ตอนที่ 9 เยี่ยนจี สิ่งนี้แหละที่เรียกว่ากลยุทธ์ปล่อยเพื่อจับ
ภายในคุกมืดอันเย็นเยียบ
เย่เฉินและอาจารย์ผู้ลึกลับของเขากำลังพูดคุยหารือกันถึงหนทางที่จะหลบหนีออกไปจากที่นี่
“เื่นี้ต้องวางแผนให้รอบคอบ กู้ฉางเกอมีภูมิหลังที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ อีกทั้งยังมีผู้แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง ตอนนี้เ้าไม่อาจเผชิญหน้ากับเขาได้โดยตรง…”
“ถ้าให้พูดไป เ้าไม่ควรทำตัวบุ่มบ่ามเช่นนั้น”
อาจารย์ของเย่เฉินกล่าวขึ้น
นางมีนามว่าเยี่ยนจี นางมีร่างกายอันเลือนราง และมีดวงตาสีแดงฉานที่ดูแปลกประหลาดแต่ก็งดงาม
ในขณะนี้ บนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของนางปรากฏแววเคร่งขรึม
แม้ว่าจะเหลือเพียงเศษเสี้ยวิญญา แต่ก็ยังเห็นได้ถึงความงามล้ำในอดีตที่เคยสะกดทุกสายตา
“ศิษย์ทราบแล้ว ศิษย์ขออภัย”
หลังจากที่เย่เฉินสงบสติอารมณ์ได้ เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา
เขาไม่ควรจะโกรธและพาลใส่อาจารย์ผู้งดงามของตน
โชคดีที่อาจารย์ของเขามิได้ถือโทษโกรธเคือง แต่กลับเป็ฝ่ายปลอบใจเขาเสียอีก สิ่งนี้ทำให้เย่เฉินรู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก
ส่วนเื่ที่ว่าเขาบุ่มบ่าม
เขาไม่มีทางยอมรับเป็แน่ เพราะในตอนนั้นเขาได้วางแผนรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แค่เพียงใน่เวลาสำคัญ อาจารย์ของเขากลับบังเอิญพบเื่ที่ไม่คาดฝันเท่านั้นเอง
“ข้าทราบแล้วท่านอาจารย์ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะซ่อนตัวรอคอย หากแข็งแกร่งขึ้นเมื่อใด ข้าจะสังหารกู้ฉางเกอให้ได้”
เย่เฉินกัดฟันกล่าวคำสาบาน
เขาครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่สุดท้ายก็ไม่คิดอยากยอมแพ้
เขาเชื่อว่าซูชิงเกอมิได้เต็มใจทำเช่นนั้น นางคงมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่
หรือบางทีอาจเป็กู้ฉางเกอที่บีบบังคับนาง
เยี่ยนจีขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางถอนหายใจในใจ
ในสายตาของนาง ความคิดของเย่เฉินนั้นยังไม่เติบโตพอ
เพียงเพราะแม่นางผู้หนึ่ง เขากลับไปล่วงเกินคนที่ไม่สมควรล่วงเกิน
ยิ่งไปกว่านั้น กู้ฉางเกอเองก็มิได้ทำอันใดผิด
หากสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนเลือกจะเข้าข้างผู้มีอำนาจ แล้วเช่นนี้จะไปโทษใครได้เล่า
แต่ถึงอย่างไร เย่เฉินก็เป็ศิษย์ที่นางรับไว้ด้วยตนเอง และการที่นางฟื้นขึ้นมาได้ ก็ล้วนเป็เพราะพลังปราณที่เขาบำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบากในอดีต
ดังนั้นเยี่ยนจีจึงมิได้กล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมา
“ในคุกนี้มีผู้แข็งแกร่งถูกขังไว้ไม่น้อย บางทีนี่อาจเป็วิธีที่เราจะใช้หลบหนีได้…”
เย่เฉินแอบคิดในใจอย่างเงียบเชียบ ว่าเขาจะไม่ยอมรอความตายอยู่เฉยๆ เช่นนี้แน่
ในเมื่อสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนไร้ซึ่งความยุติธรรม ก็อย่าหวังว่าเขาจะปรานีอีกต่อไป!
