เช้าวันต่อมาเวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยมาตั้งร้านขายของกันสองคนเพราะเจียงเฟินอยู่ที่บ้านของนาง ป้าจี้เห็นว่าวันนี้พวกนางมากันแค่สองคนจึงให้สะใภ้้รองไปช่วยทอดถู่โต้วให้อย่างมีน้ำใจ เห็นพวกเขามีน้ำใจสองพี่น้องก็นำซาลาเปาใส้หมูร้อนๆที่ทำเองมอบให้ป้าจี้ไปถึงสิบห้าลูกพร้อมกับไม่ยินยอมให้ป้าจี้ปฏิเสธ
สะใภ้รองบ้านจี้มาช่วยสองพี่น้องขายจนถึงยามซื่อเพราะเจียงเฟินกับพี่ชายทั้งสามคนของนางก็มาถึงร้านแล้ว เวินหนิงลี่เห็นสี่พี่น้องมาก็ยิ้มให้อย่างเป็มิตรก่อนที่เจียงเจา เจียงซิ่วและเจียงเต๋อจะไปยืนช่วยกันทอดถู่โต้วแทนสะใภ้บ้านจี้ส่วนเจียงเฟิก็มายืนช่วยคุณหนูของนางตักถู่โต้วใส่ถุงให้ลูกค้าอย่างขยันขันแข็ง
ระหว่างที่ขายก็ยังบอกลูกค้าด้วยว่าพรุ่งนี้พวกนางจะขายถู่โต้วเป็วันสุดท้ายแล้วเพราะถู่โต้วของพวกนางใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว ดังนั้นจึงตัดสินใจจะขายพรุ่งนี้อีกหนึ่งวันเท่านั้น กว่าถู่โต้วห้าตระกร้าจะหมดก็ปลายยามอู่แล้ว หลังจากบอกลาป้าจี้กับทุกคนแล้วเวินหนิงลี่กับเวินหนิงเหมยก็พาพี่น้องบ้านเจียงไปหาซื้อของในตลาด พวกนางเลือกซื้อพวกเครื่องปรุงกับเมล็ดพันธุ์ผักและต้นกล้าผลไม้เล็กๆเท่านั้น
"รบกวนพวกท่านไปซื้อเนื้อสักหนึ่งชั่งให้ข้าด้วยได้หรือไม่เ้าคะ?" เวินหนิงเหมยถามบุรุษสามคนทันทีที่พวกนางมาถึงโรงเตี๊ยม
"ได้ขอรับ เดี๋ยวข้าจะเป็คนไปซื้อเอง" เจียงเต๋ออาสาจะไปซื้อให้เองคนเดียว
"นี่เงินเ้าค่ะ หากซื้อได้แล้วก็นำเงินที่เหลือไปจ้างรถม้ามาหนึ่งคัน เลือกคันที่ใหญ่หน่อยแล้วอีกสองเค่อพวกเราไปเจอกันที่หน้าประตูเมืองนะเ้าคะ" เวินหนิงเหมยยื่นเงินให้เจียงเต๋อพร้อมกับนัดแนะสถานที่รวมตัวกับเขาให้เข้าใจตรงกัน
"ขอรับ"
เวินหนิงลี่เดินไปแจ้งผู้ดูแลโรงเตี๊ยมว่าพวกนางจะเลิกเช่าห้องแล้วก่อนจะกลับมาหาทุกคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมแล้วพูดขึ้นอย่างสดใส "ไปหาซื้อขนมไปฝากหลานเฟินน้อยกันเถอะ"
เจียงเฟินได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดขึ้นด้วยความเกรงใจทันที "อย่าเลยเ้าค่ะคุณหนู เดี๋ยวข้ากลับไปทำโจ๊กให้หลานเออร์สักชามก็พอแล้ว ไม่รบกวนคุณหนูให้สิ้นเปลืองเงินหรอกเ้าค่ะ"
