ซิงเยียนยังคงค้างคาใจกับคำพูดของเฟยหรงเป็อย่างยิ่งหมายความว่ายังไงกันที่พี่ชายเพียงคนเดียวของพวกนางไม่ใช่คนธรรมดากัน? ในฐานะของพี่คนรองแล้วมีสิ่งไหนที่นางพลาดกันไปแน่ ทว่าในระหว่างที่ซิงเยียนยังคงจมอยู่กับความคิดของตนเองถังเว่ยและเฟยหรงก็เดินมาถึงบริเวณลานกว้างออกห่างจากตัวบ้านมาพอสมควรแล้ว ก่อนที่ถังเว่ยจะโยนท่อนไม้ยาวขนาดเมตรครึ่งให้กับตัวของเฟยหรง
“รับไป…”
เฟยหรงเป็ผู้ใช้วิชาหอกเขาร่ำเรียนศิลปะการใช้อาวุธทุกแขนงมาจากอาจารย์ที่สถาบัน แต่มีเพียงแค่หอกเท่านั้นที่ดูจะเข้ากับเขามากที่สุดในการประลองระหว่างชั้นเรียนเขาก็มักจะโชว์ความสามารถที่โดดเด่นกว่าใครในการใช้หอก ในบางครั้งถังเว่ยเองก็มักจะเฝ้ามองเวลาเขาทำการซ้อมรำหอกเช่นกัน
เฟยหรงค่อยๆทำความคุ้นชินกับท่อนไม้ที่ได้รับมาอย่างละเอียดก่อนที่จะตั้งท่าเตรียมพร้อมขาทั้งสองข้างยืนปักหลักอย่างหนักแน่น มือทั้งสองข้างก็จับบริเวณปลายไม้และกลางไม้เอาไว้ส่วนบริเวณหัวไม้ก็ชี้ตรงมาที่ถังเว่ย
“แล้วท่านจะไม่ใช้อาวุธอย่างงั้นหรือท่านพี่?”
“ไม่จำเป็…ข้าจะใช้เพียงแค่มือเปล่าก็พอแล้ว”
ถ้าเป็คนปกติแล้วได้ยินคำพูดแบบนี้ก็มักจะคิดว่าอีกฝ่ายดูถูกตนทว่านั้นไม่ใช่กับเฟยหรงเขารู้ดีว่าถังเว่ยนั้นไม่ได้้าจะดูถูกตนกลับกันเขากำลังออมมือให้กับตนอยู่มากกว่า ภาพเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อนยังคงตราตรึงจิตใจของเขามาจนถึงทุกวันนี้
“โปรดชี้แนะข้าด้วย!”
เฟยหรงเปลี่ยนท่าทางจากการจับหอกสองมือเป็มือเดียวด้วอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ไปทางด้านข้างของถังเว่ยและฟาดหอกเป็แนวขวางด้วยความเร็วสูงจนสามารถที่จะแหวกอากาศบริเวณนั้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่ถังเว่ยก็ยังสามารถจะเบี่ยงตัวหลบได้ทัน และซัดฝ่ามือธรรมดาเข้าไปที่บริเวณชายโครงซ้ายของเฟยหรงอย่างจังจนเฟยถึงกับกระอักน้ำลายออกมา เขาจับไปยังชายโครงข้างซ้ายด้วยความเ็ป
'เจ็บ…ท่านพี่เลี่ยงการโจมตีจุดตายและเปลี่ยนพื้นที่โจมตีแทน เมื่อครู่ข้าคิดว่าข้าโจมตีด้วยความเร็วมากแล้วนะ!"
เฟยหรงมั่นใจว่าเขานั้นมีความเร็วเป็อย่างมากต่อให้เป็ทั่วทั้งสถาบันของเมืองซานผิงเขาเองก็ยังเชื่อว่าตนเองมีความเร็วไม่เป็สองรองใครแต่ทั้งที่เป็แบบนั้นเขากับไม่สามารถโจมตีโดนตัวของถังเว่ยที่ไม่ได้เป็แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ
“เป็อะไร? ไม่โจมตีแล้วหรือหากเ้าไม่เข้ามาแล้ว…ข้าจะเข้าไปเอง”
เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวถังเว่ยก็เคลื่อนย้ายมายังด้านหน้าของเฟยหรงแล้ว ไม่รอช้าถังเว่ยกระหน่ำซัดฝ่ามือของเขาเข้าไปที่ตัวของเฟยหรงอย่างบ้าคลั่ง ถึงจะสามารถนำท่อนไม้มาปัดป้องเอาไว้ได้ทว่ายิ่งถังเว่ยซัดฝ่ามือมาเท่าไหร่ก็จะมีแต่จะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
'ข้าช้าเกินไป? ไม่! เพราะว่าท่านพี่เร็วเกินไปต่างหาก!"
