"เคยเจอกันเช่นนั้นหรือ”
เซียวจิ่งหยวนคลี่ยิ้มเหยียดหยามพลางยื่นมือออกไปอย่างหยาบคาย “หยุดตีสนิทได้แล้ว ส่งของมาเสียที”
“เจ้า...”
หลี่ว์โฮ่วชะงักขมวดคิ้วครุ่นคิด “ไม่สิ พวกเราต้องเคยเจอกันแน่นอน...เจอกันที่ใดนะ...อ้อ!”
“เป็นเจ้านี่เอง!”
เพียงพริบตาเขาก็คิดออกก่อนจะบินถอยไปสามจั้งทันทีแล้วพูดขึ้นอย่างตระหนกราวเห็นผี “เดี๋ยวก่อนนะ เจ้า…เจ้าไม่ได้ตายไปแล้วหรอกหรือ”
“เจ้านั่นแหละที่ตาย”
เซียวจิ่งหยวนหัวเราะพร้อมพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว รีบตอบแทนข้ามาเสีย หรือว่าเจ้าจะผิดสัญญา”
“เจ้า!” หลี่ว์โฮ่วขมวดคิ้วเป็นปม ยืนมองเซียวจิ่งหยวนอย่างระมัดระวังก่อนพูดอย่างเด็ดขาดว่า “ไม่ผิดแน่ เป็นเจ้าแน่นอน…เจ้ายังไม่ตายนี่เอง สิ่งนั้นเป็นมุกสายฟ้าแม่เหล็ก…เอ๋…ที่แท้เจ้าก็ตั้งใจ...”
หลี่ว์โฮ่วรู้สึกตัวในทันทีสิ่งที่มาช่วยชีวิตเขาเมื่อครู่มีรูปร่างคล้ายกับสายฟ้า...
เขาเข้าใจอย่างรวดเร็ว
มิน่าเล่าท่าทางของเซียวจิ่งหยวนถึงได้เลวทรามเช่นนั้นเพราะไม่ได้เพียงต้องการรีดไถของจากตนเองเท่านั้นแต่ในระหว่างนั้นกลับยังใช้กลอุบายร้ายกาจราวกับอยากให้ตนต่อสู้อย่างเต็มกำลังอย่างนั้น
เมื่อคิดถึงจุดนี้สีหน้าของหลี่ว์โฮ่วก็เปลี่ยนแปลง แสดงอาการตื่นตระหนกออกมา
“ใช่แล้วข้าตั้งใจ แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าหรือ”
เซียวจิ่งหยวนพูดตรงไปตรงมาด้วยเสียงอันเยือกเย็น“เมื่อก่อนข้าอ่อนแอจนเกือบถูกเจ้าเชือดทิ้ง”
“เอ่อ...”
หลี่ว์โฮ่วรีบพูดโต้แย้ง“มุกสายฟ้าแม่เหล็กนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลยนะเซินอู๋ซางต่างหาก...”
เขาชะงักเงียบไปอย่างฉับพลันหลังอธิบายได้เพียงไม่นานหากไม่ใช่เพราะเขาจับเซียวจิ่งหยวนมา คงไม่มีเรื่องพรรณนั้นเกิดขึ้นเมื่อมองจากมุมนี้ ก็เขานี่แหละที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง
แต่เพิ่งผ่านมาไม่เท่าไรเองนี่
หลี่ว์โฮ่วมองจ้องมองเซียวจิ่งหยวนด้วยความประหลาดใจหากจำไม่ผิด เพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งเดือนเท่านั้นไม่รู้ว่าเซียวจิ่งหยวนกินยาวิเศษใดไปหรือไม่เหตุใดการบำเพ็ญของเขาถึงได้พัฒนาขึ้นมามากเช่นนี้เร็วเสียยิ่งกว่าการหนีด้วยความเร็วแสงเสียอีก...
