มีศิษย์เกือบร้อยในกลุ่มห้า จะเป็ศิษย์คนใดก็ได้สักคนซวี๋อี้สามารถพูดถึงได้เต็มปาก ยกเว้นแค่หลินโม่เ้าก้อนหินมูลทับโอ่งนี่ เดิมทีก็แทบไม่เจอตัวแล้วจะให้บอกท่านผู้าุโมู่อย่างไรกัน? หรือบอกไปว่าหลินโม่ได้คะแนนอันดับสุดท้ายของสายนอกมาตลอดสองปีทั้งยังทำลายประวัติศาสตร์การฝึกตนที่ช้าที่สุดในรอบห้าร้อยปีกัน?
“อาจารย์ใหญ่ซวี๋หรือว่ามีเื่ลำบากใจอันใดที่พูดไม่ได้หรือ?” มู่อี้ขมวดคิ้วถาม
“ท่านผู้าุโ” ซวี๋อี้กัดฟันกรอดพลางตัดสินใจเอ่ย“ศิษย์คนนั้น...ข้ายากที่จะเอ่ยปากจริงๆ...”
“เอ๋?” มู่อี้มองซวี๋อี้ด้วยความสงสัย
ครั้นสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ซวี๋อี้จึงกัดฟันพลางเล่าประวัติความประพฤติชั่วร้ายตลอดสองปีที่ผ่านมาของหลินโม่ประวัติการทดสอบแต่ละครั้งที่ได้อันดับรั้งท้าย มักหนีเรียนในวันปกติแม้จะเข้าเรียนก็เอาแต่หลับเสมอและเื่ชั่วร้ายอีกมากมาย
“ไม่เพียงเท่านั้นศิษย์คนนี้ยังคอยเอาแต่พึ่งพาเหลิงอู่เหยียนให้ช่วยเหลือ ไม่เคารพเหล่าคณาจารย์ทั้งยังมักจะทำให้ศิษย์คนอื่นขายหน้า กระทั่งถึงขั้นลวนลามศิษย์หญิง…” ซวี๋อี้หน้าขรึมลงหลังจากเล่าเื่ราวประวัติมากมายของเ้าหัวรั้นของสายนอกนี่แล้วทั้งคณะต่างหมายหัวหลินโม่เอาไว้
ครั้นฟังเื่ราวจบสีหน้าของมู่อี้พลันขรึมลง
“ท่านผู้าุโมู่อี้ เ้าศิษย์หนอนหัวรั้นดังเช่นเ้านี่มักจะปรากฏอยู่ในทุกรุ่นเสมอต่อให้จะเพิ่มความสามารถของอาจารย์ขึ้นก็ไร้หนทางทำให้เ้าหนอนเช่นนี้กลับมาเรียบร้อยได้อีกทั้งศิษย์นามหลินโม่คนนี้ยังมีความพิเศษอยู่บ้าง อยู่สายนอกมาถึงสองปี ไม่นึกว่าจะยังบรรลุระดับฝึกร่างถึงเพียงขั้นที่สองด้วยคุณสมบัตินี้ข้าจึงสงสัยนักว่าเขาผ่านการสอบวัดระดับเข้าสำนักมาได้อย่างไรกัน”ผู้ดูแลหลัวช่วยพูดอีกแรง
“ท่านผู้าุโมู่แท้จริงแล้วเื่นี้ก็สร้างความลำบากใจแก่ข้ามาถึงสองปี ข้าเองก็แปลกใจ ตอนที่หลินโม่สอบวัดระดับเข้าสำนักมาในคราแรกนั้นคะแนนของเขาสูงสุดเป็อันดับหนึ่ง” ซวี๋อี้รีบร้อนเล่าเื่เกินจริง
เป็ดั่งคาดสีหน้าของมู่อี้ขรึมลงยิ่งขึ้น
“อันดับหนึ่งในการสอบวัดระดับเข้าสำนัก แท้จริงแล้วใช้เวลาถึงสองปีเต็มๆระดับฝึกร่างเพิ่งจะบรรลุขั้นที่สอง...ฮึ! ผู้รับผิดชอบการสอบวัดระดับเข้าสำนักที่ช่วยเ้าหนุ่มนั่นช่างกล้าเกินไปเสียจริงนึกไม่ถึงว่าจะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดมหันต์เช่นนี้ได้เื่นี้ข้าต้องรายงานต่อสายในเพื่อตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน” มู่อี้เอ่ยด้วยสีหน้าคล้ำเข้ม
