจ็บปวดทรมานที่เกิดขึ้นจากแขนและขาถูกตัดออกจากร่างมันได้สร้างความเจ็บปวดให้พวกมันทุกๆคน
อ้าก!
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมนักศึกษาพวกนั้นถึงรีบวิ่งออกมา ”
กลุ่มคนที่ตั้งแคมป์อยู่หน้าทางเข้าซากโบราณสถานฮ็อบส์มองคนที่วิ่งออกมาด้วยใบหน้าสงสัยพลางถืออาวุธเพราะกลัวว่ามอนสเตอร์จะออกมาจากซากโบราณสถาน ยิ่งมีคนวิ่งออกมาเป็นจำนวนมาก คนที่อยู่ด้านหน้ายิ่งวิตกกังวล ทันใดนั้นการวิ่งก็หยุดลง ทุกคนจึงพยายามเรียกใช้สกิลเตรียมโจมตีสิ่งที่กำลังจะออกมา
ร่างสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาเดินผ่านประตูทางเข้าโบราณสถาน ดึงดูดสายตาทุกคนให้หันมอง บนเนื้อตัวของชายที่ออกมาเต็มไปด้วยเลือดราวกับว่าเขาเป็นฆาตกร ทันใดนั้นหนึ่งในนักศึกษาที่วิ่งออกมาก็ได้ร้องตะโกนด้วยท่าทางตื่นกลัวทำให้คนที่อยู่รอบๆวิตกไปตามๆกัน
“ มันฆ่าคนแล้ว อาชญากรหมายเลข 9 ฆ่าคนแล้ว! ”
แอ็กเซลส่ายหน้า เขารู้สึกว่านักศึกษากลุ่มนี้เกินเยียวยา พวกมันจะให้เขาเป็นอาชญากรหมายเลข 9 ให้ได้ หลังจากเขาเดินพ้นเขตประตูแอ็กเซลก็ได้กระตุกนิ้วลากร่างนักศึกษาที่ถูกตัดแขนขาออกมาทิ้งรวมกันเอาไว้ด้านหน้า แต่ละคนยังคงกรีดร้องด้วยท่าทางทรมาน บนใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน
แต่สิ่งที่ดึงดูดนักศึกษารอบข้างกลับเป็นแขนขาที่แอ็กเซลเทออกมาจากแหวนเก็บของ พวกเขาจึงพยายามมองหาเจ้าของร่างจนพบว่าแขนและขาเหล่านี้คือชิ้นส่วนร่างกายนักศึกษาที่เขาลากออกมา
“ ฉันไม่ใช่อาชญากรหมายเลข 9 ฝากไปบอกพวกที่คิดจะล่าฉันด้วย ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จากเดิมจะปล้น ฉันจะตัดแขนและขาพวกมัน ถ้าหากจะล่าฉันอีก ฝากแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย ฉันยังไม่ได้ฆ่าใครสักคน พวกมันแค่ถูกตัดแขนขาเท่านั้น ”
นกน้อยทั้ง 10 บินออกมาจากสกิลอัญเชิญ ก่อนที่แอ็กเซลจะใช้ด้ายพลังงานมัดเท้าของมันเพื่อพาตนเองเดินทางไปยังสถานที่จัดงารต่อสู้ 7 มังกรและฟีนิกส์ ปล่อยให้นักศึกษาดูแลกันเอง การลงมือนี้นับว่าโหดเหี้ยม แต่เขากลับไม่ได้ฆ่าใครตามกฎของสหพันธ์ แขนและขาที่ถูกตัดสามารถต่อกลับได้ การที่เขาเลือกทำเช่นนี้ก็เพราะว่ามีคนอีกมากมายที่พยายามจะเล่นงานเขา
อย่างไรก็ตามบนท้องฟ้าในทิศทางที่เขากำลังมุ่งหน้าไปกลับมียานราว 10 ลำกำลังเดินทางมา เพียงเท่านี้เขาก็รู้แล้วว่าการเดินทางของตนเองกำลังถูกขัดขวาง
แอ็กเซลวางแผนเอาไว้ว่าเขาจะเดินทางในวันสุดท้ายเพื่อไปยังโคลอสเซียมที่ใช้ในการจัดงาน 7 มังกรและฟีนิกส์ นั่นก็เพราะว่าที่นั่นไม่มีเขตปลอดภัย ต่อให้เขาจะเดินทางไปถึงก่อนก็ตาม นักศึกษาที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานสามารถเข้ามาท้าสู้กับเขาได้เช่นเดิม วันนี้เขาจึงต้องเดินทาง ดังนั้นเขาจึงวางแผนว่าจะไปให้ถึงที่นั่นพอดีกับช่วงเริ่มแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าหลายวันที่เขาอยู่เงียบๆจะมีคนวางแผนดักรอเขาทุกทาง เพื่อให้เขาไปถึงงานลำบากที่สุด
การปรากฎตัวของยานรบราว 10 ลำที่กำลังบินมาด้วยความเร็วทำให้เขารู้สึกเหนื่อยใจ เนื่องจากว่ากลุ่มคนที่คิดจะเล่นงานเขา พยายามจะทำให้เขาบาดเจ็บมากที่สุดก่อนจะเริ่มแข่งขัน เนื่องจากมันเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองจากสหพันธ์ด้วยการเอาชนะการต่อสู้แล้วกลายเป็น 1 ใน 7 มังกรและฟีนิกส์
“ ให้ตายสิ ดูเหมือนว่าคำเตือนของฉันจะกระจายออกไปช้านะ ”.