หนึ่งในสิ่งที่ปารมีเกลียดที่สุดคือ คนที่มารบกวนเธอเวลาพักผ่อนอันแสนมีค่าของเธอ เธอจะเป็พวกที่หงุดหงิดง่ายถ้าหากว่ามีใครบางคนมารบกวนเธอเวลาที่เธอกำลังมี่เวลาที่ผ่อนคลายอย่างมีความสุข
ตอนนี้ในใจเธอนั้นได้จดชื่อของ ‘นักรบ ธนาภูมินทร์’ ลงในบัญชีดำของตัวเองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดข้างต้นนั้น
ช่างเป็ผู้ชายที่เห็นกี่ที เธอก็รู้สึกหมั่นไส้ทุกครั้ง ชอบทำหน้านิ่ง ขี้เก๊ก ชอบสั่ง เอาแต่ใจ ข้อเสียของเขานั้นปารมีแทบจะบรรยายออกมาได้หลายหน้ากระดาษเอสี่จนสามารถเอาไปเย็บเล่มทำวิทยานิพนธ์ได้เลยด้วยซ้ำ ส่วนข้อดีของเขาน่ะเหรอ—
มีดีแค่หล่อ หุ่นดี กับรวยเท่านั้นแหละ!!
แทนที่วันนี้เธอจะได้พักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมร่างกายกับการทำงานในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากสัปดาห์หน้าจะเป็สัปดาห์สอบ และสัปดาห์ถัดไปนักเรียนทุกคนจะหยุด ส่วนครูอาจารย์นั้นกว่าจะได้หยุดก็อีกสองสัปดาห์ถัดไป ซึ่งพอถึงเวลานั้นปารมีวางแผนเอาไว้ว่า เธอจะหนีจรลีไปอยู่ที่อื่นสักพัก ก่อนที่จะกลับมาทำงาน พูดง่าย ๆ คือไปเที่ยวหนีความวุ่นวายแบบนี้นั่นแหละ
ตอนนี้เธอนั้นได้มาอยู่ในห้องที่เธอเคยเข้ามาเมื่อคราวที่แล้ว และได้ให้คำปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเป็ครั้งที่สอง แต่ไม่กี่สัปดาห์ถัดมา เธอก็จำเป็ต้องตระบัดสัตย์ในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้เมื่อคราวก่อน
เธอมองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าทะเล้น มองมาที่เธออย่างยิ้มแย้มทำตัวเหมือนกับเป็มิตร ทว่าั้แ่ที่พบกันคราวก่อนในลิฟท์เธอก็รับรู้ได้เลยว่า ผู้ชายคนนี้นั้นเหมือนจิ้งจอกไม่มีผิด เธอมารู้ทีหลังว่าเขานั้นเป็ถึงซีอีโอของเมอร์เมส อีกทั้งยังเป็เพื่อนสนิทของนักรบคนที่นั่งข้าง ๆ เธอตอนนี้อีกด้วย
นอกจากนั้นเธอยังคุ้นหน้าผู้หญิงหุ่นเซ็กซี่หน้าคมคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ของท่านซีอีโอจิ้งจอกคนนั้น ซึ่งมันต่างจากที่เธอเคยเจอเมื่อคราวที่แล้วลิบลับ คราวนั้นที่เธอเจอผู้หญิงคนนี้ก็ดูเหมือนกับผู้หญิงธรรมดาทั่วไป แต่ว่าตอนนี้บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเธอนั้นไม่ต่างกับท่านซีอีโอที่นั่งข้าง ๆ เ้านายของเธอเลยสักนิด ต่างกันตรงที่ผู้หญิงคนนี้เปรียบเสมือนสายน้ำในแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มองดูจาก้าก็เห็นเป็แค่สายน้ำที่ค่อย ๆ ไหลไปลงสู่ทะเล แต่ทว่ากระแสใต้น้ำนั้นกลับเชี่ยวกรากคอยกลืนกินคนที่พลัดหลงตกลงไปให้ตายได้ในเวลาอันสั้น
