ความหนาวเย็นของูเาไม่อาจเทียบได้กับความอบอุ่นของหัวใจสองดวงที่ผสานเป็หนึ่งเดียวและรอยแผลเป็อันปวดร้าวจะถูกลบเลือนด้วยััแห่งรักแท้
ค่ำคืนนั้นสายฝนโปรยปรายลงมาบางเบารอบยอดเขาเสาอาคมหินพฤกษาทิศใต้ลมพัดหวีดหวิวเย็นเยียบผ่านโขดหินผาเอวาและรินลอบเดินทางเข้ามาหลบภัยภายในถ้ำหินเก่าแก่ใกล้กับแท่นเสาอาคมโพรงถ้ำขนาดเล็กนี้อุ่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเ้าหยกนอนขดตัวขวางลมหนาวอยู่ที่ปากทางเข้าเอวาก่อกองไฟเล็กๆ เพื่อไล่ความชื้นและต้มสมุนไพรอุ่น
ทว่า ชีพจรของรินกลับเต้นผิดจังหวะอัญมณีทมิฬที่ฝังกลางอกสั่นสะท้านตอบรับกระแสพลังงานจากเสาอาคมดินที่อยู่ใกล้เคียงส่งผลให้รินเ็ปจนต้องทรุดตัวลงนอนคุดคู้บนผืนพรมฟางใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นไหลโซม
รินจมดิ่งเข้าสู่นิมิตฝันร้าย...เธอเห็นตัวเองในวัยเด็กกำลังกรีดร้องอยู่ในกรงขังมืดของปราสาทศิลาทมิฬเสียงแส้ฟาดกระหน่ำลงบนแผ่นหลังของเธอซ้ำๆ พร้อมเสียงตวาดของซีลอนว่า“แกมันก็แค่เศษขยะที่ไม่มีใคร้า!”
"ไม่... อย่า..."รินละเมอเสียงสั่นเครือ พู่ขนที่หูลู่ลงแนบศีรษะร่างกายสั่นเทาด้วยความตระหนกสุดขีด
"ริน... รินคะตื่นเถอะค่ะ"เสียงนุ่มนวลของเอวาดังฝ่าม่านหมอกสีดำปลุกรินให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้สะอื้นแววตาสีเทาเต็มไปด้วยความเปราะบางและสับสนลนลานเอวารีบขยับเข้าไปโอบกอดรั้งร่างสั่นระริกนั้นไว้แน่นในอ้อมอก
"ฉันฝันร้าย..." รินกระซิบน้ำตานองไหลผ่านรอยแผลเป็บนแก้ม "ฉันเห็นแผลพวกนี้...มันสกปรกและน่าเกลียดเหลือเกิน เอวา ฉันมันเป็แค่ขยะที่ผุพังฉันไม่คู่ควรที่จะให้คุณกอดหรือเยียวยาเลยสักนิด"
"ชู่ว... เงียบนะคนดี"เอวากระซิบพลางใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาบนแก้มของรินอย่างทะนุถนอมแววตาสีเขียวพรีไนท์เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง "คุณไม่ได้สกปรกเลยค่ะ รินรอยแผลพวกนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าคุณเข้มแข็งแค่ไหน และจากนี้ไปฉันจะเป็คนลบล้างความเ็ปเ่าั้เอง"
เอวาค่อยๆประคองให้รินนั่งพิงผนังถ้ำอุ่น มือบางลูบไล้ไปตามแนวไหล่กว้าง ค่อยๆขยับปลดสาบรัดเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวของรินออกเผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนขาวที่สลักเสลาไปด้วยรอยแส้สีเงินยาวหลายสิบเส้น
เอวาก้มใบหน้าลงต่ำริมฝีปากนุ่มละมุนแตะลงบนรอยแผลแรกที่หัวไหล่ซ้ายอย่างแ่เบารินสะดุ้งตัวโยนสะท้านเฮือก แต่อ้อมกอดของเอวากลับล็อคตัวเธอไว้เบาๆ
"นี่สำหรับแผลที่คุณได้รับจากการปกป้องสิ่งที่คุณรัก..."เอวากระซิบชิดผิวเนื้อก่อนจะเลื่อนริมฝีปากประทับจูบลงบนรอยแส้ยาวกลางแผ่นหลังทีละแผล"นี่สำหรับแผลที่คุณต้องทนทุกข์ทรมานในห้องมืด...และนี่สำหรับความโดดเดี่ยวตลอดสิบหกปีที่ผ่านมา..."
รินตัวสั่นระริกผิวเนื้อร้อนผ่าวขึ้นมาในทุกจุดที่ริมฝีปากของเอวาััผ่านความอบอุ่นประดุจแสงอาทิตย์ยามเช้าแล่นริ้วเข้าสู่สายเืชะล้างความเย็นะเืของพลังอัญมณีทมิฬรินหอบหายใจสะท้านพู่ขนที่หูแมวป่าสั่นระริกด้วยความรู้สึกท่วมท้นใจจนไม่อาจต้านทาน
เอวาพลิกตัวรินให้หันกลับมาประจันหน้ากันดวงตาสองคู่สบกันอย่างลึกซึ้งในแสงไฟกองไฟสีส้มสลัวเอวาเลื่อนมือลูบไล้ผิวอกซ้ายที่ปุ่มอัญมณีทมิฬสีม่วงเต้นเร่าเธอโน้มใบหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากเข้ากับรินอย่างอ่อนโยน จูบนี้ไม่ใช่แค่การป้อนยาแต่เป็การผสานพลังชีวิตที่ซาบซึ้งและโหยหามาเนิ่นนาน
เอวาเผยอปากส่งผ่านละอองพลังเวทพรีไนท์บริสุทธิ์สีเขียวมรกตเข้าสู่ลำคอของรินโดยตรงผ่านััเรียวลิ้นที่พัวพันอ่อนหวานและอบอุ่น ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานรินครางแ่ในลำคอ ยอมจำนนต่อััอันเปี่ยมล้นไปด้วยรักแท้แขนเรียวยาวของรินยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางของเอวาแน่นร่างกายเบียดชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
พลังเวทธรรมชาติสีเขียวและพลังหินศิลาสีเงินห้อมล้อมร่างของทั้งคู่เป็ดักแด้มนตรารินรู้สึกได้ว่าผลึกอัญมณีทมิฬที่เคยกรีดแทงกะบังลมค่อยๆผ่อนคลายตัวลงจนความเ็ปมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอบอุ่นแผ่ซ่านลึกซึ้ง
ััรักดำเนินไปอย่างเนิบช้าอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความจงรักภักดี รินยอมก้มหัวซบลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเอวาปล่อยให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าและตัวตนที่เคยแข็งกร้าวละลายกลายเป็ความยอมจำนนราบคาบภายใต้พันธนาการแห่งรักััผสานเวทส่งผลให้เกิด พันธะสายใยิญญา ที่สมบูรณ์ถาวรพลังชีวิตของเอวาและรินไหลเวียนประสานกันอย่างไม่มีสิ่งใดมาพรากได้อีกต่อไป
เมื่อคลื่นอารมณ์สงบลงรินนอนโอบกอดร่างบางของเอวาไว้ในอ้อมแขนใต้ผืนผ้าห่มหนาใบหน้าเปี่ยมสุขมีชีวิตชีวาเป็ครั้งแรกหูแมวป่าลู่ลงซบกับขมับของเอวาอย่างออดอ้อน แสงไฟกองไฟค่อยๆมอดดับทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นของจิติญญาที่หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกันในความมืด