ถ้าเทพธิดาที่คุณแอบชอบมานานกว่า 8 ปีมานอนอยู่บนเตียงของคุณ นอนเหมือนหมูที่ตายแล้ว คุณจะทำอะไรเธอไหม?
ขอเพียงแค่เทพธิดาองค์นั้นไม่ฟ้องร้องคุณในคดีข่มขืน และไม่มีโรคติดต่อทางเพศ ถึงจะเป็คนที่ยากจน ตกต่ำ และขี้ขลาดแค่ไหน ก็เกรงว่าจะต้องพุ่งเข้าไปตะครุบเหมือนสุนัขตัวผู้เพื่อคลายความทุกข์ใจทั้งหมด
ในตอนนี้ตู้ฮ่าวก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน แต่ว่าเขาไม่ได้ยากจน ตกต่ำ เขามีเงินทอง มีสถานะทางสังคมและมีอิทธิพล แม้กระทั่งรูปร่างหน้าตา หลังจากที่ลดน้ำหนักสำเร็จก็ถือว่าเป็ผู้ชายหล่อเหลา ดูโดดเด่น ส่วนเซียวเจิ้งเป็เพียงก้อนไขมันบนเขียงที่รอให้เขาเชือดเท่านั้น
เมื่อเป็แบบนี้ เขาจะเดินจากไปได้ยังไง? เขาจะยอมเดินจากไปจากที่นี่ได้ยังไง?
ถึงแม้ว่าจะทำให้หลานซินขุ่นเคืองใจ และทิ้งภาพแย่ ๆ ให้ผู้หญิงที่เขาตามจีบมาเกือบหนึ่งปีได้เห็น ตู้ฮ่าวก็จะไม่ยอมจากไปทั้ง ๆ แบบนี้อยู่ดี
เมื่อถูกหลานซินขับไล่ด้วยสีหน้าเฉยชา ตู้ฮ่าวไม่ใช่แค่ไม่ยอมถอย แต่ยังนั่งลงที่โต๊ะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาจุดบุหรี่ราคาแพงด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วกล่าวออกมาเบา ๆ
“คุณหลาน ถึงคุณจะอยากทานข้าวกับเพื่อนร่วมชั้น คุณก็เข้ามาห้ามการระลึกความหลังระหว่างผมกับเซียวเจิ้งไม่ได้หรอก เซียวเจิ้งไม่ได้เป็เพื่อนร่วมชั้นของคุณแค่คนเดียว เขาก็เป็เพื่อนร่วมชั้นของผมด้วยเหมือนกัน และถ้าพูดถึงเื่นี้ คุณเพิ่งจะเป็เพื่อนร่วมชั้นกับเขาได้แค่ปีเดียว แต่ผมอยู่กับเขามา 3 ปีเต็ม ๆ”
ตู้ฮ่าวกล่าวออกมาอย่างมีเหตุผล รอยยิ้มสุภาพบุรุษยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า จึงไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกต่อต้านเท่าไหร่นัก มันกลับทำให้เขาดูเหมือนขุนนางผู้หล่อเหลาและสง่างามมากกว่า แต่ทว่าพฤติกรรมของเขานั้นแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความรุนแรง
ไม่ว่าจะเป็เซียวเจิ้งหรือหลานซินก็ล้วนเข้าใจเหตุผลที่ตู้ฮ่าว้าที่จะอยู่ที่นี่ เขา้าที่จะหัวเราะเยาะเซียวเจิ้ง ลบความอัปยศอดสูที่ตัวเองเคยได้รับ และยุติความโกรธแค้นในสมัยมัธยมปลาย
คนหนึ่งคือเศรษฐีรุ่นใหม่ของเมืองิจู อีกคนหนึ่งคือเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวเล็ก ๆ ที่แต่งตัวซอมซ่อ ใครจะบดขยี้ใคร ใครจะเล่นกับใครให้ถึงตาย มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้ว
ฝ่ายเซียวเจิ้งไม่ได้พูดอะไรเพื่อขับไล่อีกฝ่าย เขารู้ความคิดของตู้ฮ่าวดี และรู้ว่าจากสถานการณ์ในตอนนี้ มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะขับไล่ตู้ฮ่าวออกไปด้วยความสงบ นอกจากนี้เขากลับมายังประเทศจีนได้ครึ่งปีแล้ว ในที่สุดก็หางานที่มีเกียรติและมั่นคงได้เสียที ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ยอมเสียมันไป เพียงเพราะผู้ชายที่ไม่มีความสลักสำคัญอะไรเลยคนนี้ ดังนั้นเขาจึงคลี่ยิ้มอย่างไม่แยแส ไม่สนใจเจตนาอันชั่วร้ายของตู้ฮ่าว เขาหันหน้าไปมองหลานซิน แล้วเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจแทน
“คุณหลาน คุณเข้าเรียนก่อนผมไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมพวกเราถึงเป็เพื่อนร่วมชั้นกันได้ล่ะ?”