“เพราะข้ารู้ว่าเป็นฝีมือของเซินอู๋ซางข้าถึงไม่ได้ลงมือเต็มที่ยังไงล่ะ”
เซียวจิ่งหยวนเอ่ยในเวลาเดียวกัน “เมื่อครู่เป็นเพียงการลงโทษเล็กน้อยเท่านั้นหากเจ้ายังไม่ยอมส่งของที่สาบานไว้ว่าจะให้ ข้าก็ไม่ต้องการสิ่งใดจากเจ้าอีกแล้วพวกเรามาสู้กันอีกสักครั้งดีกว่า”
“ไม่ดีกว่า!”
หลี่ว์โฮ่วครุ่นคิดหนักข่มสีหน้าระแวงของตนก่อนฝืนยิ้มสดใสแล้วพูดอย่างกระตือรือร้น “โบราณท่านว่าไว้หากไม่สู้ก็คงไม่รู้จักกัน ตอนนั้นข้าผิดยิ่งนัก ไม่ควรทำให้สหายต้องตกอยู่ในอันตรายสมควรตายจริงๆ”
หลี่ว์โฮ่วยกมือคารวะขอโทษพลางล้วงหยิบสิ่งของสามสิ่งออกมาเพื่อแสดงความจริงใจ หยกโบราณ ยันต์วิเศษและไข่มุกล้วนเปล่งประกายระยิบระยับงดงามอยู่ภายใต้แสงตะวัน
“สหายเจ้าโปรดรับไว้เถิด!”
หลี่ว์โฮ่วส่งของทั้งสามให้แก่เซียวจิ่งหยวนอย่างเบามือแล้วค่อยหัวเราะร่า “ของเหล่านี้เป็นสิ่งตอบแทนที่ตกลงไว้ ข้าจึงไม่อาจผิดคำพูดได้...”
เซียวจิ่งหยวนใช้จิตสัมผัสของตนตรวจสอบสิ่งของเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งมั่นใจว่าสิ่งของเหล่านั้นไม่มีสิ่งใดไม่ชอบมาพากล จึงค่อยถกแขนเสื้อเก็บสมบัติทั้งสามไว้ในเสื้อคลุมอย่างไม่เกรงใจ แล้วบินหนีหายไปราวดาวตกโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“เอ๋”
หลี่ว์โฮ่วยิ้มค้างคำพูดที่จุกอยู่ที่ปากต้องมลายหายไปก่อนที่จะทันได้พูดออกมา
คนอะไรกันไม่ทำตามธรรมเนียมสามัญเอาเสียเลย!
ได้ประโยชน์แล้วหนีไปทันทีเช่นนี้จะตรงเกินไปเสียหน่อยกระมังเขาได้แต่แอบก่นด่าในใจ ก่อนรีบรุดไล่ตามร้องตะโกนเรียกจากด้านหลัง “สหาย รอก่อน...”
เซี่ยวจิ่งหยวนบินนำหน้าหลี่ว์โฮ่วไล่ตามมาติดๆ
คนทั้งสองไล่จับกันอยู่สักพักกระทั่งห่างออกมาจากเขตป่าทึบ เซียวจิ่งหยวนจึงหยุดอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่งขมวดคิ้วและหันหน้ากลับไปถาม “เจ้าตามข้ามาเพื่ออะไร ยังไม่ยอมแพ้อยากชิงของกลับไปเช่นนั้นหรือ”
“สหายเจ้าอย่าระแวงไปเลย”
หลี่ว์โฮ่วรีบโบกมือก่อนยิ้มตาหยี “ข้าเพียงอยากขอบคุณสหายที่มาช่วยชีวิตเท่านั้น...”
“อ้อแล้วตอนนี้ขอบคุณเสร็จหรือยังล่ะ” เซียวจิ่งหยวนพูดอย่างเฉยเมย“เช่นนั้น เจ้าก็ไปได้แล้ว”
“สหาย...”หลี่ว์โฮ่วรีบพูดขึ้นต่อ “ที่นี่อันตรายยิ่งนักรวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย ข้าคิดว่าเจ้ากับข้าควรละทิ้งอคติที่มีระหว่างกันขจัดความเข้าใจผิดและความขับข้องใจในอดีตออกไป แล้วมาร่วมมือกันจัดการศัตรูจะดีกว่า”
“ไม่จำเป็น”
เซียวจิ่งหยวนรีบปฏิเสธทันทีพลางเบะปาก “ข้าเชื่อเจ้าไม่ลงกลัวเจ้าจะแทงข้างหลังข้าดังนั้นพวกเราต่างคนต่างอยู่ไม่มายุ่งเกี่ยวกันเสียยังดีกว่า”
“เฮ้…สหาย เจ้าอคติต่อข้าเกินไปแล้ว อันที่จริงข้า...”
