ตอนที่14 ครอบครัวอบอุ่น
“..........”
เทพตัวน้อยเบ้ปากเตรียมร้องไห้ทันทีเมื่อได้ยินคำถามจากพี่ชายนางรู้สึกสบายใจหากต้องแสดงความ้าให้เขารับรู้โดยตรงเพราะตระหนักได้ว่าเขาเข้าใจและยินดีช่วยปิดบังความลับนี้ไว้จากทุกคนซึ่งจะช่วยให้ตนปลอดภัยชั่วระยะเวลาหนึ่งจนกว่านางจะรับประทานนมหรืออาหารมากพอแล้วมีร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างน้อยสิบในพันส่วนถึงจะสามารถปกป้องตัวเองได้
“โอเค.....พี่เข้าใจแล้ว”
ซูหนิงหลงใช้ปลายนิ้วไล้แก้มนุ่มของน้องสาวเบามือพลางพูดอย่างเข้าใจเขาเชื่อมั่นมากขึ้นว่าน้องจะต้องเป็คนกลับชาติมาเกิดใหม่แต่อาจต้องรอให้น้องเติบโตมากกว่านี้ถึงจะสอบถามความเป็มาจากชาติก่อนโดยตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าน้องชื่นชอบและ้าฟังเพลงจากน้องเล็กในกลุ่มอีกซึ่งเขาคิดที่จะพูดคุยกับพี่น้องร่วมสาบานในภายหลัง
แปะ ! แปะ ! แปะ! แปะ ! แปะ!
ชายชราซูเกอปรบมือดังลั่นพอใจผลงานการแสดงของหลานชายคนเล็กเขาไม่คาดคิดว่าหลานชายแต่ละคนจะมีความคิดก้าวไกลแล้วยังกล้าบอกถึงความ้าแท้จริงออกมาซึ่งช่วยให้ปฏิสัมพันธ์ของทุกคนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องฝืนใจอยู่ร่วมกันจึงเอ่ยชมให้กำลังใจด้วยความเมตตาว่า
“ดีมากเสี่ยวหวงถ้ามีความสามารถแบบนี้แล้วละก็ ทำให้เต็มที่ตามความฝันไปเลยปู่ไม่ใช่คนหัวโบราณที่จะต้องจ้ำจี้จ้ำไชให้เรียนหนักอย่างเดียวขอแค่อย่างน้อยให้แต่ละคนเรียนจบชั้นมัธยมปลายได้ไหมส่วนใครจะเรียนต่อระดับอนุปริญญา หรือปริญญาตรี หรือจะไม่เรียนเลยก็ไม่ว่าปู่ขอแค่นี้แหละ”
“ตกลงครับ!”
พี่น้องร่วมสาบานทั้งสามคนต่างขานรับคำร้องขอจากชายชราด้วยความยินดีเพราะไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องทำตามอย่างเหมือนผู้ปกครองบ้านอื่นอีกทั้งยังเปิดโอกาสให้แต่ละคนมุ่งหน้าทำตามความใฝ่ฝันได้อย่างเต็มที่ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเคร่งเครียดในการเรียนเหมือนเดิม
จากนั้นหลานชายต่างช่วยกันเก็บภาชนะการรับประทานอาหารเช้าไปทำความสะอาดแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กใกล้บ้านเพื่อซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วทำการเปลี่ยนก่อนเดินทางต่อไปยังสำนักกิจการพลเรือนต่อไป
ชายชราซูเกอจำเป็ต้องเรียกใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางเนื่องจากมีหลานสาวตัวน้อยไปด้วยเขาเป็คนอุ้มเองั้แ่เดินทางออกจากบ้านโดยปล่อยให้หลานชายแต่ละคนเดินตัวเปล่าพลางััได้ถึงความผูกผันระหว่างหลานสาวขาวอวบน่ารักกับตนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าซึ่งอยู่ห่างจากบ้านราวสองกิโลเมตรชายชรามอบเงินให้กับพี่ใหญ่ของกลุ่มเพื่อเป็ตัวแทนพาพี่น้องไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เหมาะสมตามวัยส่วนหลานสาวเขาจะเป็คนไปเลือกสรรเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วยตัวเองเพราะเคยมีความคิดอยากได้ลูกสาวมานานพอมีโอกาสใน่ชีวิตวัยชราจึงอยากเติมเต็มความฝันให้เต็มที่