"อื้ม…เช่นนั้นก็ได้!!" เวินหนิงลี่ตอบรับอย่างเข้าใจพร้อมกับเดินไปตามถนนโดยมีบุรุษตระกูลเจียงเดินจูงม้าตามมาอยู่ด้านหลังเงียบๆ
เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยเห็นร้านขายของและอาหารข้างทางไหนน่ากินและน่าอร่อยพวกนางก็จะซื้อมาทันที กว่าจะเดินมาถึงหน้าประตูเมืองพวกนางก็มีขนมและของกินอื่นๆคนล่ะหนึ่งหอบใหญ่แล้ว เมื่อเห็นเจียงเต๋อนั่งรถม้ามาไกลๆก็เลยยืนรอกันอยู่เงียบๆต่อไป
เจียงเจาและเจียงซิ่วช่วยกันนำรถเข็นไปผูกไว้หลังรถม้าก่อนจะรีบขึ้นรถม้าตามเจียงเฟินและเจียงเต๋อไปส่วนเวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยก็ขี่ม้าตามหลังรถม้าไป เมื่อห่างจากประตูเมืองมาไกลพอสมควรแล้วพวกนางก็นำผิงกั่วออกมาจากมิติกินไประหว่างทางด้วยความสบายใจโดยไม่รู้เลยว่า้ากำแพงเมืองนั้นยังมีบุรุษสองคนที่ยืนมองตามหลังพวกนางไปจนลับตา
"ท่านตาท่านยายเ้าขา ท่านแม่กับพวกท่านลุงกลับมาแล้วยังมีคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองกลับมาพร้อมกันด้วย" เจียงหลานเฟินตัวน้อยเห็นรถม้าวิ่งมาไกลๆก็รีบะโเรียกท่านตาท่านยายที่กำลังช่วยกันเก็บผักในแปลงอยู่หลังบ้านด้วยความร่าเริง
สองสามีภรรยาพากันยกยิ้มให้กันก่อนจะเดินไปล้างมือแล้วเดินออกมายืนรอลูกๆอยู่ที่หน้ารั้วบ้านก็เป็จังหวะที่รถม้าวิ่งมาจอดพอดี สี่พี่น้องเจียงรีบเดินลงมาจากรถม้าด้วยความยิ้มแย้ม เ้าตัวน้อยคนเดียวในบ้านก็รีบวิ่งไปกอดท่านแม่ก่อนจะวิ่งไปหาคุณหนูใจดีทั้งสองคนอย่างร่าเริงสดใส
"มากันแล้วก็เข้าไปนั่งคุยกันในบ้านเถอะ เชิญคุณหนูทั้งสองท่านเถิดเ้าค่ะ" นางจางซูฉีพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มอ่อน
"รบกวนพวกท่านแล้วเ้าค่ะ" เวินหนิงเหมยตอบรับด้วยความเกรงใจ
หลังจากนั่งพักเหนื่อยดื่มน้ำดื่มท่ากันแล้วเจียงห่าวก็พูดเข้าเื่ที่พวกเขาตกลงกันทันที "คุณหนู เมื่อคืนพวกเราปรึกษากันเื่ที่พวกท่านเอ่ยถามเมื่อวานนี้แล้วพวกเรา…ยินดีขายตัวให้คุณหนูทั้งสองคนขอรับ"
สองพี่น้องเวินค่อนข้างใที่พวกเขาบอกจะขายตัวรับใช้พวกนางพี่น้อง เมื่อวานที่พวกนางพูดออกไปเช่นนั้นเพราะอยากจะว่าจ้างครอบครัวนี้ไปทำสวนทำไร่ในมิติให้พวกนางต่างหากเล่า! แต่พวกเขาดันเข้าใจผิดคิดว่าพวกนางจะให้พวกเขาขายตัวให้เสียอย่างงั้น หรือเป็พวกนางที่สื่อสารไม่ชัดเจนเอง?
"ท่านลุงเจียงเข้าใจผิดแล้ว ที่พวกเราเสนอให้พวกท่านติดตามไปนั้นไม่ได้หมายถึงจะให้พวกท่านขายตัวสักหน่อย ความจริงแล้วพวกเราเพียงแค่อยากว่าจ้างให้พวกท่านทำไร่ทำสวนให้พวกข้าระหว่างเดินทางต่างหาก พวกเราพี่น้องยึดถืือความเท่าเทียมมาเสมอ พวกข้าเป็เ้านายพวกท่านก็แค่เป็ลูกจ้างเท่านั้น แต่ว่า…พวกข้า้าความจริงใจและเก็บความลับของเราเท่านั้น พวกท่านคิดว่าตนเองจะเก็บความลับได้ดีแค่ไหนเ้าคะ?" เวินหนิงเหมยพูดกับครอบครัวเจียงด้วยความจริงใจ
คนแซ่เจียงล้วนอึ้งกับคำพูดของเวินเหนิงเหมย พวกเขาไม่คาดคิดว่าพวกนางจะไม่ให้พวกเขาขายตัวแต่กลับเป็การว่าจ้างให้ทำงานแทน เมื่อเรียกสติกลับมาได้แล้วใบหน้าของแต่ล่ะคนต่างก็แต่งแต้มรอยยิ้มยินดีเอาไว้อย่างปิดไม่มิด เจียงห่าวที่เป็ผู้นำของบ้านก็พูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า "คุณหนู พวกท่านวางใจได้เลยขอรับ ข้าจะไม่เปิดเผยความลับของพวกท่านทั้งสองคนแน่นอน ความลับของพวกท่านจะอยู่กับข้าและตายไปพร้อมกับข้า!!"
"ข้าเองก็เช่นกันขอรับ ข้าจะไม่แพร่งพรายเื่ของพวกท่านแน่นอน หากข้าผิดคำพูดขอให้ไม่ตายดี!" เจียงเจาพูดขึ้นด้วยความหนักแน่น
จากนั้นแต่ล่ะคนต่างก็ให้คำมั่นสัญญาด้วยความหนักแน่น เวินหนิงลี่เห็นว่าพวกเขาต่างก็ให้คำมั่นแล้วจึงตัดสินใจนำของออกมาจากอากาศต่อหน้าของคนบ้านเจียงทุกคน ยกเว้นสองแม่ลูกเจียงเฟินกับเจียงหลานเฟินแล้วคนที่เหลือต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึงไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่นิด แต่พอเห็นเจียงเฟินและบุตรสาวของนางไม่ได้ใเหมือนพวกตนทุกคนก็พยายามปลอบใจตัวเองให้สงบลงแล้วรอฟังคำพูดของคุณหนูทั้งสองคนอย่างตั้งใจ
"นี่เป็สัญญาว่าจ้างและสัญญาว่าพวกท่านจะไม่พูดเื่ของพวกเราเกินความจำเป็………" บ้านเจียงไม่มีใครอ่านอักษรได้ดังนั้นเวินหนิงลี่จึงอ่านสัญญาว่าจ้างและข้อตกลงสามข้อให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด
คนบ้านเจียงได้ยินข้อความในหนังสือสัญญาแล้วก็ไม่ลังเลพากันประทับนิ้วมือด้วยความเต็มใจ แม้กระทั่งเจียงเฟินเองก็ถูกให้ประทับรอยนิ้วมือลงไปในหนังสือสัญญาด้วย จากนั้นเวินหนิงเหมยก็นำหนังสือขายตัวของเจียงเฟินออกมาเผาต่อหน้าทุกคนอย่างไม่คิดอะไรมาก
"เอาล่ะ! เลยเวลาทานมื้อกลางวันมานานมากแล้วเช่นนั้นก็ทานข้าวกันก่อนเถอะ" เวินหนิงเหมยพูดจบก็นำอาหารออกมาจากมิติ อาหารสามสี่อย่างนี้ก็เป็อาหารที่พวกนางทำเอาไว้ก่อนออกไปขายของแต่เพราะมัวแต่ยุ่งๆทั้งยังพาพี่น้องเจียงไปทานอาหารในเหลาอาหาร อาหารที่เตรียมไว้ในมิติจึงยังไม่ได้กิน
"ให้ตายสิน่า! ลืมคิดเื่นี้ไปได้ยังไงกัน?!" เวินหนิงลี่ที่พึ่งจะทานข้าวอิ่มก็พูดขึ้นมาเมื่อนึกอะไรได้
