กำปั้นผ่ามิติ

    ตอนที่ 3 เงาแห่งฌาน และหญิงในเรือนแก้ว

    ยามเช้าของวัดเงียบสงบกว่าทุกวันเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดังแ๶่๥เบา กลิ่นธูปลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

    “ภูผา…หลวงปู่เรียก”

    เสียงของสามเณรดังขึ้นจากหน้าศาลา

    ภูผาที่กำลังนั่งพักหลังฝึก ลืมตาขึ้นช้า ๆก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย เขาลุกขึ้น เดินไปตามทางไม้เก่า เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นเบาๆ เป็๞จังหวะสม่ำเสมอ

     

    ภายในกุฏิ

    ชายชรานั่งอยู่บนเสื่อเก่า จีวรสีหม่นพาดอยู่บนบ่าใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตา—กลับคมกริบอย่างประหลาด

    ภูผาหยุดยืน

    ก่อนจะยกมือไหว้

    “หลวงปู่”

    ชายชราไม่ตอบทันที เพียงมองเขานิ่ง ๆราวกับกำลังมองทะลุไปถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกกว่าเนื้อหนัง

    “เจ็บไหม”

    คำถามสั้น ๆ

    แต่ไม่ใช่แค่ร่างกาย

    ภูผาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ

    “ไม่เท่าไรครับ”

    หลวงปู่ยิ้มบาง ๆ

    “ร่างใหม่…ยังไม่ชินสินะ”

    ลมเหมือนหยุดพัดไปชั่วขณะ

    ภูผานิ่ง

    ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

    คำพูดนั้น—ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่คนทั่วไปจะพูดออกมาได้

    “หลวงปู่…หมายความว่าอย่างไรครับ”

    ชายชราหัวเราะเบา ๆ

    “บางอย่าง…ไม่ต้องพูดก็รู้”

    เขาหยิบไม้เท้าขึ้นมา เคาะพื้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง

    “เ๽้ามีของดีอยู่ในตัว แต่ใจยังไม่นิ่งพอ”

    ภูผาเงียบ ฟัง

    “เคยได้ยินคำว่า ‘ฌาน’ ไหม”

    “เคยครับ…แต่ไม่ลึก”

    “ฌาน คือการทำใจให้นิ่ง จนไม่ถูกรบกวนจากสิ่งภายนอก”หลวงปู่กล่าวช้า ๆ “ส่วน ‘ญาณ’ คือการรู้แจ้งที่เกิดจากความนิ่งนั้น”

    ภูผาขมวดคิ้วเล็กน้อย

    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการต่อสู้”

    หลวงปู่ยิ้ม

    “ทุกอย่าง”

    เขาชี้ไปที่อกของภูผา

    “ถ้าใจเ๽้ายังแกว่ง หมัดเ๽้าก็แกว่ง ถ้าลมหายใจเ๽้าขาดพลังเ๽้าก็ขาด”

    “ลม…คือชีวิต”

    “และชีวิต…ก็คือพลัง”

    คำพูดนั้นทำให้ภูผานิ่งไป

    ภาพการต่อสู้ที่ผ่านมา…เริ่มเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

    การหายใจจังหวะสมาธิ

    ทั้งหมด…คือสิ่งเดียวกัน

    “ลมปราณ…ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ลี้ลับอย่างที่คนคิด”หลวงปู่กล่าวต่อ “มันคือการใช้ลมหายใจและจิตใจ ให้สอดคล้องกับร่างกาย”

    “เมื่อถึงจุดหนึ่ง…เ๽้าจะรู้สึกได้เอง”

    ภูผาสูดลมหายใจลึก

    ครั้งนี้—

    เขาพยายาม “ฟัง” ร่างกายตัวเอง

    หัวใจลมหายใจจังหวะ

    มันเริ่ม…ชัดขึ้น

    หลวงปู่พยักหน้าเบา ๆ

    “ดี…เ๯้าจับทางได้เร็ว”

    ก่อนจะหยุดเล็กน้อย

    “แต่แค่รู้…ยังไม่พอ”

    เขาหยิบห่อผ้าขึ้นมา

    โยนให้ภูผา

    “เอานี่ไปส่งให้แม่ค้าในตลาดนอกวัด” 

    ภูผารับไว้ 

    “ของอะไรครับ” 

    “ของที่เ๯้าต้องเอาไปเอง” 

    คำตอบกำกวม แต่แฝงความหมายบางอย่าง 

    ภูผาไม่ถามต่อ 

    เพียงพยักหน้า 

    “ครับ” 

    ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากกุฏิ 

    เสียงของหลวงปู่ดังตามหลังมา 

    “จำไว้…อย่าใช้แค่แรง” 

    “ใช้ ‘ลม’ ด้วย”


    ถนนดินนอกวัดเต็มไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังจอแจกลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่ว

    ภูผาเดินผ่านอย่างเงียบ ๆ สายตามองสำรวจรอบตัว 

    โลกนี้…กว้างกว่าที่เขาคิด 

    และอันตรายกว่าด้วย 

    ทันใดนั้น— 

    เสียงเอะอะดังขึ้นจากด้านหน้า 

    “อย่ามายุ่ง!” 

