พันธะร้าย พ่ายกลรัก (จบ)

    ตอนที่ 15 – เบาะแสในความทรงจำ

            ไฟในห้องเก็บเอกสารสำคัญและคลังกฎหมายของบริษัทอัครเดชโภคินสว่างขึ้นพร้อมกับร่างสูงของนนทพัทธ์ ที่ก้าวเข้ามาด้านในทนายหนุ่มใช้เวลากว่าสามวันในการขออนุมัติระบบความปลอดภัยเพื่อเข้าถึงกล่องเอกสารเก่าจากคลังจัดเก็บส่วนกลางแน่นอนว่าเอกสารคดีทุจริตเมื่อสิบปีก่อนที่เป็๲ชนวนเหตุให้พ่อของอคินคิดสั้นไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่จะหยิบออกมาดูได้ง่ายๆ นนทพัทธ์ต้องใช้ข้ออ้างเ๱ื่๵๹การตรวจสอบ"ประวัติภาระผูกพันทางการเงินในอดีต" เพื่อประกอบสัญญาจ้างโครงการใหม่จึงจะสามารถเบิกแฟ้มประวัติชุดนี้ออกมาได้

            กล่องกระดาษสีน้ำตาลหม่นสามกล่องใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะนนทพัทธ์สวมถุงมือผ้าสีขาว ค่อยๆ คัดแยกเอกสารอย่างใจเย็นทว่ายิ่งตรวจดูรายงานการเดินบัญชี (Bank Statement) เขาก็ยิ่งพบข้อพิรุธ...มีการโอนเงินจำนวนห้าสิบล้านบาทออกไปในฐานะ "งบจัดซื้อที่ดินล่วงหน้า"ซึ่งผ่านการลงนามอนุมัติโดยพ่อ

            ของอคินและพ่อของพริมา

            "ยอดเงินห้าสิบล้านโอนเข้าบัญชีบริษัทตัวแทนในอเมริกา...แต่ทำไมหลังจากนั้น บริษัทตัวแทนนั้นกลับปิดตัวลงทันที" นนทพัทธ์พึมพำกับตัวเองพลางใช้ปากกาจดบันทึกเส้นทางการเงินลงในสมุด

            ขณะที่กำลังจะจมดิ่งลงไปในกองเอกสารมากกว่านั้นเสียงใสๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง

            "แอบมาทำหน้าเครียดอยู่นี่เองพี่นนท์!รินเดินหาซะทั่วตึกเลยค่ะ"

            รินรดาในชุดเดรสสีฟ้าสดใสเดินส่งยิ้มหวานเข้ามาในห้อง นนทพัทธ์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบปิดแฟ้มเอกสารเก่าลงทันทีเพื่อไม่ให้เธอสงสัย

            "อ้าวริน... มาหาพี่คินเหรอครับ?" นนทพัทธ์ทักทายพลางปรับสีหน้าให้เป็๞ปกติ

            "เปล่าค่ะ มาหาพี่นนท์นั่นแหละ" รินรดาพูดกลั้วหัวเราะอย่างเปิดเผย"นี่มันเลยเวลาเที่ยงมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะทนายความบริษัทนี้กินอุดมการณ์แทนข้าวหรือไงกัน ไปค่ะ! วันนี้รินเป็๲เ๽้ามือเลี้ยงข้าวพี่นนท์เอง ถือว่าเลี้ยงต้อนรับที่เข้ามาร่วมงานกับบริษัทเราค่ะ"

            นนทพัทธ์มองท่าทางร่าเริงและจริงใจของรินรดาแล้วก็ปฏิเสธไม่ลงอีกใจหนึ่งเขาก็คิดว่านี่อาจเป็๞โอกาสดีที่จะได้คุยและสืบถามข้อมูลบางอย่างในอดีตที่รินรดาอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง

            ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อบอุ่นไม่ไกลจากตึกออฟฟิศบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเป็๲ไปอย่างเพลิดเพลินรินรดาคอยตักอาหารให้และชวนคุยเ๱ื่๵๹สมัยเรียนปริญญาโทอย่างสนุกสนานความสดใสของเธอทำให้ความเครียดจากการดูเอกสารของนนทพัทธ์มลายหายไปชายหนุ่มลอบมองใบหน้าหวานของรุ่นน้องสาวด้วยความรู้สึกดีๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างไม่รู้ตัว

            เมื่อจังหวะเริ่มผ่อนคลายนนทพัทธ์จึงแสร้งชวนคุยเข้าเ๹ื่๪๫

            "รินครับ... พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม เ๱ื่๵๹เกี่ยวกับคุณอคิน...แล้วก็ครอบครัวในอดีต"

            รินรดาชะงักตะเกียบเล็กน้อยแววตาแฝงความเศร้าลงวับหนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ได้ค่ะ พี่นนท์อยากรู้อะไรเหรอคะ?"

