ซิ่วอิงใช้เวลาหลายวันในมิติส่วนตัว ในการศึกษาวิธีรักษาอาการาเ็ของบิดา รวมถึงศึกษาวิธีการปรุงโอสถ ระดับเเละคุณภาพของโอสถต่างๆ เพราะเธอ้าปรุงโอสถระดับสูง เพื่อนำไปขายหรือประมูลในเมืองัฟ้า หาเงินมาสร้างรากฐานของครอบครัว
ผ่านไป 10 วันในดินแดนมิติ ซิ่วอิงสามารถเรียนรู้ทุกอย่างจนเข้าใจ จากนั้นถึงเวลาปรุงโอสถด้วยสมุนไพรของจริง เธอลืมตาขึ้นแล้วเดินไปยังสวนสมุนไพรที่อาจารย์ปลูกไว้
ซิ่วอิง้าปรุงโอสถ 2 ชนิด คือโอสถรักษาเส้นลมปราณ ซึ่งสมุนไพรที่ใช้เป็สมุนไพรระดับสูง ซึ่งหายากมากในโลกภาย แต่ภายในมิติของเธอนั้น มีทุกอย่างที่เธอ้า ส่วนอีกชนิดนึงก็คือ โอสถทะลวงปราณระดับนภา ซึ่งสมุนไพรและส่วนผสมอื่นๆ อาจารย์ของเธอได้เก็บเอาไว้มากมายในกระท่อม อีกทั้งยังใช้น้ำทิพย์ดาราเจือจางเป็ตัวประสาน เพื่อให้โอสถที่ปรุงมีคุณภาพสูงยิ่งขึ้นไปอีก
ใช้เวลาไม่นาน ซิ่วอิงก็หาสมุนไพรและส่วนผสมต่างๆจนครบ เธอนำสมุนไพรทั้งหมดกลับมาที่กระท่อม และนำเตาปรุงโอสถระดับสูงของอาจารย์ออกมา เพื่อปรุงโอสถระดับ์ในการรักษาอาการของบิดา เเละ้าปรุงโอสถทะลวงปราณระดับนภา ซึ่งเป็โอสถที่มีความ้ามากที่สุดในเมืองัฟ้า เพราะส่วนใหญ่ผู้ฝึกยุทธจะติดอยู่ที่ระดับปฐีขั้นสูง ไม่สามารถก้าวทะลวงผ่านไประดับนภาได้นั่นเอง
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม ซิ่วอิงเริ่มปรุงโอสถโดยสร้างเปลวเพลิงขึ้นที่มือขวา เปลวเพลิงสีทองสว่างไสวเจิดจ้า ยามที่เห็นเปลวเพลิงของตัวเอง ก็เอ่ยขึ้นมา
" อืม.. นี่คงจะเป็เปลวเพลิงระดับสูงสินะ.. เห็นทีตอนที่ปรุงโอสถต่อหน้าคนอื่น เราต้องควบคุมเปลวเพลิงให้อยู่ในระดับต่ำลงมาหน่อย เพื่อมิให้ดูโดดเด่นจนเกินไป ถ้าเกิดมีคนคิดร้ายกับเราตอนนี้คงไม่ใช่เื่ที่ดีเเน่.. แต่เมื่อ้าปรุงโอสถระดับสูง ก็จำเป็ต้องใช้เปลวเพลิงระดับสูงอยู่ดี "
ตอนนี้เตาปรุงโอสถถูกเปลวเพลิงสีทองล้อมรอบเอาไว้ ซิ่วอิงนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในเตาในคราวเดียว ซึ่งเป็วิธีปรุงโอสถระดับสูงจากความทรงจำของอาจารย์ จากนั้นเธอก็จุดเปลวเพลิงขึ้นที่มืออีกข้าง แล้วเร่งความเเรงของเปลวเพลิงในทันที ความเเรงของเปลวเพลิงลุกโชนอย่างร้อนเเรง
ในเวลาไม่นาน ภายในเตาปรุงยาพลันเกิดเสียงดังขึ้นทันที
‘บู้มมม..’