หลี่ว์โฮ่วกำลังอยากอธิบายทว่าเซียวจิ่งหยวนกลับไม่ตั้งใจฟังเลยสักนิด ตั้งท่าจะบินหนีอย่างเดียว เพลานั้นหลี่ว์โฮ่วจึงตัดสินใจปล่อยไม้เด็ด
“สหายเจ้าไม่อยากรู้หรือว่าเทพหินเพลิงวางค่ายกลไว้ใหญ่เช่นนี้เพื่อสิ่งใดกันแน่”
เซียวจิ่งหยวนลังเลสักพักก่อนตอบกลับมาอย่างแน่วแน่อย่างรวดเร็ว “ข้าไม่อยากรู้หรอกไม่อยากไปยุ่งเรื่องของผู้อื่น ข้าเป็นเพียงคนเดินผ่านมาเท่านั้นตราบใดที่ทำตัวดีไม่เข้าไปสร้างความขัดแย้ง ข้าคงได้ออกไปได้ในไม่ช้าปัญหาทั้งหมดของโลกใบนี้ล้วนมาจากการรู้มากเกินไป ยิ่งรู้น้อยมากเท่าใดข้าจะยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น!”
สิ่งที่เซียวจิ่งหยวนพูดออกมาค่อนข้างเป็นปรัชญาแต่กระนั้นก็ยังคงหนีต่อไปโดยไม่หยุดนิ่ง
หลี่ว์โฮ่วชะงักด้วยความแปลกใจเมื่อลองคิดอย่างรอบคอบก็รู้สึกว่าคำพูดของเซียวจิ่งหยวนมีเหตุผลนัก เพราะบางครั้งเรื่องบางเรื่องยิ่งรู้มากเท่าใด ปัญหาจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งรู้มากยิ่งไม่ทำตาม...
หลี่ว์โฮ่วคิดไตร่ตรองสักพักก่อนคลี่ยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น ‘ไม่อยากรู้นักใช่ไหม ได้ ข้าจะบอกให้’
เขาตะโกนออกมาเสียงดังในทันทีเสียงนั้นดั่งเส้นด้ายสอดแทรกเข้าไปในโสตประสาทของเซียวจิ่งหยวนอย่างชัดเจน “สหาย เจ้าเคยได้ชื่อโกฐเชอหม่าบ้างหรือไม่”
“โกฐเชอหม่า...”
เซียวจิ่งหยวนหยุดชะงักอยู่กลางอากาศทันทีเมื่อได้ยินเขาหันมาพูดขึ้นอย่างงุนงง “เจ้าอยากบอกว่าเทพหินเพลิงวางค่ายกลปกคลุมไปทั่วเทือกเขาเช่นนี้เป็นเพราะต้องการตามหาโกฐเชอหม่าเช่นนั้นหรือ”
“ฮ่าๆใช่แล้ว”
หลี่ว์โฮ่วหัวเราะร่าเหาะตามมา แล้วคลี่ยิ้มพลางพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ “สหายตอนนี้เจ้าคงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดข้าถึงต้องระแวดระวังเช่นนี้เมื่อครู่ไม่ใช่เพราะข้าไม่อยากบอกเหตุผลนี้กับเจ้าแต่เป็นเพราะข้าไม่สามารถพูดออกมาได้ตามอำเภอใจต่างหาก”
แม้เซียวจิ่งหยวนจะทำเป็นหูทวนลมแต่อารมณ์กลับแปรปรวนไม่นิ่ง
โกฐเชอหม่า...
