ไฟในห้องเก็บเอกสารสำคัญและคลังกฎหมายของบริษัทอัครเดชโภคินสว่างขึ้นพร้อมกับร่างสูงของนนทพัทธ์ ที่ก้าวเข้ามาด้านในทนายหนุ่มใช้เวลากว่าสามวันในการขออนุมัติระบบความปลอดภัยเพื่อเข้าถึงกล่องเอกสารเก่าจากคลังจัดเก็บส่วนกลางแน่นอนว่าเอกสารคดีทุจริตเมื่อสิบปีก่อนที่เป็ชนวนเหตุให้พ่อของอคินคิดสั้นไม่ใช่เื่ที่จะหยิบออกมาดูได้ง่ายๆ นนทพัทธ์ต้องใช้ข้ออ้างเื่การตรวจสอบ"ประวัติภาระผูกพันทางการเงินในอดีต" เพื่อประกอบสัญญาจ้างโครงการใหม่จึงจะสามารถเบิกแฟ้มประวัติชุดนี้ออกมาได้
กล่องกระดาษสีน้ำตาลหม่นสามกล่องใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะนนทพัทธ์สวมถุงมือผ้าสีขาว ค่อยๆ คัดแยกเอกสารอย่างใจเย็นทว่ายิ่งตรวจดูรายงานการเดินบัญชี (Bank Statement) เขาก็ยิ่งพบข้อพิรุธ...มีการโอนเงินจำนวนห้าสิบล้านบาทออกไปในฐานะ "งบจัดซื้อที่ดินล่วงหน้า"ซึ่งผ่านการลงนามอนุมัติโดยพ่อ
ของอคินและพ่อของพริมา
"ยอดเงินห้าสิบล้านโอนเข้าบัญชีบริษัทตัวแทนในอเมริกา...แต่ทำไมหลังจากนั้น บริษัทตัวแทนนั้นกลับปิดตัวลงทันที" นนทพัทธ์พึมพำกับตัวเองพลางใช้ปากกาจดบันทึกเส้นทางการเงินลงในสมุด
ขณะที่กำลังจะจมดิ่งลงไปในกองเอกสารมากกว่านั้นเสียงใสๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง
"แอบมาทำหน้าเครียดอยู่นี่เองพี่นนท์!รินเดินหาซะทั่วตึกเลยค่ะ"
รินรดาในชุดเดรสสีฟ้าสดใสเดินส่งยิ้มหวานเข้ามาในห้อง นนทพัทธ์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบปิดแฟ้มเอกสารเก่าลงทันทีเพื่อไม่ให้เธอสงสัย
"อ้าวริน... มาหาพี่คินเหรอครับ?" นนทพัทธ์ทักทายพลางปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
"เปล่าค่ะ มาหาพี่นนท์นั่นแหละ" รินรดาพูดกลั้วหัวเราะอย่างเปิดเผย"นี่มันเลยเวลาเที่ยงมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะทนายความบริษัทนี้กินอุดมการณ์แทนข้าวหรือไงกัน ไปค่ะ! วันนี้รินเป็เ้ามือเลี้ยงข้าวพี่นนท์เอง ถือว่าเลี้ยงต้อนรับที่เข้ามาร่วมงานกับบริษัทเราค่ะ"
นนทพัทธ์มองท่าทางร่าเริงและจริงใจของรินรดาแล้วก็ปฏิเสธไม่ลงอีกใจหนึ่งเขาก็คิดว่านี่อาจเป็โอกาสดีที่จะได้คุยและสืบถามข้อมูลบางอย่างในอดีตที่รินรดาอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง
ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อบอุ่นไม่ไกลจากตึกออฟฟิศบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเป็ไปอย่างเพลิดเพลินรินรดาคอยตักอาหารให้และชวนคุยเื่สมัยเรียนปริญญาโทอย่างสนุกสนานความสดใสของเธอทำให้ความเครียดจากการดูเอกสารของนนทพัทธ์มลายหายไปชายหนุ่มลอบมองใบหน้าหวานของรุ่นน้องสาวด้วยความรู้สึกดีๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อจังหวะเริ่มผ่อนคลายนนทพัทธ์จึงแสร้งชวนคุยเข้าเื่
"รินครับ... พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม เื่เกี่ยวกับคุณอคิน...แล้วก็ครอบครัวในอดีต"
รินรดาชะงักตะเกียบเล็กน้อยแววตาแฝงความเศร้าลงวับหนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ได้ค่ะ พี่นนท์อยากรู้อะไรเหรอคะ?"