“ปู่เกอครับให้ผมช่วยอุ้มเหยี่ยนเอ๋อร์ดีไหมครับ เผื่อปู่จะเลือกชุดให้น้องถนัดมือ”
ซูหนิงหลงเกรงว่าชายชราจะเลือกชุดไม่ถูกใจน้องสาวแล้วพาลทำให้น้องหงุดหงิดโมโหจึงอาสาไปช่วยด้วยการอุ้มตัวน้องสาวแทนเขาสบตาส่งสัญญาณให้กับพี่น้องในกลุ่มเรียบร้อยโดยทุกคนต่างพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ
ชายชรากำลังจะหมุนตัวเดินไปยังทิศทางเสื้อผ้าของเด็กทารกเขาหยุดยืนคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับการเสนอตัวเข้าช่วยเหลือของหลานชายคนรองพลางยื่นตัวทารกน้อยในอ้อมกอดให้แต่โดยดีแล้วหมุนตัวเดินไปยังแผนกเสื้อผ้าเด็กอย่างกระตือรือร้นทันใด
“ตกลงอะนี้.....อุ้มเหยี่ยนเอ๋อร์แทนปู่สักแป๊บ เดี๋ยวปู่จะไปหาชุดสวย ๆไว้ให้ใส่ถ่ายรูปสักหน่อย”
ซูหนิงหลงยิ้มรับด้วยความยินดีพลางยื่นมือออกไปรับตัวน้องสาวมาไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอมเขาพยักหน้าส่งสัญญาณให้พี่น้องในกลุ่มอีกครั้งก่อนเดินตามหลังปู่เกอไปอย่างกระชั้นชิด
อนึ่งสามพี่น้องร่วมสาบานนำเงินจากกล่องสมบัติติดตัวมาด้วยจำนวนหนึ่งเพราะไม่อยากรบกวนเงินของชายชราอยู่ฝ่ายเดียวเนื่องจากทุกคนจำเป็ต้องซื้อชุดชั้นในและเสื้อผ้ากีฬา รวมทั้งอุปกรณ์หลายอย่างในการดำรงชีวิตในอนาคตโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือซึ่งกลายเป็สิ่งสำคัญและจำเป็ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันฉะนั้นจึงไม่อยากให้ปู่เกอต้องทุ่มเทจ่ายทุกอย่างโดยไม่ได้สอบถามความ้าของพวกตนอย่างละเอียด
หลังจากนั้นไม่นานนักสมาชิกครอบครัวซูต่างกลับมาพบกันอยู่บริเวณที่นั่งพักหน้าห้างสรรพสินค้าทุกคนกำลังรอรถแท็กซี่เดินทางต่อไปยังสำนักกิจการพลเรือนซึ่งตั้งอยู่ในสำนักงานเขตเมืองตงหยิง
ในตอนนี้เด็กหนุ่มทั้งสามคนได้แปลงโฉมด้วยการสวมเสื้อยืดทรงสมัยใหม่และกางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มขายาวสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวมีหมวกคลุมศีรษะกันอากาศหนาวเย็นสีเทาเข้มคล้ายกันรองเท้าผ้าใบโทนสีอ่อนตามแบบสมัยนิยม ผมยังคงสั้นเกรียนเหมือนเดิม แต่หน้าตาสะอาดสะอ้านกว่าเดิมเพราะได้รับการทำความสะอาดมาเป็อย่างดีจนเผยโฉมใบหน้าหล่อเหลาออกมาอย่างเห็นได้ชัดแล้วยังมีหญิงสาวเหลียวหลังมองตามกันเป็พรวน
“พวกหลาน ๆก็หล่อไม่เบาเหมือนกันนะ พอแต่งตัวเข้าหน่อยก็ดูดีขึ้นมาเชียวแบบนี้ค่อยสมกับเป็ลูกหลานตระกูลซูหน่อย ว่าแต่เงินที่ให้ไปมันพออยู่เหรอพากันหอบของมาซะเยอะเชียว”
