8. “มีตัวยุ่งยากเราต้องเปลี่ยนแผน” ! เยว่ชิงเอ๋อเมื่อได้ยินเช่นนั้นนางพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วกล่าว”ยังไงเราไปหาพวกเขาก่อนแล้วเดี๋ยว ระหว่างทางเราค่อยคิดแผนอีกครา” กล่าวเสร็จทั้งสามก็เดินไปทางกลุ่มหมางกั่ว
คุณชายหมางเ้าคะ เสียงเรียกอันอ่อนหวานส่งไปทางชายทั้งสาม ทั้งสามหันมา ปรากฏหญิงสาวที่สวมชุดสีดำทะมัดทะแมง เกล้าผมสีดำ ในตาสีฟ้าหน้ารูปไข่ ตากลมโต ผิวขาวราวกับหิมะ งามอย่างกับเทพธิดา ทั้งสามคนตะลึงในความงาม โดยเฉพาะฉีไป๋ ที่เขาเพิ่งได้เจอเยว่ชิงเอ๋อครั้งแรก ด้วยความงามทำให้เขาสั่นไหว จ้องมองเยว่ชิงเอ๋อด้วยสายตาที่ปราถนา
ฉินโม่เมื่อได้เห็นสายตาของฉีไป๋ขั้นเซียนเทียนที่ปรารถนาในตัวของเยว่ชิงเอ๋อ ฉินโม่ได้ยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ เหมือนว่าเขาจะคิดอะไรได้แล้ว
“ คุณชายหมางเ้าคะ พวกเราพร้อมแล้วคะ ออกเดินทางกันเลย ไหมเ้าคะ “ หมางกั่วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาได้สติ แล้วพูดออกไป “ได้ เรารีบเดินทางกันเถอะ”
ในระหว่างเดินทางหมางกั่วได้แนะนำ รู้จักกับฉีไป๋ ว่าเขาเป็ศิษย์สายในของสำนักเมฆาคราม และยังเป็หลานผู้าุโในสำนักอีก เยว่ชิงเอ๋อเมื่อได้ยินเช่นนั้นนางจึงแสร้งชื่นชม “ อายุเพียงสามสิบ สามารถก้าวขึ้นขั้นเซียนเทียนได้แล้ว และยังเป็ศิษย์สายในอีกด้วย ชุดของท่านเองก็เท่มากเลยเ้าคะ ไม่รู้ว่าข้าจะมีโอกาสจะเป็ศิษย์สำนักเมฆาบ้างไหม” ฉีไป๋เมื่อได้ยินคำชม เขายืดอกแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แล้วพูดกับเยว่ชิงเอ๋อ
“ ตอนนี้คุณหนูเยว่ก็เข้าสู่รวมลมปราณแล้ว มีคุณสมบัติที่จะสามารถเข้าทดสอบเข้าสำนักแล้ว ในอีกหนึ่งปีสำนักจะเปิดทดสอบศิษย์ใหม่ เพียงคุณหนูไปลงทะเบียนจ้าสามารถช่วยให้คุณหนูผ่านได้โดยไม่ต้องทดสอบ” เยว่ชิงเอ๋อได้ยินเช่นนั้น เขาแสร้งดีใจ
จริงหรือเ้าคะ ท่านช่วยข้าได้จริงหรือเ้าคะ ! พร้อมกับจับไปที่แขนของฉีไป๋แล้วทำสายตาอ้อนวอน
ฉีไป๋ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างกับจะหลุด ออกมา ในใจของเขาอยากได้ผู้หญิงนางนี้มาก หากไม่ติดว่าเป็ของศิษย์น้องเขา เขาจะต้องคว้านางผู้นี้มาเป็ของเขาให้ได้
หมางกั่วเมื่อได้เห็นเช่นนั้นเขารู้สึกเดือดดาลมาก คิ้วขมวดกัน แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะศิษย์พี่มีระดับฝึกตนสูงกว่าและยังเป็หลานผู้าุโในสำนักอีก เขาทำได้แค่ะ กระแฮมเบาๆ แล้วพูดว่า “ พวกเรารีบออกเดินทางเถอะ จะได้ถึงเร็วๆ”
ผ่านไปห้าวัน ทั้งหกคนก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ห่างจากป่าประมาณ สิบกิโลเมตร พวกเขาตัดสินใจหาที่พักที่หมู่บ้าน พวกเขาได้เข้าพักโรงเตี๊ยมเล็กๆ หลังจากทานอาหารเสร็จทั้งหกคนได้เข้าพักตามห้องของตน
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ฉินโม่ได้มาหาเยว่ชิงเอ๋อ และเริ่มพูดคุยถึงเื่แผนการที่จะจัดการกับกลุ่มของหมางกั่ว “คุณหนู ตลอดห้าวันมานี้ข้าได้สังเกตุเห็นว่าศิษย์พี่ของหมางกั่วมองท่านอยู่ตลอดเต็มไปด้วยสายตาที่ปราถนาในตัวท่าน” เยว่ชิงเอ๋อ ได้ยินเช่นนั้นนางพยักหน้า แล้วกล่าว” ข้าเองก็รู้สึกได้ หรือว่าท่านจะใช้ฉีไป๋ในแผนการครั้งนี้” ฉินโม่พยักหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ “ใช่แล้ว ข้าจะให้สุนัขทั้งสองตัวกัดกันเพื่อแย่งเนื้อ “ เยว่ชิงเอ๋อได้ยินแล้วขมวดคิ้ว แล้วกล่าวถาม “ ต้องทำยังไง” ฉินโม่ได้อธิบายต่อ “ท่านต้องหว่านเสน่ห์กับฉีไป๋ และยุแยงให้เกิดการการขัดแย้งกัน และเมื่อทั้งสองปะทะกันพวกเราแค่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ “
เยว่ชิงเอ๋อได้ยินเช่นนั้นรู้สึกตะลึง ไม่คิดว่าฉินโม่จะเ้าเลห์เช่นนี้ นางรู้สึกโชคดีที่ฉินโม้เป็มิตร ถ้าหากเป็ศัตรูด้วยคงยากรับมือด้วย