"ในตอนที่เกิดเื่เมื่อสิบปีก่อน... ตอนที่คุณลุง (พ่ออคิน) เสียชีวิต่นั้นที่บริษัทมีใครเข้ามาช่วยบริหารงานบ้างไหมครับนอกเหนือจากคุณลุงธวัชชัย"นนทพัทธ์ถามหยั่งเชิง
รินรดานิ่งคิดไปครู่หนึ่งนึกย้อนไปถึง่เวลาอันมืดมนในวัยเยาว์ "่นั้นวุ่นวายมากค่ะ คุณพ่อของพี่คินเสียกะทันหันพี่คินก็ยังเรียนไม่จบ... เท่าที่รินจำได้นอกจากคุณลุงธวัชชัยที่โดนข้อหาโกงเงินไปแล้ว ก็มี 'อาภพ' นี่แหละค่ะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพี่คินรักและเคารพอาภพมากเพราะอาภพเป็คนเอาหลักฐานเอกสารทุจริตทั้งหมดมาให้พี่คินดูเพื่อให้พี่คินตาสว่างและลุกขึ้นมาสู้ต่อค่ะ"
คำพูดของรินรดาเหมือนแสงสว่างที่สาดเข้ามาในความคิดของนนทพัทธ์ทันที
‘อาภพเป็คนเอาหลักฐานมาให้อคินดูเองงั้นเหรอ...ทำไมผู้ใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศตลอดเวลาถึงเป็คนกุมหลักฐานสำคัญชิ้นนั้นไว้ได้ก่อนใคร?’ นนทพัทธ์ตั้งข้อสังเกตในใจด้วยความเคลือบแคลง
"มีอะไรหรือเปล่าคะพี่นนท์?" รินรดาเอียงคอถามด้วยความสงสัย
"อ๋อ เปล่าครับ พี่แค่ถามเผื่อไว้ทำความเข้าใจโครงสร้างบริหารเก่าเฉยๆครับ" นนทพัทธ์ส่งยิ้มกลบเกลื่อน "ขอบคุณรินมากนะสำหรับข้าวเที่ยงและข้อมูล... พี่ว่าพี่มีพลังกลับไปลุยงานต่อแล้วล่ะ"
"เปลี่ยนคำขอบคุณเป็อย่างอื่นได้ไหมคะ... อย่างเช่น วันหยุดนี้พารินไปคาเฟ่เปิดใหม่หน่อย"รินรดาแกล้งหยอดตาใส
"ยินดีเสมอครับ" นนทพัทธ์หัวเราะเบาๆความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นโดยที่ต่างฝ่ายต่างมีความสุข
หลังจากแยกจากรินรดานนทพัทธ์รีบตรงดิ่งกลับมาที่ห้องเก็บเอกสารใต้ดินทันทีคราวนี้เป้าหมายของเขาชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มมุ่งตรงไปที่กล่องเอกสารหลักฐานที่มี 'อาภพ' เป็ผู้ส่งมอบในอดีต
นนทพัทธ์คัดแยกใบอนุมัติการโอนเงินตัวจริงที่ถูกเก็บรักษาในซองพลาสติกอย่างดีออกมาเขาหยิบกล้องส่องขยายกำลังสูงและไฟส่องสว่างสีม่วง (UV) สำหรับตรวจเช็กตรายางปลอมแปลงออกมาจากกระเป๋าจากนั้นก็เริ่มส่องตรวจดูลายเซ็นของพ่อพริมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทันที
และนั่นเอง...คือวินาทีที่เขาค้นพบความจริงเื่แรงกดของปากกาที่สม่ำเสมอเท่ากันทุกจุดจนผิดธรรมชาติซึ่งเป็เบาะแสสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมนี้นั่นเอง !