ไอรากลับมาที่ห้องของตัวเองด้วยความกังวล แผลเขาไม่ใช่น้อยๆเลย หากโดนยิงถากๆเธอก็คงจะไม่ห่วงมากขนาดนี้...
“จะห่วงเขาทำไมกัน...เขาเพิ่งไล่เธอออกมานะไอ”
ครืด...ครืด...ครืด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดความกังวลของเธอ หน้าจอปรากฏชื่อคนโทรเข้ามาทำให้รู้สึกคลายความกังวลลงเล็กน้อยหากแต่ก็ไม่ทั้งหมด
“สวัสดีค่ะคุณโจว”
“คุณไอรามีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ...ผมเห็นคุณโทรเข้ามาหลายสาย”
“เขา...เขาาเ็ค่ะ” คนตัวเล็กบอกปลายสายเสียงสั่น ถ้าหากเป็ไปได้เธออยากให้เขากลับมาดูแลนายน้อยของเขาเหลือเกิน
“คุณว่าไงนะ...แล้วนายน้อยเป็อะไรมากหรือเปล่า” โจวเฟิงใจนอยากจะทิ้งงานตรงหน้ากลับมาหานายน้อยเสียเดี๋ยวนี้
“ถูกยิงที่แขนค่ะ...คุณอยู่ที่ไหนรีบกลับมาได้หรือเปล่า”
“ผมยังทำ ‘งาน’ ให้นายน้อยไม่เสร็จ...ยังไงผมรบกวนคุณให้ช่วยดูแลนายน้อยแทนพวกเราด้วยนะครับ” แม้นายน้อยจะสำคัญแต่งานนี้เขาเองก็พลาดไม่ได้เช่นกัน โจวเฟิงหวังว่าเธอจะรักษาชีวิตของคนที่บิดาฝากให้ดูแลอย่างดีที่สุดอย่างที่เธอรับปากบิดาของเธอ
“จะให้ฉันดูยังไงล่ะคะเขาเพิ่งจะไล่ตะเพิดฉันออกมาจากห้องอยู่หยกๆ” จะให้เธอแบกหน้าเข้าไปให้เขาด่าอีกหรือไง
“นะครับ...คุณคนเดียวเท่านั้นนะครับที่จะช่วยพวกเราได้”
“ทำไมต้องเป็ฉันด้วยล่ะ คนของพวกคุณก็อยู่กันเต็มบ้านไปหมด”
“ไม่มีใครได้เหยียบเข้าไปในห้องของนายน้อยหรอกครับนอกจากผมกับอาหลัว” ‘แล้วก็คุณอีกคน’
“ก็ได้ค่ะ” คนตัวเล็กตอบรับด้วยความจำยอม
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปทำงานก่อน ฝากนายน้อยของพวกเราด้วยนะครับ สวัสดีครับ” โจวเฟิงตัดสายแล้วเดินเข้าไปในกาสิโนราวกับเป็คนละคนกับที่พูดสายกับไอราเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
ผ่านไปครู่ใหญ่ก่อนที่ไอราจะตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องของหยางิอีกครั้ง เธอพยายามเปิดประตูให้เบาที่สุด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องกลั้นหายใจด้วยราวกับกลัวว่าลมหายใจของเธอจะปลุกเขาขึ้นมาอย่างนั้น และภาพที่เธอเห็นทันทีที่ก้าวเข้ามาคือ คนเ้าอารมณ์นั่นยังนอนอยู่ท่าเดิมไม่เปลี่ยน แถมเนื้อตัวยังเต็มไปด้วยเืจากาแใหญ่เมื่อครู่ ไอราไม่อาจทนดูต่อไปได้ เธอเดินลงมาชั้นล่างเพื่อหากะละมังกับผ้าผืนเล็กเอาไปเช็ดตัวให้เขาอย่างน้อยเช็ดเอาเืที่เลอะอยู่ตามตัวออกก็ยังดี
ไอราเอาผ้าชุบน้ำค่อยๆเช็ดใบหน้าของเขาอย่างแ่เบาเรื่อยๆมาจนถึงลำคอแกร่ง หลังจากนั้นเธอก็เจอปัญหาใหญ่เมื่อเสื้อยืดสีดำที่เขาใส่อยู่นั้นมันรัดพอดีกับรูปร่างแถมยังไม่มีกระดุมให้เธอแกะเสียด้วย ถ้าหากจะถอดมันออกเธอก็คงต้องปลุกเขาและอาจจะถูกไล่ออกไปอีกรอบก็เป็ได้ ไอราจึงตัดปัญหาโดยการเลือกที่จะเช็ดคราบเืที่แขนของเขาแทน ยกเว้นบริเวณแผลเท่านั้นที่เธอไม่กล้าแตะต้องเพราะกลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บ
“แผลก็ยังไม่ทันจะได้พันผ้าเลย” เธอยอมรับว่าฝีมือการเย็บแผลของเขานั้นใช้ได้ทีเดียว แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมหากไม่รีบปิดแผลละก็...แผลอาจจะติดเชื้อขึ้นมาก็ได้
“ทำอะไร” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัวทำตามที่ใจคิด เสียงแหบห้าวราวกับโกรธใครมาสักสิบชาติก็ไม่ปานดังขึ้นมาเสียก่อน
“เช็ดตัวค่ะ” ไอราหยุดมือและหันไปสบตากับคนป่วยที่บัดนี้ตาแดงก่ำ
“ใครใช้ให้ทำ”
“ทำเองค่ะ”
“ออกไป...อย่ามายุ่ง”
“แต่คุณดูแย่มาก...เนื้อตัวคุณก็มีแต่เืเต็มไปหมด แผลก็ยังไม่ได้พันผ้าอยากติดเชื้อตายเหรอคะ” เธอจะไม่ยอมเขาอีกแล้วเป็ไงเป็กัน
“ออกไป”
“ไม่”
“ฉันบอกให้...อ๊ะ!!” คนเจ็บทำท่าจะลุกแต่ก็ไม่อาจทำได้อย่างใจคิด
“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” นอกจากจะไม่ฟังแล้ว เธอยังถือวิสาสะเข้าไปพยุงเขาให้นั่งพิงหัวเตียงอย่างไม่เกรงกลัวสายตาดุดันที่กำลังมองเธออย่างไม่สบอารมณ์นั่น
“นั่งนิ่งๆฉันจะพันแผลให้...อ่อ...แล้วก็หยุดพูดด้วยค่ะ” เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะพูดอีกเธอจึงเอานิ้วไปแตะที่ริมฝีปากของคนเจ็บ เมื่อปราบคนดื้อสำเร็จเธอจึงหยิบผ้าก๊อซสำหรับพันแผลมาพันที่แขนของเขาอย่างเบามือ เืหยุดไหลไปนานแล้วเหลือเพียงรอดูว่ามันจะอักเสบหรือไม่...หยางิมองไอราไม่วางตา นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีคนมาวุ่นวายกับเนื้อตัวเขาอย่างนี้เท่าที่จำได้คงจะนานพอๆกับที่เขาสูญเสียแม่ไปได้กระมัง...