Time and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 การเผชิญหน้า (2) หมวดที่ 2 ภารกิจทดสอบ:ราชวงศ์จิ้นเหนือ

            การเข้าร่วมของกองทัพหลักทั้งสาม หน้าที่การสั่งการมอบให้ซูตงเฉินชั่วคราวตราบใดที่เขาไม่ออกคำสั่งที่ขัดแย้ง หรือตั้งใจส่งทหารของค่ายทงโจวและทหารของค่ายเฟิงไถไปสละชีพอย่างไร้ประโยชน์ เจียงหยวนอู่และสือชิงจะไม่ขัดคำสั่งของเขา

            ซูตงเฉินสั่งให้กองทหารสองในสามไปเคลื่อนย้ายก้อนหินและเปิดเส้นทางอีกทั้งยังให้หนึ่งในสามของกองทหารชั้นเยี่ยมออกลาดตระเวนไปรอบๆเพื่อทำลายกวาดล้างศัตรูทั้งหมด

            คนที่พวกเขาพบเป็นผู้ที่เยี่ยนเฟ่ยส่งมา ซูตงเฉินจึงเขียนจดหมายที่มีเนื้อความว่า ‘ข้าจะปีนข้ามหน้าผา เดินผ่านป่าทึบกลับไปที่ค่าย’และให้คนผู้นั้นนำกลับไป

            ความจริงแล้ว ซูตงเฉินและเยี่ยนเฟ่ยอยู่ใกล้กันมาก จนสามารถ ‘พูดคุย’ ผ่านวิญญาณแห่งมิติเวลาได้ทว่ามองจากภายนอกยังจำเป็นต้องมีผู้ส่งสาส์นให้ ไม่เช่นนั้นจะหาหลักฐานพิสูจน์ได้ยาก

            หลังจากอิงกั๋วกงเห็นจดหมายของซูตงเฉินก็ดีใจมาก เขารีบรายงานฮ่องเต้ทันทีก่อนจะจัดกำลังครึ่งหนึ่งเพื่อจัดการสิ่งกีดขวางบนเส้นทางและกำจัดศัตรูตามทิศทางที่ระบุไว้ในจดหมายของซูตงเฉิน

            จากนั้นจึงรวมกำลังทหารเพื่อโจมตีเพียงเส้นทางเดียวซึ่งไม่เพียงทำให้มีความคืบหน้าเร็วขึ้นทว่ายังบดขยี้ศัตรูด้วยกำลังที่เหนือกว่าอีกด้วย ส่วนโจรกลุ่มเล็กๆในบริเวณนั้นไม่กล้าเผชิญหน้ากับกองทหารนับหมื่นดังนั้นพวกเขาจึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            ทหารหลายหมื่นคนทำงานอย่างหนักเพื่อจัดการเปิดเส้นทางเมื่อรู้ว่าชัยชนะอยู่เบื้องหน้า ขวัญกำลังใจของทุกคนก็เพิ่มมากขึ้น พวกเขาทำงานหนักขึ้นทั้งยังมีเสียงหัวเราะดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

            เมื่อคนในค่ายทราบข่าวต่างก็โล่งใจ ใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจ

            พวกเขาจะปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว

            ฝนหยุดตก แสงแดดสาดส่อง รุ้งกินน้ำเป็นสีครามตั้งแต่ฟ้าจรดดินงดงามเกินบรรยาย

            ในค่ายมีขุนนางที่เก่งด้านบทกวีและร้องบทกวีได้ยอดเยี่ยม พวกเขาต่างเรียกเสียงปรบมือได้มากมาย        

            ทันใดนั้น เสียงกึกก้องก็ดังขึ้นในระยะไกลราวกับว่าภูเขากำลังสั่นสะเทือนและพื้นดินไหว ทำให้ผู้คนในค่ายที่กำลังมีความสุขรู้สึกตกใจก่อนจะพากันมองไปยังทิศทางที่กำลังทำการเคลื่อนย้ายเพื่อเปิดทางด้วยความกังวล

