แรงสะอื้นไห้แ่เบาของข้าวหอมค่อยๆ สงบลงกลายเป็การระบายลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเนื้อตรงซอกคอของผมยามที่น้องซุกหน้าออดอ้อนอยู่บนตักกว้าง ผมลูบศีรษะทุยมนและเส้นผมสีนุ่มสลวยของคนตัวเล็กเบาๆ ด้วยความรักปนความเอ็นดูอย่างสุดซึ้ง ความกังวลใจเื่น้องแสนดื้อจะกังวลหรือหลบหน้าผมมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะโอบอุ้มดูแลประคองน้องให้เป็ของผมคนเดียวชั่วชีวิต
ผมสอดวงแขนแกร่งขยับประคองช้อนร่างนุ่มนิ่มเบาหวิวของข้าวหอมขึ้นมาอุ้มในท่าเ้าหญิงอย่างง่ายดายลน้องสะดุ้งเล็กน้อยส่งเสียงร้องอุทานอ้อมแอ้ม โอบแขนเรียวบางสองข้างรัดรอบลำคอแกร่งของผมแน่นแบบกลัวตกพยายามพูดจาประท้วงเบาๆ
"พี่ธันวาครับ... วะ... วางผมลงเถอะครับ ผมอุ้มยากนะ ่นี้ผมกินข้าวเยอะตัวหนักขึ้นตั้งเยอะเลยครับ..."
น้องซุกหน้าบอกเสียงอ้อมแอ้มกับไหล่หนาของผม
"ตัวเบาหวิวเเบบนุ่นขนาดนี้ หนักตรงไหนกันครับข้าวหอม... ต่อให้ยัยตัวแสบจะน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกร้อยเท่า พี่ก็อุ้มหนูเดินขึ้นลงบันไดได้สบายๆ ตลอดชั่วชีวิตเลยครับเด็กดี..."
ผมตอบเสียงทุ้มต่ำลึกมั่นใจมองหน้าหวานแป๋วที่เขินจนตาแดง
ขณะที่ผมก้าวเท้าอุ้มน้องเดินผ่านโถงทางเดินชั้นสองอันเงียบสงัด แสงแดดสีทองยามเช้าลอดช่องกระจกสาดส่องทอดทับกรอบรูปรูปไม้โบราณที่แขวนติดผนัง ข้าวหอมเหลือบไปเห็นรูปถ่ายหนึ่งใบรูปเราสองคนสมัยเด็กที่ปีนกำแพงตักปลาพลาสติกกันในสวน ก็รีบเอ่ยเรียกพึมพำเสียงหวานเบาหวิว
"รูปถ่ายรูปปลาในตอนเด็กของเรา... พี่ธันวายังอุตส่าห์ใส่กรอบแขวนโชว์อยู่อีกเหรอครับ..."
"รูปทุกใบ... และทุกตารางนิ้วความทรงจำที่มีแต่เื่ราวของข้าวหอม พี่ดูแลเก็บรักษาเก็บถนอมมันไว้ในฐานะของล้ำค่าที่สุดในชีวิตหมดแหละครับคนดี..."
ผมเอ่ยบอกน้ำเสียงทุ้มหวานลึกซึ้งทำให้เด็กดื้อเอาหน้าซุกไหล่หนาซบหัวเราะเบาๆอย่างเขินอาย
ถัดไปอีกรูปหนึ่งเป็รูปถ่ายใบใหญ่ของผมตอนรับปริญญาโทสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิตที่ประเทศอังกฤษ ข้าวหอมชี้มือเล็กๆ ไปที่รูปนั้นแล้วเอ่ยพึมพำน้ำเสียงนึกย้อนความหลัง
"นั่นรูปพี่ธันวาตอนรับปริญญาที่อังกฤษใช่ไหมครับ... หล่อเท่มากเลย ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่แค่ชั้นประถมศึกษาตอนปลายเองมั้งครับ พี่โตนำผมไปตั้งไกลเลย"
"ใช่ครับข้าวหอม... ตอนที่พี่เรียนอยู่ที่โน่น พี่ก็คิดแต่เื่จะรีบส่งรายงานทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จเพื่อจะบึ่งกลับมาบ้านหลังนี้ กลับมาดูว่าเด็กข้างบ้านตัวแสบจะเติบโตขึ้นขนาดไหนแล้ว... เพราะ พี่ไม่เคยปล่อยให้ระยะห่างกาลเวลาหรือระยะทางมาเเยกเื่ราวของหนูออกไปจากหัวใจพี่เลยสักวินาทีเดียวครับคนดี..."
คำสารภาพจากปากผมทำเอาน้องซาบซึ้งใจจนสวมกอดผมแน่นขึ้นอีก
ผมก้าวเดินเข้าสู่ห้องนอนใหญ่สีเทาเข้มส่วนตัวชั้นสองที่กว้างขวางเตียงกว้างคิงไซส์หนานุ่มตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอนและฟูกหนานุ่มถูกคลุมประดับด้วยโทนสีเทาควันบุหรี่ขับเน้นรสนิยมชายหนุ่มใหญ่ขรึม แอร์คอนดิชันเนอร์พัดลมเย็นฉ่ำต้อนรับพัดม่านหนาพริ้วไหว
กลิ่นไม้สนผสมใบแพทชูลี่โชยอวลสร้างความรู้สึกสงบแต่กระตุ้นกระแสสิเน่หาวาบสะท้าน แสงโคมไฟหัวเตียงสลัวสีส้มเหลืองนวลทาบไล้บรรยากาศให้โรแมนติกอบอุ่นขึ้นทันตาเห็น ผมพาร่างนุ่มนิ่มมานั่งลงที่ขอบเตียงอย่างเบามือ ทรุดตัวคุกเข่าลงต่อหน้าน้อง เอื้อมมือหนาประคองข้อเท้ากลมมนเรียวเล็กของข้าวหอมขึ้นมา ค่อยๆ สไลด์ถอดถุงเท้าข้อสั้นทั้งสองข้างออกอย่างบรรจง นิ้วหนาลูบนวดผ่านฝ่าเท้านุ่มจนน้องสะดุ้งตัวสั่นนิ้วเท้าเกร็งงอด้วยความเขินอายปนเสียวสะท้าน
ผมขยับตัวขึ้นมาโอบกอดกักขังร่างเล็กไว้บนเตียง จัดการล็อกกลอนประตูห้องนอนสนิทแ่าป้องกันสิ่งรบกวนภายนอกทั้งหมด
"พี่ธันวาครับ... จะ... จะทำอะไรผมเหรอครับ..."
ข้าวหอมเอ่ยถามเสียงสั่นระริกแหบแห้งแก้มใสขึ้นสีแดงแจ๋ดวงตาสั่นพราวน่าเอ็นดูช้อนมองผมพร้อมกอดตุ๊กตาหมีที่ผมเพิ่งหยิบติดมือมาด้วยแน่น
"ทบวนบทลงโทษและมอบรางวัลสำหรับเด็กดีที่กล้าง้อบอกรักพี่ไงครับข้าวหอม... เมื่อวานนี้ร้องไห้หนักจนตาบวมเป่งหมดเลยนะครับ แฟนใครทำไมขี้แยขนาดนี้หืม?"
ผมแกล้งล้อเลียนน้ำเสียงทุ้มหวานลูบไล้ปลายคางน้องเบาๆ
"ก็... ก็แฟนพี่ข้างบ้านคนดุนั่นแหละครับ! ดุและตวาดใส่ผมแรงขนาดนั้น ใครจะทนไม่ร้องไห้ไหวเล่าครับคนบ้า..."
น้องบ่นพึมพำปากยื่นฟ้องแก้มแดงแจ๋ทำท่าแง่งอน
"พี่ขอโทษนะครับที่โกรธจนขาดสติ... แต่ต่อจากนี้พี่จะชดเชยรางวัลปลอบใจให้เธออย่างดีที่สุดเองครับคนดี..."
ผมกระซิบตอบเสียงพร่าต่ำข้างแก้มใส โน้มตัวลงจูบซับหางตาของน้องเบาๆ เพื่อปลอบประโลมประคบประหงมไข้ใจพร้อมลูบไล้พวงแก้มใสอย่างแสนรัก
ธันวาค่อยๆ เอื้อมมือหนาช้อนตัวข้าวหอมขึ้นเบาๆ เลื่อนสไลด์ปลดถอดเสื้อยืดตัวหลวมสีฟ้าพาสเทลพ้นจากศีรษะทุยมนของข้าวหอมออกช้าๆ เผยให้เห็นเรือนร่างนุ่มนิ่มผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมและไหล่บางระหงสั่นระริกใต้แสงโคมไฟสีส้มเหลืองนวล นิ้วหัวแม่มือหนาของผมลูบลากผ่านแนวไหปลาร้าและรอยรักสีแดงระเรื่อจางๆ ที่ผมประทับทิ้งไว้เมื่อวาน ยิ่งขับเน้นเสน่หาความงามของเรือนร่างน้องจนผมสั่นสะท้าน
ฝ่ามือหนาประคองเอวคอดกิ่วที่แสนบางนุ่มนิ่มของน้องดึงเข้ามาชิดอกหนา แผ่นหลังแกร่งบึกบึนสีแทนแกร่งกำยำของผมแผ่กล้ามอกแกร่งเบียดชิดผิวเนื้อขาวเนียนสะกดสายตาน้องจนข้าวหอมมองตาค้างหน้าแดงแจ๋ลามลึกกระดิกตัวไม่ได้
"ฮะ... พี่ธันวา... ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอครับ..."
