่เช้ามืดเทียนหรงเดินออกมาจากห้องนอนด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใส เขาเดินผิวปากออกไปล้างหน้าที่หลังบ้าน ได้ยินเสียงะโเรียกอยู่หน้าบ้านจึงรีบเช็ดหน้าแล้วออกไปเปิดประตูรั้ว
"อ้าว พี่ต้าจง มากันแล้วหรือ เชิญๆ ขอรับ" เทียนหรงเอ่ยทักทายบุรุษห้าคนที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน มีอู่จง เหลยซาน กั่วลู่ ฉางเซิน และเถียนอี้
ก่อนกลับมาถึงบ้านเขาได้แวะไปว่าจ้างให้กลุ่มสหายรุ่นพี่ที่ออกเรือพร้อมกันบ่อยๆ ให้มาช่วยเอามันเทศใส่กระสอบเตรียมนำไปขายในเมือง ซึ่งพวกเขาก็ยินดีเป็อย่างมาก เพราะใกล้หน้าหนาวแล้วจะออกเรือก็ลำบาก ปลาบางชนิดก็หาได้ยาก
"เ้าปลูกมันเทศได้มากถึงขนาดจ้างพวกข้าตั้งห้าคนมาช่วยขนเลยหรือ" อู่จงเอ่ยถามขึ้นมา เพราะตอนที่เทียนหรงไปประกาศให้ชาวบ้านมาช่วยนั้นพวกเขาไปออกเรือ
"ข้าปลูกมันเทศถึงยี่สิบหมู่เลยนะขอรับ ข้าไม่แน่ใจว่าทั้งหมดมันกี่ชั่ง แต่ว่าได้เยอะมากจนแทบจะไม่มีที่เก็บ"
"ขนาดนั้นเลยรึ" ชายทั้งห้าคนหันไปมองหน้ากันอย่างโง่งม
"หากพวกท่านอยากซื้อเก็บไว้เป็เสบียงก็มาซื้อได้นะขอรับ ข้าขายให้คนในหมู่บ้านเราแค่ชั่งละห้าอีแปะเท่านั้น"
เทียนหรงเดินนำไปยังบ้านหลังเก่าของตน พอเปิดประตูออกชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งห้าก็เบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อเห็นมันเทศหัวใหญ่อัดแน่นอยู่จนเต็มบ้าน
"น..นี่ มันเยอะมาก แถมหัวใหญ่มากอีกด้วย" เหลยซาน สหายของอู่จงชี้ไปยังกองมันเทศ
"เยอะมากจริงๆ"
"ปีหน้าถ้าพวกท่านสนใจ ข้าจะสอนพวกท่านปลูกมันเทศ และจะรับซื้อมันเทศจากพวกท่าน ชั่งละสี่สิบอีแปะ แต่ข้าต้องขอดูก่อนนะขอรับ ถ้ามันหัวเล็กข้าก็จะลดราคาลงอีก" เทียนหรงเอ่ยบอกชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เขาเคารพ เพราะชายหนุ่มกลุ่มนี้เป็คนสอนให้เขาออกเรือหาปลา เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูน้องชาย
ส่วนกลุ่มของอู่จงนั้นยืนตาค้างไปแล้ว พวกเขาขายปลาวันหนึ่งได้เงินมาแค่สี่สิบถึงห้าสิบอีแปะเท่านั้น เห็นทีคงต้องพากันเปลี่ยนอาชีพไปปลูกมันเทศให้หัวใหญ่ๆ แล้ว อย่างน้อยที่ดินหนึ่งหมู่ก็น่าจะทำเงินให้พวกเขาได้มากทีเดียว ระหว่างนั้นก็ออกเรือหาปลาขายไปด้วย
"ขอบใจเ้ามากอาหรง" อู่จงตบบ่าเทียนหรงอย่างซึ้งใจ
