ตอนที่ 1 : รัชศกหย่งผิงปีที่9
02 มีนาคม พ.ศ.2611 เวลา 21.00 น.
ณ ยามคํ่าคืนอันมืดมิดดวงแสงจันทร์ดวงกลมโตส่องกระทบบ้านเช่านอกเมืองเทียนจินในสาธารณรัฐประชาชนจีน
จ้าวลี่ซือหญิงสาวลูกครึ่งไทยจีนหน้าตาสะสวยถึงแม้อายุของเธอเข้าเลขสามแล้วก็ตาม
เธออาศัยอยู่ตัวคนเดียว สามีของเธอตายไปเมื่อต้นปีที่แล้ว นอกจากงานเ้าหน้าที่อินเตอร์โพลของเธอแล้วเธอก็ไม่เหลือสิ่งใด จ้าวลี่ซือต้องบินไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็เหมือนเคย เธอตื่นสาย!
จ้าวลี่ซือยืนอยู่หน้ากระจกเป่าผมเปียกชุ่มของเธอด้วยความร้อนรน คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันจนแทบจะไหลมาติดกันอยู่แล้ว
ปกติแล้วหญิงสาวตื่นสายทุกครั้ง หากสามีสุดที่รักของเธอไม่ปลุกให้เธอไปทำงานแต่เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว
“โอ้ไม่นะ...”เธอชะเง้อมองไปยังนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้องและวิ่งออกไปทันที
ตึก!
จ้าวลี่ซือลื่นนํ้าที่เอ่อนองบนพื้น เธอล้มไปพร้อมกับหัวที่กระแทกไปยังขอบเตียงอย่างจัง
ไม่ทันได้ยินเสียงร้องของหญิงสาว เืสีแดงสดไหลนองออกมาเป็สาย จ้าวลี่ซือนอนสติเลื่อนลอยอยู่บนพื้น เธอพยายามเอื้อมไปหยิงโทรศัพย์มือถือที่วางอยู่บนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สามใบ แต่ทันใดนั้นแหวนหยกบนนิ้วของเธอก็เรืองแสงขึ้น….
จ้าวลี่ซือและกระเป๋าเดินทางของเธอได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสมือนว่าไม่เคยมีสิ่งใดอยู่ในที่แห่งนั้น
- ่เวลาเดียวกันยุคจีนโบราณ -
รัชศกหย่งผิงปีที่9 ราชวงค์หลิว ปกครองโดยจักรพรรดิหลิวหมิน
ฟิ้ววว ปึก!
ธนูสีดําลอยมาด้วยความเร็วแสงปักทะลุลงไปบนเกี้ยวสีแดงสด
“ผู้ใด?! เป็มันผู้ใดบังอาจลอบสังหารข้าองค์หญิงผู้นี้!”เสียงหญิงสาวดังออกมาจากเกี้ยวด้วยความกราดเกรี้ยว
“อี(หนึ่ง)ไปนำคนผู้นั้นมาให้ข้า”ชายไร้นามวิ่งออกไปก่อนที่เสียงหัวเราะของหญิงในเกี้ยวจะดังขึ้น เสียงนี้แผ่กระจายความเย็นะเืออกมาอย่าไร้ที่สิ้นสุดทำให้ผู้ได้ยินหวาดกลัวจับใจ
ฟึบ ฟึบ~~
ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปในโพรงหญ้าไม่นานเขาออกมาพร้อมกับชายวัยกลางคนในกำมือ
ชายวัยกลางคนร่างกายสั่นสะท้าน นํ้าสีเหลืองไหลนองออกมาเลอะระหว่างขาของเขา ตัวเขาเองได้ยินถึงความโเี้อำมหิตมากในกามขององค์หญิงมาไม่มากก็น้อย
ถึงแม้ว่าในดวงตาของชายวัยกลางคนจะแสดงถึงความวาดกลัวแต่มุมปากของเขากลับโค้งงอขึ้นเล็กน้อยแสดงถึงความถูกใจในสถานการณ์นี้
“องค์หญิงโปรดจัดการ”ชายไร้นามกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเ็า
องค์หญิงภายในเกี้ยวเปิดม่านพร้อมกวักมือหมายให้ชายวัยกลางคนเข้ามาใกล้
ชายผู้นั้นได้เพียงแต่ขยับเข้าไปด้วยสีหน้าแสร้งเป็กังวล
“อืม… หน้าตาดี! ไหนดูสิว่าส่วนอื่นน่าชมชื่นหรือไม่”หญิงสาวยื่นมือไปยังหว่างขาของชายวัยกลางคน นางชักกระบี่ออกมาฟันลงไปบนเสื้อผ้าพร้อมกับดึงมันติดมือออกมา
ชายวัยกลางคนยืนท่อนล่างเปลือยเปล่าขนทั่วขาชี้โด่งขึ้น
หญิงสาวภายในเกี้ยวมองไปยังขาที่สามก่อนตัดสินใจรักษาชีวิตชายวัยกลางคนเอาใว้ปรนิบัตร
“ดี! จับไปกรอกยาไร้เสียงซ่ะ อย่าทำให้ลิ้นเสียหายล่ะ”
เอื้อกก..!