“หลายปีมานี้พวกเราละเลยการสอบวัดระดับเข้าของสายนอกเกินไปแล้วกระทั่งว่าปล่อยให้ศิษย์ที่คุณสมบัติไม่เพียงพอเข้าสายนอกมาได้”
ผู้ดูแลหลัวเอ่ยขึ้นต่อ “ในเมื่อเกิดเื่กับศิษย์หลินโม่คนหนึ่งแล้วเช่นนั้นเราต้องเพิ่มการป้องกันขึ้นหลังจากนี้ เ้าขยะเช่นนี้อย่าให้พวกมันผ่านพวกทุจริตเห็นแก่สินจ้างเข้าสู่สายนอกของเราได้เด็ดขาดสิ้นเปลืองแหล่งทรัพยากรการฝึกของเหล่าศิษย์ที่เดิมสมควรได้รับไปเสียเปล่า”
“เช่นนั้นก็เริ่มจากศิษย์นามหลินโม่นั่นรอเขาประเมินเสร็จสิ้นแล้วให้เรียกเขามา ข้าจะสอบสวนเื่นี้ด้วยมือข้าเอง”มู่อี้เอ่ยน้ำเสียงแข็งกร้าว
ครั้นได้ยินคำพูดนี้แล้วซวี๋อี้จึงผ่อนคลายลง ในที่สุดความเสี่ยงก็กลับมาต่ำลงขณะเดียวกันในใจก็รู้สึกยินดี ไอ้เ้าหินมูลที่ขวางทางมาตลอดสองปีไม่เพียงแต่ถีบส่งมันไปได้ในที่สุดอีกทั้งไอ้หินมูลก้อนนี้ยังอาจเป็ไปได้ว่าจะพบจุดจบโดยการถูกทุบจนแหลกละเอียดหากการกระทำของหลินโม่เข้าข่ายฉ้อโกงยักยอกทรัพย์จริงล่ะก็ เมื่อถูกสายในสอบสวนหลินโม่จะต้องถูกลงโทษอย่างหนีไม่ได้เป็แน่
เขตการประเมินครั้งสุดท้าย
“คนต่อไป” อาจารย์คุมการทดสอบะโขึ้น
หลินโม่เดินไปข้างหน้ายกมือกดลงบนผลึกศิลา ตามมาด้วยลำแสงส่องประกายขึ้นพลันชื่อปรากฏขึ้นบนศิลาจัดลำดับซึ่งยังไม่ได้รวมอยู่ในการจัดอันดับในขณะนี้
จากนั้นหลินโม่ที่อยู่ท่ามกลางสายตามากมายก็เดินเข้าสู่ภายในเขตทดสอบ
นี่คือค่ายกลรูปแบบหนึ่งรอบด้านถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา จากภายนอกจะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายในเขตมีเพียงศิษย์ที่เข้าร่วมการประเมินเท่านั้นถึงจะรู้ว่าสถานการณ์ภายในเป็เช่นไร
ภายในเขตค่ายกล รอบกายคือกองพะเนินหินที่มีเส้นทางเดียวเท่านั้นที่ผ่านได้
ยามนี้ อสูรหมาป่าพยัคฆ์ครามหกตัว มีขนาดเท่าลูกวัวกำลังเดินออกจากกองพะเนินหินเ่าั้ พลางส่งเสียงคำรามต่ำใส่หลินโม่พวกมันล้วนเป็อสูรระดับต่ำที่ถูกปรับเปลี่ยนอย่างพิเศษแล้วพลังจึงเหลือเพียงระดับฝึกร่างขั้นที่เก้าเท่านั้น
อสูรหมาป่าพยัคฆ์ครามหกตัวกู่ร้องคำรามพลางกระโจนเข้ามาจากทั่วสารทิศ
ลำแสงทองอันแหลมคมพุ่งกระจายออกจากร่างหลินโม่ ผสานแปรเป็เงาทะมึนมหึมาตามด้วยเสียงคำรามสนั่นราวกับอสนีบาต ทุกอย่างรอบกายพลันสงบลง...
เขตรอการประเมิน
สายตามากมายต่างจดจ้องไปยังศิลาจัดอันดับโดยเฉพาะเฟิงหลิงเหยียนและคนอื่น ทว่าท่าทางของพวกเขาดูสบายใจยามนี้สิ่งที่พวกเขา้าทำที่สุดนั่นคือการมองดูเื่น่าขันของหลินโม่เป็ครั้งสุดท้ายเพราะหลังจากนี้พวกเขาจะไม่มีทางได้คลุกคลีใดๆ กับหลินโม่อีกต่อไป
หนานิอู่ต่างก็จ้องศิลาจัดลำดับอยู่เช่นกันสิ่งที่ต่างไปจากผู้อื่นคือ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางอยากรู้ว่าผลลัพธ์ในการประเมินครั้งสุดท้ายของหลินโม่จะเป็เช่นไร
“เ้าหินมูลนั่นคงสอบเสร็จสิ้นแล้วสินะ?”
“เวลาผ่านไปตั้งสี่ร้อยลมหายใจแล้วสามอันดับแรกที่พูดเสียดิบดีล่ะ? พูดสูงจนเกินตัวเสียแล้วสิ”คำพูดของเหล่าศิษย์กลุ่มห้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
มุมปากบางของเฟิงหลิงเหยียนหยักยิ้มถากถาง
เสียงวิพากษ์รอบกายดังยิ่งขึ้นเสียงหัวเราะเยาะและดูแคลนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เป็เด็กหนุ่มที่โหล่ตลอดกาลยังริอาจประกาศว่าจะชิงสามอันดับแรกในการประเมินครั้งสุดท้ายมาให้ได้นี่คือเื่น่าขันที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
ชั่วพริบตาศิลาจัดอันดับพลันส่องสว่างขึ้น
จู่ๆ รายชื่อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนยอดสุดของศิลาจัดอันดับดันรายชื่ออันดับหนึ่งเดิมให้เคลื่อนลง รายชื่อประทับลงอย่างมั่นคงบนนั้น
หลินโม่!
ชื่อที่ส่องประกายแวววาวดุจผลึกเพชรราวกับดวงอาทิตย์ร้อนระอุอันไกลโพ้น แสบตาถึงเพียงนั้นเชียวล่ะ ด้านหลังของชื่อนี้ยังมีตัวเลขสั้นๆที่ทำให้จิตใจของผู้คนสั่นสะท้านไปทั่ว—เก้าลมหายใจ!
เขตรอการประเมินเงียบลงในชั่วพริบตา
แววตาของหนานิอู่ปรากฏเค้าความยินดีและประหลาดใจ
เหลิงอู่เหยียนเผยยิ้มออกมาเขารู้อยู่แล้วว่าสักวันหลินโม่จะสามารถเอาชนะเหนือกว่าเหล่าผู้คนได้
เฟิงหลิงเหยียนดวงหน้าซีดเผือดขบริมฝีปากแน่น สองมือกำดึงมุมเสื้อไว้แน่น เพราะใช้แรงมากไปนิ้วมือทั้งสองข้างที่จิกแน่นจึงมีเืซึมออกมา
ใบหน้าของฉิวจวิ้นราวกับแตกทลายลงพื้นสายตาทื่อๆ จดจ้องไปยังยอดสุดของศิลาจัดอันดับ สองหมัดกำแน่นแทบเป็ก้อนกลมอย่างเสียไม่ได้
จากที่ไกลๆ
ซวี๋อี้ริมฝีปากสั่นเทาเหงื่อเย็นผุดท่วมหน้าผาก เหงื่อเย็นเม็ดหนึ่งไหลลงจากขมับชุดที่สวมบนร่างเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อความรู้สึกเย็นะเืบางอย่างหลั่งไหลจากเท้าตรงสู่สมอง
นี่มันเป็ไปไม่ได้เป็ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด...