"ข้าไม่ลืมหรอกนะขอรับ ว่าที่อยู่รอดมาได้จนมีทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะพวกท่าน เอาล่ะ วันนี้เราก็มาทำงานกันเถิดขอรับ ข้าจะจ้างพวกท่านครั้งละสิบอีแปะจนกว่าจะขายหมด"
"แค่เก็บมันเทศใส่กระสอบต้องให้ค่าจ้างถึงสิบอีแปะเลยรึ" เถียนอี้เอ่ยขึ้นมาบ้าง
"พี่อี้ เราต้องขนมันเทศใส่เกวียนถึงหกเล่ม และเกวียนแต่ละเล่มขนกระสอบมันเทศไม่ต่ำกว่าสิบห้ากระสอบ มันไม่น้อยเลยขอรับ"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นชายหนุ่มทั้งห้าก็ไม่เอ่ยแย้งอะไรอีก พวกเขาต่างรีบช่วยกันเอามันเทศใส่กระสอบและมัดปาก แบกมาวางไว้ที่หน้าบ้าน รอให้เกวียนมารับ
ด้านเสี่ยวหลินนั้นนอนก้นโด่งซุกหมอนนุ่มๆ อยู่อย่างสบายอารมณ์ เด็กน้อยนอนกลืนน้ำลายแจ๊บๆ เมื่อเห็นภาพอาหารแสนอร่อยในฝัน
"เสี่ยวหลิน"
"เสี่ยวหลิน"
"อื้อ" เสี่ยวหลินได้ยินเสียงเรียกเบาๆ อยู่ไม่ไกล นางไม่แน่ใจว่าฝันหรือมีคนเรียกจริงๆ จึงพลิกตัวหนีหันหน้าเข้ากำแพง มือก็คว้าเอาตุ๊กตาผ้าตัวอ้วนที่มารดาทำให้มากอด
"เสี่ยวหลินอาจะไปจับกุ้งแล้ว อยากได้อะไรอีกหรือไม่"
เมื่อได้ยินคนพูดถึงกุ้ง ในภาพฝันก็ปรากฏจานกะเพรากุ้งตัวใหญ่ๆ ด้านข้างยังมีกะเพราหมึกฉ่ำๆ กับไข่ดาว ไข่แดงเยิ้มๆ ก่อนจะที่ภาพนั้นจะกระจายหายไปเมื่อมีแรงเขย่าจนนางหัวสั่นคลอน ดวงตากลมหรี่ขึ้นมองก็เห็นเป็ใบหน้ายิ้มแย้มของเทียนเฉิน
"ท่านอา"
"อาจะไปจับกุ้งแล้ว เ้าอยากได้อะไรอีกหรือไม่"
ร่างกลมนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประมวลผลก่อนจะกระเด้งตัวขึ้น
"เอากุ้งเยอะๆ แล้วก็ขอปลาหมึกจากท่านลุงเหิงมาสักหลายตัวนะเ้าคะ ส่วนเสี่ยวหลินจะไปเก็บไข่เป็ดเ้าค่ะ"
"เ้าจะไปเก็บกับใครเล่า เดี๋ยวอาไปเก็บให้ก็ได้"
"กว่าท่านอาจะจับกุ้งเสร็จฟ้าก็สว่างแล้วนะเ้าคะ เดี๋ยวเสี่ยวหลินไปชวนท่านตาเ้าค่ะ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้ อาไปก่อนล่ะ จะได้จับได้เยอะๆ" เทียนเฉินลูบหัวหลานสาวก่อนจะรีบเดินออกไป
เสี่ยวหลินมองตามแผ่นหลังของท่านอาหนุ่มน้อยแล้วรีบกลิ้งลงจากเตียง วิ่งออกไปล้างหน้าที่หลังบ้าน ก่อนจะวิ่งตุบตับกลับเข้ามาในบ้านมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของท่านตาท่านยาย
ร่างกลมๆ ปีนขึ้นเตียงแล้วเขย่าตัวเรียกท่านตาของนาง แต่ฮุ่ยสงก็ยังคงนอนอ้าปากกรนเสียงดัง ทั้งเขย่าตัวทั้งเรียกอยู่ครู่ใหญ่เขาก็ไม่ตื่น นางจึงขยับขึ้นไปนอนทับบนอกของเขาเสียเลย
"อั่ก! ช่วยด้วย! ข้าจมน้ำหายใจไม่ออก!"