ร่างระหงขององค์หญิงล้มกระแทกลงไปบนพื้น นางอ้าปากพงาบๆเพื่อให้อากาศไหลเข้าไปในปอดแต่คอของเธอพองขึ้นเหมือนกับลูกโป่งเป่าลม เส้นเืบนใบหน้าของนางปูดโปนออกมา สีของเส้นเืหาใช่สีแดงสดแต่กลับเป็สีดำ ใบหน้าขององค์หญิงละม้ายกับคนถูกพิษอยู่หลายส่วน
แววตาของของหญิงสาวคล้ายกับคนสิ้นหวัง นางรู้ว่าเด็กรับใช้ของนางไม่มีวันช่วยนางจากเส้นทางแห่งความตายอย่างแน่นอน ไม่แม้กระทั่งองครักษ์คนสนิทที่นางไม่เคยแม้แต่จะมอบชื่อเสียงเรียงนามให้
หญิงสาวหมดลมหายใจแน่นิ่งไปยังพื้นนํ้าไร้สีไหลออกจากดวงตาด้วยความนึกเสียใจ แต่มันสายไปเสียแล้ว...
สาวใช้คนหาบของทั้งหลายมองไปยังองค์หญิงด้วยความรู้สึกดีใจไม่มีร่องรอยของความโศกเศร้าแม้แต่น้อย
ทว่า…
ไม่กี่พริบตาองค์หญิงที่นอนแน่นิ่งก็ลุกขึ้นมามองไปรอบๆก่อนมาหยุดที่ชายหนุ่มไร้ชื่อที่ถูกเรียกว่าอี“ลู่หาน??”
ชายหนุ่มทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นแววตาเผยความซับซ้อนในใจ
ชายวัยกลางคนผู้ลอบสังหารองค์หญิงตกอกใกับอภินิหารฟื้นคืนชีพของหญิงผู้เหี้ยมโหด เขามั่นใจว่ายาพิษของเขาไม่มีทางผิดพลาด!
มันเป็เช่นนี้ได้อย่างไร ชายวัยกลางคนผู้นั้นรับไม่ได้!!!
