เช้าตรู่วันต่อมา คีแวน บอกคนในกลุ่มว่าเราต้องรีบออกเดินทางไปให้เร็วที่สุดเพราะว่าเราโดนสัตว์แปลงที่ร้ายกาจ ไล่ตามอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ว่ามัน้าสิ่งใดในกลุ่มของเรา คาดการณ์ได้ว่าคงจะเป็ หินเท็นซี่
ซูิ ที่กลัวอย่างถึงที่สุด ไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้นรีบเข็นรถเลื่อนเดินหน้าอย่างรวดเร็ว
การเดินทางครั้งนี้ สุดแสนเหนื่อยล้าเพราะไม่มีใครยอมหยุดพักผ่อนเกรงกลัว สัตว์แปรง ตัวนั้นที่ตามมาและร่นระยะมาเรื่อยๆ
“นายคิดว่ายังไง นายบอกว่ามันตามเรามาใกล้เรื่อยๆ
นาฟ ดมกลิ่นอากาศ หันหน้ากลับไปมองบริเวณที่เ้าสัตว์แปลงหมีแดงตัวนั้นตามมา
“ฉันคิดว่ามันคงไม่ยอมปล่อยพวกเรารอดจากคืนนี้แน่นอน
“เพราะอะไร!!!!!เสี่ยวหมาน เสี่ยวซู ะโพร้อมกันด้วยความตื่นกลัว
“ ไม่รู้สิแค่รู้สึกว่ามันเร่งเร้าตัวมันเองมาก ดูจากลักษณะลมหายใจของมัน ขณะเร่งเดินทาง
เมื่อเดินทางถึงชายป่าอีกฝั่งหนึ่งเป็ชายป่าแถบนี้เป็ไม้แห้งแล้งเต็มไปด้วยเถาวัลย์แมกไม้ เสี่ยวหมานเสี่ยวซู ซูิ ทรุดตัวลงพิงต้นไม้ใหญ่
“ไม่ไหวแล้วหัวหน้า เหนื่อยจนแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว
อดทนหน่อย เสี่ยวหมานเราต้องออกจากป่านี่ก่อน ถึงจะหยุดพักได้ ในป่านี้อันตรายเกินไป สัตว์ป่าในนี้อาจคอยเล่นงานเราอยู่ มากัส เอ่ยอย่างหนักใจ ในขณะที่ตนเอง ทรุดเข่าลงใช้ดาบปลายแหลมพยุงตัวไว้ ซูิหอบหายใจอย่างยากลำบาก แยกออกมาพักคนเดียว
“งั้นเราพักสักครู่ก่อนเถอะค่อยออกเดินทาง เดี๋ยวฉันจะลากรถเลื่อนให้เอง คีแวนที่เหนื่อยหอบ แต่ยังยืนหยัด ไม่แสดงสีหน้าอาการ
คงมีเพียง นาฟที่ยังดูปลอดโปร่ง ลมหายใจสงบดูไม่ค่อยเห็นอาการเหนื่อยล้าใดๆ ยืนมองดูรอบๆ ะโบอก
“เราต้องรีบไปกันแล้ว”
ซูิ หันมองด้วยความโกรธเคือง เพราะตนเองยังไม่ได้พักเลย ไม่ทันไรเสียงหอนของหมาป่ากลุ่มหนึ่งดังมาแต่ไกล
“โบว่!!!!!!!”
ซวยล่ะสิ ดันมาเจอ กลุ่มหมาป่า เอาไงดีหัวหน้าคีแวน หันซ้ายหันขวากำชับอาวุธ หันกลับหน้ามามอง นาฟ
ไม่ทันละ นาฟ ไม่รอช้าหักกิ่งไม้บริเวณใกล้เคียงเปิดสัมภาระด้านหลัง นำขวดดินโรยวัสดุสีบางอย่างมาเคลือบบริเวณกิ่งไม้ลักษณะคล้ายของเหลวหนืด ทำอยู่ 3 อัน จุดไฟโยนให้คีแวน กับ มากัส
“ จะรอช้าไม่ได้เร่งเดินทางต่อ”
ขณะนั้นเอง หมาป่า สีเทาดำกระโจนจากบนต้นไม้พุ่งเข้าใส่ มากัสที่อยู่หลังท้ายสุด
“ฟ้าว!!”