น้องตอบเสียงหวิวหลับตาสะท้านเหนียมอายยามอกเนียนขาวเบียดชิดอกกว้างสีแทนอุ่นร้อนของผมััถึงลมหายใจเข้าออกร้อนผ่าวประทับตราจอง
---
หัวใจของผมเต้นกระหน่ำรัวเร็วเป็กลองศึก ความร้อนจากแผงอกแกร่งกำยำและท่อนแขนแกร่งสีแทนของพี่ธันวาที่ทาบทับกักขังโอบกอดรัดแ่าส่งผ่านความรู้สึกร้อนรุ่มวาบหวาม ความเหน็บหนาวจางหายไปเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่มวาบสะท้านลึกซึ้งเข้าไปในทรวงอก แผ่นหลังบางแนบชิดกับฟูกเตียงหนานุ่มสีเทาควันบุหรี่ รู้สึกตึงเครียดแต่ทว่ามีความอบอุ่นอุ่นล้นปรี่ในหัวใจ
เรียวปากหนาอุ่นจัดของพี่ธันวาบดเบียดจูบดูดดื่มหวานละมุนละไมลงบนริมฝีปากของผมทันที คราวนี้ช่างนุ่มนวลทะนุถนอมประหนึ่งััแก้วบางเปราะบาง ลิ้นร้อนค่อยๆ แทรกซอนเล็มชิมความหวานปานน้ำเชื่อมหล่อเลี้ยงหัวใจจนผมต้องร้องครางเครืออื้ออึงสั่นระทวยเอื้อมมือเรียวไปขยุ้มเส้นผมสีเข้มของพี่เขา ร่างกายผมเกร็งสั่นระริกตามััรักที่พุ่งพล่าน
ฝ่ามือหนาอุ่นจัดของพี่ธันวาเลื่อนบีบเค้นนวดเฟ้นเอวคอดกิ่วสะโพกนุ่มของผมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมาััยอดอกสีชมพู สะกิด ลูบ บดจูบจนผมสะท้านเสียวซ่าน ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวเนื้อจนพี่ธันวาสั่นสะท้านตัวตามไปด้วย ปลายลิ้นร้อนของเขาทำหน้าที่สลักเสลาความรักลากผ่านหน้าท้องนวลเนียนต่ำลงไปจนถึงหน้าท้องเนียนจนผมเกร็งหน้าท้องเกร็งตัวแอ่นสั่นสะท้านครางเครือเสียงหวานเป่ารดหูเขา
"อื้อ... ฮะ... พี่ธันวา... ผมรักพี่... เสียว วไปหมดแล้วครับ..."
ผมครางครวญสารภาพเสียงพร่าตาฉ่ำสั่นระริก
"พี่ก็รักเราครับข้าวหอม... ร่างกายแสนสวยของข้าวหอมมันเป็ของพี่แต่เพียงผู้เดียวแล้วนะครับคนดี..."
เสียงทุ้มแหบต่ำพร่าสะกดจิตใจกระซิบตอบข้างแก้มกลมร้อนฉ่า ก่อนจะเลื่อนฝ่ามือหนาลงต่ำลูบไล้แกนกลางความแข็งแกร่งตื่นตัวของผมใต้กางเกงนอนขาสั้นช้าๆ อ่อนเบาและเน้นย้ำสร้างความสั่นเครือซาบซ่านปั่นป่วนจนช่องท้องสะท้านะเืสะกิดอารมณ์รักให้สูงชันปั่นป่วน
พี่ธันวาดึงรั้งกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในของผมพ้นปลายขาเรียวอย่างประณีตและสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างกายที่เปลือยเปล่าััเข้ากับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องนอน ยิ่งขับเน้นให้ความร้อนรุ่มภายในเรือนกายส่วนตัวพุ่งพล่านสูงชันพร้อมรับบทเรียนรักและัักอดลึกซึ้ง
สายตาของผมสบเข้ากับดวงตาคมปลาบสีเข้มแสนคลั่งรักกะทัดรัดของพี่ธันวาที่ก้มมองลงมา สองฝ่ามือแกร่งร้อนรุ่มของเขาจับรั้งเอวคอดบางของผมไว้แ่าเพื่อตีตราจองประทับรากและส่งผ่านััอารมณ์รักอันแสนพิเศษ
ผมแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเพดานห้องนอนเห็นเงาร่างภาพสลักพิมพ์เขียวแบบอาคารหลังใหญ่สลับซับซ้อนที่งดงามยิ่งใหญ่ แสดงความเป็มืออาชีพและศักยภาพของคน้า แสงแดดรุ่งเช้าสีทองอุ่นๆ สลัวลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่างหนาสะท้อนเงาร่างสอดประสานของเราดูลื่นไหลนุ่มนวลอบอุ่นที่สุด นอกหน้าต่างเสียงลมเช้าพัดยอดไม้ไหวเบาๆ เสมือนดั่งเพลงรักคอยบรรเลงประโลมใจสองเรา
ผมยกแขนสองข้างโอบเกี่ยวกอดรอบไหล่หนาบึกบึนของพี่ธันวาไว้แน่นสนิท ปัดป้องความวิตกความกลัวความสับสนในอกดวงน้อยจนหมดสิ้น พร้อมก้าวหน้าเผชิญหน้ากับบทเรียนบทสำคัญและััความรักลึกซึ้งต่อยอดไฟรักแสนหวานเร่าร้อนต่อไปอย่างไม่มีวันยอมคิดหลบหนีหรือยอมทอดทิ้งตัดใจจากพี่ข้างบ้านคนรักแสนดีจอมดุคนนี้ไปตลอดชั่วชีวิต