ระหว่างที่อีสับสนกับคำว่าลู่หาน ชายวัยหลางคนก็หันเข้ามาหาอีพร้อมกับดึงกระบี่ขององครักษผู้โชคร้ายออกจากฝัก ชายผู้ลอบสังหารแทงลงไปตรงอกด้านซ้ายของเขาอย่างไม่ลังเล ไม่ทันได้ชักกระบี่ออกจากอก ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งพรวดออกไปยังป่าอันมืดมิดมีเพียงแสงจันทร์นำทาง
อีดึงกระบี่ของตนออกจากร่างกาย เขาผายมือออกด้านข้างพร้อมปล่อยให้ตนเองล้มลงไป
ในดวงตาของอีจะว่าต่างกับองค์หญิงจ้าวเสวี่ยหรงก็ต่างถ้าว่าไม่ต่างก็ไม่ต่าง
ความโศกเศร้าในดวงตาอีคือไร้ชีวิตไร้ความสุข ชีวิตของเขาไม่เคยทำตามความ้าของตน ไม่เคยหลงรักใคร ไม่เคยมีสินทรัพย์เป็ของตนเอง ไม่เคยไม่ได้ไม่มี เขาเพียงรู้จักแค่คำพวกนี้ แม้แต่ชื่อเขายังมิเคยได้ัั องค์หญิงเ้าเสวี่ยหรงเคยแต่เรียกเขาว่าอี(หนึ่ง)เสมือนดั่งสิ่งของที่จะทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ได้…
แต่ในทันทีที่จ้าวลี่ซือเปล่งคำว่าลู่หานออกมา โลกทั้งใบของเขาคล้ายหลอมละลาย เขาไม่มีความจำเป็ที่จะต้องมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว เขาได้รู้สึกถึงการมีตัวตนแล้ว เขาไม่้าสิ่งใดอีก…
ชายหนุ่มปิดตาตนเองลง มุมปากของเขาเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มรอยแรกและสุดท้ายในชีวิต ลมหายใจอันโรยรินของชายหนุ่มไร้ชื่อได้มอดดับลงไปแล้วไม่มีทางหวนกลับคืน
จ้าวลี่ซือเห็นถึงความเศร้าความสุขในเวลาเดียวกันทำให้นางไม่เข้าใจถึงสถานการที่เป็อยู่
นางไม่เข้าใจถึงปูมหลังของเขา
แต่!
นางรับรู้ถึงความของคุณที่ชายวัยกลางคนมีให้แก่นางก่อนลาลับจากไปตลอดการ
เ้าลี่ซือไม่ได้สับสนถึงสถานการมากเท่าไหร่ เพราะเมื่อนางได้ล้มลงไปนางได้เห็นภาพความทรงจำของหญิงผู้หนึ่ง หญิงสาวคนนี้ทั้งโเี้ไร้ปราณี มากในกาม หากทำสิ่งใดมาทำให้ขัดใจนางตัดสินโทษคนผู้นั้นด้วยวิธีการโเี้เหลือคณา ถึงแม้จะเป็เช่นนั้นจ้าวลี่ซือกลับรู้สึกว่าเ้าเสวี่ยหรงคือนางและนางคือเ้าเสวี่ยหรงราวกับว่าพวกนางคือคนคนเดียวกัน ไร้สิ่งแตกต่าง
ไม่ นางไม่้าเป็คนเช่นเดียวกับที่เ้าเสวี่ยหรงเคยเป็มา นางจะแตกต่าง เพราะนางไม่ใช่เ้าเสวี่ยหรง!!!
เ้าลี่ซือยืนขึ้น นางเดินไปยังศพของอี ยิ้มให้เขาก่อนภาวนาให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดี
เมื่อจ้าวลี่ซือภาวนาเสร็จดวงตาของอีได้ลืมขึ้น เขาะโออกมาด้วยนํ้าเสียงที่นางคุ้นเคยว่า“ช่วยด้วย ขอร้องช่วยผมด้วย”
“เสียงของเขาคุ้นมาก หรือว่าจะเป็น ลู่หานรักแรกของฉันจริงๆนะหรอ!!!!”เสียงกรีดร้องของเ้าลี่ซือสะท้อนไปทั่วป่า นางยืนเท้าสะเอวชี้ขึ้นไปบนฟ้าก่นด่าด้วยสีหน้าบึงตึง“นี่มันหยามกันชัดๆ ส่งใครไม่ส่งส่งรักแรกสุดเ้าชู้ของฉันมาเนี่ยนะ!!”
-จบตอน -
ชอบกันมั้ยเอ่ยติชมตามสบายเลยนะคะ ถ้าหากนักเขียนสะกดคำผิดไปเขียนเอาไว้ในเม้นได้เลยค่ะหากมีเวลาจะมาแก้น้า