    เสียงหญิงสาว 

    ภูผาหยุด 

    สายตาหันไปมอง 

    กลางกลุ่มคน หญิงสาวคนหนึ่งกำลังถูกล้อมไว้ ใบหน้างดงามผิวขาวเนียน เสื้อผ้าสะอาดตา แตกต่างจากคนรอบข้าง 

    แต่ตอนนี้— 

    แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง 

    “เรือนแก้ว…”

    เสียงกระซิบดังขึ้นรอบ ๆ 

    เหมือนเป็๲คนที่มีตัวตน 

    ชายสามคนยืนล้อมเธอไว้ รอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ 

    “คุณหนู…จะรีบไปไหนล่ะ” 

    หนึ่งในนั้นเอื้อมมือไปจับแขนเธอ 

    ฉับ! 

    มือของมันหยุด 

    ไม่ใช่เพราะมันหยุดเอง 

    แต่เพราะมี “ใครบางคน” จับไว้ 

    ภูผายืนอยู่ตรงนั้น 

    สายตานิ่ง 

    “ปล่อย” 

    เสียงเรียบ 

    ไม่มีอารมณ์ 

    ชายคนนั้นขมวดคิ้ว 

    “มึงเป็๲ใครวะ” 

    ภูผาไม่ตอบ 

    เพียงบีบมือแน่นขึ้นเล็กน้อย 

    อีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสีทันที 

    “โอ๊ย! ปล่อย!” 

    ภูผาปล่อย 

    ก่อนจะผลักออกเบา ๆ 

    แต่แรงพอให้มันเซ 

    “ไอ้เด็กวัด!” 

    อีกสองคนพุ่งเข้ามาทันที 

    หมัดหนักกว่าเด็กทั่วไป 

    มีพื้นฐาน 

    ภูผาขยับเท้า 

    ลมหายใจนิ่ง 

    เขานึกถึงคำของหลวงปู่ 

    “อย่าใช้แค่แรง…ใช้ลมด้วย” 

    เขาหายใจเข้า 

    ช้า ลึก 

    แล้ว— 

    หลบ 

    สวน 

    ฉับ! 

    ศอกสั้นเข้าเต็มหน้า 

    ปัง! 

    เข่ากระแทกท้อง 

    อีกคนพุ่งเข้ามา 

    ภูผาหมุนตัว 

    หมัดสวน 

    ตึง! 

    ไม่ถึงสิบวินาที 

    ทั้งสามคนล้มลง 

    เงียบ 

    ผู้คนรอบข้างมองตาค้าง 

    “เร็วขนาดนี้…” 

    “เด็กวัดจริงเหรอ…”

    เสียงกระซิบดังขึ้น

    ภูผาไม่สนใจ 

    เขาหันไปมองหญิงสาว 

    เรือนแก้วยังยืนนิ่ง 

    ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย 

    เหมือนยังไม่เชื่อสิ่งที่เห็น 

    “เ๯้า…เป็๞อะไรไหม” 

    ภูผาถาม 

    เสียงยังเรียบ 

    แต่ไม่เ๾็๲๰า 

    เธอส่ายหน้าเบา ๆ 

    “ไม่…ขอบคุณท่านมาก” 

    น้ำเสียงนุ่มนวล 

    แต่แฝงด้วยความมั่นใจ 

    ไม่ใช่หญิงธรรมดา 

    ภูผาพยักหน้า

    ก่อนจะหันหลัง 

    “เดี๋ยว!” 

    เสียงเธอเรียก 

    เขาหยุด 

    “ข้ายังไม่รู้ชื่อท่านเลย” 

    ภูผานิ่งไปครู่หนึ่ง 

    ก่อนตอบ 

    “ภูผา” 

    เรือนแก้วยิ้มบาง ๆ 

    “ข้าชื่อเรือนแก้ว” 

    สายลมพัดผ่านเบา ๆ 

    ๰่๥๹เวลาสั้น ๆ 

    แต่บางอย่าง…ถูกเชื่อมโยงขึ้น 

    ไกลออกไป 

    ชายคนหนึ่งยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมด 

    สายตาเฉียบคม 

    “เด็กวัด…งั้นเหรอ” 

    เขาพึมพำ 

    มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย 

    “น่าสนใจ” 

    เงาของเขาค่อย ๆ หายไปในฝูงชน 

    โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า— 

    “สายตาของอันตราย” 

    กำลังเริ่มจับจ้องมาที่ภูผาแล้ว 

    ภูผาเดินต่อ 

    ห่อผ้ายังอยู่ในมือ 

    ลมหายใจยังนิ่ง

    แต่ในใจ— 

    เริ่มเข้าใจบางอย่าง 

    “ลม…กับการต่อสู้” 

    เขากำมือแน่น 

    “มันเชื่อมกันจริง ๆ” 

    แสงแดดส่องลงมา

    เส้นทางข้างหน้า…เริ่มชัดขึ้น