สมุนไพรวิเศษที่มีชื่อเสียงก้องโลกาเติบโตอยู่ด้านในถ้ำสวรรค์บนภูเขาที่มีชื่อเสียงอาบแสงเดือนและตะวันจนได้มาซึ่งสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใดถึงไม่กลายพันธ์เป็นสิ่งประหลาดเหมือนสิ่งอื่นๆแต่กลับสะสมเก็บกักสรรพคุณแสนวิเศษนั้นไว้ ควบแน่นจนเกิดเป็นโกฐเชอหม่าในที่สุด
ตำนานกล่าวว่าโกฐเชอหม่าที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานส่วนมากมักมีรูปทรงเป็นสัตว์ทั้งหก แต่ส่วนใหญ่มีรูปร่างดุจวัวและต้นใดที่มีคุณภาพดีมักมีรูปร่างเป็นมนุษย์และต้นที่มีคุณภาพเลอค่าที่สุดมักมีรูปร่างเป็นเกวียนเทียมม้า
หากคนธรรมดากินโกฐทรงเกวียนเทียมม้าเข้าไปจะสามารถบำรุงร่างกายให้มีอายุยืนยาวกระทั่งอยู่ยงคงกระพันไม่มีวันแก่เฒ่า และถ้าหากผู้บำเพ็ญได้โกฐเชอหม่าที่มีคุณภาพสูงสุดมาปรุงกินเป็นยาผู้นั้นจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศ และบรรลุกลายเป็นเซียนดินได้ในเวลาอันรวดเร็ว
โดยรวมแล้วโกฐเชอหม่าคือสมบัติที่ล้ำค่าจากสวรรค์ซึ่งสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ทำให้ไม่ว่าปุถุชนคนธรรมดา ผู้บำเพ็ญทั่วไป หรือแม้แต่เซียนเทียมล้วนยังต้องหวั่นไหวอยากได้
ไม่น่าเล่าเทพหินเพลิงถึงได้ส่งคนออกไปจัดการผู้บำเพ็ญที่มาจากข้างนอกวางค่ายกลและร่ายอาคมผนึกไว้ทั่วเทือกเขาเช่นนี้
หากเทพหินเพลิงทำเพื่อค้นหาโกฐเชอหม่าจริงเช่นนั้นทุกสิ่งก็สมเหตุสมผลแล้ว
“เจ้าคิดว่า...”
เซียวจิ่งหยวนก้มหน้าพลางพูดขึ้น“ในเทือกเขาบริเวณนี้จะมีโกฐเชอหม่าอยู่จริงหรือไม่”
“แน่นอน...”
หลี่ว์โฮ่วยกมือขึ้นสาบานอย่างไม่ลังเล“สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ข้าเคยเห็นมากับตาตนเองหากมีคำพูดใดที่เป็นเรื่องโกหก ขอให้ข้าต้องพบเจอกับหายนะจากสายฟ้าแห่งธาตุทั้งห้าจนดับสิ้นสลายไปทั้งกายและวิญญาณเลย!”
เซียวจิ่งหยวนนิ่งเงียบไปสักพักไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ แล้วเหาะไปโดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้น
“เฮ้”
หลี่ว์โฮ่วรีบเข้ามาขวางไว้ขมวดคิ้วพลางพูด “สหายทั้งที่เจ้ารู้ความลับเช่นนี้แล้ว จะไม่แสดงท่าทีอะไรหน่อยเหรอ”
“เจ้าอยากให้ข้ามีท่าทีอย่างไรเล่า”
เซียวจิ่งหยวนพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์“เจ้าเป็นคนฉลาดและข้าก็ไม่ใช่คนโง่ เรื่องนี้เป็นกับดักอย่างเห็นได้ชัด แม้โกฐเชอหม่าจะน่าดึงดูดมากเพียงใดแต่เทพหินเพลิงอะไรนั่นคงไม่ใช่ผู้ที่พวกเราจะไปสู้ด้วยได้ ดังนั้นสำหรับชีวิตน้อยๆของข้าแล้ว ข้าไม่อยากทำอะไรโง่ๆ หากเจ้าอยากรนหาที่ตายก็อย่าดึงข้าเข้าไปด้วย”
เซียวจิ่งหยวนส่งเสียงเฮอะ “บทเรียนจากความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตยังคงชัดเจนและข้ายังใช้สิ่งนั้นเป็นอุทาหรณ์ เพื่อข้าจะได้ไม่ติดอยู่ในค่ายกลโดยไร้คนช่วย”
“เอ่อ...”
