ชัยชนะของเฟยหลงเหนือเฉินซานได้สร้างแรงสั่นะเืไปทั่วทั้งลานประลอง มันไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา แต่เป็ชัยชนะที่ท้าทายสามัญสำนึกของเหล่านักสู้ทุกคน การเอาชนะพลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดด้วยพลังภายในที่มองไม่เห็น...มันคือเื่ที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของคนส่วนใหญ่
"วิชานั่นมันอะไรกัน!" สวี่เจี๋ยถามด้วยความตื่นเต้นไม่หายขณะที่พวกเขาเดินกลับ "มันดูเหมือนเ้าไม่ได้ใช้แรงเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับกระอักเืออกมา!"
เฟยหลงส่ายหน้าช้าๆ "ข้า...ข้าก็ไม่แน่ใจนัก" เขากล่าวตามจริง "มันเป็เพียง...การทำตามสัญชาตญาณ"
เมื่อกลับถึงร้านโอสถ ท่านหมอฟางที่ได้ยินผลการประลองแล้วก็ไม่ได้แสดงความประหลาดใจแต่อย่างใด เขามองดูเฟยหลงที่ดูสงบนิ่งแต่ภายในแฝงความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แล้วกล่าวขึ้นว่า "การมองเห็นด้วยตาเนื้อนั้นง่ายที่จะถูกหลอกลวง แต่การ 'เห็น' ด้วยใจนั้นยากที่จะมีสิ่งใดมาบดบังได้...เ้าได้ก้าวข้ามไปอีกขั้นแล้วเฟยหลง แต่จงอย่าหลงระเริงกับมัน เพราะยิ่งเ้าขึ้นไปสูงเท่าไหร่ การตกลงมาก็จะยิ่งเ็ปมากเท่านั้น"
คำเตือนของท่านหมอฟางช่วยดึงสติของเฟยหลงกลับมาสู่ความเป็จริง
วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็วันพักการประลอง บรรยากาศรอบตัวเฟยหลงได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาไม่ได้เป็แค่ม้ามืดอีกแล้ว แต่ได้กลายเป็หนึ่งในตัวเต็งที่ทุกคนให้ความสนใจ ชื่อของ "เฟยหลง" ได้กลายเป็หัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในร้านน้ำชาทั่วเมืองหินขาว...เขาได้กลายเป็ "ม้ามืด" ของการประลองครั้งนี้อย่างแท้จริง
ความสนใจที่ได้รับมาอย่างกะทันหันนี้ทำให้เฟยหลงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาคุ้นชินกับการเป็เงามากกว่าการเป็จุดสนใจ เขายกมือขึ้นััจี้ห้อยคอของบิดาโดยไม่รู้ตัว ความเย็นของมันช่วยให้จิตใจของเขาสงบลงได้
ใน่บ่าย การประลองในรอบ 60 คนสุดท้ายดำเนินต่อไปจนครบทุกคู่ อาทิตย์หมัดเหล็กยังคงใช้พลังหมัดที่แข็งกร้าวเอาชนะคู่ต่อสู้ไปอย่างหมดจด ส่วนไป๋หลินก็แสดงให้เห็นถึงเพลงกระบี่ที่งดงามและเฉียบขาดจนคู่ต่อสู้ต้องยอมแพ้ไปเอง ทั้งสองยังคงเป็ตัวเต็งที่แข็งแกร่งที่สุดในสายตาของทุกคน
และแล้ว...วันจับสลากประกบคู่ในรอบ 32 คนสุดท้ายก็มาถึง
ผู้รอดชีวิตทั้งหมดมายืนรวมกันอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม เพราะทุกคนที่เหลืออยู่ ณ ที่นี้คือยอดฝีมือตัวจริง
การจับสลากดำเนินไปอย่างรวดเร็ว..."อาทิตย์หมัดเหล็ก...ปะทะ...หลี่เจี๋ยแห่งตระกูลหลี่!""ไป๋หลิน...ปะทะ...ศิษย์เอกสำนักกระบี่วายุ!"
และแล้วก็ถึงคู่ที่ทุกคนรอคอย...
"หมายเลขสามร้อยเจ็ดสิบสี่...เฟยหลง!"
ทุกคนเงียบลงเพื่อรอฟังชื่อของคู่ต่อสู้ที่ม้ามืดคนนี้จะต้องเจอ
เ้าหน้าที่ล้วงหยิบป้ายไม้อันต่อไปขึ้นมา...แล้วประกาศด้วยเสียงดังกังวาน...
"จะทำการประลองกับ...หมายเลขหนึ่งร้อยสามสิบเอ็ด...เฟิงอิ่ง จาก สำนักเงาเมฆา!"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มยิ่งกว่าครั้งไหนๆ!
"สำนักเงาเมฆา!" สวี่เจี๋ยอุทานข้างหูเฟยหลง "แย่แล้วเฟยหลง! สำนักนี้ขึ้นชื่อเื่วิชาตัวเบาที่รวดเร็วจนมองตามไม่ทัน! เพลงมีดสั้นคู่ของพวกเขาเลื่องลือว่ารวดเร็วและจู่โจมจากมุมอับราวกับเงาของอสูร! เฟยหลง...วิชาของเ้าเน้นการหลบหลีกและรอจังหวะ แต่จะทำอย่างไรถ้าเ้าหลบหลีกหรือมองตามความเร็วของเขาไม่ทัน!?"
คำพูดของสวี่เจี๋ยเต็มไปด้วยความเป็ห่วงอย่างยิ่ง นี่คือคู่ต่อสู้ที่เป็เหมือนขั้วตรงข้ามกับเฉินซานโดยสิ้นเชิง...จากภูผาที่หยุดนิ่ง กลายเป็สายลมที่ไร้ร่องรอย
ณ อีกฟากหนึ่งของลานประลอง เฟยหลงมองเห็นคู่ต่อสู้ของเขาเป็ครั้งแรก...เด็กหนุ่มร่างโปร่งบางคนหนึ่งที่กำลังยืนพิงเสาด้วยท่าทีสบายๆ เขากำลังโยนมีดสั้นที่คมกริบเล่มหนึ่งเล่นระหว่างมือราวกับมันเป็ของเล่นชิ้นหนึ่ง บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่ดูเกียจคร้านประดับอยู่ เขาสบตากับเฟยหลงเพียงชั่วครู่...แววตาของเขาไม่ได้แสดงความเกลียดชังเหมือนหลิวเฟิง หรือความนับถือเหมือนเฉินซาน...มันเป็เพียงแววตาที่มองเลยผ่านไป...ราวกับว่าเฟยหลงไม่มีค่าพอให้เขาต้องใส่ใจหรือจดจำ
ความมั่นใจที่เยือกเย็นและไม่แยแสเช่นนั้น...อาจเป็สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าความเกลียดชังที่เปิดเผยเสียอีก
เฟยหลงััได้ถึงความท้าทายที่แท้จริง...การรับรู้ที่เขาภาคภูมิใจ...กำลังจะถูกทดสอบกับขีดสุดของความเร็วแล้ว