ส่วนอีกคนนั้นเป็คนที่เธอลงความเห็น (ในใจ) ว่าเป็คนที่ดูแล้วน่าเข้าใกล้ที่สุดก็ว่าได้ ั้แ่ครั้งแรกที่เธอเห็นตอนที่นักรบไปพบเธอครั้งแรกที่โรงเรียน เธอก็ประเมินด้วยสายตาคร่าว ๆ ของเธอว่าคนคนนี้ดูเป็มิตรที่สุดแล้ว ทั้งรูปร่าง หน้าตา อีกทั้งบรรยากาศรอบตัวที่ให้รู้สึกสบาย ๆ ไม่อึดอัด ทำให้เธอนั้นรู้สึกดีกับเขาคนนี้อยู่บ้าง ไม่คิดเลยว่าคนที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนอย่างเขา จะมาเป็เลขาให้กับคนที่ดูหน้าตายตลอดเวลา สายตานิ่งเรียบ แถมยังเ้าเผด็จการอย่างท่านประธานเมอร์เมสคนนี้
“ต้องขอโทษคุณปารมีด้วยนะครับ ที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณวันนี้”
กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เขาชอบใช้เวลาที่เขา้าหว่านเสน่ห์สาว ๆ และประสิทธิภาพของมันนั้นสามารถทำให้สาว ๆ ทุกคนที่ได้ยินต่างก็เขินอายหน้าแดงสลบกันไปเป็แถบ ๆ
แต่สำหรับปารมีนั้น—
“ขอบคุณนะคะ— ที่ยังคงมีจิตสำนึกอยู่บ้างว่าพวกคุณกำลัง ‘รบกวน’ เวลาพักผ่อนอันแสน ‘มีค่า’ ของฉัน”
เสียงเย็นเยียบของปารมีที่เอ่ยขึ้น พร้อมกับใบหน้านิ่ง แววตาคมกริบ แม้ริมฝีปากเธอจะยกยิ้ม แต่ทว่ากลับเป็รอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นอย่างไรก็ไม่รู้ ทำให้กวินที่กำลังยิ้มหว่านเสน่ห์ให้เธอนั้นถึงกับชะงักค้างจนต้องแอบปรายตาไปหาชายคนที่พาเธอผู้นี้มาที่นี่
นักรบนั้นได้แน่นั่งไขว้ห้างยกกาแฟขึ้นดื่มโดยไม่สนใจสายตาของกวินที่ส่งมาให้เขาเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศที่อยู่ในห้องนั้นเริ่มมีมวลพลังงานแห่งความอึดอัดแผ่ขยายไปทั่วห้อง ทำให้เตชินที่นั่งอยู่ได้สักพักแล้วทนไม่ไหว จึงเอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่แสนหนักอึ้งนั้นแทน
“เอ่อ— คือที่พวกเราเชิญคุณปารมีมานั้น พวกเราแค่อยากจะอธิบายถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ทุกอย่างอย่างละเอียด ผมทราบมาว่าคุณปารมีรู้มาบ้างจากท่านประธานแล้ว แต่มันมีรายละเอียดบางอย่างที่คุณปารมีต้องทราบเพิ่มเติมครับ พวกเราจึงได้เชิญคุณปารมีมาวันนี้ครับ...”
เสียงนุ่มทุ้มของเตชินนั้น ทำให้อารมณ์คุกรุ่นของปารมีนั้นเย็นลงเยอะเลยทีเดียว ปารมีหันไปยิ้มกับเตชินพร้อมกับเอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงนุ่มสุภาพ
“ฉันเข้าใจค่ะ— เพียงแต่ว่าการกระทำของคนที่ไปรับฉันมาที่นี่นั้น ดูเหมือนว่าจะไร้มารยาทไปนิดหนึ่ง แถมยังทำกิริยาเหมือนกับพวกบ้าอำนาจ ชอบสั่ง ฉันเลยหงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ...”
นักรบหันขวับไปหาปารมีทันทีที่ได้ยินเธอนั้นเอ่ยจิกกัด ประชดประชันเขา ซึ่งก็พอดีกับที่ปารมีมองมาที่เขาเช่นกัน ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่ต่างก็สบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนนักรบนั้นต้องเป็ฝ่ายเบือนหน้าออกมาก่อน พร้อมกับยกกาแฟขึ้นจิบ หัวคิ้วเข้มขมวดคิ้วมุ่น
ปารมีเห็นท่าทีนั้นของนักรบก็ถึงกับยิ้มเยาะในใจ
‘นี่เป็บทลงโทษเล็ก ๆ ข้อหาที่คุณเป็มารทำลายเวลาพักผ่อนของฉัน— ....’
