ความรักของยัยปลาทอง

    รักแรกพบของปลาทอง 2

    “พี่เอากาแฟไหม?”“เอากาแฟดำ”“เอากาแฟดำมาแก้วนึง แล้วก็เอาชาเขียวมาอีกแก้ว” ชลธารหันไปสั่งลูกน้อง“ค่ะ คุณธาร”“เรียกพี่มามีอะไร?” ชลธีถามขึ้นหลังจิบกาแฟดำไปเล็กน้อย ก็พยักหน้าให้น้องชายหนึ่งครั้ง กาแฟรสชาติดีมาก“วันเกิดแม่เดือนหน้าพี่จะมาไหม?”“ถ้าพี่ไม่ไป แม่คงบุกมาถึงบริษัท” ชลธีตอบ เรื่องแบบนี้จะดูถูกแม่ของเขาไม่ได้ เคยมีหนึ่งครั้งที่มานั่งเฝ้าเขาทำงานถึงสองวัน ก่อนจะสั่งให้ย้ายเลขาที่มักจะส่งสายตาหวานเชื่อมให้เจ้านายไปอยู่แผนกอื่น ถึงได้ไม่มาอีก“ถ้างั้นพี่ก็ต้องระวังไว้หน่อย ลูกสาวป้าจีเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเมื่ออาทิตย์ก่อน แม่ต้องกำลังคิดจะจับคู่ให้พี่อยู่แน่ๆ” ชลธารเป็นสายให้กับพี่ชายมาตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีแนวโน้มสูงมากเลยด้วย คุณนายสายชลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอนป้าจีพาลูกสาวมาไหว้ มองสแกนจนพรุนก่อนเอ่ยปากเชิญให้มางานวันเกิดที่ใกล้จะถึง“ทำไมเป็นพี่?” ชลธีถาม ไม่ได้มีเขาที่เป็นลูกชายคนเดียวสักหน่อย ยังมีเจ้าธารกับเจ้าธิศอยู่อีกตั้งสองคน“โธ่ พี่ไปอยู่ไหนมา ไอ้ธิศมันมีแฟนตั้งนานแล้ว มันยังพาแฟนไปเปิดตัวอยู่เลย อีกอย่างนะพี่ ผมกับเจ้าธิศอายุน้อยกว่าลูกป้าจีอีก ตอนนี้ก็เหลือแต่พี่แล้วล่ะ” ชลธารบอก พี่ชายคนนี้ออกมาอยู่คนเดียวนานจนแทบไม่ค่อยกลับบ้านเลย แต่ไม่รู้ว่าน้องชายมีแฟนนี่ก็ออกจะเกินไปหน่อยนะ ชลธิศพามาเปิดตัวตั้งแต่เมื่อปีก่อน จนตอนนี้แฟนมันผ่านด่านแม่ผัว กลายเป็นว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดไปแล้ว“ลูกป้าจีอายุเท่าไหร่?”“เห็นว่าปีนี้จะยี่สิบแปดแล้วนะ” ชลธารตอบ “พี่ตกลงเหรอ?!”ผู้เป็นน้องชายตกใจเป็นอย่างมาก นี่หากพี่ชายของเขาพยักหน้าตกลงแล้วล่ะก็ คุณนายสายชลต้องดีใจจนเนื้อเต้น แล้วคนโสดที่เหลืออย่างเขาก็คงต้องถูกจับคู่เป็นรายต่อไปอย่างแน่นอน แล้วยังไม่สามารถแย้งใดๆ ได้ทั้งสิ้น เพราะคุณนายสายชลจะต้องตอบกลับมาว่า ‘ขนาดพี่ชายหัวแข็งของแกยังไม่คัดค้านเลย’“เปล่า” ชลธีตอบกลับนิ่งๆ “เห็นแกบอกว่าอายุมากกว่าก็เลยสงสัย”ถึงจะเป็นสาวที่อายุค่อนข้างมากหน่อย แต่คนที่เรียนต่อเมืองนอกเมืองนาเพิ่งกลับมาก็คงจะอายุประมาณนี้“แล้วพี่จะเอายังไง?” ชลธารขมวดคิ้วถาม “ปีนี้พี่จะสามสิบสามแล้วนะ แม่ไม่มีทางปล่อยพี่ไปง่ายๆ แน่”พี่ชายคนโตอย่างชลธีปีนี้ก็ย่างเข้าปีที่สามสิบสามเข้าไปแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ตั้งแต่อกหักเมื่อหลายปีก่อนก็ไม่คบหาดูใจกับใครอีกเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยังลืมคนรักเก่าไม่ได้ หรือว่ายังไม่อยากมีกันแน่ชลธีเป็นคนที่หล่อเหลาอย่างมาก ขนาดน้องชายอย่างชลธารก็ยังมองอย่างชื่นชม ด้วยใบหน้าแบบนี้ไม่ยากเลยที่จะหาแฟนสักคน หรือจะแต่งเมียเข้าบ้านก็คงมีสาวๆ ต่อคิวรอยาวเหยียด นอกจากชลธีจะสูง หล่อ หุ่นดี ฉลาดมากๆ แล้ว เขายังรวยมากๆๆ เลยด้วย“ก็ไม่ยังไง”“หรือเราจะหาผู้หญิงสักคนไปแสดงตัวว่าเป็นแฟนเราดี? แม่จะได้เลิกความคิดที่จะจับคู่ไป” ชลธารเป็นหนุ่มโสดที่อายุเพิ่งจะยี่สิบหก ยังถือว่าหนุ่มอยู่มาก ถึงจะอยากมีแฟนสักคน แต่คงต้องขอบายกับคนที่แม่หาให้ ไม่ใช่ว่าอยากจะต่อต้านหรืออะไร แต่เขาอยากจะหาคนที่รักด้วยตัวเอง แต่ถ้าเธอคนนั้นถูกตาต้องใจก็เป็นอีกเรื่อง แต่ส่วนมากที่ผู้เป็นแม่พามาให้รู้จัก มักจะไม่ใช่ในแบบที่เขาชอบเลยชลธารคิดว่าเขาชอบผู้หญิงที่เรียบร้อย สดใส และจิตใจดี เป็นผู้หญิงที่จริงใจ แสดงออกอย่างบริสุทธิ์จากข้างใน บรรดาผู้หญิงที่เขาเจอล้วนเป็นสาวแกร่ง ไม่กลัวที่จะเข้าหา บางคนยังแต่งตัวเก่งมาก นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่พวกเธอมักจะวางตัวเองไว้สูง หัวแข็งและไม่ยอมใคร ชลธารไม่ค่อยชอบแบบนี้เท่าไหร่คบกันไปคงมีแต่เรื่องปวดหัว ทะเลาะกันทุกวี่วันแค่คิดก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตุบๆ“ตบตาแม่ไม่ได้หรอก” ชลธีตอบเอื่อยเฉื่อยจิบกาแฟมองดูคนร้อนรน “เดี๋ยวก็ถูกแม่สืบจนรู้อยู่ดี”ถูกอย่างที่อีกคนว่า คุณนายสายชลฉลาดเป็นกรด เรื่องลับลมคนในนี่ไม่เคยรอดพ้นสายตา หากเห็นว่าน่าสงสัยแม้แต่นิดเดียว คุณนายสายชลจะสืบเสาะจนกว่าจะรู้ความจริงนั่นแหละถึงจะพอใจ“หรือเราจะหาแฟนจริงๆ ไปเลยดี?” ชลธารยังคงพึมพำไม่หยุดชลธีถึงกับส่ายหน้ากับท่าทีจริงจังของน้องชาย ยกจิบกาแฟอีกครั้งเงียบๆ กาแฟอร่อยจริงๆ ถือว่านายธารมีพรสวรรค์“ไม่ชอบก็แค่บอกไป ไม่เห็นต้องอะไรมากมาย”“พี่ก็พูดได้สิ พี่ไม่เคยยอมแม่เลย ส่วนนายธิศก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัวมีแฟนไปก่อนแล้ว ถ้าครั้งนี้พี่ไม่ยอมอีก แม่ต้องหันมาจู้จี้ผมแน่”ขณะที่สองพี่น้องกำลังปรึกษาเรื่องกลุ้มใจอยู่นั้น ปานลินที่เห็นพ่อเทพบุตรที่เธอเฝ้ารอมาสองเดือนเต็มก็กำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาโตๆ ของเธอเขม็งเสียงดังตึงที่ดังมากๆ ทำให้คนทั้งร้านหันไปมอง แน่นอนว่าปานลินที่นั่งหันหลังอยู่ไม่ไกลก็เหลียวไปมองเหมือนกัน เห็นพลอยขวัญเพื่อนสนิทกุมหน้าผากเอาไว้ ก่อนจะเดินออกไปอย่างรีบร้อนก็รู้ได้ว่าเสียงนั้นมาจากไหนเธอร้องซีดเบาๆ เสียงมันดังมากจนนึกว่าประตูจะแตกแล้วแต่เห็นยายเพื่อนหัวแข็งไม่เป็นอะไรมากก็โล่งใจ ดีนะที่ประตูไม่แตก ไม่งั้นคงต้องเสียตังจ่ายค่าเสียหาย นอกจากนั้นยังต้องอับอายสายตาผู้คน ข้อหาหัวแข็งเกินไป ชนประตูจนกระจกแตกละเอียดแต่หัวไร้รอยแผล ถูกนินทาแบบนี้คงขำไม่ออกยายพลอยเคยเอาหัวโหม่งรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยดั้งหักเลือดสาดมาแล้วนะเออ ผู้ลงมือมีแค่รอยแดงนิดเดียว แต่รุ่นพี่คนนั้นเลือดอาบเลย ดังนั้นความกังวลนี้มีความเป็นไปได้มากเลยทีเดียวหลังจากนั้นพลอยขวัญก็ได้ฉายา ‘เหม่งพิฆาต’ ติดตัวจนเรียนจบ กลุ่มเพื่อนยังเรียกเวลาอยากล้อเลียนเจ้าของฉายาจนถึงทุกวันนี้เลย“นายธาร”เสียงทุ้มเรียกความสนใจ น้ำเสียงฟังดูนุ่มมาก ทำเอาคนฟังเคลิ้มไปพักนึง พอเห็นเจ้าของเสียง คนที่หันอยู่แล้วก็หันตามจนคอแทบหัก ปานลินรีบเปลี่ยนฝังไปนั่งตรงที่นั่งของเพื่อนทันทีนั่นมันพ่อพระเอกของเธอนี่!โอ๊ย สวรรค์เป็นใจ คงไม่อยากให้คนน่ารักๆ อย่างเธอต้องอยู่โดดเดี่ยวไปจนแก่ตายแน่ๆ ปานลินเป็นคนที่มีสเปกผู้ชายสูงมาก แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังรู้ตัวเลย ไม่รู้ว่าความหัวสูงแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็แก้ไม่หายเสียแล้ว เคยคิดด้วยว่าถ้าไม่มีคนที่เธอต้องการ เธอก็จะยอมอยู่เป็นโสด เกาะคานทองอย่างมั่นคงแล้วตายจากไปอย่างภาคภูมิแต่ใครจะรู้ว่าพระเอกนิยายของเธอจะทะลุออกมาจากกระดาษได้! เห็นครั้งแรกทำเอาเชื่อจริงๆ เลยว่าเขาต้องออกมาจากนิยาย ต่อให้เธอจะเพ้อฝันมากแค่ไหนก็ยังอยู่ในโลกความเป็นจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีความเพ้อเล็กๆ อยู่นี่ต้องเป็นพรหมลิขิตอย่างแน่นอน!ขอเปลี่ยนคำพูดเดี๋ยวนี้เลย เธอจะไม่เป็นสาวโสดไปจนตาย แต่จะขอตายโดยมีผัว!เชื่อไหมว่าผู้ชายคนนั้นตรงกับนิยายของเธอทุกอย่างเลย ตอนที่เขียนเขาขึ้นมาคือเห็นเป็นภาพแบบนี้เลย ปานลินถึงได้เชื่อปักใจอยู่พักหนึ่งว่าต้องเป็นเรื่องมหัศจรรย์น่าเหลือเชื่อปานลินจ้องมองอย่างเหม่อลอย ผู้ชายอีกคนคงเป็นพี่หรือน้องของเขา หน้าตาคล้ายกันอยู่ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือพวกเขาหล่อมาก หล่อชนิดที่วัวตายควายล้ม เธอไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ สาวๆ ในร้านที่กำลังมองตาละห้อยอยู่นี่สามารถเป็นพยานได้ จ้องกันตาเป็นมัน ยิ่งกว่าเสือสาวที่จ้องขย้ำเหยื่อปานลินสงสัยมากว่าพวกเขาพูดอะไรกัน โต๊ะที่เธอนั่งอยู่นั้นเรียกได้ว่าอยู่กันคนละฟาก ขนาดเอามือป้องหูกางออกเท่าจานก็ยังไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน ดังนั้นปลาทองน้อยตัวนี้จึงแหวกว่ายทะเลอากาศ ฝ่ามรสุมพร้อมจานเค้กที่กินค้างไว้ ไปนั่งแมะอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งอีกฝั่งมองมุมนี้หล่อจริงๆ พ่อคุณ ทำอย่างไรจึงจะได้เป็นเมียจ๊ะความคิดติดตลกผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาอดที่จะหัวเราะคิกคักไม่ได้ แต่อยู่ตรงนี้ก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี ปานลินแหวกว่ายอีกหน คราวนี้ล่องลอยไปอยู่ใกล้มากเหมือนจะคุยกันถึงเรื่องสำคัญพอดี คนที่เดินโฉบไปโฉบมาจึงตัดสินใจหยุดยืนข้างต้นไม้ประดับร้านเงียบๆ ด้วยชุดสีเขียวที่ใส่มาวันนี้ช่างเหมาะมาก อะไรก็ดูเป็นใจไปเสียหมด มันทำให้เธอกลืนไปกับฉากได้อย่างแนบเนียน ไร้ตัวตน ยืนแอบฟังอย่างเปิดเผยอยู่ตรงนั้นพร้อมจ้วงเค้กขึ้นมา กำลังจะเอาเข้าปากเป็นต้องหยุดชะงัก“หรือเราจะหาแฟนจริงๆ ไปเลยดี?”“ฉันว่างนะคะ”......................................................................อ่านตอนล่วงหน้าได้ที่เด็กดีนะคะ