ฮุ่ยสงะโออกมาเสียงดังทั้งๆ ที่ยังหลับตา แขนขาตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด ในภาพฝันเขาถูกจับถ่วงน้ำด้วยหินก้อนใหญ่อวบขาวจนไม่สามารถโผล่พ้นน้ำได้
"คิกคิก" เสี่ยวหลินปิดปากหัวเราะ นางขยับออกมานั่งด้านข้างฮุ่ยสงเหมือนเดิมเมื่อเห็นว่าท่านยายของนางเริ่มขยับตัว
"ท่านพี่! เป็อะไรเ้าคะ" จางรั่วที่ได้ยินเสียงสามีะโโวยวายก็สะดุ้งตัวตื่นรีบลุกมาเขย่าตัวสามี
"เฮือก! ข้าจมน้ำแล้ว!" ฮุ่ยสงกระเด้งตัวขึ้นมานั่ง เขาหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมองไปรอบๆ
"จมน้ำอะไรกันเ้าคะ ทำข้าตกอกใไปหมด" จางรั่วบ่นสามี ก่อนจะหันไปมองด้านข้างของเขาเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆ
"อ้าวเสี่ยวหลิน เข้ามาทำอะไรลูก ทำไมตื่นเช้านักเล่า"
"เสี่ยวหลินจะมาชวนท่านตาไปเก็บไข่เป็ดเ้าค่ะ" เด็กน้อยกลั้นขำจนแก้มสั่น
"พาหลานไปเก็บไข่เป็ดเถิดเ้าค่ะ แล้วนี่อาหนิงยังไม่ตื่นอีกรึ" จางรั่วหันมองออกไปนอกประตูก็ยังไม่เห็นแสงไฟจากในครัว คิดว่าลูกสาวคงจะยังไม่ตื่นนางจึงลุกขึ้นมาแต่งตัวเตรียมไปหุงข้าว
"ตาเกือบตายแล้วล่ะ เฮ้อ เ้าก็ไปแต่งตัวใส่เสื้อหนาๆ หน่อยเถิด" ฮุ่ยสงถอนหายใจ เขาลงจากเตียงแล้วอุ้มหลานสาวลงมาวางที่พื้นด้วย
เสี่ยวหลินพยักหน้ารับแล้ววิ่งพุงกระเพื่อมออกไปแต่งตัว เมื่อพร้อมแล้วสองตาหลานก็จูงมือกันเดินเข้าป่า มีชาวบ้านบางคนกำลังเดินไปทางเดียวกันด้วย
"จะเข้าป่าเหมือนกันหรือขอรับท่านลุงฮุ่ย" เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยทัก เขาสะพายตะกร้าใบใหญ่ ในมือมีถือมีดอยู่ด้วย
"อ้อ! ใช่แล้วล่ะอาเซี่ย แล้วนั่นเ้าถือมีดจะไปที่ใด วันนี้ไม่ได้ไปรับจ้างรึ" ฮุ่ยสงเอ่ยตอบชายหนุ่มกลับไป โดยมีเสี่ยวหลินยืนมองอยู่เงียบๆ
"ข้าจะไปตัดไม้ไผ่มาซ่อมแซมหลังคาบ้านน่ะขอรับ ส่วนงานรับจ้าง่นี้ที่ท่าเรือไม่ค่อยมีเรือเข้ามาเทียบแล้ว ข้าก็เลยจะกลับมาซ่อมบ้านก่อนเข้าหน้าหนาวน่ะขอรับ"
ฮุ่ยสงเอ่ยพูดคุยกับชายหนุ่มอีกสองสามประโยคก่อนจะจับจูงมือหลานสาวพาเดินไปสระบัวขนาดใหญ่ที่อยู่ในป่า เพราะทั้งสองมาั้แ่เช้า ฟ้ายังไม่สว่างดีนัก จึงได้ทันเห็นขบวนเป็ดป่าที่พากันเดินออกมาจากด้านในป่าเตรียมจะลงสระบัวเพื่อหาอาหาร
เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็ดึงแขนเสื้อของฮุ่ยสงแล้วพากันหลบดู เป็ดบางตัวกำลังเบ่งไข่ที่ริมน้ำ บางตัวก็เดินลงน้ำไป เด็กอ้วนเบิกตากว้าง เป็ครั้งแรกที่นางเห็นเป็ดกำลังออกไข่
"ท่านตา เราจับไปสักตัวดีไหมเ้าคะ ท่านตาจับมันได้หรือไม่" เสี่ยวหลินหันไปกระซิบกระซาบกับฮุ่ยสง
"เอาไว้พรุ่งนี้เช้าตาจะมาใส่กับดักให้ดีกว่า วันนี้เราไม่ได้เอาอะไรมาเลยนอกจากตะกร้า เดี๋ยวก่อนกลับปู่ขอไปตัดไม้ไผ่เอากลับไปทำกับดักให้นะลูก"
เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงัก หันใบหน้ากลมๆ กลับไปมองเ้าเป็ฝูงใหญ่ที่กำลังพากันลงน้ำอย่างร่าเริง ไม่พุ่งเข้าไปจับตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวพวกมันจะแตกตื่นเอา
รออยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเป็ดลงน้ำไปหมดแล้ว สองตาหลานก็ออกมาเก็บไข่ มีไข่เป็สีขาวอยู่นับร้อยฟอง เสี่ยวหลินเอ่ยถามความเห็นของฮุ่ยสงว่าควรจะเอาไข่เป็ดไปขายดีหรือไม่
"ตาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าเสี่ยวหลินไม่บอกพวกเราก็คงไม่รู้ว่าเ้าไข่เป็ดนี่มันกินได้"
เสี่ยวหลินเอามือจับคางอย่างครุ่นคิด ก่อนจะขายสินค้าเราก็ต้องนำเสนอสินค้าให้คนซื้อเห็นภาพก่อน แล้วถ้านางจะขายไข่ นางจะต้องใช้ไข่ทำกับข้าวให้ลูกค้าดูด้วยหรือเปล่าล่ะเนี่ย
ใบหน้ากลมเอียงซ้ายขวาอย่างคิดไม่ตก
"ลองเอาไปขายดูก็ได้นะลูก คราวก่อนเสี่ยวหลินไปขายของก็มีลูกค้าอยู่มากไม่ใช่หรือ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้เ้าค่ะ เราเก็บไปเยอะๆ นะเ้าคะท่านตา เอาไปต้มสักสิบฟองไว้ให้ลูกค้าลองชิมด้วยเ้าค่ะ" ฮุ่ยสงไม่ได้ขัดหลานสาว เขาพร้อมสนับสนุนหลานสาวเท่าที่จะทำได้
ทั้งสองช่วยกันเดินเก็บไข่จนเต็มตะกร้าที่ถือมา น่าจะได้มาราวสี่สิบถึงห้าสิบฟอง สองตาหลานพากันเดินกลับบ้านพรัอมกับตะกร้าไข่เป็ดอย่างระมัดระวัง
"กลับมากันแล้วหรือ ทำไมเก็บมามากขนาดนี้ล่ะเ้าคะ" จางรั่วเอ่ยทักขึ้น ก่อนจะถามสามีเมื่อเห็นไข่เต็มตะกร้า
"เสี่ยวหลินอยากลองเอาไข่ไปขายเ้าค่ะท่านยาย ปกติไข่ไก่ขายยังไงหรือเ้าคะ"
"ไข่ไก่ในเมืองขายอยู่ที่ห้าฟองสองอีแปะจ้ะ แต่ไข่เป็ดใบใหญ่กว่ามาก เ้าจะขายสักสามฟองสองอีแปะก็ได้นะ" จางรั่วลูบหัวหลานสาว ไม่วายบีบแก้มกลมๆ นั้นอย่างมันเขี้ยว
"ดีเลยเ้าค่ะ เสี่ยวหลินฝากท่านยายต้มไข่ให้เสี่ยวหลินสิบฟองนะเ้าคะ"
"ได้จ้ะ ว่าแต่วันนี้จะกินไข่ต้มกันหรือ แล้วอยากกินอะไรอีกหรือไม่"
เสี่ยวหลินส่ายหัวจะแก้มสั่นก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเจื้อยแจ้ว
"ไข่ต้มเสี่ยวหลินจะเอาไปให้ลูกค้าชิมเ้าค่ะ ส่วนกับข้าวเสี่ยวหลินจะทำต้มยำทะเล แล้วก็กะเพรากุ้ง ตอนนี้ท่านอากำลังไปจับมาให้เ้าค่ะ"
"อย่างนั้นเสี่ยวหลินบอกยายด้วยนะว่าทำยังไง ตอนนี้แม่ของเ้ายังไม่ตื่นเลย"
"ท่านแม่ไม่สบายหรือเ้าคะ" เสี่ยวหลินเอ่ยถามอย่างห่วงใย ปกติท่านแม่ของนางเป็คนที่ตื่นเช้ามากๆ ร่างกลมเตรียมตัวจะเดินเข้าไปในตัวบ้านแต่ถูกจางรั่วจับเอาไว้ก่อน
"ไม่ใช่หรอกจ้ะ เมื่อคืนท่านพ่อของเ้าหยอกล้อท่านแม่ดึกดื่นไปหน่อย"
เสี่ยวหลินได้ยินแบบนั้นก็ใบหน้าแดงเถือกจนสองตายายวิ่งวุ่นกลัวหลานสาวจะป่วย ส่วนเ้าเด็กอ้วนนั้นยกมือขึ้นมาบีบจมูกน้อยๆ เอาไว้เพราะในหัวกำลังคิดเื่ลามก กลัวว่าเืจะไหลออกจมูกเสียก่อน
กว่าทุกอย่างจะกลับมาอยู่ในความสงบเทียนเฉินก็กลับมาพอดี ตามด้วยเทียนหรงที่ขนมันเทศไปไว้หน้าบ้านหมดแล้ว สองพี่น้องจึงถูกเสี่ยวหลินใช้ให้ไปชำแหละปลาหมึกและแกะเปลือกกุ้งเตรียมทำอาหาร ฮุ่ยสงกลัวว่าสองพี่น้องจะทำช้าจึงตามไปช่วยทำด้วย
เมื่อเนื้อสัตว์พร้อมแล้วเสี่ยวหลินก็ยืนบนเก้าอี้ กำกับการทำอาหารโดยมีจางรั่วเป็คนปรุง ต้ม ผัด แกง ทอด เสียงจามของเหล่าบุรุษในบ้านดังขึ้นติดๆ กันอยู่นาน จนผัดกะเพรากุ้งถูกตักใส่จานนั่นแหละ เสียงจามจึงหายไป
อาหารวันนี้นอกจากจะมีกะเพรากุ้ง ต้มยำทะเลแล้ว ยังมีไข่ดาวเยิ้มๆ ขอบกรอบๆ กับหมึกแห้งทอดสำหรับห่อเป็มื้อกลางวันของเหล่าพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ด้วย
"ทำอะไรกินกันหรือเ้าคะท่านแม่ ข้าขอโทษด้วยที่ตื่นสาย" ฮุ่ยหนิงเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน แต่ใบหน้ากลับดูเปล่งปลั่ง
เสี่ยวหลินหรี่ตายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างล้อเลียนจนฮุ่ยหนิงหน้าแดงเถือก นางมองสบตาบุตรสาว รู้สึกว่าเ้าเด็กคนนี้ไม่เหมือนเด็กวัยห้าขวบเอาเสียเลย สบตาบุตรสาวได้ไม่นานนางก็ต้องหันหน้าไปมองทางอื่น เพราะรู้สึกร้อนหน้าไม่ไหว