"อะไรหรือ?" เวินหนิงเหมยหันไปถามด้วยความงุนงงและคนอื่นๆก็หันมารอฟังคำตอบของคุณหนูรองเช่นกัน
"พี่หญิง พวกเราลืมซื้อรถม้ามาไว้ใช้งานเ้าค่ะ หากเราจะเดินทางก็จำเป็ต้องมีรถม้าเพื่อให้ชาวบ้านเห็นจะได้ไม่เป็ที่สงสัยของผู้อื่น รอให้เข้าเขตป่าเขาเสียก่อนค่อยพาคนกับรถม้าเข้าไปในนั้นแต่ตอนนี้เรายังไม่มีรถม้า" เวินหนิงลี่ตอบคำถาม
"จริงด้วย! เช่นนั้นพวกเรากลับเข้าเมืองไปซื้อตอนนี้เลยแล้วให้พวกเขาเก็บของเตรียมตัวเอาไว้พรุ่งนี้หลังจากขายของเสร็จเราจะได้ออกเดินทางเลย" เวินหนิงเหมยพูดขึ้นและเตรียมจะออกจากบ้านเจียงไปทันที
"คุณหนู….ให้ข้ากับเ้ารองไปเองเถิดขอรับ ตอนนี้ยังพอมีเวลาหากพวกข้าสองคนเร่งเดินไปหน่อยแค่ครึ่งชั่วยามก็น่าจะถึงเมืองแล้วขอรับ" เจียงเจารีบเสนอตัวทันที
"ใช่ขอรับคุณหนู พวกข้าพอรู้จักทางลัดอยู่ หากใช้เส้นทางลัดครึ่งชั่วยามก็ถึงเมืองแล้ว" เจียงซิ่วก็พยักหน้าแล้วพูดถึงทางลัดที่มีแต่พวกเขาพี่น้องรู้จักทันที
"ได้! เช่นนั้นก็ฝากพวกเ้าแล้ว…นี่เป็เงินห้าสิบตำลึงทองซื้อรถม้าที่ดีและใหญ่หน่อย" เวินหนิงเหมยยื่นเงินให้เจียงเจา
เื่รถม้านี้นางเคยสอบถามมาบ้างแล้วเลยทำให้รู้ว่าราคารถม้านั้นไม่น้อยเลย รถม้าคันเล็กๆก็ราคาถึงสิบตำลึงทองแล้ว ดังนั้นนางจึงตัดสินใจให้เงินเจียงเจาไปห้าสิบตำลึงทองเผื่อเหลือเผื่อขาดไป เงินจำนวนนี้จะต้องซื้อรถม้าคันใหญ่ได้แน่นอน
ระหว่างที่รอบ้านเจียงช่วยกันเก็บข้าวของเวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยก็ถูกหลานเฟินตัวน้อยพาไปดูแปลงผักที่หลังบ้านด้วยความกระตือรือร้น ผักบ้านเจียงนั้นไม่ได้ต้นอวบอิ่มเหมือนผักในยุคอนาคตเพราะคนที่นี่ไม่รู้วิธีบำรุงดินและดูแลพืชผักเท่าไรนัก ดูจากร่องรอยแล้วดูเหมือนผักสี่แปลงข้างๆนั้นพึ่งจะถูกเก็บและยังเหลืออีกหนึ่งแปลงที่ยังไม่ได้เก็บ ดังนั้นสองพี่น้องเวินและหลานเฟินน้อยจึงช่วยกันเก็บผักทั้งหมดนั้นเอง
คืนนั้นเวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่ต่างก็นอนในมิติของตัวเอง ส่วนคนบ้านเจียงต่างก็นอนคิดถึงเื่ต่างๆด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่ได้ขายตัวเป็ทาสเหมือนอย่างที่คิดแต่กลับได้ทำงานให้เทพเซียนเช่นนี้ใครบ้างจะไม่ยินดีและตื่นเต้นแบบพวกเขาบ้าง?
แน่นอนว่าเวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยไม่รับรู้เลยว่าตอนนี้คนบ้านเจียงต่างก็คิดว่าพวกนางสองคนพี่น้องเป็เทพเซียนไปเสียแล้ว หากรู้ทั้งสองคนคงจะหัวเราะออกมาอย่างขบขันแน่ๆ การได้มาเกิดใหม่และมีมิติวิเศษก็ทำให้คนมองว่าพวกนางเป็เทพเซียนได้แล้วหรือ?
'เทพเซียนอันใดจะจนจนต้องออกไปหาขายของหาเงินอย่างพวกนางกัน?'