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
การสนทนาอันลึกลับของทั้งสองเป็ไปโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีดวงตาเ็าคู่หนึ่งกำลังเฝ้าจับจ้องทุกอย่างอยู่ในเงามืด
ผู้าุโิจงใจซ่อนตัวปกปิดร่างกายของตนเอาไว้
แม้ว่าอาจารย์ของเย่เฉินจะเคยแข็งแกร่งมากในอดีต แต่ในสภาพเศษเสี้ยวิญญาเช่นนี้ การจะค้นพบผู้าุโิก็เป็ไปได้ยาก
“วาสนาที่คุณชายพูดถึง อยู่บนตัวบุคคลเช่นนี้หรือ”
“เศษเสี้ยวิญญาของผู้แข็งแกร่งในอดีตอย่างนั้นหรือ”
ผู้าุโิขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่ว่าจะมองอย่างไร เขาก็ไม่เห็นว่าเย่เฉินจะมีอะไรพิเศษ
แต่กลับกลายเป็แหวนในมือของเขาที่ดูแปลกประหลาดเอาเสียมากกว่า
แหวนวงนั้นคล้ายดั่งมีคลื่นพลังิญญาแผ่ออกมาอย่างแ่เบา
อีกทั้งการที่พวกเขาใช้จิติญญาในการสื่อสารกันเมื่อครู่นี้ ก็แสดงให้เห็นว่าเื้ัของเย่เฉินมีผู้แข็งแกร่งซ่อนอยู่
แต่คุณชายกู้กลับสั่งให้เขาเพียงแค่เฝ้าสังเกตการกระทำของเย่เฉิน โดยไม่ให้เข้าไปแทรกแซงสิ่งใด
ดังนั้นผู้าุโิจึงไม่ได้ลงมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เพียงพริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยไปสามวัน
เื่ที่เย่เฉินถูกขังอยู่ในคุกดูเหมือนจะถูกทุกคนในสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนลืมเลือนไป
ในเมื่อกู้ฉางเกอไม่พูดถึง
แล้วใครเล่าจะกล้าเอ่ยถาม
เป็เพียงศิษย์ภายในผู้ไม่สลักสำคัญอันใด แต่กลับกล้าล่วงเกินบุคคลระดับนี้ เพราะฉะนั้นต่อให้ถูกขังตลอดชีวิตจนแก่ตายอยู่ในนั้น ก็มินับว่าเกินเลยแต่อย่างใด
กู้ฉางเกอรู้สึกเบิกบานใจเป็อย่างยิ่ง
ตลอดสามวันที่ผ่านมา ผู้าุโิคอยรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคุกให้ฟังทุกวัน
เื่ของเย่เฉินกับอาจารย์ที่เขาเรียกขาน กู้ฉางเกอก็พอจะมองภาพออกได้แล้ว
เส้นเื่ก็ยังคงเป็เช่นเดิม
เพียงแต่เปลี่ยนผู้แสดงเท่านั้นเอง
ที่เย่เฉินสามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ นอกจากโชคชะตาที่ดีเหลือเชื่อแล้ว หลักๆ ก็เป็เพราะอาจารย์ผู้ลึกลับของเขา
หากไม่มีปรมาจารย์ผู้นี้แล้ว เขาก็เป็ได้เพียงคนไร้ค่าเท่านั้น
แม้ก่อนหน้านี้กู้ฉางเกอเคยคิดจะลงมือแย่งชิงแหวนของเย่เฉิน
แต่เป็ไปได้สูงว่าอาจารย์ผู้ลึกลับของเขาจะสละเศษเสี้ยวิญญาที่เหลืออยู่เพื่อะเิพลังปกป้องเย่เฉินให้หนีรอดไปได้
กอปรกับโชควาสนาอันลี้ลับที่คอยคุ้มครองเขาอยู่
แผนนี้จึงเต็มไปด้วยความเสี่ยงเป็อย่างมาก
แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำสำเร็จ
หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา เขาและผู้าุโิคงจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งลงที่นี่
“การยุยงสร้างความแตกแยก ก็ดูเหมือนจะเป็ทางเลือกที่ไม่เลว”
“แต่ตัวร้ายอย่างข้า หากทำเช่นนี้จะดูชั่วร้ายเกินไปหน่อยหรือไม่”
“ไม่ใช่เสียหน่อย ข้าทำไปเพื่อค่าชะตา์ และเพื่อการฝึกบำเพ็ญเพียรของข้าต่างหาก”
เขากล่าวกับตนเองอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความชอบธรรม
ขณะที่กำลังคิดถึงเื่เหล่านี้
กู้ฉางเกอก็คิดอยากจะเริ่มลงมือทำ
แต่ในตอนนั้นเอง ทหารยามผู้หนึ่งก็เดินเข้ามารายงาน
“นายท่าน เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์มาขอเข้าพบขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ฉางเกอก็กลับมาสู่ความคิดปัจจุบัน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป กลับกลายเป็สีหน้าเ็าดังเดิม พลางตอบเสียงเรียบว่า “ให้นางเข้ามาได้”
อย่างไรเสีย ในฐานะตัวร้ายผู้ยิ่งใหญ่ ก็ควรรักษาภาพลักษณ์ให้สมศักดิ์ศรี
ปล่อยให้นางรอคอยมาถึงสามวันแล้ว ตอนนี้คงถึงเวลาที่ควรพบกันเสียที
กู้ฉางเกอในโลกเดิม อย่างน้อยก็ถือว่าเป็ผู้ที่เคยอ่านนิยายออนไลน์มาแล้วนับไม่ถ้วน
สำหรับตัวละครหญิงที่ฉลาดหลักแหลมอย่างซูชิงเกอ โดยเฉพาะเมื่อรู้จุดอ่อนของนางแล้ว
การรับมือกับนางก็ยิ่งเป็เื่ง่ายดายเข้าไปใหญ่
ก่อนอื่นต้องขัดเกลานิสัยของนางเสียก่อน
อย่างไรเสีย เขาก็ไม่ใช่พวกที่เห็นหญิงงามแล้วทำอะไรไม่ถูก
อีกอย่างยังมีคำกล่าวที่ว่าปล่อยเพื่อจับมิใช่หรือ
เขาจึงรอให้นางอยู่บนขอบเหวแห่งความสิ้นหวัง แล้วค่อยสาดแสงแห่งความหวังลงไปให้
ตลอดสามวันที่ผ่านมา เ้าสำนักไท่เสวียนนั้นมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ และถอนหายใจอยู่ตลอดเวลา
ส่วนสาเหตุน่ะหรือ
ก็คงเป็เพราะ ดูเหมือนว่าบุตรสาวของตนจะทำให้คุณชายกู้ไม่พอใจ
และเ้าสำนักไท่เสวียนเองก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามกู้ฉางเกอเกี่ยวกับเื่นี้
ส่วนซูชิงเกอก็เป็คนกตัญญู นางจึงไม่อยากเห็นบิดาของตนต้องทุกข์ใจเช่นนี้
และนี่เองก็เป็หนึ่งในจุดอ่อนที่กู้ฉางเกอหยิบยกมาใช้ควบคุมนาง
“ชิงเกอขอคารวะคุณชายกู้”
เสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมกับร่างของซูชิงเกอที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในเรือนพัก สีหน้าของนางฉายแววกระวนกระวายเล็กน้อย
ตอนนี้นางมิอาจรักษาความสงบนิ่งได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว