ตอนที่ 26 พี่น้อง
ทันใดนั้น ฝนฤดูใบไม้ผลิก็ตกลงมา
ในตอนเช้าตรู่ของทะเลสาบฮั่วผิง เผยให้เห็นภาพอันสวยงามท่ามกลางสายฝนในฤดูใบไม้ผลิ
เรือลำใหญ่โอ่อ่านั้นหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าแล่นไปที่ใด ที่ศาลาเยียนหยูไม่มีใคร มันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ หันหน้าเข้าสู่ทะเลสาบฮั่วผิง
ที่ด้านนอกศาลาเยียนหยูมีเพียงหลี่เฉินอันและหลี่เสี่ยวฮวาสองคน มันช่างเงียบเหงา มีเสียงนกกระจอกร้องขับขานเป็ครั้งคราว
“คุณชาย ท่าน้าทำสิ่งใดหรือ ? ”
“ไม่ต้องถาม ทำตามข้าก็พอ”
“อ้อ ขอรับ”
จากนั้น หลี่เสี่ยวฮวาก็ปวดร้าวไปทั้งตัวดั่งตายทั้งเป็
……
……
ที่ทางเหนือของเมืองกวงหลิงมีูเาดอกท้ออยู่แห่งหนึ่ง
ตีนเขาดอกท้อไม่ได้มีวัดดอกท้อ แต่กลับมีคฤหาสน์ดอกท้อหลังใหญ่ตั้งอยู่
คฤหาสน์ดอกท้อมีต้นท้อปลูกอยู่มากมาย บัดนี้เป็ฤดูดอกท้อบาน ทำให้คฤหาสน์กว้างใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้บานสะพรั่ง
ช่างงดงามเหลือเกิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางสายฝนฤดูใบไม้ผลินี้
ด้านหลังคฤหาสน์มีม่านน้ำตกแห่งหนึ่งติดกับูเา น้ำตกนั้นมาจากน้ำแร่ธรรมชาติ
ตรงข้ามกับบ่อน้ำแร่เป็ป่าท้อ ที่ป่าท้อนั้นมีศาลาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อว่าศาลากวนพู่
ด้านในศาลามีคนนั่งอยู่สองคน
ทั้งสองคนไม่ได้ชื่นชมดอกท้อที่โปรยปรายท่ามกลางสายฝน ไม่ได้มองไปทางม่านน้ำหนาราวกลุ่มหมอกนั้น
ทั้งสองคนมองไปยังโต๊ะหยกขาวตรงหน้า บนโต๊ะมีกระดาษใบหนึ่งวางไว้ บนกระดาษนั้นมีกวีบทหนึ่งเขียนด้วยตัวอักษรเสี่ยวข่ายที่งดงาม
กวีบทนั้นชื่อว่า เชิญร่ำสุรา !
ดวงตาของจงหลีรั่วสุ่ยเต็มไปด้วยความงดงามดั่งฤดูใบไม้ผลิ สายตาของนางยังคงความหลงใหล มองไปทางบุรุษหนุ่มรูปงามตรงหน้า
บุรุษหนุ่มผู้นั้นมีท่าทีตึงเครียด ใบหน้าของเขารวมถึงคิ้วกระตุกอยู่ตลอดเวลา
“เฉิงเจ๋อ เ้าเข้าใจในความหมายของกวีนี้หรือไม่ ? ”
เขาคือหลานชายของเฉิงจิ้งถิง เฉิงกั๋วกงแห่งแคว้นหนิง อายุ 20 ปี เป็หลางเจี้ยง [1] ฝั่งซ้าย ขุนนางระดับสี่ขั้นเอก
“เมื่อวานนี้ข้าได้ให้เ้าอ่านกวีภมรรักบุปผาและชิงซิ่งเออร์ทั้งสองบทนั้น ในวันนี้ท่านนักปราชญ์าุโฮัวได้ให้ซูมู่ซินนำกวีที่เขาผู้นั้นประพันธ์ขึ้นหลังจากดื่มสุรา ณ สำนักศึกษาเฉี่ยนโม่เมื่อสามวันก่อนนามว่าเชิญร่ำสุรา บัดนี้เ้าคงเข้าใจแล้วว่าเขามีความสามารถเพียงไร และรู้ว่าเขาไม่เหมือนผู้อื่นใช่หรือไม่ ? ”
เฉิงเจ๋อไม่เข้าใจถึงความหมายกวีสองบทนั้น แต่เขาสามารถเข้าใจความหมายของกวีเชิญร่ำสุรานี้ได้ ดูจากกวีบทนี้ เขารู้สึกค่อนข้างประทับใจไม่น้อยในตัวบุรุษหนุ่มผู้ที่เขายังไม่เคยเห็นหน้า
แม้จะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่บุรุษหนุ่มผู้นั้นคงจะเป็ผู้ที่มีจิตใจกว้างขวางแน่นอน !
เขามีความสามารถในการใช้ชีวิตปิติยินดีอย่างเต็มที่ได้
ทั้งยังมั่นใจว่า ‘ต่อให้ใช้เงินทองนับพันตำลึงหมดก็ย่อมหาใหม่ได้’
แต่ทว่า......
“ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีชื่อเสียงใด ในเมืองกวงหลิงนี้เขาเป็เพียงพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่ง แม้จะมีความสามารถด้านวรรณกรรม แต่......แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่าเขาไม่เหมาะจะเป็สามีของเ้า ! ”
จงหลีรั่วสุ่ยจ้องไปทางเฉิงเจ๋อ นางเก็บกระดาษใบนั้นมาอย่างระมัดระวัง ใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อ
“เขาจะเหมาะสมกับข้าหรือไม่นั้นเป็เื่ของข้า เฉิงเจ๋อ แม้จริงแล้วเ้ามีความสามารถด้านการต่อสู้มากมาย ทั้งยังมีความรู้ด้านการทหารที่น้อยคนจะมี แต่ข้าจงหลีรั่วสุ่ยไม่ชื่นชอบผู้ที่ใช้กระบี่กระบอง......ไม่ใช่ว่าข้ามีใจอคติต่อเ้า แต่ข้านั้นเป็สตรีที่ชื่นชอบวรรณกรรม”
“เมื่อครั้นที่เราอยู่ในเมืองยวี่จิง ่เวลาที่ได้เล่นกับเ้า ข้ามีความสุขยิ่งนัก แต่ข้าเห็นเ้าเป็เพียงพี่ชายคนหนึ่งของข้าเท่านั้น”
“ข้ายังคงจำได้ดี ถึงเื่ที่เ้าพาข้าไปแม่น้ำห้วนฮวาไล่จับแมลงปอ”
“ข้ายังคงจำได้ดีถึงเื่ที่เ้าพาข้าปีนเข้าไปในด้านหลังพระราชวัง แล้วขโมยลูกหลีของกุ้ยเฟยมากิน”
“ข้ายังจำได้ ถึงวันที่พระจันทร์เต็มดวง เ้าพาข้าไปชมจันทร์ที่สะพานยี่สิบสี่เสา”
“ข้าจำได้ว่าเคยข้ามผ่านวันเวลามากับเ้ามากมาย และจำได้ว่าเ้าซื้อขนมเลิศรสของร้านหยุนจี้ให้ข้ากิน”
“ที่ลานฝึก ข้าเคยเห็นเ้าใช้ขวานคู่ของตระกูลเฉิง และเคยเห็นเ้าสวมชุดเกราะขี่ม้าอย่างสง่าในสนามสำนักศึกษา แต่......”
“ข้าเห็นเ้าเป็เพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าการกระทำเ่าั้จะทำให้เ้าเข้าใจผิดไป นี่คือความผิดของข้าจงหลีรั่วสุ่ย ในเมื่อเ้าเดินทางมาที่นี่แล้ว ข้าขอเอ่ยปากขอโทษเ้าจากใจจริง ! ”
เมื่อประโยคเหล่านี้ของจงหลีรั่วสุ่ยถูกเอ่ยออกมา เฉิงเจ๋อก็เข้าใจได้ในทันที
เขารู้ว่าตนและแม่นางที่เขารักทะนุถนอม มักเล่นกับเขาเป็ประจำผู้นั้น ไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์ได้อีกแล้ว
เขาก้มหน้าลง
หัวเราะเยาะตนเอง
“เ้าไม่ได้ผิดหรอก ข้าต่างหากที่ผิด”
“ข้าคิดมากไปเอง แต่......”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตามุ่งมั่นมองไปทางจงหลีรั่วสุ่ย “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อาจยอมรับความจริงได้ ข้าคิดว่าเราสองสนิทสนมกันมาแต่เด็ก ข้าคิดว่าตระกูลของข้าเหมาะสมกับตระกูลจงหลีของเ้ามากกว่า”
“หลายวันมานี้ ข้าเองก็พอทำความเข้าใจมาบ้าง บุรุษหนุ่มผู้นั้นนามว่าหลี่เฉินอัน......เ้าและเขารู้จักกันได้เพียงครึ่งเดือน กลับสามารถทำลายความสัมพันธ์มานานนับสิบปีของเราได้”
“ข้าไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง ! ”
ใบหน้าของจงหลีรั่วสุ่ยปรากฏรอยยิ้มขึ้น “ประโยคนี้ของเ้าผิดไปอยู่หลายที่”
“ประการแรก ผู้ที่เติบโตมาด้วยกันไม่จำเป็ต้องเป็คู่รักกัน ในตอนนั้นพวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร ? ”
“ประการที่สอง เกี่ยวกับตระกูล ตระกูลของเราทั้งสองเหมาะสมกันก็จริง แต่ข้าไม่ได้สนใจเื่ชาติตระกูล หากมีแน่นอนว่าคงดี แต่ไม่มีก็ไม่เป็ไร”
“ประการที่สาม ข้ารู้จักเขาเพียงแค่ครึ่งเดือนก็จริง แต่ครึ่งเดือนมานี้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็ใคร เื่นี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อตำแหน่งของเขาในใจข้า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ของเขา ดึงดูดความสนใจของข้าไม่น้อย......แท้จริงแล้วข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเดินเคียงข้างเขาไปได้ไกลเท่าไร เพราะดูจากความคิดของเขาในกวีบทนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจไม่ชอบตระกูลจงหลีของเราก็เป็ได้”
“สุดท้าย ความสัมพันธ์ของเราสิบกว่าปีมานี้ ข้าขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าข้าเห็นเ้าเป็เพียงพี่น้อง ไม่ได้มีความคิดอื่นใด ! ”
“หากเ้าชื่นชอบน้องสาวที่ติดสอยห้อยตามเ้าไปทุกหนแห่ง......ข้าจงหลีรั่วสุ่ยสามารถเป็น้องสาวให้เ้าได้ตลอดชีวิต เ้ายังคงเป็พี่ชายที่ข้าให้ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ตลอดไป”
“ที่จริงนี่จึงจะเป็บทสรุปที่น่ายินดี ข้าหวังว่าเ้าจะไปลองคิดดู”
เฉิงเจ๋อเงยหน้ามองดูป่าท้อท่ามกลางสายฝนพรำ
ในใจของบุรุษหนุ่มเต็มไปด้วยความผิดหวัง ดวงตาของเขาหม่นหมองคลุมเครือ
ผ่านไปสักพัก เขาจึงสูดลมหายใจเข้า “อืม ชีวิตนี้ ข้าจะเป็พี่ชายที่เ้าพึ่งพาได้ตลอดไป ! ”
จงหลีรั่วสุ่ยผ่อนคลายลงทันที “ท่านพี่ ท่านนั้นทั้งหล่อเหลาและเก่งกาจ จะต้องหาพี่สะใภ้ที่ดีให้ข้าได้แน่ ! ”
ในเมื่อเื่ราวไม่อาจเป็ไปได้จริง ๆ เฉิงเจ๋อก็ถอนหายใจออกมา “ในเมื่อข้าคือพี่ชายของเ้า เช่นนั้นข้าจะเดินทางไปดูว่าที่น้องเขยของข้าสักหน่อยว่าเป็เช่นไร ! ”
ใบหน้าของจงหลีรั่วสุ่ยแดงเรื่อ นางก้มหน้าลง “มีสิ่งใดให้น่าดูกัน ? เขาก็มีตาสองข้าง ปากหนึ่งปากเท่ากัน......อ้อ จริงสิ”
จงหลีรั่วสุ่ยเงยหน้าขึ้นมอง แววตาของนางดูเ้าเล่ห์ “ข้ากำลังจะแสดงละคร หากเ้ายินดี จะลองแสดงดูก็ย่อมได้”
“ละครใด ? ”
“วีรบุรุษช่วยหญิงงาม ! ”
“ข้าคือวีรบุรุษหรือ ? ”
“ไม่ใช่ เ้าแสดงเป็คนชั่วต่างหาก ! ”
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[1] หลางเจี้ยง 郎将 เป็กองกำลังราชองครักษ์ประจำต้าหวังหรือฮ่องเต้