"ฮิฮิ" มือป้อมปิดปากหัวเราะเสียงเบา
"เดี๋ยวเถอะเ้าเด็กแก่แดด" ฮุ่ยหนิงเดินเข้ามาบีบแก้มกลมๆ อย่างมันเขี้ยว
"อื้อ! เอี่ยวอิ๋นเอ็บอ๊า" เด็กอ้วนพูดเสียงอู้อี้
"มาๆ กินข้าวกันได้แล้ว เดี๋ยวพอเกวียนมาถึงเราจะได้เข้าเมืองกัน" ฮุ่ยสงกวักมือเรียกทุกคนให้มากินข้าว
กะเพรากุ้งขายดีมากจนแทบไม่พอกันกิน ไข่ดาวเยิ้มๆ ขอบกรอบๆ ก็เป็ที่ถูกใจเหล่าบุรุษจนอยากจะขอเติมเพิ่มแต่ได้ยินเสียงคนขับเกวียนมาะโเรียกอยู่หน้าบ้านเสียก่อน จึงได้พากันออกไปขนกระสอบขึ้นเกวียน
หลิวห้าวเองก็มารออยู่หน้าบ้านแล้ว เขาเห็นว่าเทียนหรงขายมันเทศได้ราคาดีจึงอยากจะแบ่งไปขายบ้าง แต่คงต้องเป็หลังจากนี้ เพราะต้องช่วยเทียนหรงขายก่อน
เด็กตัวกลมถูกมารดาจับแต่งตัวด้วยชุดหลายชั้นจนตัวกลมกว่าเดิม แก้มขาวๆ อมชมพูเมื่อเจอกับลมเย็นๆ นางนั่งอยู่บนที่นั่งบังคับเกวียนกับท่านตาของนาง ด้านขวาก็เป็ท่านตาเ้าของเกวียน
"บ้านเ้าปลูกมันเทศเอาไว้มากเลยหรือ" คนขับเกวียนเอ่ยถาม ก่อนหน้านี้พวกเขาได้พูดคุยกันแล้ว จึงรู้ว่าอายุเท่ากัน จึงพูดคุยกันแบบเป็กันเอง
"ปลูกไว้มากถึงยี่สิบหมู่เชียวล่ะ"
"โอ้! มากขนาดนั้นเชียวหรือ" คนขับเกวียนตาโต
"หากเ้าอยากซื้อเก็บไว้ก็มาซื้อที่บ้านข้าได้นะ ข้าจะขายให้เ้าราคาเดียวกับชาวบ้านที่หมู่บ้านข้า" ฮุ่ยสงเอ่ยบอก เขาพูดคุยกับคนขับเกวียนถูกคอ จึงนับถือเป็สหายกัน
"ขายราคาเท่าไหร่เล่า บอกเ้าตามตรง เงินเก็บในบ้านข้าเอาไปซื้อข้าวสารเกือบหมดแล้ว ปีนี้ข้าวราคาแพงจริงๆ" เขาถอนหายใจออกมา ยังดีที่สหายมาชักชวนให้มารับงานขนมันเทศจึงพอจะมีเงินเข้ามาบ้าง
"ขายเพียงชั่งละห้าอีแปะเท่านั้น เดิมทีพวกข้าก็เป็ชาวบ้านจนๆ ที่ขายราคาถูกก็เพราะอยากช่วยเหลือนั่นแหละ"
"นี่พวกเ้า! มันเทศไม่ใช่ราคาถูกๆ แต่พวกเ้าขายห้าอีแปะเนี่ยนะ" ชายขับเกวียนหันมากระซิบกระซาบ เขาขมวดคิ้วมุ่น
"จะทำไมเล่า ข้าขายให้แค่คนในหมู่บ้านเท่านั้น ข้าเห็นว่าคุยกับเ้าถูกคอจึงเอ่ยขายราคาพิเศษให้หรอกนะ"
เสี่ยวหลินหันมองคนทั้งสองไปมาตาปริบๆ ทั้งคู่พูดคุยสลับเถียงกันอยู่นาน คนหนึ่งก็อยากขายราคาถูก ส่วนอีกคนก็บ่นว่ามันถูกเกินไป หากเอาไปขายในเมืองคงได้เงินไม่น้อย กว่าจะถึงเมืองเสี่ยวหลินก็รู้สึกเมื่อยปากแทน เพราะพวกเขาเถียงกันไม่หยุด