ชายชราพยักหน้าชื่นชมการแต่งกายอันเรียบง่ายแต่ดูดีของหลานชายทั้งสามคนเขาสังเกตเห็นท่าทีซุบซิบสนใจจากบรรดาเด็กสาววัยรุ่นเป็จำนวนมากทั้งเห็นว่าหลานชายต่างหอบหิ้วถุงใส่สัมภาระจำนวนมากจึงไม่แน่ใจว่าเงินจำนวนหนึ่งพันหยวนจะได้ของมากมายขนาดนี้ทำให้อดสงสัยจนต้องถามออกมาไม่ได้
“ขอบคุณครับปู่เกอเงินที่ให้มาก็พอจ่ายอยู่ครับ ่นี้ห้างลดราคาหลายแผนกด้วยคงเห็นว่าเข้าสู่่ฤดูหนาวแล้วคนไม่ค่อยมาชอปปิงมังครับเลยเป็โชคดีของพวกผมมาซื้อพอดี”
ซูหนิงอันเป็คนตอบขอบคุณชายชราด้วยท่าทางปกติเพราะเริ่มคุ้นชินต่อการโกหกแล้วทำให้ผู้มีพระคุณสบายใจเขาอ้างถึงฤดูกาลให้สอดคล้องกับเหตุผลอันสมควรโดยไม่กล้าบอกความจริงเกี่ยวกับเงินจากกล่องสมบัติเพราะยังเป็ความลับซึ่งต้องปิดบังไว้จนถึงที่สุดพอเห็นว่าชายชราพยักหน้ารับเข้าใจโดยไม่คิดสอบถามอีกจึงผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ส่วนเทพตัวน้อยผู้น่ารักอยู่ในชุดหมีสีชมพูหนานุ่มพร้อมที่คาดผมสวยงามสีเดียวกันชายชราหัวเราะชอบใจต่อความน่ารักของหลานสาวตัวน้อยโดยไม่ได้รับรู้ถึงความผิดปกติแต่อย่างใด
“ดูนี่สิ.....เหยี่ยนเอ๋อร์สวยน่ารักไหมปู่เลือกชุดนี้เองเลยนะนี่ ชุดเด็กพวกนี้แพงชะมัดเลย”
ชายชราอวดชุดใหม่ของหลานสาวให้หลานชายทุกคนได้ชื่นชมร่วมกันเขาปล่อยให้หลานชายคนรองเป็คนอุ้มต่อหลังกลับจากไปเปลี่ยนชุดกับพี่น้องเสร็จเรียบร้อยเนื่องจากพบการดิ้นของทารกผิดปกติซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดจากสิ่งใดจึง้าให้หลานชายเป็คนอุ้มแทนด้วยความอยากรู้ในที
“..........”
ฮึ่ม! ตาแก่บ้า! ข้าไม่ชอบเลยนะชุดแบบนี้ข้าอยากััอากาศเย็น ข้าชอบอากาศเย็น...ได้ยินไหม?! แม่ข้าเป็ถึงเทพธิดาเหมันต์เชียวนะอากาศเย็นในภพโลกแค่นี้ มันไม่ระคายผิวข้าหรอก ปล่อยข้าออกจากชุดบ้า ๆ นี่ซะทีสิ!
เทพตัวน้อยทำปากจู๋พร้อมขมวดคิ้วแน่นไม่พอใจนางพยายามดิ้นหนีจากอ้อมกอดชายชราเป็การลงโทษต่อการเลือกชุดอันแสนอึดอัดพลางผินหน้ามองหาพี่ชายรู้ใจในทันทีเมื่อััได้ว่าเขากลับมาจากการเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
ซูหนิงหลงเหลือบเห็นท่าทางหงุดหงิดไม่พอใจของน้องสาวเขารับรู้ได้ทันทีว่าน้องไม่พอใจต่อการแต่งกายแบบนี้แน่นอนเพราะการสวมใส่เสื้อผ้าหนาและดูอบอุ่นเกินไปอาจทำให้น้องอึดอัดได้เนื่องจากก่อนหน้าน้องมีท่าทางชื่นชอบอากาศหนาวเย็นมากกว่าเพราะมีการแสดงออกชัดเจนซึ่งทำให้เขาเข้าใจได้อย่างนั้น
พอพี่รองเห็นน้องน้อยอยู่ในเครื่องแต่งกายสวยงามแต่รัดกุมเกินไปจึงกระซิบบอกน้องในอ้อมแขนเสียงแ่เบาโดยจงใจหันหลังไม่ให้ชายชราเห็นว่าตนกำลังสื่อสารอยู่กับน้องผู้เป็ยิ่งกว่าอัจฉริยะว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์.....อดทนหน่อยนะไว้พวกเราเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านของปู่เกอเสร็จเรียบร้อยแล้วพี่จะถอดเสื้อกันหนาวและผ้าคลุมทั้งหมดออกให้ น้องจะได้ััอากาศเย็น ๆเหมือนเดิมไงล่ะ.....โอเคไม๊”
“..........”
