
เช้าวันรุ่งขึ้น...
ข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วเฉวียนโจวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง... "โกดังเสบียงใต้ดินถูกเพลิงไหม้วอด! ใต้เท้าหวังถูกจับกุมข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง!"
ชาวบ้านต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ "มือปราบหญิงปริศนาในชุดดำ" ที่กวาดล้างคนชั่วในชั่วข้ามคืน แต่หารู้ไม่ว่า เื้ัวีรกรรมนั้น มีเงาของปีศาจพ่อค้าคอยชักใยอยู่
ณ ท่าเรือหมายเลขแปด
จางเหว่ย ยืนคุมคนงานขนถ่ายสินค้าอยู่ท่ามกลางแดดเช้า ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็มันเลื่อมจากเหงื่อไคล รอยแผลเป็จางๆ และรอยสักรูปพยัคฆ์เหยียบเมฆที่เพิ่งสักมาใหม่ที่หัวไหล่ซ้าย ขับเน้นความดุดันแบบลูกผู้ชายให้เด่นชัด
สาวๆ ชาวบ้านที่เดินผ่านต่างพากันชำเลืองมองแล้วหน้าแดงซุบซิบกัน
"นี่เ้า... จะโชว์หุ่นไปถึงไหน? ไม่อายผีสางเทวดาบ้างรึ?"
เสียงแหลมใสที่คุ้นหูดังขึ้น จางเหว่ยหันไปมอง พบ ถังเหยียน ในชุดสีเขียวอ่อนยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่ข้างกองลังไม้ แต่นางกลับไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ เอาแต่มองต่ำ (ซึ่งดันไปตรงกับแผงอกและกล้ามท้องของเขาพอดี)
"ก็แดดมันร้อน..." จางเหว่ยตอบสั้นๆ ยกผ้าพาดบ่าเช็ดเหงื่อ "คุณหนูถังมีธุระอะไร? ถ้าจะมาหาเื่ ข้าขอผ่าน วันนี้งานยุ่ง"
"ใครมาหาเื่!" ถังเหยียนเถียงข้างๆ คูๆ "ข้า... ข้าแค่ผ่านมาดูว่าสินค้าของตระกูลถังถูกจัดส่งเรียบร้อยดีไหมต่างหาก!"
นางแสร้งทำเป็เดินตรวจตราลังสินค้า เดินเลี่ยงไปทางด้านหลังกองลังไม้ที่เรียงซ้อนกันสูงท่วมหัว
ทันใดนั้น!
ครืดดด!
เชือกเส้นหนึ่งที่รัดกองลังสินค้า้าเกิดขาดผึง! ลังไม้หนักอึ้งบรรจุเครื่องเทศจวนเจียนจะร่วงลงมาทับร่างเล็กๆ ของถังเหยียน!
"ระวัง!"
จางเหว่ยะโลั่น ไวเท่าความคิด เขาพุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดตัว
แทนที่จะผลักนางออก... เขาเลือกที่จะ "ใช้ตัวบัง"
จางเหว่ยรวบร่างของถังเหยียนเข้ามาในอ้อมกอด แล้วหมุนตัวเอาแผ่นหลังกว้างรับแรงกระแทก
โครม!
ลังไม้กระแทกเข้าที่หลังของเขาเต็มแรงจนไม้แตกกระจาย เศษไม้บาดิัจนเืซิบ แต่เขาไม่ขยับเขยื้อน ยืนหยัดมั่นคงดุจภูผา
ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ...
ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้านั้น ถังเหยียนตัวสั่นเทาด้วยความใ (ที่จริงแล้วแสร้งทำ มีแต่คนงานทั่วไปที่ดูไม่ออก "ธิดาไร้เงา" ย่อมมีประสาทััไวเหนือคนธรรมดา) นางหลับตาปี๋ ซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าที่ชุ่มเหงื่อของเขา
กลิ่นกายบุรุษเพศที่เข้มข้นผสมกลิ่นไม้สนและกลิ่นทะเล ลอยเตะจมูกนางอย่างจัง... มันไม่ใช่กลิ่นเหม็น แต่เป็กลิ่นที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและ... ร้อนวูบวาบ
"เจ็บตรงไหนไหม? ยัยเปี๊ยก?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ แรงสั่นะเืจากอกของเขาส่งผ่านมาถึงแก้มนาง
ถังเหยียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น เงยหน้ามองเขา
ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น... นางเห็นหยดเหงื่อที่เกาะพราวบนปลายคางของเขา เห็นแววตาที่เป็ห่วงเป็ใยอย่างปิดไม่มิด
"ข้า... ข้าไม่เป็ไร..." นางตอบเสียงตะกุกตะกัก หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู "ปะ... ปล่อยข้าได้แล้ว"
แต่จางเหว่ยยังไม่ปล่อย เขาขมวดคิ้ว มองสำรวจใบหน้าและลำตัวนางอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่านางไม่าเ็
มือใหญ่ที่หยาบกร้านวางทาบอยู่ที่เอวคอดกิ่วของนาง ส่วนอีกข้างประคองศีรษะนางไว้ ความร้อนจากฝ่ามือเขาซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำเอาถังเหยียนแข้งขาอ่อนแรง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก
"จะ... เ้าหมีบ้า..." นางพึมพำเสียงเบาหวิว มือเล็กๆ เผลอวางทาบลงบนกล้ามอกแน่นๆ ของเขาโดยไม่รู้ตัว "ตัวเ้า... แข็งชะมัด"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ... สายตาของทั้งคู่ประสานกัน
"อืม... ข้าเกร็งกล้ามเนื้อรับแรงกระแทกน่ะ" เขาตอบหน้าตาย แล้วผละออก "ถ้าเ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ทีหลังเดินระวังหน่อย"
จางเหว่ยปัดเศษไม้ออกจากหลัง เดินกลับไปสั่งงานลูกน้องต่อ ทิ้งให้ถังเหยียนยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น
ความรู้สึกเสียดายและความหมั่นไส้ตีกันมั่วไปหมดในหัวนาง
"ไอ้... ไอ้คนทึ่ม!" นางกระทืบเท้าเร่าๆ ใบหน้าแดงจัด "บรรยากาศขนาดนี้... เ้าห่วงแต่กล้ามเนื้อตัวเองรึไง! ฮึ้ย!"
นางสะบัดหน้าเดินหนี แต่ในใจกลับจดจำััที่อบอุ่นและแข็งแกร่งนั้นไว้อย่างแม่นยำ
...
ร้านน้ำชา "เมฆาคล้อย"
เฉินมู่ นั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียงชั้นสอง มองดูทิวทัศน์เมืองที่สงบสุข (หลังจากกำจัดเสี้ยนหนาม) อย่างสบายอารมณ์
ทันใดนั้น เงาร่างสีขาวก็มาหยุดยืนบังแสงแดด
องค์หญิงไป๋หลิง ในชุดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ยืนจ้องเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มือที่กำด้ามพัดแน่นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น
"นั่งก่อนสิขอรับ คุณหนูไป๋..." เฉินมู่ผายมือ "ชาร้อนๆ แก้กระหายได้ดีนะ"
"ข้าไม่ได้มากินชา" ไป๋หลิงนั่งลงกระแทกตัวเล็กน้อย "ข้ามาทวงค่าแรง"
"ค่าแรง?" เฉินมู่เลิกคิ้วแกล้งโง่
"เมื่อคืน... ข้าลงแรงกำจัดขยะสังคมให้เมืองนี้" ไป๋หลิงจ้องตาเขาเขม็ง "แต่คนที่ได้ประโยชน์ที่สุด กลับเป็เ้า... ที่ส่งคนของตัวเองเข้าไปเสียบตำแหน่งเ้ากรมคลังเสบียงทันทีที่เก้าอี้ยังไม่ทันเย็น"
"เฉินมู่... เ้ากล้ามากที่หลอกใช้เชื้อพระวงศ์"
เฉินมู่ยิ้มบางๆ วางถ้วยชาลง
"ข้าไม่ได้หลอกใช้... ข้าแค่ 'แนะนำ' ช่องทางกำจัดเสี้ยนหนาม"
เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้าไปหา นางไม่ถอยหนี แต่จ้องกลับอย่างไม่ลดละ
"ท่านได้กวาดล้างคนชั่ว ได้ชื่อเสียง ได้ผลงานส่งกลับไปเมืองหลวง..."
"ส่วนข้า... ได้ความสะดวกในการค้าขายเล็กน้อย"
"นี่เรียกว่า รับชัยชนะทั้งคู่ มิใช่รึ?"
ไป๋หลิงแค่นหัวเราะ
"ชัยชนะคู่ งั้นรึ? ...เ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า 'สินค้า' ที่เ้าขนส่งมันคืออะไร เกลือเถื่อน... และอาจจะมีสิ่งผิดกฎหมายอื่นอีก"
นางยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา จนปลายจมูกแทบชนกัน กลิ่นหอมเย็นๆ ของนางปะทะกับกลิ่นสะอาดสะอ้านของเฉินมู่
"ข้าควรจะจับเ้าเข้าคุกเสียเดี๋ยวนี้... พญาวานิช"
"ท่านทำไม่ได้หรอก..." เฉินมู่ตอบเสียงกระซิบ สายตามองต่ำลงมาที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของนาง
"เพราะถ้าข้าล้ม... เศรษฐกิจของเฉวียนโจวครึ่งหนึ่งจะล้มตาม... ชาวบ้านนับหมื่นจะอดตาย และท่าน... จะรับผิดชอบไหวหรือ?"
ไป๋หลิงชะงัก นางรู้ดีว่าเขาพูดถูก อิทธิพลของเขาหยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอนโคนได้ง่ายๆ
"เ้ามัน..." นางกัดฟัน "เ้ามันจิ้งจอกเ้าเล่ห์"
"ขอบคุณที่ชม" เฉินมู่ยิ้มพราวเสน่ห์
"แต่จำไว้..." ไป๋หลิงถอยกลับไปนั่งตัวตรง ปรับสีหน้าให้สงบนิ่งดังเดิม
"ข้าจะจับตาดูเ้า... ทุกฝีก้าว"
"ถ้าวันไหนเ้าล้ำเส้น... หรือทำร้ายประชาชนตาดำๆ ... ข้าจะเป็คนบั่นคอเ้าด้วยมือของข้าเอง"
นางลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อเตรียมจากไป แต่แล้วก็ชะงัก หันกลับมามองเขาอีกครั้งด้วยแววตาที่ซ่อนความนัยบางอย่าง
"และอีกอย่าง... ผู้หญิงคนนั้น... ยาสะ"
"ดูแลนางให้ดี... เพราะถ้านางมาขวางทางข้าอีก ข้าจะไม่ยั้งมือแน่"
พูดจบ นางก็เดินจากไป ทิ้งกลิ่นหอมของดอกเหมยไว้ให้ดูต่างหน้า
เฉินมู่มองตามหลังนางไป รอยยิ้มบนหน้าค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิด
"จับตาดูข้าทุกฝีก้าวรึ? ...น่าสนุก"
เขาหยิบถ้วยชาของนางที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมาหมุนเล่น
"ถ้าท่านอยากเล่นเกมไล่จับ... ข้าก็จะวิ่งให้ท่านเหนื่อยจนหมดแรง... องค์หญิง"