ก่อนจะหันไปหาเตชินด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“อีกอย่าง— คุณเตชินเรียกฉันว่าปามเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ปารมีมันยาวไป”
สิ้นประโยคของเธอ พลันบรรยากาศภายในห้องก็เย็นะเืทันที สีหน้าของนักรบนั้นก็เริ่มอึมครึมมากขึ้น เตชินที่กำลังจะตอบรับคำของปารมีนั้น ก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบเหมือนกับมีใครจ้องมาที่เขาราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่ออยู่ และเมื่อหันไปทางที่สายตานั้นมองมาที่เขา ก็พบกับสายตาถมึงทึงของนักรบที่ส่งจิตสังหารมาหาเขาโดยไม่ปิดบัง จนเหงื่อกาฬเขาไหลชุ่มเต็มหลังและมือทั้ง ๆ ที่อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ
“มะ— ไม่— เป็ไรครับ ผะ— ผมเรียกว่า คุณปารมีดีกว่า...ฮะ— ฮะ— ...”
‘คุณนักรบครับ ไม่ต้องมองมาอย่างนั้นก็ได้ครับ ผมกลัวแล้ว’
ปารมีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มให้เตชินอย่างเข้าใจ เธอก็ไม่อยากจะบังคับให้คนอื่นทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำหรอกนะ ไม่งั้นเธอจะไปเหมือนกับใครบางคนเข้า
เมื่อเห็นว่าเตชินนั้นเข้าใจคำเตือนที่เขาส่งไปแบบไม่มีเสียง บรรยากาศที่แทบจะกดดันเมื่อครู่ก็หายไปทันที นักรบก็ทำท่าจิบกาแฟอย่างเป็ปกติราวกับเมื่อครู่นั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซึ่งภาพทั้งหมดนั้นกวินเห็นและสังเกตได้อย่างชัดแจ๋วเลยทีเดียว เขามองไปที่เพื่อนของเขากับหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ กัน ด้วยแววตาที่สนอกสนใจเป็พิเศษ ส่วนลลิตานั้นเธอได้แต่นั่งเฉย ๆ มองเหตุการณ์ตรงหน้านิ่ง ๆ แต่ในใจเธอนั้นรู้สึกชอบปารมีขึ้นมาบ้างแล้ว
“ว่าแต่— จะเริ่มได้ยังคะ...ฉันอยากกลับไปนอนเต็มทีแล้วค่ะ”
แม้ว่าปารมีจะยิ้ม ทว่าก็เป็รอยยิ้มที่ทำให้ทุกคนในห้องนั้นต้องรีบเข้าเื่และคุยธุระกันทันที ซึ่งกว่าจะอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมทั้งข้อมูลที่พวกเขาสืบมาได้ทั้งหมดอย่างไม่ปกปิด เพราะพวกเขาอยากได้ความไว้ใจจากปารมี ซึ่งปารมีนั้นเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นยอมเผยข้อมูลทุกอย่างมาอย่างเปิดเผย เธอจึงได้ให้ข้อมูลทุกอย่างที่เธอมีเช่นกัน
เพราะมันเป็การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม อีกทั้งยังเป็การทดสอบด้วยว่าอีกฝ่ายนั้นมีนิสัยแบบไหน มีค่าพอที่จะร่วมมือด้วยหรือไม่
“ถ้าคิดจะรวบพวกมันให้หมด คงต้องใช้หลักฐานที่มัดแน่นกว่านี้หน่อย จะจับปลาใหญ่ต้องใช้แหที่แข็งแรงนะคะ”
ปารมีเอ่ยในสิ่งที่เธอคิด เธอคิดว่าแม้เธอจะมีเอกสารที่แ่าพอจะเอาผิดพวกนั้นได้หมด แต่ว่ามันก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้พวกนั้นจนมุมจนดิ้นไม่หลุดได้
“และผมคิดว่า คุณก็น่าจะเป็คนที่พวกมันอยากจะกำจัดทิ้งเป็อันดับแรกด้วยนะครับ”
กวินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นั่นมันเป็จุดประสงค์ของพวกคุณด้วยไม่ใช่เหรอคะ ไม่งั้นคงไม่นัดเจอกันที่เมอร์เมสหรอก จริงมั้ยคะ”
ปารมีโต้กลับด้วยสีหน้าแววตาที่รู้ทัน จนทำให้นักรบ กวิน และคนอื่น ๆ ในห้องถึงกับอึ้งไปสักพักที่ปารมีนั้นสามารถอ่านเกมของพวกเขาออกได้
“แล้วคุณ— ....”
“ฉันรู้และทำใจเอาไว้บ้างแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้— ....”
เธอพูดสวนกวินขึ้นทันที
“ที่พวกคุณทำแบบนี้— ไม่ใช่ว่าอยากให้พวกมันรีบ ๆ โผล่หางออกมาไม่ใช่เหรอคะ...โดยเอาฉันเป็เหยื่อล่อ”
นักรบที่ได้ยินดังนั้นเขาก็มีใบหน้าเคร่งเครียด มือหนากำหมัดแน่น อันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะใช้แผนนี้เพราะมันจะทำให้ปารมีอยู่ในอันตราย
“เอาเถอะค่ะ— ในเมื่อมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันจะตกลงก็ได้....แต่หวังว่าคุณคงจะทำตามที่เราตกลงไว้นะคะ”
ปารมีเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับนักรบ แววตาที่มองไปที่นักรบอย่าง้าการยืนยัน ซึ่งนักรบก็มองมาที่เธอแน่วแน่ราวกับให้คำปฏิญาณว่าเขาจะไม่ยอมให้เธอเป็อันตรายแน่นอน
จากนั้นทั่วทั้งห้องก็กลับมาอยู่ในความเงียบอีกครั้งก่อนที่ปารมีจะโพล่งออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศ
“ว่าแต่— มีอะไรจะพูดอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มีแล้วฉันจะได้กลับ ตอนนี้ฉันหิวมาก...”
เมื่อปารมีพูดทุกคนต่างก็ก้มมองนาฬิกาของตัวเอง ซึ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้เลยเวลาเที่ยงมาได้สักพักแล้ว
“ถ้างั้นก็พอกันแค่นี้ก่อนก็ได้ครับ...”
กวินเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนยื่นมือซ้ายไปหาปารมี เธอเองนั้นก็รู้ดีว่ามันคืออะไร เธอจึงลุกขึ้นยืนและยื่นมือไปเพื่อจะไปจับมือกวินเหมือนกับเวลาที่ตกลงธุรกิจกันเรียบร้อยแล้ว
แต่ไม่ทันที่มือของเธอจะัักับมือของกวิน ก็มีมือหนาของนักรบยื่นไปจับมือกวินแทน พร้อมกับบีบมือเพื่อนรักไปนิดนึงเป็สัณญาณเบา ๆ
ปารมีที่เห็นดังนั้นก็ชักมือกลับ ทั้งคู่จับมือกันพักหนึ่งก่อนที่จะปล่อยมือ กวินยักไหล่ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับลลิตา
“ไปเถอะ— หาอะไรกินก่อน เดี๋ยวผมไปส่ง”
นักรบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนที่จะถือวิสาสะจูงมือปารมีเดินออกไป
“ส่วนนายก็กลับไปได้แล้ว”
ก่อนจะออกจากห้องก็หันกลับมาพูดกับเตชิน แล้วเดินออกไปทันที ทิ้งเตชินที่ทำสีหน้าไม่ถูกให้อยู่ในห้อง
ทันทีที่กวินเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาเองนั้น เขาก็หัวเราะขึ้นมาทันที ทำให้ลลิตานั้นมองไปที่เขาอย่างสงสัย
“มีอะไรน่าขำงั้นเหรอคะ”
เธอถามเ้านายเธอด้วยความสงสัย
“เธอไม่เห็นเหรอลิต้า...หมอนั่นเก็บอาการไม่มิดเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ ....แถมตอนสุดท้ายยังส่งสัณญาณเตือนฉันมาด้วยแหนะว่า ‘อย่ามายุ่งของของฉัน’ อะไรประมาณเนี้ย— ฉันเพิ่งเห็นไอ้เสือเป็อย่างนั้นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ให้ตายเถอะ....”
เมื่อพูดจบเขาก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง ลลิตาที่ได้ยินดังนั้นเธอก็เข้าใจทันที และไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมนักรบถึงได้สนใจปารมี เพราะขนาดเธอที่ไม่ค่อยจะสนใจใคร ยังสนใจปารมีั้แ่ครั้งแรกที่เจอกันเลย นับประสาอะไรกับผู้ชายอย่างนักรบ
“นั่นสินะคะ...”
ลลิตายิ้มก่อนที่จะไปปฏิบัติงานของเธอต่อแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อร่างสูงของกวินเดินมาซ้อนที่ด้านหลัง พร้อมกับโอบกอดเธอแน่น คางของชายหนุ่มเกยที่ไหลของเธอพร้อมกับเอ่ยกระซิบที่หูเธอเบา ๆ
“ว่าแต่ลิต้า— ฉันก็ ‘หิว’ เหมือนกันนะ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เ้านายเธอบอก เธอก็หน้าแดงพร้อมกับหันไปหากวินที่ยังคงเกยคางที่ไหล่เธออยู่ ทำให้ใบหน้าเธอห่างจากกวินไปแค่ไม่กี่เซนเท่านั้นเอง
“แค่ ‘ครั้งเดียว’ เท่านั้นนะคะ”
กวินยิ้มก่อนที่จะจัดการความหิวของตัวเองทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป