ภายห้องผู้ป่วยรวม โจนาธานกำลังโต้เถียงกับหมอเ้าของไข้ของเซซาเรียที่ชื่อจอร์จ
่เย็นของเมื่อวาน (ก่อนเซทออกคำสั่ง) เขาได้รับแจ้งว่าภรรยาตนพ้นขีดอันตรายแล้ว และสามารถกลับบ้านได้เลยในวันนี้
แต่พอมาตอนเช้า จู่ๆ ก็มาบอกว่ายังไม่พ้นขีดอันตราย แถมยังจะต้องพักอยู่โรงพยาบาลไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนดอีกต่างหาก ซึ่งมันทำให้ตำรวจหนุ่มเกิดความรู้สึกวิตกกังวลไม่น้อยเลย
"คือว่า...เอ่อ...พอดีเราเพิ่งพบความผิดปกติบางอย่างในสมองนะครับ คงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน" หมอจอร์จพูดโกหก
เมื่อชั่วโมงที่แล้วเขาเพิ่งได้รับคำสั่งด่วนจากผู้อำนวยการอ้วนว่าต้องถ่วงเวลาผู้หญิงคนนี้ไว้ให้นานที่สุด
"ความผิดปกติอะไร?" โจนาธานถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“อะแฮ่ม....คือ....ภรรยาคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสมองในส่วนของฟอราเมน แมกนัม*อุดตันจากอุบัติเหตุ ทำให้เมดัลลา ออบลองกาตา** ผ่านไม่ได้ และ ฯลฯ”
หมอหนุ่มพยายามอธิบายด้วยคำศัพท์ยากๆ เพื่อปกปิดการโกหก
แน่นอนว่าเซซาเรียเองก็รู้สึกสงสัย แต่เนื่องจากว่าเป็อายุรแพทย์ ทำให้ไม่ค่อยแม่นในเื่สมองสักเท่าไร เธอจึงเลือกที่จะเงียบไว้ก่อนชั่วคราว
ผิดกันกับเด็กน้อยข้างๆ ที่ขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับมองไปที่หมอจอร์จด้วยสายตาจับผิด
ยิ่งเห็นทาท่างรุกรี้รุกรนแปลกๆ นั่นแล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องมีลับลมคมในแน่นอน
ถ้าไอ้ส่วนที่ว่ามาาเ็จริง ก็มีหรือที่เ้านาโนบอทจะปล่อยให้มันอุดตันอยู่แบบนั้น? คำตอบคือไม่มีทาง
กะอีแค่ทะลวงเส้นเืที่อุดตัน สำหรับพวกบอทนั้นมันง่ายแสนง่ายแค่ไม่กี่นาทีก็เสร็จแล้ว
“คือว่า...ค่ารักษาพยาบาล…เท่าไรครับ” โจนาธานถามอย่างเป็กังวล
ตอนนี้ครอบครัวฟรีแมนเหลือเงินไม่มากแล้ว เขาจึงกลัวว่าเงินจะไม่พอ แล้วไหนจะยังมีส่วนของอาสากู้ภัยหัวล้านอีก
“เื่นี้ไม่ต้องเป็ห่วง ทางโรงพยาบาลจะรับผิดชอบในส่วนของภรรยาคุณให้เองครับ” หมอหนุ่มรีบตอบทันควัน
เขาได้รับคำสั่งมาว่า ให้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้หญิงสาวอยู่โรงพยาบาลต่อ ถ้าทำพลาดก็แน่นอนว่าต้องถูกลงโทษด้วย
ปกติแล้วถ้าไม่มีเื่กวนใจมาบดบังสติปัญญา ท่าทางมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัดของหมอหนุ่มกับข้อเสนอที่ดีเกินไปของโรงพยาบาลก็ย่อมไม่อาจพ้นสายตาของตำรวจหนุ่มไปได้
แต่สำหรับ่ที่จิตใจว้าวุ่นเช่นนี้ จึงทำให้โจนาธานเผลอมองข้ามมันไป
“คือคุณหมอคะ ดิฉันสงสัยว่า…..”
เซซาเรียซึ่งเริ่มเอะใจขึ้นมากำลังจะถามเื่ที่สงสัย ทว่า...
"เอาล่ะ! ผมมีเคสฉุกเฉิน คงต้องขอตัวก่อนนะครับ” พอพูดจบหมอจอร์จก็รีบเดินหนีออกไปจากห้องทันที
ยิ่งพูดมากยิ่งหลุดมาก เื่อะไรเขาต้องอยู่ให้อีกฝ่ายถามล่ะ?
เฟรีสมองตามหลังหมอหนุ่มที่สะบัดตูดหนีออกไปด้วยแววตาเ็า
‘มันต้องมีเจตนาไม่ดีแน่นอน'
ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว และจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเด็ดขาด
'ต้องให้พวกเขาออกไปจากที่นี่เร็วที่สุด' เด็กน้อยคิดเร็วจี๋ เตรียมจะบอกข้อพิรุธต่างๆ ที่พบให้สองสามีภรรยาฟัง
แต่ยังไม่ทันได้พูดก็มีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“สวัสดีครับคุณโจนาธาน คุณเซซาเรีย ผม ลูดอส อาทีนี่ เป็นักสังคมสงเคราะห์ พอดีทางตำรวจได้ประสานมาเมื่อวาน” ชายผู้นั้นแนะนำตัว
“เราออกไปพูดกันด้านนอกดีกว่าจะได้ไม่รบกวนผู้ป่วย” โจนาธานเอ่ยชวน
เฟรีสเห็นดังนั้นก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่แม้จะแค่วินาทีเดียวก็ตาม
การอยู่ในพื้นที่ของศัตรูมันไม่ใช่เื่ฉลาดเลย
-------------------------------------
ชั้นแรกของโรงพยาบาล ภายในร้านคอฟฟี่ช้อปแห่งหนึ่ง
“สำหรับเื่การรับบุตรบุญธรรม ทางคุณจะต้องผ่านการประเมินจากเราก่อนนะครับ” ลูดอสพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
“ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ระหว่างนี้เด็กคงต้องอยู่ที่สถานสงเคราะห์ไปก่อน……แต่ถ้าคุณ้าผมก็สามารถ....”
ยิ่งฟังชายวัยกลางคนพูดเท่าไร ตำรวจหนุ่มก็ยิ่งมีสีหน้าเ็ามากขึ้นเรื่อยๆ
"อย่าเสียเวลา คุณจะเอาเท่าไหร่?" โจนาธานพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
เขาอยู่ในวงการตำรวจมานาน จึงรู้ทันทีว่าลูดอสหมายความว่าอะไร
ตามปกติแล้ว โจนาธานเกลียดคนเรียกสินบนแบบลูดอสที่สุดและจะไม่เข้าไปร่วมหรือสนับสนุนใดๆ อย่างเด็ดขาด
แต่ตอนนี้เขามีชีวิตของเฟรีสเป็เดิมพัน จึงทำให้ไม่มีตัวเลือกมากนัก ถ้าเกิดไม่จ่ายให้ชายตรงหน้า พรุ่งนี้เด็กน้อยก็จะต้องถูกส่งไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก
“ผมชอบนะ ตรงไปตรงมาดี เห็นแก่เด็กนั่น ขอค่าเอกสารแค่ 45,000 ไซนี่ ก็พอ (หน่วยเงินประเทศไซแอน) แล้วเด็กจะได้ไปกับคุณพรุ่งนี้”
"แต่...ที่พูดนั่น หมายถึงแค่ให้ไปพักอยู่เท่านั้น ส่วนเื่รับเป็ลูกบุญธรรมยังออกเอกสารให้ไม่ได้ ต้องรอพ้น 3 เดือนไปก่อน ถ้าไม่มีใครมารับเด็กไป คุณถึงจะรับเขาเป็ลูกบุญธรรมได้" ลูดอสบอกโจนาธาน
ตรงจุดนี้เขาไม่กล้าเอามาหาประโยชน์ เพราะถ้าเกิดมีพ่อแม่หรือญาติมารับเด็กไปก่อนพ้น 3 เดือน แต่พอมาถึงกลับพบว่าลูกหรือหลานถูกส่งไปอยู่กับคนอื่นแล้ว
คนแรกที่จะซวยก็คือเขา เผลอๆ อาจโดนข้อหาค้ามนุษย์เลยก็ได้
“พอพ้นกำหนดแล้ว ถึงตอนนั้นเราก็ค่อยมาคุยเื่เอกสารกันอีกทีแล้วกัน ผมรู้จักคนในที่สามารถทำเื่ให้เสร็จได้เพียงไม่กี่วัน”
ลูดอสโฆษณาตัวเอง แน่นอนคำว่าเพียงไม่กี่วันนั่นก็ต้องมีค่าน้ำชาด้วยเช่นกัน
“ประเทศนี้มันช่างเละเทะเหลือเกิน” โจนาธานบ่นกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดพลางเดินไปกดประตูลิฟต์
เนื่องจากระบอบการปกครองที่ล้าหลังและมีอำนาจรวมศูนย์ที่กษัตริย์ ได้ส่งผลให้มีเฉพาะผู้ที่ราชวงศ์ไว้วางใจหรือมีเส้นสายเท่านั้นที่ได้รับตำแหน่งสำคัญๆ ในวงการข้าราชการ
และคนพวกนั้นก็จะมอบตำแหน่งที่สำคัญๆ รองลงมาให้แก่ลูกน้องของตนเองต่ออีกทอดหนึ่ง
แต่งตั้งกันไปในลักษณะนี้ โดยไม่ได้คัดเลือกคนตามความสามารถหรือผลงาน แต่กลับเลือกจากความพอใจหรือผลประโยชน์ที่ได้รับแทน
ส่วนการทำหน้าที่น่ะหรอ? ไม่ต้องมากก็ได้ เพราะถึงทำได้ดียังไงก็ไม่ได้เลื่อนขั้น สู้เอาเวลาไปเก็บส่วยหรือรับสินบนส่งขึ้นไปข้างบนดีกว่า
ดังนั้น ด้วยระบบเน่าๆ แบบนี้ วงการข้าราชการในไซแอนจึงห่วยแตกอย่างถึงที่สุด
--------------------
ภายในห้องผู้ป่วยรวม
"นี่ลุง มันแปลกๆ นะเื่ค่ารักษาพยาบาล ทำไมน้าเซร่าได้ฟรี ส่วนของผมยังต้องเสียเงินล่ะ?" เฟรีสพูดเตือนสติตำรวจหนุ่ม
“นั่นสิโจน จู่ๆ ก็มาบอกว่าจะออกให้ ปกติตามโรงพยาบาลไม่มีแบบนี้นะ ฉันเป็หมอมาหลายปีก็ไม่เคยเจอ” เซซาเรียพูดเสริม
หญิงสาวรู้สึกเอะใจมาสักพักแล้ว เพราะตามปกตินั้นต้องกรอกเอกสารเป็ตั้งและมีขั้นตอนมากมายกว่าที่จะได้ลดค่าใช้จ่าย แต่นี่เซซาเรียยังไม่ได้เห็นกระทั่งแบบฟอร์มด้วยซ้ำ
โรงพยาบาลรัฐบริการดีขนาดนี้ั้แ่เมื่อไรกัน?
เมื่อได้ฟังทั้งสองพูด โจนาธานก็ฉุกคิดทันที เขานึกนึกย้อนไปถึงท่าทางของหมอจอร์จที่รุกรี้รุกรนแปลกๆ และเมื่อนำมาประกอบกับคำพูดของทั้งสองคนก็พบว่ามันมีปัญหาจริงๆ
"อืม…มันไม่ปกติจริงๆ ด้วย เดี๋ยวผมจะรีบไปติดต่อโรงพยาบาลอื่นตอนนี้เลย” โจนาธานบอกกับทั้งสองคน
“นี่ ลองไปโรงพยาบาลที่ฉันทำงานอยู่สิ นอกจากได้ส่วนลดแล้วยังไว้ใจได้ด้วย” เซซาเรียเสนอ เพราะเธอมีเพื่อนอยู่ที่นั่นหลายคน
-------------------------------------------------------
ใน่เย็นในวันเดียวกันนั้นเอง ขณะที่ตำรวจหนุ่มยังไม่กลับ หมอก็ได้มาเจาะเืของเซซาเรียไปถึง 4 หลอด ด้วยข้ออ้างว่าจะเอาไปตรวจ
ซึ่งเฟรีสที่อยู่ด้านข้างก็ได้เห็นถึงความผิดปกติอีกครั้ง
'ทำไมต้องเจาะเืไปเยอะขนาดนั้น หรือว่า….พวกมันเจอนาโนบอทในเื ใช่แน่นอน! การที่ฟื้นตัวเร็วเกินไปจึงทำให้พวกมันสังเกตเห็นสินะ’
'พวกมันคงไม่ปัญญาสร้างพวกตัวจิ๋วได้ แต่เพื่อความปลอดภัยทำลายทิ้งไว้ก่อนดีกว่า ที่สำคัญคือไอ้สวะพวกนั้นกล้าขโมยของของเรา ฉันจะต้องให้พวกแกชดใช้อย่างแน่นอน’ เฟรีสคิดพลางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
เมื่อเขารู้วิธีสร้างก็ย่อมรู้วิธีทำลายพวกมันด้วย
ทว่า....
‘เฮ้อ.....ปัญหาเดิมกลับมาอีกครั้งคือตอนนี้ฉันไม่มีอะไรเลยนี่สิ’ เฟรีสรำพึงรำพัน
………………………………………………………………………………
่ดึกวันเดียวกัน
กลุ่มคนสวมชุดกราวน์สีขาวกำลังมุงดูหนูขาวอวบอ้วนตัวหนึ่งในตู้กระจก
แม้จะดึกแล้วก็ตาม แต่สีหน้าท่าทางของทุกคนต่างก็ไม่มีร่องรอยของความอ่อนเพลียแม้แต่น้อย
“มันไม่ใช่เซลล์แต่เป็หุ่นยนต์ตัวเล็กๆ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” นักวิจัยชั้นนำของไซแอนคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ถ้าพวกเรารู้วิธีสร้างพวกมัน อย่าว่าแต่รางวัลระดับโลกเลย พันล้าน? หมื่นล้าน? …ไม่สินั่นยังน้อยไปด้วยซ้ำ” ผู้อำนวยการเซทพูดเสียงดังเพื่อกระตุ้นความโลภของทุกคน
“หมอจอร์จ! พรุ่งนี้แกต้องไปเลียบเคียงถามเื่ไอ้ตัวเล็กๆ นี่จากผู้หญิงคนนั้น" ผู้อำนวยการเซทสั่งหมอหนุ่มผมทอง
“แต่…” หมอจอร์จใที่จู่ๆ ก็ถูกใช้งาน (อีกแล้ว อะไรก็ตู)
“ไม่มีแต่! พรุ่งนี้แกจะต้องมีคำตอบให้ฉัน ไม่อย่างนั้นก็อย่าเป็หมอต่อเลย” ผู้อำนวยการอ้วนตัดบทด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
--------------------------------------
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
“อะไรนะ! พวกเขาไปแล้ว! ไปไหน?” หมอจอร์จตะคอกใส่เ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
“ผมซวยแล้ว” เขารำพึงรำพันด้วยความสิ้นหวัง
*ฟอราเมน แมกนัม (Foramen Magnum, มาจากภาษาละติน แปลว่า รูขนาดใหญ่) ในทางกายวิภาคศาสตร์ เป็ช่องเปิดขนาดใหญ่รูปวงรีที่อยู่ที่ฐานของกะโหรกศีรษะบนกระดูกท้ายทอย (Occipital Bone) ซึ่งเป็ทางผ่านของ **เมดัลลา ออบลองกาตา (Medulla Oblongata) ซึ่งติดต่อกับไขสันหลัง
- อ้างอิง https://th.wikipedia.org/wiki/ฟอราเมน_แมกนัม