ทันใดนั้น ดวงตาเล็กๆก็เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้ารสชาติที่แตกซ่านบนปลายลิ้นมันช่างลึกล้ำเกินบรรยาย
ความหอมหวานกลมกล่อมพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองมันละลายในปากประหนึ่งเนื้อวากิวลายหินอ่อนชั้นเลิศผสมผสานกับความนุ่มละมุนของปลาแซลมอนและทิ้งท้ายด้วยความกรุบกรอบรสเค็มมันสไตล์ไข่ปลาคาเวียร์ในร้านอาหารหรู
'์!นี่มันรสชาติของอาหารระดับเทพเ้าชัดๆ! เ้าปลาเรืองแสงนั่นมันต้องเป็วัตถุดิบชั้นเลิศของท้องพระโรง อ๊ะ...หรือมันจะเป็อาหารของเทพเซียน!'
สตรีอวบอ้วนในร่างสัตว์ปีกร้องะโในใจอย่างปรีดา
'ถึงชาติก่อนฉันจะเป็แค่พนักงานกินเงินเดือนต๊อกต๋อยที่ไม่เคยมีปัญญาเหยียบร้านชาบูพรีเมียม หรือกินสเต็กเนื้อราคาแพงพวกนั้นก็เถอะแต่ฉันมโนเอาเองก็ได้ว่ารสชาติมันต้องอร่อยเหาะแบบนี้แน่ๆ!'
เมื่อค้นพบขุมทรัพย์อาหารเลิศรสก้อนขนสีขาวก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือพายุฝนที่สาดซัดอีกต่อไป
กึก... กร้วม!
เจียงลี่หยูสับตีนผังผืดเดินย้อนกลับไปตามรอยไถบนดินโคลน
จะงอยปากสีส้มจิกกินเกล็ดปลาเรืองแสงที่ร่วงหล่นทีละชิ้นๆอย่างเมามันส์กลืนกินรสชาติแห่งสรวง์ท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำจนเกล็ดสีทองชิ้นสุดท้ายหายวับลงไปในกระเพาะห่านอย่างหมดจด
และแล้ว...
ราตรีอันบ้าคลั่งก็พัดผ่านพ้นไป
รุ่งอรุณเบิกฟ้าท้องนภาที่เคยขมุกขมัวพลันกระจ่างใสไร้เมฆฝน ราวกับเพิ่งถูกชำระล้างจนสะอาดสะอ้านด้วยผงซักผ้ายี่ห้อดัง
แสงแดดที่ไม่ได้เห็นมานานกำลังทอแสงประหนึ่งแสงจากพระอาทิตย์ของโลกเดิมมิผิดเพี้ยน
ทว่าภายใต้แสงแดดอุ่นมีบางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเจียงลี่หยูผิดแผกไปจากเดิม
มันเป็ความเปลี่ยนแปลงที่ลึกล้ำเสียจนทั้งมนุษย์สัตว์เดรัจฉาน หรือแม้แต่ห่านสาวเองก็ไม่อาจสังเกตเห็นได้แม้แต่เศษเสี้ยว
ก้อนขนสีขาวยังคงตื่นแต่เช้าตรู่สองตีนผังผืดสีส้มย่ำเตาะแตะไปตามลานดินหน้าจวนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กร้วม!
จะงอยปากแบนกว้างก้มลงไปจิกกินเศษผักกาดที่บ่าวรับใช้โปรยทิ้งไว้เฉกเช่นกิจวัตรประจำวันปกติของนกน้ำประดับสวนธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง
ทว่าความเงียบสงบยามเช้าก็ถูกขัดจังหวะ
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงล้อเกี้ยวไม้ดังแว่วมาแต่ไกล
เกี้ยวหรูหราหลังใหญ่ที่สลักลวดลายัสี่เล็บอันเป็สัญลักษณ์ขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าเฉียนเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างโอ่อ่าที่หน้าประตูจวนซอมซ่อ
บุรุษหนุ่มในชุดอาภรณ์สีทองอร่ามก้าวลงมาจากเกี้ยว
บนไหล่กว้างขององค์ชายลำดับที่หนึ่ง มีวิหคเพลิงขนสีแดงฉานเกาะอยู่อย่างสง่างาม
เจียงลี่หยูเอียงลำคอยาวระหงั์ตากลมบล็อกจ้องเขม็งไปยังเปลวไฟที่ลุกโชนรอบตัวเ้านกเทพ
'แปลกแฮะ...ทำไมไฟสว่างวาบนั่นถึงไม่ย่างสดอีตาองค์รัชทายาทไปด้วยล่ะ เสื้อผ้าก็ไม่เห็นจะไหม้เลยสักนิดแล้ววันนี้องค์รัชทายาทมาที่นี่ทำไม คงไม่ใช่ว่า ตามมาตรวจดูว่าฉันตายจริงๆไหมหรอกนะ แต่ช่างเถอะ ห่านน่ะมันก็หน้าตาคล้ายๆ กันไปหมดองค์รัชทายาทนั่นคงลืมหน้าฉันไปแล้วมั้ง'
อดีตพนักงานออฟฟิศในร่างห่านตั้งข้อสงสัยได้เพียงชั่วจิบน้ำชา
สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเมล็ดข้าวโพดสีเหลืองทองของโปรดที่ปะปนอยู่กับเศษกองหญ้าบนพื้นดินพอดี
จึก!
จะงอยปากสีส้มจิกข้าวโพดเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆอย่างเบิกบานใจ ทิ้งความสงสัยเื่นกย่างไฟลุกกับองค์รัชทายาทไปจนหมดสิ้น
"น้องห้า เ้าดูสิ! ในที่สุดข้าก็สามารถผูกจิตกับวิหคเพลิงตัวนี้ได้สำเร็จแล้วนะ"
องค์รัชทายาทแห่งต้าเฉียนเชิดหน้าขึ้นสูงน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโอ้อวดประหนึ่งพ่อค้าเร่ที่เพิ่งหลอกขายกระถางแตกๆได้ในราคาที่แพงหูฉี่
"เมื่อผูกจิตลุล่วงเปลวเพลิงบนตัวของมันก็มิอาจทำอันตรายใดๆ แก่ร่างกายของข้าได้อีกต่อไปแต่กับคนอื่นน่ะ หึหึหึ... อย่าได้หาเข้าใกล้แม่นางวิหคเทพของข้าเป็อันขาดมิเช่นนั้นไฟร้อนของนางอาจเผาไหม้คนคนนั้นแบบไม่ได้ตั้งใจก็ได้"
"แน่นอนเพคะและเมื่อการผูกจิตสมบูรณ์ ข้าก็สามารถเอื้อนเอ่ยเป็ภาษามนุษย์ได้เช่นกันช่างเป็บุพเพสันนิวาสโดยแท้ ที่ข้าได้มาเจอกับองค์รัชทายาทแห่งต้าเฉียนท่านนี้"
พรึ่บ!
เ้าวิหคเพลิงขยับจะงอยปากส่งเสียงเป็ภาษามนุษย์อย่างฉะฉานมันกางปีกสยายอวดขนสีแดงเพลิงอย่างหยิ่งผยอง
องค์รัชทายาทหัวเราะร่วน ใบหน้าหล่อเหลาบานแฉ่งราวกับจานกระเบื้องเคลือบ
"อีกไม่ช้าไม่นาน น้องนางวิหคเพลิงของข้าก็คงจะจำแลงกายเป็มนุษย์ได้สำเร็จถึงเวลานั้นทั่วทั้งแผ่นดินต้าเฉียนจะต้องสรรเสริญกราบไหว้พวกข้าจนกลายเป็ตำนานเล่าขานสืบไป!"
บุรุษผู้เป็เ้าของตำหนักหยางซิ่นหลุบตาลงต่ำซ่อนเร้นความรู้สึกเอาไว้มิดชิด
"หม่อมฉันขอแสดงความยินดีต่อเสด็จพี่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายห้าค้อมศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อมและสงบเสงี่ยม
“ก็รู้กาลเทศะดีนี่เพคะคงไม่ต้องสั่งสอนว่าควรทำตัวเช่นไรเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า และองค์รัชทายาทเพราะแม้จะถูกเรียกว่าองค์ชายเหมือนกัน แต่ก็คนละชนชั้นโดยสิ้นเชิง” วิหคเทพจ้องเขม็งมาที่องค์ชายห้าแบบเย้ยหยัน
ผู้มีศักดิ์เป็พี่ชายคนโตแค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูกท่าทางยโสโอหังเสียยิ่งกว่าคางคกพองลม
"สายเืวิหคเพลิงที่สืบทอดมาจากเสด็จแม่ของข้าคงทำให้ตัวข้านั้นพิเศษเหนือใครมาั้แ่กำเนิด... ก็นะมารดาของข้าเคยเป็ถึงสัตว์เทพนี่นา ย่อมผิดกับพวกที่มีสายเืมนุษย์ธรรมดาๆ ที่หาได้ดาษดื่นทั่วไป"
ถ้อยคำจิกกัดนั้นพุ่งตรงเข้าแสกหน้าผู้เป็น้องชายต่างมารดาอย่างไม่อ้อมค้อม
"วิหคเพลิงที่ได้รับพรจากเทพกุนแห่งสิบสองนักษัตรคือสิ่งล้ำค่าและวิเศษที่สุดเท่าที่แคว้นต้าเฉียนของเราจะถือกำเนิดขึ้นมาได้"
องค์รัชทายาทเหยียดยิ้มกว้างอีกครั้งั์ตาทอดมองน้องชายของตัวเองด้วยแววตาความสมเพช
"ต่อให้บัดนี้ข้าต้องเผชิญหน้ากับทหารศัตรูนับแสนข้าก็หาได้เกรงกลัวสิ่งใดไม่... ดังนั้น ข้าจะคอยปกป้องเ้าเองน้องห้าและจะไม่ยอมให้เ้าตายก่อนเวลา แบบแม่ของเ้าหรอก"
บุรุษผู้สวมชุดลายัสี่เล็บสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงดูแคลนอย่างลึกซึ้ง
"สายเืมนุษย์เดินดิน...ท้ายที่สุดมันก็เป็ได้แค่เพียงมนุษย์ไร้ค่าเท่านั้นแหละเ้าระลึกเช่นนั้นหรือไม่... น้องห้า อ้อ!ข้าไม่ได้ว่ามารดาของเ้าหรอกนะ อย่าไปใส่ใจ อย่างไรเราสองก็เป็พี่น้องกันนี่ถูกไหม?"
ั์ตาขององค์รัชทายาทวาวโรจน์ขณะที่องค์ชายห้าลอบก้มหน้าก้มตากัดริมฝีปากจนห้อเื