ซูเทียนเหยี่ยนตาโตพร้อมส่งเสียงหัวเราะร่าอารมณ์ดีทันทีเพราะพี่ชายคนนี้เข้าใจนางมากที่สุดพลางนอนหลับตาปุ๋ยสบายใจแทนเพราะต้องใช้ความนิ่งสยบความอึดอัดใจไว้ก่อนจนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสมในการััอากาศหนาวเย็นอีกครั้ง
“แบบนี้ค่อยน่ารักเหมือนเดิม”
ซูหนิงหลงอดพูดหยอกน้องสาวผู้เก่งกาจเกินวัยไม่ได้เขาหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนด้วยท่าทีเป็ปกติโดยไม่คิดบอกเื่เพิ่งสื่อสารกับน้องสาวไปเพราะอาจกลายเป็เื่อันน่าอัศจรรย์เกินเหตุ
“น้องคงไม่ชินกับชุดใหม่มังครับแต่ตอนนี้หลับไปแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก”
พี่รองบอกกับทุกคนด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็ปกติเขาไม่้าให้ชายชราเกิดความกังวลจึงยิ้มน้อย ๆ ให้ผู้ปกครองคนใหม่สบายใจเนื่องจากเหลือบเห็นว่าน้องสาวนอนหลับตาพริ้มไปแล้วฉะนั้นน้องคงไม่ตื่นขึ้นมาสร้างปัญหาให้กับทุกคนแน่นอน
ทันใดนั้นผู้คนเริ่มทยอยเดินทางเข้าห้างสรรพสินค้ากันมากขึ้นต่างพากันชี้นิ้วตรงมายังกลุ่มครอบครัวตระกูลซูเพราะมีแต่เด็กหนุ่มสามคนกับชายชราหนึ่งคนทว่าด้วยใบหน้าและส่วนสูงอันโดดเด่นของทั้งสามคนได้ดึงดูดสายตาบรรดาหญิงสาวและวัยรุ่นเพศหญิงจำนวนมากจนทำให้ชายชราอดพูดหยอกล้อหลานชายทั้งหลายไม่ได้ว่า
“เห็นทีต่อไปปู่ต้องทำหน้าเข้มกว่าเดิมละมั้งมีหลานชายหน้าตาดีกันแบบนี้ ว่าแต่อย่าเพิ่งมีแฟนกันล่ะพากันทำตามความฝันให้สำเร็จก่อน ถ้ามีแล้วเดี๋ยวชีวิตจะวุ่นวายเกินไป”
อย่างไรก็ตามท้ายประโยคชายชราอดพูดเตือนหลานชายทั้งหลายด้วยความหนักใจไม่ได้เพราะเคยมีประสบการณ์เลวร้ายมาก่อนนั่นคือลูกชายมีความรักั้แ่ชั้นมัธยมปลายซึ่งเขาไม่เคยห้ามปรามกระทั่งลูกชายเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนได้เพียงปีเดียวแล้วแอบหนีไปสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกับแฟนสาวนั่นจึงเป็สาเหตุให้ลูกเริ่มตีตัวออกห่างและหายหน้าไปจากตนนั่นเอง
“ปู่เกอไม่ต้องเป็กังวลกับพวกเราหรอกครับถ้าพวกเราทำตามความใฝ่ฝันไม่ได้ รับรองว่าจะไม่เหลียวแลผู้หญิงคนไหนสักคน”
ซูหนิงหวงตอบชายชราด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเขาและพี่น้องทุกคนมีเป้าหมายชีวิตแตกต่างกันแต่มีความมุ่งมั่นไม่แตกต่างกันซึ่งเคยแลกเปลี่ยนทัศนคติร่วมกันมาก่อนฉะนั้นจึงมั่นใจว่าแต่ละคนจะไม่ว่อกแว่กต่อเื่รักใคร่ของหญิงชายจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายแห่งชีวิตได้
“ดี! ดี!ดีมาก! ต้องให้ได้อย่างนี้สิ! พวกเราไปสำนักกิจการพลเรือนกันเถอะกว่าจะเสร็จภารกิจตรงโน้น เดี๋ยวเหยี่ยนเอ๋อร์จะหิวนมก่อนนะ”
ชายชราตบบ่าหลานชายทีละคนโดยเริ่มจากหลานชายคนเล็กผู้เป็คนให้คำมั่นสัญญาก่อนเขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่งต่อหลานชายต่างสายเืเพราะแต่ละคนล้วนรู้ความและมีความรับผิดชอบต่อตนมากกว่าผู้เป็ลูกชายแท้จริงด้วยซ้ำไป
ต่อจากนั้นทุกคนเดินทางออกจากหน้าห้างสรรพสินค้าตรงไปยังสำนักงานเขตเมืองตงหยิงโดยระหว่างเดินทางชายชราโทรหาบางคนเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อการเพิ่มชื่อสมาชิกในทะเบียนบ้านเนื่องจากจำเป็ต้องมีเ้าหน้าที่ระดับสูงให้การรับรองเป็กรณีพิเศษ
ชายชรานั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับรถแท็กซี่ส่วนหลานชายสามคนนั่งเรียงกันตามลำดับอยู่ทางเบาะหลังรถโดยมีหลานชายคนกลางเป็คนอุ้มหลานสาวด้วยความคุ้นเคย ขณะหลานสาวกำลังนอนหลับปุ๋ยสบายใจด้วยการอ้าปากหวอแล้วมีน้ำลายไหลยืดเป็ทางซึ่งเรียกรอยยิ้มจากครอบครัวซูได้เป็อย่างดี