ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงสาดะุดังไปทั่วบริเวณบ้านโดยไม่รู้ว่าใครเป็ใคร แต่จากการประเมินสถานการณ์แล้ว เสี่ยขจรศักดิ์คิดว่า เขาคงต้องหนี ถ้าตำรวจบุกมาขนาดนี้ มันต้องมีความมั่นใจในระดับหนึ่งที่จะมัดเขาให้ดิ้นไม่หลุดอย่างแน่นอน
"ไอ้ทิว" นายขจรศักดิ์เรียกลูกน้องคนสนิทที่ประกบอยู่อีกข้างหนึ่ง
"ครับเสี่ย"
"เอาข้าวขวัญไปรอกูที่บ้านสวน"
"ครับนาย"
ทิวไทรับคำแล้วค่อยๆขยับขึ้นบันไดไปชั้นบน โดยมีเปรมและอ่ำช่วยยิงสกัดตำรวจไว้ให้ จนชายหนุ่มขึ้นไปถึงชั้นบนได้อย่างปลอดภัย
"ห้องไหนละวะเนี่ย!"
คฤหาสน์ใหญ่โต มีห้องอยู่หลายห้องและเขาเองก็ไม่เคยขึ้นมาข้างบนนี้เลย ทิวไทจึงตัดสินใจไล่เปิดมันไปทุกห้อง ชายหนุ่มไล่เปิดไปทีละห้อง ทีละห้อง
"กรรมแท้ๆ ไอ้ทิวเอ้ยยย!"
ทิวไทนึกในใจ ถ้าไม่มีลูกสาวเสี่ยโผล่มา ป่านนี้พวกเขาก็ได้พาเสี่ยหนีไปถึงไหนๆแล้ว
แล้วโชคก็เป็ของเขา เมื่อประตูห้องห้องหนึ่งเปิดออกมา ทิวไทก็ได้เห็นใบหน้าที่สวยหมดจดไร้เครื่องสำอางค์ใดๆ มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ทั่ว เมื่อข้าวขวัญเห็นหน้าชายหนุ่ม เธอก็จำได้ทันทีว่าเป็หนึ่งในคนของบิดาที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างล่างเมื่อสักครู่
"นี่นาย เสียงอะไรดังอยู่ข้างล่างอ่ะ? ว้ายย!"
ทิวไทรีบพุ่งเข้าไปหาข้าวขวัญแล้วผลักร่างบางให้กลับเขาไปในห้องพร้อมทั้งตัวเขาด้วย ทิวไทรีบปิดประตูห้องแล้วล็อคทันที
"คุณข้าวขวัญ เราต้องรีบหนีไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!"
"ทำไม? มีอะไร?"
"อย่าเพิ่งถามตอนนี้ ไม่มีเวลาแล้ว คุณรีบเปลี่ยนชุดก่อน"
ข้าวขวัญใที่คนตัวโตลากเธอเข้ามาที่ตู้เสื้อผ้าโดยไม่สนใจว่าเธอยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คำตอบอะไรก็ไม่มีให้เธอสักนิด
"เปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้"
ทิวไทสั่ง เขาเบือนหน้าหนีภาพที่เห็นตรงหน้า ข้าวขวัญคงเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ เธอสวมเสื้อคลุมอาบน้ำที่เป็ผ้าซับน้ำที่ไม่ได้หนานัก เขาเห็นหน้าอกคู่สวยที่เบียดชิดกันจนร่องอกเนียนๆนั้นน่าจะเหน็บก้านดอกไม้ได้...อีกทั้งสองจุกที่ดันผ้าบางขึ้นมา เอ้อ...มันคงจะเย็นเพราะถูกน้ำ แล้วเธอคงรีบร้อนเพราะเสียงปืน เธอจึงยังไม่ได้เช็ดตัวด้วยซ้ำ เนื้อตัวที่เปียกปอนนั้นได้ถูกเสื้อคลุมอาบน้ำซับไว้หมดจนเหมือนกับว่าเธอกำลังสวมเสื้อคลุมที่เปียกอยู่...เอ้อ...จนเขาเห็น...เอ้อ...เอ้ออ!...เฮ้ออ
"ฉันไม่มีชุดเปลี่ยน กระเป๋าเดินทางอยู่ข้างล่าง"
บ้าชิบ! เสียงปืนด้านนอกดังรัวเป็าอยู่ข้างนอก ชายหนุ่มก้าวยาวๆไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปข้างล่าง เขาน่าจะะโลงไปได้ไม่ยาก เพราะเป็แค่ชั้นสอง แต่ข้าวขวัญน่าจะไม่ใช่
"งั้นคุณเปลี่ยนเป็ชุดเดิม"
ทิวไทตัดสินใจแล้วมองซ้ายมองขวา เขารีบเดินตรงไปล้วงเอาชุดสูทสีชมพูฮ๊อตพิงค์จากในตะกร้าผ้าซักโยนใส่หญิงสาวอย่างรีบร้อน แล้วรีบหันหลังให้ทันที
"เร็วๆ เข้าคุณ! ชุดนี้แหละ"
"ฉันก็ไม่มีรองเท้า แล้วนายจะพาฉันไปไหน?"