มากัส เห็นแต่ไกลกำชับดาบในมือขวาฟันที่หมาป่าที่พุ่งเข้ามา
หมาป่าสะบัดตัวกลางอากาศหลบ ทแยงออกไปทางด้านซ้าย ปรากฏมีหมาป่าอีกตัวหนึ่ง พุ่งตามหลังมาพร้อมๆกัน กระโจนข้ามหัวตัวแรกไปเพื่อจะพุ่งเข้าไปกัดไปที่แขน
มากัสเหวี่ยงแขนซ้ายที่ถือคบไฟมาต้านรับ หมาป่าเคลื่อนตัวหลุดไปด้านข้าง มากัส เสียหลักล้มลง แต่หมาป่าไม่สามารถพุ่งเข้ามาซ้ำได้ เพราะลำตัวที่ ติดไฟ ฮ่าๆๆๆ สารที่เคลือบคบเพลิงนี่ติดไฟ ดีจริงๆ
ฝั่ง คีแวน ยืนคุมเชิง กันหมาป่า อีก 2ตัวที่เตรียมกระโจน เข้ามา
มากัสยังล้มคลุกคลานอยู่ ด้วยร่างกายที่ออกจะท้วมของ มากัส ทำให้เคลื่อนไหว เชื่องช้าหมาป่าตัวแรกที่ขยับออกข้าง ย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่ มากัสที่ยังไม่ได้ตั้งตัว จู่ๆ ไม้ปลายแหลมพุ่งมาจากไหนไม่รู้ “ฉึก ! ” จากด้านหน้าสวนไปที่ท้ายทอยของหมาป่าตัวนั้นทะลุปากตายคาที่
นาฟะโตัวย้อนกลับมาดึงไม้ปลายแหลมขึ้น คีแวน ะโบอกทุกคนล้อมกันเป็วงไว้
จากชายป่าอีกด้านหนึ่งเสียงหอน“โบ่ววว” หมาป่าค่อยๆปรากฏตัวออกมา ราวๆ 5-6 ตัวเดินล้อมรอบ กลุ่มไว้
นาฟขยับมาที่รถเลื่อน หยิบหน้าไม้อันหนึ่ง โยน ให้ ซูิ ซึ่งในตอนนี้โดนปลดพันธนาการออกทั้งหมดแล้ว ซูิไม่รอช้าขึ้นลำวางลูกดอกไปที่กลางหน้าไม้ ขัดลำกล้องเตรียมเล็งไปที่หมาป่า
หมาป่าร้องเห่าหอน ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แต่พวกมันก็ระวังคบเพลิงมากขึ้น คีแวน ยื่นคบเพลิงจะออกไปข้างหน้ากันไม่ให้หมาป่าเข้าใกล้มาก
เสียง “บึ้ม!!!!!” จากชายป่าด้านหลัง เสียงดังรุนแรงมาก ปรากฏเงาขนาดใหญ่พุ่งมาจาก้าเหมือนกับั์ ตนหนึ่งสีตัวสีแดงฉานพุ่งลงมายังตำแหน่งท้ายขบวน ลำแขนที่ใหญ่โตตะปบลงไปอย่างรุนแรง
มากัส เหลือบไปเห็น ไม่ทันตั้งตัว เอาดาบตั้งรับทันที แต่ เรี่ยวแรงของมนุษย์ทั่วไปไม่มีทางรับแรงขนาดนั้นได้แน่ “ปัง”
มากัส ปลิวกระเด็นไปตามแรงบึม !!!! ชนกับต้นไม้ใหญ่สลบไปทันที
“มากัส!!!!! คีแวน ร้องเรียก ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ
กลุ่มหมาป่าได้เห็น หมีั์แดง แตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทางเ้าหมีั์เดินค่อยๆ เข้ามาใกล้รถเลื่อน
กลุ่มของคีแวน เห็นหมีั์แดงในระยะใกล้ๆ อดตื่นใไม่ได้เป็หมีขนแดงขนาดใหญ่มากส่วนสูงราวๆ 3 เมตรกว่า ๆ ลำตัวหนาแน่น อุ้งมือขนาดใหญ่ กงเล็บแหลมคม สายตาสุกสกาว จดจ่องไปที่รถเลื่อนไม่ละสายตาไปไหน
ทันใดนั้นได้ยินเสียง “แหมะๆ” ไม่รู้มีน้ำเหลวๆ ไปโรยรอบๆ บริเวณรถเลื่อนั้แ่เมื่อไหร่ หมีั์ไปก้าวเข้าไปรู้สึกหนืดๆ
“ฟุบ” สะเก็ดไฟลุกโหมเกิดจากการดีดหินขนาดเล็ก เข้าไปที่ของเหลวเกิดไฟลุกขึ้นทันทีลุกไหม้บริเวณขา หมีั์เอามือปัดป่าย ไม่ร้องสักคำ ส่ายหน้า เหลือบไปมอง นาฟ ใช้สายตาบ่งบอกว่าไม่มีประโยชน์
นาฟ ไม่รอช้าคว้ากระปุกดินจากสัมภาระรูปทรงกลมขว้างไปที่พื้นทำให้ของเหลวเหนียวหนืดแตกกระจายอีกรอบหนึ่งกลายเป็กำแพงไฟ ลุกโหมเป็กำแพงไฟ ขวางไว้อีกรอบหนึ่ง
“ หมีั์แดงหยุดหันกลับไปมอง นาฟ อีกครั้ง
คีแวน อาศัยจังหวะนี้ที่รีบวิ่งไปทาง มากัสแบกขึ้นบนบ่า วิ่งนำหน้าออกไป ทางกลุ่มไม่รอช้า จับรถเลื่อนพุ่งตามหัวหน้า ไปคงเหลือแต่ นาฟ ที่คอยดักทางเ้าหมีั์ไว้ข้างหน้า
“นาฟ คว้ากระปุกดินขึ้นมาอีก 2กระปุก อยู่ในมือ ทำท่าเตรียมจะขว้าง
หมีั์แดง ยังไม่แสดงอาการใดๆ สายตาบ่งบอกว่าชื่นชมมนุษย์ตรงหน้าคนนี้ แล้วพยักหน้า
ค่อยๆเดินถอยหลังส่วนขาตัวยังโดนเผาไหม้ด้วยสะเก็ดไฟแต่ไม่ร้องสักคำ ยกอุ้งมือขึ้น กำนิ้วมือเหลือนิ้วเดียวเหมือนส่งสารให้ เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
นาฟ มองตามไปสักพัก ค่อยๆ เคลื่อนตัวถอยหลังตามกลุ่ม คีแวน ไป กลุ่มของ คีแวน นำหน้าทะลุออกมาจากดงป่าทึบ อย่างทุลักทุเล ประจวบเหมาะไป เจอ กับลาน กลางแจ้งแห่งหนึ่ง คีแวน ยกมือเป็กำปั้น สื่อสารว่าหยุดพัก ได้
ทุกคน ล้มตัวนอน หอบหายใจโรยริน แม้แต่ คีแวนเองหลังจากวางมากัส ลงพื้นแล้ว ยังไม่อาจข่มตัวเอง นอนราบพักเหนื่อยตามลูกน้อง
สภาพของคนในกลุ่มแทบดูไม่ได้ มากัส เสื้อผ้าฉีกขาดเืออกจากมุมปากตาหลับสนิท ร้องเรียกไม่ได้ยิน หายใจโรยริน เสี่ยวหมาน เสี่ยวซู นอน อาเจียน เนื่องจากที่เหนื่อยมาก
สักพัก ซูิ ที่ฟื้นตัวก่อนใคร มองมาที่กลุ่ม“หัวหน้า ท่าน มากัส ไม่ไหวแล้วปล่อยไปเถอะ จะเป็ตัวถ่วงให้เราช้าลง
“ไม่ได้! ข้ากับ มากัส ร่วมเดินทางด้วยกันตลอดยังไงฉันก็ต้องพาเค้ากลับไปด้วย
“ งั้นก็แล้วแต่ท่าน ข้าจะไปแล้ว
“ เ้า ซูิ คิดหนีเอาตัวรอดคนเดียว รึไง ไอ้เลวเอ้ย!
“ พวกแกสองพี่น้อง ถ้าไม่หนีตอนนี้ ก็ตายอยู่นี่แหละ
“ หนอย !!!!!
ไม่นาน นาฟ พุ่งตัวออกมาจากในป่าเจอ กลุ่ม คีแวน ไม่รอช้า พุ่งตัวไปดูทาง มากัส จับแขน ลำตัว สำรวจลมหายใจ
“ไม่ถึงกับ เลยร้าย แต่ไม่อาจขยับตัวได้สักระยะ
“ขอบคุณนายมากนะ นาฟ
เสี่ยวซู! จัดของในรถเลื่อนใหม่แล้ว เอา มากัส มานอนในรถเลื่อน
“ครับ !” เสี่ยวหมาน เข้ามาช่วยจัดแจง
ทั้งกลุ่มหยุดโต้เถียงกันแล้วเร่งเดินทางออกมาจากพื้นที่เวลาผ่านไปราวๆ 3 ชั่วโมง เสี่ยวซูเดินอย่างใกล้หมดสติจะล้มลง เสี่ยวหมาน วิ่งไปฉุดๆ ตื่นๆ น้องพี่เราจะมา ตายอยู่ตรงนี้ไม่ได้
“นาฟ เราคงต้องหยุดพักกันก่อนทั้งกลุ่มไม่มีเรี่ยวแรงเดินทางต่อไปอีกแล้ว นาฟ พยักหน้า