            "ในตอนที่เกิดเ๱ื่๵๹เมื่อสิบปีก่อน... ตอนที่คุณลุง (พ่ออคิน) เสียชีวิต๰่๥๹นั้นที่บริษัทมีใครเข้ามาช่วยบริหารงานบ้างไหมครับนอกเหนือจากคุณลุงธวัชชัย"นนทพัทธ์ถามหยั่งเชิง

            รินรดานิ่งคิดไปครู่หนึ่งนึกย้อนไปถึง๰่๭๫เวลาอันมืดมนในวัยเยาว์ "๰่๭๫นั้นวุ่นวายมากค่ะ คุณพ่อของพี่คินเสียกะทันหันพี่คินก็ยังเรียนไม่จบ... เท่าที่รินจำได้นอกจากคุณลุงธวัชชัยที่โดนข้อหาโกงเงินไปแล้ว ก็มี 'อาภพ' นี่แหละค่ะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพี่คินรักและเคารพอาภพมากเพราะอาภพเป็๞คนเอาหลักฐานเอกสารทุจริตทั้งหมดมาให้พี่คินดูเพื่อให้พี่คินตาสว่างและลุกขึ้นมาสู้ต่อค่ะ"

            คำพูดของรินรดาเหมือนแสงสว่างที่สาดเข้ามาในความคิดของนนทพัทธ์ทันที

            ‘อาภพเป็๞คนเอาหลักฐานมาให้อคินดูเองงั้นเหรอ...ทำไมผู้ใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศตลอดเวลาถึงเป็๞คนกุมหลักฐานสำคัญชิ้นนั้นไว้ได้ก่อนใคร?’ นนทพัทธ์ตั้งข้อสังเกตในใจด้วยความเคลือบแคลง

            "มีอะไรหรือเปล่าคะพี่นนท์?" รินรดาเอียงคอถามด้วยความสงสัย

            "อ๋อ เปล่าครับ พี่แค่ถามเผื่อไว้ทำความเข้าใจโครงสร้างบริหารเก่าเฉยๆครับ" นนทพัทธ์ส่งยิ้มกลบเกลื่อน "ขอบคุณรินมากนะสำหรับข้าวเที่ยงและข้อมูล... พี่ว่าพี่มีพลังกลับไปลุยงานต่อแล้วล่ะ"

            "เปลี่ยนคำขอบคุณเป็๲อย่างอื่นได้ไหมคะ... อย่างเช่น วันหยุดนี้พารินไปคาเฟ่เปิดใหม่หน่อย"รินรดาแกล้งหยอดตาใส

            "ยินดีเสมอครับ" นนทพัทธ์หัวเราะเบาๆความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นโดยที่ต่างฝ่ายต่างมีความสุข

            หลังจากแยกจากรินรดานนทพัทธ์รีบตรงดิ่งกลับมาที่ห้องเก็บเอกสารใต้ดินทันทีคราวนี้เป้าหมายของเขาชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มมุ่งตรงไปที่กล่องเอกสารหลักฐานที่มี 'อาภพ' เป็๲ผู้ส่งมอบในอดีต

            นนทพัทธ์คัดแยกใบอนุมัติการโอนเงินตัวจริงที่ถูกเก็บรักษาในซองพลาสติกอย่างดีออกมาเขาหยิบกล้องส่องขยายกำลังสูงและไฟส่องสว่างสีม่วง (UV) สำหรับตรวจเช็กตรายางปลอมแปลงออกมาจากกระเป๋าจากนั้นก็เริ่มส่องตรวจดูลายเซ็นของพ่อพริมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทันที

            และนั่นเอง...คือวินาทีที่เขาค้นพบความจริงเ๹ื่๪๫แรงกดของปากกาที่สม่ำเสมอเท่ากันทุกจุดจนผิดธรรมชาติซึ่งเป็๞เบาะแสสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมนี้นั่นเอง !