'เื่มากฉิบหาย!' ทิวไทสบถอยู่ในใจ
"คุณเปลี่ยนชุดก่อน!"
"ฉันเป็ห่วงพ่อ พ่อจะไปด้วยไหม?"
ข้าวขวัญถามเขาเสียงสั่นในขณะที่เธอเองก็เปลี่ยนชุดไปด้วย
"เสี่ยขจรเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว คุณรีบเปลี่ยนชุดเข้าเถอะ"
"พ่อหล่ะ พ่อจะไปกับเรามั้ย?"
"คุณเสร็จหรือยัง?"
"ฉันเสร็จแล้ว"
ข้าวขวัญบอกทิวไท ชายหนุ่มจึงรีบหันกลับมา
"คุณข้าว คุณต้องอยู่หลังผมเท่านั้นนะ แล้วทำตามผมทุกอย่าง ไม่ว่าจะหมอบ เดินหรือวิ่ง เข้าใจไหม?"
"ก็ได้ แต่ว่า นายจะพาฉันไปไหน แล้วพ่อล่ะ?"
"คุณไม่ต้องถาม เราไม่มีเวลาแล้ว"
"แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ว้ายย!"
ทิวไทเกือบเป็กระชากข้อมือของหญิงสาวแล้วเดินมาที่ประตูห้อง เขาต้องไปที่โรงรถด้านข้างของคฤหาสน์ให้ได้ ทิวไทกำลังคิดว่าเขาจะต้องฝ่าดงะุออกไปอย่างไรดี แต่ประเด็นคือ เขาต้องหิ้วข้าวขวัญติดมือไปด้วยนี่สิ ภารกิจนี้แหละ ที่ทำให้เขาลำบากใจ
"อย่าลืมที่ผมบอก คุณต้องอยู่ข้างหลังผมเท่านั้น"
ทิวไทยังหันมากำชับ เพราะเขาไม่คิดว่าเธอจะทำตามได้ ดูๆไปแล้วในตอนนี้ สติของหญิงสาวก็หายไปเกือบครึ่งแล้ว แต่เมื่อข้าวขวัญพยักหน้า ทิวไทจึงปล่อยมือเธอ แต่แววตาของข้าวขวัญนี่สิ ที่ทำให้เขาเป็กังวล เขารู้ได้ในบัดนั้นเลยว่า นอกจากสติเธอหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เธอเองคงไม่รู้เื่เลวๆของเสี่ยขจรศักดิ์ บิดาของเธอเองอย่างแน่นอน เพราะเป็แววตาที่ใสซื่อโดยแท้
ผลั่วะ!
เขาเปิดประตูห้อง พร้อมๆกับคนข้างนอกที่กำลังบิดลูกบิดประตูแล้วดันเข้ามา
นายบุญ คนสนิทของเสี่ยวิรุณนั่นเอง
"อยู่ห้องนี้นี่เอง ส่งผู้หญิงมาให้กูเร็ว ไอ้ทิว เดี๋ยวนายวิรุณจะดูแลคุณข้าวขวัญให้เอง!!"
'เชี่ยย! ไอ้วิรุณ ไอ้เฒ่าหัวงู มึงนี่มันสมคำร่ำลือจริงๆ นี่ขนาดตำรวจมาบุกขนาดนี้แล้วยังไม่วาย'... ทิวไทคิด
แล้วนี่เขาต้องทำยังไงดี!!
"ส่งผู้หญิงมา เดี๋ยวนายวิรุณจะดูแลให้เอง"
บุญบอกทิวไท เพราะเ้านายเขาสั่ง ทำไมไอ้บุญจะไม่รู้จักนายตัวเอง ถ้าเป็ผู้หญิงสวยๆ แล้วละก้อ เสี่ยวิรุณถึงไหนถึงกัน เพื่อให้ได้มาขึ้นเตียงบำบัดความใคร่ของตัวเอง นี่ขนาดตำรวจไล่ล่าจะตายกันหมดอยู่แล้ว นายวิรุณยังสั่งให้เขาขึ้นมาเอาตัวข้าวขวัญไปที่เซฟเฮาส์ด้วยให้ได้ ก็ฟ้าดันส่งให้เสี่ยวิรุณเกิดมาหล่อ รวย ฉลาด มีเสน่ห์แก่เพศตรงข้าม แล้วยังบ้ากามแถมมาให้อีก แบบนี้สาวๆกี่คนๆก็เสร็จเสี่ยวิรุณทั้งนั้น ไอ้บุญยังไม่เคยเห็นนายอยากได้ใครแล้วไม่ได้เลยสักราย
"พี่บุญ คนนี้ลูกเสี่ยขจร ฉันขอนะ ฉันต้องรีบพาคุณข้าวขวัญหนีไปก่อน"
พลั่ก!
ด้ามปืนของบุญซัดเข้าที่หน้าของทิวไททันทีที่เขาพูดจบประโยค เขาเซเพราะไม่ทันระวัง เืสดๆไหลราวทำนบแตกออกมาทางจมูก แรงของด้ามปืนทำให้ทิวไทถึงกับเห็นดาวเลยทีเดียว
"มึงอย่าลีลา ไอ้ทิว ส่งผู้หญิงมาให้กู ถ้ามึงไม่ให้ กูยิงนะ"
ปืนในมือของบุญยกขึ้น หากว่ายังไม่ทันยกได้ระดับที่จะยิง ทิวไทอาศัยความไวของเทควนโดสายดำดั้งหนึ่งเตะตวัดเสยปลายคางลูกน้องนายวิรุณทันที
ป๊าปป!
ขายาวยกกวาดทีเดียว ร่างล่ำๆของนายบุญที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ลอยตามแรงรองเท้าบู้ทหนังทันที ปืนในมือก็กระเด็นไปด้วย ทิวไทยิงไปที่มือที่ถือปืนทันที
ปังง!
"โอ้ยย! อ๊าคค!"
'ขอโทษจริงๆหว่ะพี่บุญ ฉันให้คุณข้าวขวัญไม่ได้จริงๆ!'
"กรี๊ดดด!"
ข้าวขวัญร้องกรี๊ดๆ เพราะสติหลุด เมื่อเห็นทิวไทยิงในระยะเผาขนไปที่มือข้างที่ถือปืนของนายบุญจนเืสาดกระจาย นายบุญดิ้นทุรนทุรายร้องเสียงดังราวกับหมาถูกน้ำร้อน เธอหลับตาปี๋ทรุดตัวลงนั่งมือไม้อ่อน ใจหวิวๆ เหมือนจะเป็ลม เธอไม่เคยพบเจอเหตุการณ์อะไรอย่างนี้ในระยะเผาขนมาก่อน
"คุณข้าว!"
ทิวไทเขย่าตัวข้าวขวัญเพื่อเรียกสติหญิงสาว เพราะหญิงสาวเอาสองมือปิดหูแล้วนั่งลงร้องกรี๊ดๆ
"คุณ! หยุดร้อง ตั้งสติก่อน เราไม่มีเวลาแล้วนะ ข้าวขวัญ!"
ทิวไทขยับเข้าชิดอีกแล้วเขย่าร่างบางเต็มแรง ใบหน้าสวยหวานที่เงยขึ้นมามองเขานั้นมีแต่น้ำตานองหน้า แต่เขาไม่มีเวลาที่จะสงสารใครในตอนนี้ และดูเหมือนว่าข้าวขวัญจะได้สติจริงๆ นั่นแหละ เพราะแม้ว่าร่างบางจะสั่นด้วยความกลัว แต่ก็พยักหน้าให้เขานิดนึง นิดเดียวแค่นี้เขาก็พอใจ เพราะอย่างน้อย เธอก็ไม่ได้สติหลุดแบบกู่ไม่กลับ
คนตัวโตคว้าแขนข้าวขวัญแล้วดึงให้ตามเขาออกมาจากห้อง แต่ยังไม่ลืมสั่งการ
"ทำตามผมทุกอย่างนะ อยู่หลังผมนี่แหละ!"
ทิวไทสั่งเสียงเข้ม ชายหนุ่มคลานนำมาที่บันได แล้วค่อยๆ ขยับลงบันไดโดยมีข้าวขวัญคลานตามลงมาติดๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
"กรี๊ดดด!"
ข้าวขวัญร้องเสียงดังแล้วลงนั่งคุดคู้เกาะราวบันไดไว้แน่น หญิงสาวนั่งอยู่ที่บันไดห่างจากทิวไทไปประมาณหกเจ็ดขั้น เพราะชายหนุ่มเคลื่อนตัวรวดเร็วแต่ข้าวขวัญไม่ใช่!
"คุณข้าว ลงมา! เร็วเข้า!"
ทิวไทเรียกข้าวขวัญ แต่เ้าหล่อนกลับนั่งตัวสั่นน้ำตาไหลพราก ร่างบางไม่ขยับเลยสักนิด.. ถ้าข้าวขวัญยังเป็อยู่อย่างนี้ เขาเองก็เริ่มเห็นเค้ารางของความฉิบหายอยู่ไม่ไกล
"ไอ้ทิว มึงไปเอาคุณข้าวลงมา เดี๋ยวกูยิงกันให้"
นายอ่ำ ลูกพี่เขาะโมาจากหลังโซฟา ทิวไทรีบกลับไปรับหญิงสาวที่เกาะลูกกรงบันไดอยู่ ชายหนุ่มเอื้อมมือดึงข้าวขวัญเข้าสู่อ้อมกอดของตัวเอง เขาคงต้องหนีบเธอไว้แบบนี้ เพราะดูแล้วสองขาของหญิงสาวนั้นไม่ทำงานเลย
"คุณข้าว คุณใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวผมพาคุณไปเอง ไป ไปด้วยกัน"