เ้าก้อนมูลทับกล่องนั่นชิงอันดับหนึ่งในการประเมินครั้งสุดท้ายมาได้อย่างไรกัน…
เก้าลมหายใจ!
นับั้แ่ก่อตั้งสายนอกจนกระทั่งวันนี้ก็ห้าร้อยปีมาแล้วสถิติที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ก็คือยี่สิบแปดลมหายใจนั่นคือสถิติที่ทิ้งไว้เมื่อสี่ร้อยปีก่อน สถิตินี้ยังไม่เคยมีผู้ใดทำลายได้มาก่อน
ทว่า บัดนี้กลับถูกทำลายลงแล้วทั้งยังทะลุไปอยู่ภายในไม่เกินสิบลมหายใจ...
ไม่เพียงแค่เป็อันดับหนึ่งของการประเมินครั้งสุดท้ายในครานี้แต่ยังเป็อันดับหนึ่งในรอบห้าร้อยปีอีกด้วย นามของหลินโม่และสถิติสั้นๆ นี้จะถูกจารึกไว้ยอดสุดบนแผ่นป้ายสถิติของสำนักเทียนซิงสายนอก
“อาจารย์ใหญ่ซวี๋ ข้าหวังว่าท่านจะสามารถชี้แจงให้ข้าได้ศิษย์คนหนึ่งที่คะแนนอยู่อันดับรั้งท้ายและมีประวัติชั่วร้ายมากมายมาตลอดสองปี ในกรณีทดสอบนี้ทั้งที่าเ็ยังจะสามารถชิงอันดับหนึ่งในการประเมินครั้งสุดท้ายมาได้อย่างไรอีกทั้งยังทำลายสถิติสูงสุดได้อีก” น้ำเสียงแหบพร่าของมู่อี้แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น
ซวี๋อี้ตัวสั่นเทาขึ้นอย่างห้ามไม่ได้สีหน้าเวทนาซีดเผือดราวกระดาษ เื่นี้หากจัดการไม่ดีชีวิตการเป็อาจารย์ของเขาหลังจากวันนี้คงจะจบสิ้นลงก่อนด้วยเหตุนี้เป็แน่ ไม่เพียงเท่านั้นยังอาจเกี่ยวเนื่องไปกระทั่งการข่มเหงศิษย์อัจฉริยะดีเด่นแล้วถูกจัดการเป็การภายในโดยสายในอย่างแน่นอน
สีหน้าของผู้ดูแลหลัวผู้น่าเวทนาเขียวคล้ำด้วยความโมโห เกลียดเสียจนแทบจะฟาดซวี๋อี้ให้ตายเสียตรงนี้
“ข้า...ข้า…”
ซวี๋อี้อ้ำๆ อึ้งๆไม่รู้ว่าควรเปิดปากเอ่ยเช่นไร เหงื่อเย็นผุดขึ้นไม่หยุด เขาควรจะชี้แจงเยี่ยงไร? ไม่ว่าจะอธิบายไปเช่นไรความรับผิดชอบในการปฏิบัติในหน้าที่บกพร่องนั้นต่างก็ปฏิเสธทิ้งไม่ได้จำต้องได้รับการลงโทษและตักเตือนจากสำนักเทียนซิงอย่างแน่นอน
“อาจารย์ใหญ่ซวี๋ ข้าจะรายงานเื่ฉ้อโกงของหลินโม่”ฉิวจวิ้นก้าวเข้ามา