ชิงช้าสีฟ้าสลับขาวใต้ต้นหูกวางขยับไกวเป็จังหวะเชื่องช้าสลับกับเสียงหัวเราะใสๆ ของสาวน้อยวัยแรกแย้ม ทำให้ใครคนหนึ่งที่ยืนมองอยู่หน้าบ้านอดอมยิ้มออกมาไม่ได้ คนแอบมองทำท่าเหมือนจะเรียก หากแล้วก็เปลี่ยนใจทนจ้องมองร่างผอมบางบนชิงช้าแทน
“ไม่ไปหรอก วันหยุดแบบนี้วุ้นอยากอ่านหนังสือ ออกไปดูหนังกับคม สอบตกกันพอดี”
“โกรธจริงเหรอเนี่ย”
“ก็ได้ๆ วุ้นไปก็ได้ แต่มารับนะ ไม่อยากนั่งแท็กซี่ไป เสียดายค่าขนม แม่ไม่ได้ให้ค่าขนมวุ้นเยอะแยะอะไร” เด็กสาวต่อรอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตามใจจึงหยัดกายลุกเข้าบ้านไปทำให้ณรมนที่กำลังจะเรียกต้องหยุดรีรอ ครู่ใหญ่มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจึงจอดเทียบหน้าบ้าน เ้าของรถคือหนุ่มน้อยวัยรุ่น อายุน่าจะพอๆ กับเด็กสาวที่นั่งบนชิงช้าเมื่อครู่ เขาส่งยิ้มให้เธอแล้วพยักเพยิดไปในบ้าน
“พี่มาบ้านนี้เหรอครับ”
“ค่ะ แล้วน้อง?”
“ผมมารับเพื่อนครับ มาพอดี วุ้น” เด็กหนุ่มละความสนใจจากณรมนแล้วโบกมือให้ มิเรียมเดินมาถึง เธอเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนพร้อมกับยกมือไหว้
“มาหาแม่เหรอคะน้ามนต์”
“น้าผ่านมาธุระแถวนี้น่ะก็เลยซื้อขนมมาฝากและแวะมาคุยกับวุ้นด้วย” ณรมนมองเด็กสาวคล้ายจะเว้าวอนให้อยู่คุยกับตน เพราะนานๆ ถึงจะมีโอกาสได้แวะเวียนมา
“ขอบคุณนะคะสำหรับขนมแต่วุ้นจะออกไปกับเพื่อนแล้ว คงอยู่คุยกับน้ามนต์ไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะ”
“จะออกไปไหนกันเหรอ” ณรมนมองหน้ามิเรียมกับเด็กหนุ่มคล้ายจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้
“ไปดูหนังค่ะ” มิเรียมยื่นมือออกไปรับถุงขนมจากอีกฝ่าย เอาไปวางแหมะบนโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านแล้วชวนเพื่อนชายออกไป “ไปกัน”
“วุ้น น้าว่าหนูไปดูหนังแล้วใส่สั้นๆ แบบนี้ไม่ดีนะลูก ไปเปลี่ยนหน่อยดีไหม ยีนส์ที่น้าซื้อมาฝากคราวก่อนไงจ๊ะ สวยดีออก”
“หนูไม่ชอบค่ะ แบบมันเชยแล้ว อีกอย่างหนูอ้วนขึ้น มันคับแล้วด้วย ไปนะคะ ช้าแดดร้อน” มิเรียมปิดประตูรั้ว คว้าหมวดกันน็อกจากเพื่อนชายมาสวม เด็กสาวสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อสายเดี่ยวอวดหน้าอกหน้าใจที่เริ่มจะนูนเด่น ณรมนเห็นแบบนั้นก็ถอดเสื้อแขนยาวของตัวเองมาบังคับสวมให้
“ใส่หน่อยนะจ๊ะ แดดมันร้อน”
“ไม่ใส่ เชยจะตาย” มิเรียมดิ้นหนีแต่เ้าของเสื้อยังพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า
“ในโรงหนังมันหนาวมากนะลูก ใส่เถอะ กันแดดกันหนาวได้ด้วยนะ”
“โอ๊ย…หลายทีแล้วนะน้ามนต์ ชอบยุ่งเื่ส่วนตัวของวุ้น กับพ่อแม่ยังไม่มาจุ้นจ้านกับวุ้นเท้าน้าเลยนะ น้าเป็เพื่อนน้าลิต ไม่ได้เป็แม่วุ้นนะ” มิเรียมผลักแรงๆ ณรมนจึงล้มไปกับพื้น
“วุ้น” เพื่อนชายของมิเรียมใ
“ไปได้แล้ว ขืนช้า ฉันเปลี่ยนใจนะ” เด็กสาวเร่ง มอเตอร์ไซค์คันนั้นจึงแล่นออกไป มิเรียมยืดคอมองตามด้วยความเป็ห่วง หยัดกายลุกขึ้นมาจึงเห็นว่าข้อศอกถลอกจนเืซิบ หญิงสาวสูดปากด้วยความเจ็บ พอจะหันหลังออกไป รถยนต์คันงามคันหนึ่งจึงแล่นมาจอด ผู้ที่ลงจากรถเปิดประตูก้าวมาหาอย่างร้อนรน
“มนต์”