ในที่สุดเฟยหรงก็รู้ตัวแล้วว่าการที่เขาไม่สามารถโจมตีถังเว่ยโดนและตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ทันไม่ใช่เพราะว่าตัวเขานั้นช้าแต่เป็เพราะถังเว่ยนั้นเร็วเกินไป
“ระหว่างต่อสู้อย่าว่อกแว่กมีสมาธิกับคู่ต่อสู้”
เมื่อเห็นว่าเฟยหรงลดการป้องกันลงถังเว่ยก็หยุดซัดฝ่ามือของเขาลงก่อนจะนำฝ่ามือไปทาบไว้บริเวณอกของเฟยหรงสร้างความใให้แก่เ้าตัวเป็อย่างมาก แต่ในวินาทีต่อมาการโจมตีที่ไม่สามารถมองเห็นได้ก็เกิดขึ้น
ปัง!!
เหมือนกับโดนลูกูเาขนาดใหญ่กระแทกเขาที่บริเวณอก เฟยหรงกระเด็นไปติดกับต้นไม้ทางด้านหลังของเขาพร้อมกับไอออกเป็เืเล็กน้อย ในเวลานี้ตัวเขาไม่สามารถที่จะยืนขึ้นมาได้อีกแล้ว นับั้แ่เริ่มการต่อสู้มาใช้เวลาไปไม่ถึง 1 ก้านธูปด้วยซ้ำและที่สำคัญกว่าก็คือ ขณะเฟยหรงมีโอกาสโจมตีมากกว่า 10 ครั้งกับมิอาจสร้างรอยขีดข่วยให้แก่ถังเว่ยเลยสักนิดเดียว
“กินนี่แล้วโคจรพลังยุทธ์รักษาแผลภายใน…”
ถังเว่ยที่เดินตามตัวของเฟยหรงมาก็ได้ยื่นเม็ดยาที่มีขนาดเท่ากับลูกแก้วและมีสีเขียวเข้มให้กับผู้เป็น้องชาย เฟยหรงเองก็ยื่นมือของเขาไปรับเม็ดยาแม้ว่าจะยังไม่ได้กลืนเม็ดยาลงไปลำเพียงแค่กลิ่นของเม็ดยาเฟยหรงก็รู้สึกเหมือนกับร่างกายของเขาได้รับการฟื้นฟูแล้ว
“นี่มันยารักษาาแภายในจัดอยู่ในเม็ดยาระดับ 2 ท่านมีมันได้อย่างไรกัน?”
ตอนที่สังเกตสีของมันครั้งแรกเฟยหรงก็ยังไม่แน่ใจนักว่ามันคือเม็ดยาระดับใดกันแน่ ทว่าเมื่อได้สังเกตมันใกล้ๆและกลิ่นของสมุนไพรที่เป็เอกลักษณ์ทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่ามันคือเม็ดยาระดับ 2 เพราะว่าตัวเขาเองก็เคยศึกษาตำราเกี่ยวกับเม็ดยาประเภทต่าง ๆมาก่อน
สำหรับเม็ดยาระดับ 2 ถ้าเป็ในเมืองที่จัดอยู่ใน 20 อันดับแรกก็อาจจะเป็เม็ดยาระดับล่างเพียงเท่านั้นเหมาะสำหรับให้คนธรรมดามีสิทธิ์เข้าถึงแต่ว่าที่นี่คือเมืองซานผิงเมืองที่ถูกจัดอยู่ในอันดับสุดท้ายของบรรดาเมืองทั้ง 32 เมืองย่อย ทำให้เขาใเล็กน้อยว่าถังเว่ยมีมันได้อย่างไร
“เื่นั้นไม่ใช่ประเด็นข้าให้เ้ากินแล้วโคจรพลังยุทธ์เดี๋ยวนี้…ถ้าเ้าไม่อยากนอนทรมาณไปอีกหลายวันล่ะก็”
เมื่อได้ยินคำขู่ของถังเว่ยเฟยหรงเองก็รีบกลืนเม็ดยาลงไปทันที ก่อนจะนั่งขัดสมาธิและเริ่มโคจรพลังยุทธ์ในร่างกายของเขาเพื่อไปกระตุ้นให้เม็ดยาแสดงผล ใช้เวลาครึ่งชั่วยามกระบวนการทั้งหมดก็เสร็จสิ้นลงเหงื่อเม็ดโตก็ได้หลออกจากบริเวณหน้าผากของเฟยหรงอย่างไม่หยุดหย่อน ก่อนที่ความรู้สึกเย็นสบายจะกระจายไปทั่วร่างกายของเขา
“ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถที่จะสมานแผลได้ผลของเม็ดยามันช่างมากกว่าที่ข้าคาดไว้มากนัก”
นี่นับว่าเป็ครั้งแรกที่เฟยหรงได้กินเม็ดยาระดับสองนอกจากจะรักษาาแภายในแล้วมันยังไปกระตุ้นการไหลเวียนพลังยุทธ์ในร่างกายของเขาให้ไหลเวียนดีขึ้น ดูเหมือนว่าความก้าวหน้าของเขาจะเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
“เอาล่ะในเมื่อเ้ารักษาาแหายแล้วก็กลับบ้านกันเถอะ…”
“เดี๋ยวก่อนท่านพี่เกี่ยวกับวิชาหอกของข้า…”
ถังเว่ยที่กำลังจะเดินจากไปก็หยุดชะงักลงพร้อมกล่าวเสียงเบาออกมา
“เ้าแน่ใจรึว่า้าให้ข้าพูดจริงๆ”
ฉับพลันเฟยหรวก็ััได้ว่าถังเว่ยในตอนนี้นั้นดูน่ากลัวเป็อย่างมากเขาดูแตกต่างกับเวลาอยู่ต่อหน้าซูลี่และฟางหรงอย่างกับคนละคน…ไม่เห็นท่าทีปฎิเสธของเฟยหรงถังเว่ยก็เริ่มกล่าวขึ้นทันที
“ในความเห็นของข้า…เ้าอ่อนแอเกินไปนี่น่ะหรืออัจฉริยะของชั้นเรียนช่างน่าขัน ซูลี่และฟางหรงยังแข็งแกร่งกว่าเ้าเสียอีก ความเร็วก็ธรรมดาพลังกายก็ไม่ได้เื่ ส่วนเพลงหอกที่เ้าภูมิใจนักหนาสำหรับข้าแล้วมันก็เหมือนเ้าเอาเศษไม้มาแกว่งเล่นนั้นแหละ…”
เหมือนกับมีคนเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางหัวใจของเฟยหรง ถ้าเป็อาจารย์ที่สถาบันหรือซิงเยียนกล่าวประโยคนี้ออกมาเขาก็ยังไม่รู้สึกเ็ปได้ขนาดเท่าไหร่นัก คนที่พูดประโยคเมื่อครู่นี้กับเป็พี่ชายเพียงคนเดียวของเขาพี่ชายที่เปรียบเหมือนบิดาและเป็ทุกสิ่งทุกอย่างของครอบครัว
ฟางหรงที่พยายามเงยหน้าขึ้นไปสบตากับถังเว่ยก็ยิ่งทำให้เขานั้นเ็ปมากกว่าเดิมเสียอีกเพราะในแววตาของถังเว่ยมันทั้งเต็มไปด้วยความผิดหวังและสมเพชในตัวของเขา และก่อนที่ตัวของถังเว่ยกำลังจะเดินจากไปเขาก็ได้ทิ้งอีกหนึ่งประโยคเอาไว้
“ด้วยความพยายามเพียงเท่านี้การที่เ้าจะไปเข้ารับการทดสอบก็เหมือนกับไปทำให้ตัวเองอับอายเสียมากกว่า….”
ถังเว่ยค่อยๆเดินจากไปอย่างช้าๆทิ้งไว้เพียงแค่เฟยหรงที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่สองมือของเขากำหมัดเอาไว้แน่นจนเล็บจิกเนื้อเผยให้เห็นหยดที่ไหลซิบออกมา พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากหางตา
“เป็เพราะว่าข้าอ่อนแออย่างงั้นหรือท่านพี่? เพราะว่าข้าไม่ได้เป็อย่างที่ท่านคาดหวังเอาไว้อย่างงั้นหรือ? หรือเป็เพราะว่าข้านั้นไม่มีพร์เท่ากับพี่น้องคนอื่นท่านเลยผิดหวังในตัวของข้าหรือ…"
เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้นและเ็ป ณ ตอนนี้เขารู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน
“บางทีข้าเองก็อยากจะได้รับคำชมจากท่านบ้างเหมือนกับคนอื่นๆ…”