หลี่ว์โฮ่วหน้าเปลี่ยนสีไปทันทีหลังได้ฟังรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
คำพูดนี้แม้เต็มไปด้วยการเสียดสีแต่เต็มไปด้วยเหตุผลมากมายพลังของเทพหินเพลิง แค่เห็นจากค่ายกลก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาผู้บำเพ็ญขั้นต่ำทั้งสองไม่อาจสู้รบตบมือ
หากอยากแย่งอาหารจากปากเสือจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับความตาย
ทว่าอย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจไม่ได้เลวร้ายเช่นนั้น...
หลี่ว์โฮ่วคลี่ยิ้มพอใจ“สหายเจ้าใจเย็นก่อน ข้าไม่ได้โง่ ข้าจะรนหาที่ตายเข้าไปยั่วยุปีศาจหินเพลิงนั่นทำไมกันเล่า”
“ในความเป็นจริงข้าได้วิเคราะห์อย่างดีแล้วว่าโกฐเชอหม่าไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะคว้ามาครอบครองได้แต่เจ้าอย่าลืมนะว่ารอบด้านโกฐเชอหม่าจะต้องมีของวิเศษที่เกิดขึ้นมาพร้อมกันอยู่เป็นแน่”
หลี่ว์โฮ่วหัวเราะแผ่ว “ของวิเศษเหล่านั้นเป็นสมบัติฟ้าดินที่หาได้ยากเช่นเดียวกันและจุดประสงค์ของข้าก็คือสมุนไพรวิเศษเหล่านั้น...”
เขาฉลาดรู้ว่าสมบัติชิ้นหลักไม่มีส่วนแบ่งของตนดังนั้นจึงไม่ควรเอาคอตนเองไปแขวนกับต้นไม้ควรเลือกที่จะถอยลดความต้องการของตนเองลงดีกว่า
“นี่เจ้ากำลังเสี่ยงตายอยู่นะ”เซียวจิ่งหยวนส่ายหน้าและยังคงมองโลกในแง่ร้าย
ของวิเศษที่เกิดขึ้นมาพร้อมโกฐเชอหม่ามีค่ามากเช่นกันดังนั้นเทพหินเพลิงจึงคงไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยไปหากเขาพบว่ามีคนแปลกหน้าสองคนกำลังเข้ามาขโมยสมบัติเหล่านั้น ไม่พ้นคงสังหารพวกเขาทิ้งเสีย
“ไม่นี่ไม่ใช่การเสี่ยงตายเสียหน่อย แต่เป็นการฉวยโอกาสในช่วงชุลมุนต่างหาก”
หลี่ว์โฮ่วคลี่ยิ้มเล็กน้อย“สหายเจ้าเพิ่งมาถึงที่นี่จึงยังไม่เข้าใจสถานการณ์ ข้ามาถึงก่อนเจ้าหลายวันเข้าใจสภาพการณ์ของที่นี่ดี เจ้าอย่าเพิ่งคิดไปว่าที่นี่อยู่ภายใต้อำนาจของเทพหินเพลิงทั้งหมด”
หลี่ว์โฮ่วตาเป็นประกายฉายแววหลักแหลม “ภูเขาอู่อี๋แห่งนี้ทอดตัวยาวหลายพันลี้ภายในไม่ได้มีเพียงเทพหินเพลิงผู้เดียวเท่านั้น ยังมีเซียนเทียมผู้เก่งกาจจำนวนหนึ่งที่แอบหลบซ่อนอยู่ภายในนี้อีกด้วย”
“ถ้ำเทพสถิตกับถ้ำขนาดน้อยใหญ่ของเหล่าเซียนต่างซ่อนตัวอยู่ตามยอดเขาและหุบเหว...”