ซิ่วอิงผ่อนความร้อนแรงของเปลวเพลิงลง เเละเอามือออกห่างจากเตาเล็กน้อย จากนั้นควบคุมความหนักเบาของเปลวเพลิงอย่างระมัดระวัง ผ่านไปหนึ่งก้านธูป (ราวๆ 30 นาที) ซิ่วอิงก็สลายเปลวเพลิงในมือทันที จากนั้นก็นำขวดหยกสำหรับใส่โอสถมาเตรียมไว้ แล้วเปิดฝาเตาออกมา
‘ ฟู่วๆๆๆ’
กลิ่นหอมของโอสถระดับสูงลอยเข้าจมูก ซิ่วอิงมองลงไปในเตา ก็พบโอสถสีแดงเข้มเปร่งประกายอย่างงดงาม เธอรับรู้ได้ทันทีว่าทำสำเร็จแล้ว อีกทั้งคุณภาพของมันเต็มสิบส่วนแน่นอน
ซิ่วอิงตรวจสอบโอสถที่เหลือ ปรากฏว่าทุกเม็ดคุณภาพเต็มสิบส่วนทั้งหมด และมีจำนวนมากถึง 20 เม็ด เธอนำโอสถใส่ในขวดหยกจำนวน 4 ขวด ขวดละ 5 เม็ด แล้วเก็บไว้ในแหวนมิติ ซึ่งเธอเอาไว้เก็บของต่างๆ เพื่อมิให้ต้องใช้มิติส่วนตัวมากนัก หลังจากนั้น เธอก็ส่งััจิติญญาตรวจสอบภายนอก เมื่อรับรู้ว่าไม่มีผู้ใดก็ออกจากมิติส่วนตัวทันที
ซิ่วอิงใช้เวลาในดินแดนมิติราวๆ 1 เดือน ส่วนเวลาที่ด้านนอก ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วยามเท่านั้น เมื่อได้โอสถที่้าแล้วเธอก็ออกจากห้อง เดินตรงไปยังห้องนอนของบิดาทันที
เมื่อเข้าไปถึงเห็นบิดานอนอยู่ ก็ถามถึงมารดาและน้องสาว
“ ท่านพ่อเป็อย่างไรบ้าง แล้วท่านแม่กับหยวนเอ๋อไปไหนเ้าคะ..”
“ แค่กๆ.. แม่กับน้องสาวเ้าคงอยู่สวนผักหลังบ้าน.. ที่ผ่านมาพ่อเ้าาเ็ทำอะไรไม่ได้ ก็ได้ลุงอี้ช่วยหาเนื้อสัตว์มาให้ ส่วนแม่กับน้องสาวเ้าก็ช่วยกันปลูกผักมากินกัน จึงประคองชีวิตมาได้ถึงตอนนี้”
จ้าวเว่ยกล่าวด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อนจากอาการาเ็
“ วันเวลาที่ผ่านมา ท่านแม่กับหยวนเอ๋อร์คงลำบากไม่น้อยเลย.. น่าเห็นใจยิ่งนัก..”
“ แค่กๆ.. ใช่แล้ว.. เพราะอาการาเ็ของพ่อแทบไม่ดีขึ้นเลย ถึงจะเชิญหมอมากี่คน ก็บอกได้แค่ว่ารักษายากมาก..” กล่าวจบจ้าวเว่ยก็หายใจอย่างเหนื่อยหอบ สีหน้าไม่สู้ดีนัก
ซิ่วอิงเห็นอาการของบิดา จึงเอ่ยขึ้นว่า
" อาการที่ท่านพ่อเป็อยู่ตอนนี้ น่าจะเกิดขึ้นจากการที่เส้นลมปราณ ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ รวมถึงอวัยวะภายในบอบช้ำบางส่วน ซึ่งเป็การาเ็ที่หนักหนา มากกว่าที่ท่านบอกผู้อื่นนัก "
ซิ่วอิงเห็นท่าทีของบิดาที่ตื่นตะลึงและใ เธอยิ้มบางๆก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
" ท่านพ่ออย่าได้กังวลไป.. เื่ที่ท่านาเ็นั้น ข้าสามารถรักษาท่านได้แน่นอน เพราะข้าคือผู้ปรุงโอสถ "
ซิ่วอิงกล่าวสีหน้าจริงจัง จ้าวเว่ยถึงกับมองบุตรสาวนิ่งอย่างตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
" อิงเอ๋อร์.. เ้าแน่ใจหรือว่าสามารถรักษาพ่อได้จริงๆ.. "
จ้าวเว่ยถามบุตรสาวอย่างตื่นเต้น เพราะอาการาเ็นี้มันทรมาณเขามาตลอด 4 ปี ซิ่วอิงยิ้มให้บิดา ก่อนตอบกลับไปว่า
" ท่านพ่อ.. ข้าสามารถทำได้เเน่นอน และข้าได้ปรุงโอสถมาแล้วด้วย "
“ อะไรนะ.. เ้าได้ปรุงโอสถมาแล้วอย่างนั้นหรือ.. เ้าไปเอาสมุนไพรมาจากที่ใดกัน ”
จ้าวเว่ยถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง เพราะตอนแรกเขาคิดว่า ต้องใช้เวลาหาสมุนไพรนานหลายวัน หรือหลายเดือนอย่างเเน่นอน เเต่บุตรสาวกลับบอกว่าได้ปรุงโอสถเรียบร้อยแล้ว
ซิ่วอิงเข้าใจความกังวลของบิดาตัวเองดี คงอีกซักระยะที่บิดาของเธอจะปรับตัวได้ เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า
" ท่านพ่อ.. ข้ายังมีอีกหลายเื่หลายอย่าง ที่ไม่สามารถบอกใครได้ในตอนนี้.. เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกท่านพ่อเป็คนแรก ท่านไม่ต้องห่วงมันจะเป็ผลดีกับครอบครัวเราทั้งสิ้น.. ตอนนี้ท่านพ่อช่วยปิดเป็ความลับด้วยนะเ้าคะ "
ซิ่วอิงกล่าวยิ้มๆ พร้อมกับทำสีหน้าล้อเลียนผู้เป็พ่อ จ้าวเว่ยหน้าทะมึนเล็กน้อย ก่อนที่ซิ่วอิงจะกล่าวต่อ
" ท่านพ่อดูเอาเองเถิด ว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นจริงหรือเท็จ "
กล่าวจบซิ่วอิงสะบัดมือวูบ นำขวดหยกออกจากแหวนมิติ ก่อนจะเปิดฝาขวดออก เผยให้เห็นเม็ดโอสถสีแดงเข้มจำนวน 5 เม็ด ทำให้ผู้เป็บิดาเอ่ยอย่างตกตะลึงอีกครั้ง
“ นี่มัน..”
ซิ่วอิงหยิบโอสถออกมา 1 เม็ดแล้วยื่นให้บิดา จ้าวเว่ยรับไปพิจารณาดู พลางคิดว่านี่คือโอสถระดับ์อย่างแน่นอน ถึงเขาจะไม่ได้เป็นักปรุงยา แต่ก็เคยศึกษาตำรามาบ้าง เพราะก่อนที่จะาเ็จากการต่อสู้กับพวกโจร ตัวเขานั้นก็เป็ผู้ฝึกยุทธระดับยอดยุทธขั้นกลางอยู่แล้ว อีกทั้งเขายังเข้าร่วมกลุ่มกับพวกทหารรับจ้าง เข้าไปล่าสัตว์อสูรในเขาหมื่นอสูรชั้นกลางอยู่บ่อยครั้ง
ซิ่วอิงกล่าวต่อทันทีโดยไม่รอให้บิดาถาม
" ท่านพ่อ.. นี่คือโอสถวารีชำระ เป็โอสถระดับ์ คุณสมบัติหลักๆของมันก็คือฟื้นฟูเส้นลมปราณ บำรุงเส้นชีพจรและอวัยวะภายใน รวมถึงาแภายนอกทุกชนิด.. ท่านกินเพียงหนึ่งเม็ด ค่อยๆโคจรพลังไปตามเส้นลมปราณ หรือจุดชีพจรที่าเ็.. ภายในเวลาไม่นาน อาการาเ็ของท่านก็จะหายดี "
ซิ่วอิงกล่าวจบนำโอสถเก็บไว้ในขวดเช่นเดิม แล้วยื่นให้แก่บิดาไปทั้งขวด ขณะที่จ้าวเว่ยยังคงทำสีหน้าเอ่อๆอยู่ ซิ่วอิงสะบัดมืออีกครั้ง นำขวดหยกออกมาอีกหนึ่งขวด แล้วกล่าวว่า
" ท่านพ่อ.. นี่คือโอสถทะลวงปราณระดับนภา.. เมื่อรู้ว่าหายจากอาการาเ็แล้ว ท่านก็กินโอสถนี้หนึ่งเม็ด และบ่มเพาะพลังปราณทันที มันจะช่วยให้ท่านพ่อทะลวงไปยังระดับปฐีได้เลย "
หลังจากกล่าวจบ ซิ่วอิงนำขวดหยกใส่โอสถทะลวงปราณ ซึ่งข้างในมีอยู่ 5 เม็ด ยื่นให้กับบิดา
จ้าวเว่ยอึ้งไปอีกครั้ง เเต่คราวนี้กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรับขวดโอสถมาจากบุตรสาวด้วยความดีใจ เพราะตั้งเเต่ที่เขาได้รับาเ็ จากการต่อสู้กับพวกโจรจนเกือบตายนั้น เขารู้สึกสิ้นหวังเป็อย่างมาก จึงตั้งใจเอาไว้ว่า หากอาการาเ็ดีขึ้นเมื่อไหร่ เขาจะเลี้ยงสัตว์ปลูกผักอยู่กับลูกกับเมีย ไม่พยายามเสี่ยงอันตรายใดๆอีก
ซิ่วอิงรู้สึกพอใจยิ่งนัก เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็บิดา ดูผ่อนคลายลดความกังวลใจลงไปมาก จึงเอ่ยขึ้นว่า
" รีบรักษาตัวเถอะท่านพ่อ ลูกจะไปหาท่านแม่กับหยวนเอ๋อร์.. หลังจากที่ท่านหายดีแล้ว พวกเราค่อยมาคุยเื่อนาคตกัน "
ซิ่วอิงกล่าวจบก็ยิ้มอย่างน่ารักให้บิดา แล้วหันหลังเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผู้เป็พ่อนั่งนิ่งและครุ่นคิด
ครู่นึง จ้าวเว่ยเทเม็ดยาวารีชำระสีแดงเข้มมาหนึ่งเม็ด เขามองอยู่ชั่วขณะก่อนจะกลืนกินเข้าไป แล้วนำขวดยาทั้งสองเก็บไว้ในแหวนมิติ ซึ่งเป็สมบัติติดตัวเพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลืออยู่ จากตระกูลเดิมที่เขาจากมา จากนั้นนั่งสมาธิเพื่อหล่อหลอมเม็ดยาในร่างกายทันที
ด้านซิ่วอิงเมื่อออกจากบ้าน ก็มุ่งหน้าไปยังแปลงผักหลังบ้าน ชั่วครู่ก็เห็นมารดาและน้องสาวกำลังช่วยกันรดน้ำ และถอนวัชพืชออกจากแปลงผัก จึงส่งเสียงเรียก
“ ท่านแม่ หยวนเอ๋อร์..”
นางจ้าวหันตามเสียงเรียก แล้วเงยหน้าขี้นมองบุตรสาวคนโต พร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้ เสี่ยวหยวนตัวน้อยวิ่งตรงมาหาพี่สาว พร้อมเอ่ยเสียงดัง
“ พี่สาว..”
ร่างเล็กบางผวาเข้ากอดพี่สาวคนงามอย่างไว ซิ่วอิงคุกเข่าลงกอดร่างน้องสาวแน่นด้วยความรัก
“ อิงเอ๋อร์.. พ่อของเ้าเป็ยังไงบ้าง..”
ซิ่วอิงหอมแก้มน้องสาวซ้ายขวาก่อนจะตอบมารดา
“ ข้าให้ท่านพ่อทานโอสถรักษาเส้นลมปราณ.. อีก 2-3 ชั่วยามก็น่าจะเห็นผล อีกทั้งลูกยังให้โอสถทะลวงปราณกับท่านพ่ออีกด้วย.. หากไม่มีอะไรพลิกผัน ท่านพ่อน่าจะตัดผ่านวรยุทธไปอีกระดับแน่นอนเ้าค่ะ..”
“ โอ.. จริงรึอิงเอ๋อร์.. แม่ดีใจจริงๆที่เ้ารอดชีวิตกลับมา ทั้งยังได้รับการสั่งสอนจากท่านเซียนลึกลับ จนเก่งกาจเช่นนี้”
นางจ้าวเอ่ยเสียงเครือด้วยความยินดี
“ พี่สาวเ้าขา.. ท่านพี่เก่งที่สุดเลย.. ต่อไปเราจะไม่ลำบากอีกแล้วใช่มั้ยเ้าคะ..”
เสี่ยวหยวนตัวน้อยถามพี่สาว
“ ใช่แล้วน้องพี่.. ต่อไปครอบครัวเราจะมีแต่ความสุข เ้ากับท่านแม่ ท่านพ่อ ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว.. พี่จะดูแลครอบครัวเราให้ดีที่สุด..”
ซิ่วอิงเอ่ยกับน้องสาวและผู้เป็มารดา ก่อนจะช่วยรดน้ำถอนวัชพืชในแปลงผัก ทั้งสามแม่ลูกทำงานไปยิ้มไป เสี่ยวหยวนตัวน้อยถึงกับร้องเพลงเบาๆด้วยความสุข
‘ผ่านไป 2 ชั่วยาม’
ดวงตะวันเริ่มคล้อยลับยอดเขา ทั้งสามแม่ลูกทำงานเสร็จสิ้นก็เดินกลับบ้าน แล้วก่อนที่จะเข้าไปในบ้าน ซิ่วอิงสามารถรับรู้ได้ถึงการผันผวนของปราณในอากาศ เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าบิดาตัดผ่านด่านวรยุทธได้แล้ว
แล้วจากนั้นไม่นาน ร่างของจ้าวเว่ยก็เดินออกมาจากด้านในบ้าน
“ ท่านพ่อ.. ท่านหายดีแล้วใช่หรือไม่ ทั้งยังฝ่าด่านวรยุทธไปอีกขั้นนึงด้วย..”
ซิ่วอิงเอ่ยถามบิดาด้วยความยินดี
“ ฮ่าๆๆ.. ถูกแล้วลูกพ่อ.. พ่อหายดีแล้วทั้งยังทะลวงไประดับปฐีได้อีกด้วย..”
จ้าวเว่ยพูดไปหัวเราะไปด้วยความสุข เสี่ยวหยวนตัวน้อยวิ่งเข้าไปกอดบิดา นางจ้าวเหมยมองสามีด้วยน้ำตา พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ ท่านพี่.. น่ายินดียิ่งนัก.. ฮือๆๆ”
นางจ้าวพูดไปร้องให้ไปด้วยความยินดี จ้าวเว่ยอุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้นมา แล้วเดินเข้ามากอดภรรยาคู่ยาก ซิ่วอิงก็เดินเข้าไปกอดบิดามารดาและน้องสาวอย่างมีความสุข
‘เย็นวันนั้น’
ซิ่วอิงกับมารดาช่วยกันทำอาหารเป็ครั้งแรกในรอบสี่ปี ซิ่วอิงแอบหยดน้ำทิพย์ดาราลงไปในถังน้ำดื่ม แล้วนำไปให้ทุกคนดื่มกิน โดยบอกว่าเป็น้ำวิเศษที่อาจารย์ให้มา มันจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สามารถรักษาโรคได้ทุกโรค ต่อไปให้ดื่มน้ำจากถังนี้เท่านั้น ส่วนเนืัอสัตว์อสูรเสือดำหางดาบที่อี้หลางแบ่งมาให้ ซิ่วอิงนำมาย่างจนหอมฟุ้งไปทั้งบ้าน ท่านแม่เอาไปผัดกับผักที่เก็บมาจากหลังบ้าน เนื้ออีกส่วนนึงก็ถูกตุ๋นจนนุ่มแทบไม่ต้องเคี้ยว
เป็ครั้งแรกในรอบ4ปีที่ครอบครัวจ้าวทั้ง 4 ชีวิต ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน พวกเขาทานอาหารไปพูดคุยกันไป ด้วยความสุขอันเปี่ยมล้น ที่กลับมาพร้อมกับบุตรสาวคนโต
…………………………….