เสี่ยวหลินถูกอุ้มมาวางไว้ตรงที่นางเคยมาขายผัก มองดูความวุ่นวายของคนที่มารอซื้อมันเทศ เสียงโหวกเหวกดังอยู่ครู่ใหญ่กลุ่มคนก็แยกย้ายกันออกไป
"อาเหวินเ้าอย่าเพิ่งกลับ เดี๋ยวรอข้ากับหลานสาวขายของครู่เดียว เ้าค่อยกลับบ้านข้าไปซื้อมันเทศ เข้าใจหรือไม่" ฮุ่ยสงตบบ่าสหายคนใหม่ กั่วเหวินได้แต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตาแก่คนนี้ช่างดื้อด้านเสียจริง เขาถอนหายใจก่อนจะบังคับเกวียนออกไปฝากไว้ที่หน้าประตูเมือง
ส่วนเสี่ยวหลินนั้นเก็บไข่มาใส่ห่อเสื้อห้าฟองเพื่อเอาไปฝากท่านปู่ร้านยา ร่างกลมเดินพุงส่ายเข้าไปในร้านยา ลูกจ้างหันมาเห็นก็จำได้ เขารับเข้าไปเรียกเ้านายที่อยู่ด้านในร้าน
"เสี่ยวหลินน้อยมาแล้วหรือ วันนี้เอาอะไรมาขายเล่า" หงฉวนเดินยิ้มแย้มออกมา ด้านหลังมีหญิงชราแต่ใบหน้างดงามผิวพรรณดีเดินตามมาด้วย
"เสี่ยวหลินคารวะท่านปู่กับท่านย่าเ้าค่ะ เสี่ยวหลินเก็บไข่มาขาย เป็ไข่เป็ดเ้าค่ะ มันคล้ายไก่แต่ว่าไข่เป็สีขาวฟองใหญ่" มือป้อมหยิบไข่ออกมาจากอกเสื้อส่งให้ ซึ่งหงฉวนก็รับไปดู
"โอ้ ฟองใหญ่จริงๆ ด้วย เ้าขายเท่าไหร่เล่า เดี๋ยวปู่จะซื้อกลับไปทำกินดู" เขามองไข่ในมืออย่างสนใจ
"เพราะมันใหญ่กว่าไข่ไก่ เสี่ยวหลินจึงขายสามฟองในราคาสองอีแปะเ้าค่ะ แต่วันนี้เสี่ยวหลินมีค่าเช่าแผงมาให้ท่านปู่ห้าฟองเ้าค่ะ" นางหยิบไข่ที่เหลือออกมาส่งให้เขาทีละฟอง หงฉวนต้องส่งให้ภรรยาช่วยถือ
"เด็กดี เพียงเท่านี้จะพอกินได้อย่างไร อย่างนั้นปู่ขอซื้ออีกเก้าฟองได้หรือไม่"
"ได้เ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะไปเอามาให้นะเ้าคะ" เสี่ยวหลินวิ่งดุ๊กๆ หายออกจากร้านไป หงฉวนหันมายิ้มให้ภรรยา
"นางน่ารักน่าเอ็นดูอย่างที่ท่านพี่บอกจริงๆ เ้าค่ะ" ฟางจินเอ่ยกับสามี สายตาก็มองตามร่างกลมๆ ที่กำลังเอ่ยเจื้อยแจ้วอยู่กับท่านตาของนาง ครู่หนึ่งฮุ่ยสงก็ช่วยถือไข่มาส่งให้
"ไข่เก้าฟองราคาหกอีแปะเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี มืออวบยื่นออกไปรับเหรียญที่หงฉวนส่งมาให้
"ขอบพระคุณที่อุดหนุนนะเ้าคะ" คำพูดคำจาน่ารักน่าชังของนางทำให้สองสามีภรรยาหลุดหัวเราะ
#######################################