            จากนั้นไม่นานก็มีคนรีบวิ่งมารายงาน "ภูเขาถล่มอีกครั้ง ทุกคนที่กำลังเคลื่อนย้ายหินเพื่อเปิดทางต่างถูกภูเขากั้นไว้และไม่สามารถผ่านไปได้ชั่วขณะ แม่ทัพซูส่งข้อความมาว่าพวกเขาจะเปิดเส้นทางนี้ต่อไป และเขาจะพาคนไปกำจัดโจรข้างนอก นอกจากนั้น แม่ทัพซูยังขอให้พวกเราปล่อยเหยี่ยวออกไปเพราะพวกเขาได้นำเนื้อสัตว์สดๆ มามากมาย”

            เมื่อได้ยินข่าว ในค่ายก็เต็มไปด้วยความสุขจะปิดกั้นสักสองสามวันก็ไม่เป็นอันใด เพราะไม่ขาดแคลนอาหารแล้วเมื่อรู้ว่ามีอาหารเพียงพอ ทุกคนก็ไม่กังวลอีก อย่างไรก็ตามยังมีทหารเฝ้าอยู่ข้างนอกพวกเขาปลอดภัยดี ขอเพียงมีอาหารและน้ำให้ดื่มกินก็ไม่ลำบาก แม้ฝนจะตกจนออกไปที่ใดไม่ได้ก็ยังสามารถจับกลุ่มเล่นหมากรุก เล่นไพ่ ดื่มชา สนทนา ท่องกลอน ทั้งยังมีกิจกรรมในป่าอีกหลายอย่าง

            ผู้ดูแลเหยี่ยวที่ติดตามทัพของฮ่องเต้มาด้วย ปล่อยเหยี่ยวนับสิบตัวออกไป มันได้รับคำสั่งให้บินไปที่ภูเขาเหยี่ยวเหล่านั้นค่อนข้างคล้ายมนุษย์ หลังจากหิวอยู่หลายวัน เมื่อเห็นเนื้อสัตว์กองพะเนินอยู่ในที่โล่งก็รีบเข้าไปฮุบกินทันทีหลังจากกินอิ่มก็คว้าก้อนเนื้อที่มัดกับรากไม้และบินกลับค่าย

            ฮ่องเต้เสด็จออกจากกระโจมและทอดพระเนตรเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อกวางเนื้อเสือ และอุ้งเท้าหมีที่ส่งมาทีละชิ้นด้วยพระพักตร์ที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตรัสด้วยความขบขันเล็กน้อย"ขุนนางที่รักทั้งสาม มีน้ำใจแล้ว นำเนื้อเหล่านี้มา ทั้งยังจัดส่งได้อย่างรวดเร็วทำได้อย่างไร? ดีมาก”

            อิงกั๋วกงที่ติดตามอยู่ข้างกายอดหัวเราะไม่ได้ "กระหม่อมคาดว่าแม่ทัพทั้งสามกำลังลงมาทางใต้เพื่อคุ้มกันฝ่าบาทหลังจากพวกเขาได้กำจัดสัตว์ร้ายแล้ว ยังไม่ลืมที่จะนำเนื้อสัตว์ส่งมาให้ก่อนที่จะออกเดินทางช่างคิดได้รอบคอบจริงๆ สัตว์ที่ตายคงมีจำนวนมาก พวกเขาจะต้องคัดสรรเนื้อดีและนำมาด้วยส่วนเนื้อที่เน่าเสียก็คงต้องทิ้งไป”

            "ใช่" ฮ่องเต้ตรัสอย่างขบขัน "พวกเราต่างโชคดีที่ได้กิน"

            เมื่อรู้ว่าภูเขาถล่มอีกครั้งผู้คนหลายหมื่นคนที่ออกไปเปิดเส้นทางก่อนหน้านี้ก็ถูกตัดขาดจากภายนอกหลายคนในค่ายรู้สึกไม่สบายใจ ทว่าเมื่ออยู่ด้านนอกก็ทำได้เพียงเงียบเมื่อกลับมาที่กระโจมก็ถอนหายใจ ในเวลานี้เห็นเนื้อจำนวนมากถูกส่งกลับมา นอกจากนั้นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงทั้งสามคนจากกองพันหลักทั้งสามกำลังมาพร้อมกับทหารฝีมือดีเพื่อเปิดเส้นทางและสังหารพวกโจร พวกเขาจึงค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง ยิ่งเห็นฮ่องเต้และอิงกั๋วกงพูดจาหยอกล้อกันไม่มีความกังวลเรื่องโจรป่า ไม่แน่ว่าอาจมีการเตรียมการอื่นๆ แม้พวกเขาจะไม่รับรู้เรื่องใดมากนักทว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้ทุกคนแย้มยิ้มได้เสมอ ช่วงเวลาแห่งความสุขจึงเกิดขึ้นในค่ายและบรรยากาศก็ผ่อนคลายมากขึ้น

            พวกของซูตงเฉินลำบากมาก ทว่าพวกเขายังนำเนื้อสัตว์เกือบทั้งหมดที่ได้รับจากการทำงานหนักกลับมาที่ภูเขานอกจากนั้น หน่วยสอดแนมที่ออกไปค้นหาร่องรอยของโจรก็กลับมารายงานเบาะแสว่า ซูตงเฉินขอให้สือชิงอยู่เป็นผู้จัดการเรื่องเปิดทาง ส่วนเขากับเจียงหยวนอู่ก็แยกกันนำทหารออกไปปราบปรามพวกโจร

            พวกเขามีอำนาจมาก และแม่ทัพทั้งสามล้วนมีชื่อเสียง คนหนึ่งคือ ‘เจียงหน้าเหล็ก’ อีกคนคือ ‘มัจจุราชซู’ สือชิงยังมีชื่อเล่นที่ดังก้องว่า ‘ผีเห็นยังกลัว’ ไม่ว่าโจรเหล่านั้นจะร้ายกาจเพียงใดต่างไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขา หากเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรงก็จะตื่นตระหนกเกิดความกลัวและความระแวงสุดขีด หากได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็วิ่งหนีไปไกลไม่กล้าต่อสู้

            พวกของซูตงเฉินไม่ได้มุ่งเน้นที่การทำลายล้างศัตรูทว่าหวังจะขับไล่ผู้คนออกไปให้ไกลเพื่อให้ฮ่องเต้และคณะสามารถหลบหนีได้อย่างราบรื่นเพียงต้องการให้ฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่ติดตาม ขุนนางคนสำคัญและหวงไท่ซุนสามารถกลับเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย นั่นนับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพวกเขาได้มีส่วนร่วมในการช่วยชีวิตพระองค์ กลุ่มกบฏและกลุ่มโจรที่ก่อการจลาจลนั้นค่อยหาโอกาสกวาดล้างในอนาคตดังนั้นไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

            ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้ต้องเป็นขุนนางคนสำคัญที่คอยสั่งการทว่าเขากลับไม่เคยพูดอย่างชัดเจน ไม่ทิ้งร่องรอยให้สามารถสืบหาได้ ต้องชื่นชมในความอดกลั้นความรอบคอบ เล่ห์เหลี่ยม และการคำนวณของคนผู้นั้น เนื่องจากเขาสามารถนั่งดูมารดาผู้ให้กำเนิดและบุตรชายของตนเสียชีวิตในเมืองหลวงไม่ว่าอย่างไร เขาจะไม่ปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในอันตรายดังนั้นเขาจะไม่ปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้อย่างแน่นอน ไม่ว่ากลุ่มโจรจะมีสถานะที่แท้จริงเป็นอย่างไรสุดท้ายก็ไม่อาจโยงความสัมพันธ์มาถึงตัวเขาได้

            “นับเป็นคนฉลาดคนหนึ่ง” ซูตงเฉินถอนหายใจกับเยี่ยนเฟ่ย “น่าเสียดายฉลาดเกินไป”

            เยี่ยนเฟ่ยเห็นด้วย "ใช่ ความฉลาดถูกใช้ในทางที่ผิด เขาหาโอกาสนี้ได้ถือว่าดีจริงๆและวิธีการที่เขาใช้ก่อนหน้านี้ก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน หากกล้าหาญกว่านี้เพียงนิดไม่ต้องนับรวมความสามารถพิเศษของเจ้ากับข้า ไม่แน่ว่าเขาคงสามารถจับฮ่องเต้และเหล่าคณะไว้ที่นี่จากนั้นก็ขึ้นครองราชย์อย่างถูกต้อง”

            ซูตงเฉินหัวเราะเบาๆ "ตามประวัติศาสตร์ผู้แย่งชิงบัลลังก์มีทั้งในช่วงเริ่มต้นการก่อตั้งประเทศ หรือไม่ก็ช่วงท้ายของประเทศที่ตกต่ำถึงขีดสุดดังนั้นตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดี"

            “อืม เขาคงคิดว่า หากมันเป็นไปไม่ได้จริงๆก็จะรักษาตำแหน่งอ๋องและศักดินาเพื่อปูทางให้ลูกหลานของเขา” เยี่ยนเฟ่ยส่ายศีรษะเล็กน้อย“การสู้รบจะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพื่อยกเลิกตระกูลศักดินาเหมือนกับคังซียกเลิกซานฟานในโลกต้นกำเนิด”

            "ถูกต้อง" ดวงตาของซูตงเฉินเป็นประกาย "ดังนั้น ข้าเดาว่าใช้เวลาไม่นานก็สามารถดำเนินการเข้าสู่กระบวนการแก้ไขทางประวัติศาสตร์ของโลกโดยเชื่อมต่อกับโลกต้นกำเนิด จากการคำนวณ หลานชายของจ้งเอ๋อร์คงเป็นคังซี”

            “โอ้? ” เยี่ยนเฟ่ยตกตะลึงเขาแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นแล้ว คังอ๋องผู้นั้นยังตายไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องเกลี้ยกล่อมฮ่องเต้ให้เปลี่ยนเขาเป็นผิงซีอ๋องและให้อยู่อวิ๋นหนานตลอดไปเมื่อถึงตอนนั้น บุตรชายของเขาจะสามารถติดตามหลานของจ้งเอ๋อร์ไปออกศึก"

            ซูตงเฉินพูดอย่างมีความสุข "ไม่จำเป็นต้องเร่งเร้า ฝ่าบาทจะเป็นผู้กระทำเช่นนั้นเองคังอ๋องซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา เพียงหลักฐานสำคัญทั้งหมดถูกทำลายไม่อาจตัดสินลงโทษเขาได้ จึงทำได้เพียงพยายามยึดคืนศักดินาของเขาเขาทำงานที่เหลียวเป่ยมาหลายสิบปี มีทหารและม้าที่แข็งแกร่ง และมีอิทธิพลมากเกินไปหากย้ายเขาจากทางเหนือไปยังดินแดนแห่งหมอกควันทางใต้แล้วส่งขุนนางและแม่ทัพที่มีความสามารถไปเฝ้าดูเขาจะไม่สามารถสร้างคลื่นใต้น้ำได้อีก ฮ่องเต้ฉลาดและเด็ดขาด ควรคำนึงถึงประเด็นสำคัญให้ได้ว่าจะพูดอย่างไร เพื่อให้พระองค์ย้ายคังอ๋องไปทางตะวันตกเฉียงใต้"

            "ก็ใช่" เยี่ยนเฟ่ยมีความสุขมาก "ดูเหมือนพวกเราจะได้พบกันเร็วๆ นี้แล้ว"

            ซูตงเฉินหัวเราะออกมาเสียงดัง "อืม น่าจะเร็วๆ นี้"

            แม้ว่ามิติเวลาของเขาจะได้รับการเลื่อนระดับขั้นครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเทียบกันแล้ว มิติเวลาของเยี่ยนเฟ่ยกลับยังห่างไกลดังนั้นหากทั้งสองอยู่ในระยะทางที่ห่างไกลกันเกินไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่เพียงเยี่ยนเฟ่ยเท่านั้นที่เป็นห่วงเขา ทว่าเขายังคิดถึงเยี่ยนเฟ่ยเป็นครั้งคราว

             เขาไม่คุ้นเคยกับอารมณ์เช่นนี้ และไม่อาจบอกได้ว่ามันคือมิตรภาพพี่น้องหรือความรักทว่าในอดีตชาติ เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับเพื่อนที่ต่อสู้เคียงข้างกัน และแบ่งปันความสุขและทุกข์ร่วมกันดังนั้นเขาจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อยและไม่กล้าคิดลึกเกินไปทุกวันนี้เขาวิ่งไปมาไม่หยุด คอยระมัดระวัง วางกำลังอย่างตั้งใจ และพร้อมต่อสู้ทุกเมื่อทำให้เขาไม่มีเวลาเข้าไปพัวพันมากนักดังนั้นเขาจึงโยนเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อนนี้ออกไป และไม่คิดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้

            ไม่นานหลังจาก ‘การสื่อสาร’สิ้นสุดลง หน่วยสอดแนมก็รายงานว่าพบค่ายลับของศัตรูแล้ว ซูตงเฉินนำกองทัพข้ามภูเขาและสันเขาทันทีจากนั้นจึงล้อมค่ายในป่าทึบนั้นไว้

            ดูเหมือนโจรภูเขาและโจรม้าเหล่านั้นจะต่อสู้กันเป็นกลุ่มโดยอิสระและไม่รู้จักกันทว่าจริงๆ แล้วปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ จะต้องมีกองบัญชาการอย่างแน่นอน

            ซูตงเฉินให้ทหารใต้บังคับบัญชาซุ่มอยู่ในพงหญ้า ตามซอกเขา หลังโขดหินและบนต้นไม้ใหญ่ นอกจากนี้ เขายังปีนขึ้นไปบนยอดไม้และเฝ้ามองดูค่าย ทันใดนั้นเสียงของตู้หลีก็ดังขึ้นในสมองว่า"ด้านในมีคนสองร้อยสิบสามคน รวมถึงผู้บัญชาการที่น่าสงสัยสามคนทหารหนึ่งร้อยคน ส่วนที่เหลือเป็นโจรม้าและโจรป่า ประสิทธิภาพการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ในระดับกลาง"

            ซูตงเฉินเข้าใจแล้วว่า คนในค่ายเหล่านั้นเกือบทั้งหมดล้วนโหดร้ายและกล้าหาญผู้ที่หมดหวังและหนีเอาชีวิตรอดล้วนเป็นเช่นนี้ ทหารที่ไม่เคยเห็นเลือดจึงด้อยกว่ามากตอนนี้เขานำคนมาไม่ถึงห้าร้อยคน สถานการณ์สู้รบสองต่อหนึ่งอาจไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไปนอกจากนั้น หากทหารเหล่านี้ไม่เคยผ่านสนามรบ ไม่เคยเห็นเลือดและความตายก็ไม่อาจเติบโตได้

            ซูตงเฉินนั่งบนกิ่งไม้เฝ้าดูผู้คนในค่ายเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะไม่สังเกตเห็นการมาถึงของพวกเขาทว่าเพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น ซูตงเฉินจึงวางแผนไว้สองชั้นชั้นที่หนึ่งคือการโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว ในกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามไม่สังเกตเห็นพวกเขาส่วนอีกชั้นหนึ่งคือ มาตรการตอบโต้สำหรับฝ่ายตรงข้ามที่ค้นพบพวกเขา โดยใช้ความแข็งแกร่งและการซุ่มโจมตีอย่างตั้งใจ

            ซูตงเฉินไถลตัวลงจากต้นไม้ พลางถอยไประยะหนึ่ง ก่อนจะสั่งทหารผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าร่วมอย่างเงียบงันจัดประชุมสั้นๆ เพื่ออธิบายแผนการรบและสั่งการ "ทุกกลุ่มกลับไปเตรียมพร้อมและโจมตีโดยเร็วเมื่อถึงเวลาห้ามหลีกหนีและห้ามถอย ข้าจะคอยมองดูพวกเจ้า ผู้ที่ทำดีจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มที่ส่วนผู้ที่กระทำผิดจะถูกลงโทษตามกฎทหาร”

            “ขอรับ” เหล่าทหารตอบรับเสียงต่ำ หัวใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            ซูตงเฉินยกยิ้ม "กองทัพของเราจะต้องชนะอย่างแน่นอน! "

            เหล่าทหารกล่าวอย่างตื่นเต้น "ต้องชนะ! "

            ซูตงเฉินพยักหน้า "ไปเถิด"

            เหล่าทหารพลันแยกย้าย ซูตงเฉินกลับไปที่เดิมอย่างเงียบงัน เขาปีนขึ้นไปบนลำต้นของต้นไม้สูงซ่อนตัวอยู่ในใบไม้หนาทึบ และมองไปข้างหน้า

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา กองทหารแนวหน้าของสามกองทัพหลักต่างพุ่งเข้าใส่ค่ายของข้าศึกพร้อมกัน

     

    คล้ายกับเรื่องTime and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801