ยังไม่ทันที่หลานซินจะได้อธิบายออกไปด้วยความกังวลใจ ตู้ฮ่าวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และสั่งค็อกเทลมาให้ตัวเองก็คลี่ยิ้ม และพูดขึ้นมาว่า
“เซียวเจิ้งเอ๊ย เซียวเจิ้ง สมัยเรียนนายความจำดีมาก จนอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษก็ยังต้องชื่นชมนาย บอกว่าอ่านแค่สองครั้งก็สามารถท่องจำคำศัพท์หลายร้อยคำได้ แล้วตอนนี้นายเป็อะไรไป? แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นก็ยังจำไม่ได้งั้นเหรอ?”
เซียวเจิ้งคลี่ยิ้มเล็กน้อย ไม่สนใจคำพูดถากถางของตู้ฮ่าว เขาเพียงแค่มองผู้อำนวยการหลานด้วยความใจเย็นเท่านั้น
“คือว่าฉัน......”
หลานซินกัดริมฝีปากสีแดงก่ำของเธอเบา ๆ ดวงตาคู่สวยวูบไหวเล็กน้อย
“่มัธยมปลายปีที่ 3 ฉันเรียนซ้ำชั้นหนึ่งปีน่ะค่ะ ก็เลยมาเรียนในระดับชั้นเดียวกับคุณ”
“แต่ทำไมผมถึงจำไม่ได้เลยล่ะครับ?” เซียวเจิ้งประหลาดใจมาก
ในตอนนั้นเอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลานซินถึงได้มองเขาแตกต่างไปจากคนอื่น และสิ่งที่น่าะเืใจก็คือ ผู้อำนวยการหลานไม่ได้หลงเสน่ห์พี่เจิ้ง แต่เห็นแก่มิตรภาพของเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้น
“เซียวเจิ้ง ตอนนี้นายเพิ่งจะอายุแค่ 25 ปี แต่ความจำแย่ขนาดนี้เชียวเหรอ?” ตู้ฮ่าวจิบค็อกเทล แล้วกล่าวออกมาช้า ๆ
“นายจำไม่ได้หรือไง? สมัยเรียนมีพวกผู้หญิงที่สวยแต่รูป จูบไม่หอมมาห้อมล้อมนาย แถมนายก็เอาแต่ไปคลุกคลีอยู่กับสาว ๆ ที่ไม่คิดถึงความเจริญก้าวหน้าพวกนั้น นายจะมาสนใจหลานซิน ผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างแท้จริงได้ยังไง?”
เซียวเจิ้งเลิกคิ้ว พยายามนึกถึงความทรงจำในสมัยมัธยมปลายปีที่ 3
ในที่สุดภาพของหลานซินในสมัยมัธยมปลายก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาในหัวของเซียวเจิ้ง ถึงจะมีการกระตุ้นจากถ้อยคำอันรุนแรงของตู้ฮ่าว แต่โครงร่างในความคิดของเขาก็ยังคงเลือนลาง
อาจกล่าวได้ว่า หากไม่มีคำเตือนของตู้ฮ่าว เขาก็อาจจะจดจำเพื่อนร่วมชั้นใน่มัธยมปลายปีที่ 3 คนนี้ไม่ได้ไปตลอดชีวิต และคงจะไม่รู้ว่าหลานซินเคยปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของเขามาก่อน
แต่จะเอาเื่นี้มาตำหนิเซียวเจิ้งไม่ได้ เพราะในสมัยมัธยมปลาย เซียวเจิ้งผู้โด่งดังนั้นงานยุ่งมากจริง ๆ ทุกการแข่งขันโอลิมปิคของโรงเรียนจากทั่วทั้งเมือง หรือแม้แต่ทั่วประเทศ เซียวเจิ้งคือผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่อาจารย์ประจำชั้นและผู้อำนวยการโรงเรียนนึกถึง แม้แต่กีฬาสีภายในโรงเรียน เซียวเจิ้งก็ยังต้องเสียเหงื่อเพื่อเกียรติยศ
เขางานยุ่งเกินไป ยุ่งกับการเรียน ยุ่งกับการแข่งขัน ยุ่งกับการช่วยเหลือนักเรียนที่อ่อนแอและถูกรังแก ยุ่งกับการจัดการเหล่าคนที่มาชื่นชอบเขา เขาเป็เหมือนดารา ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็กลายเป็ประเด็น ไม่ว่าจะทำอะไรก็กลายเป็จุดสนใจของอาจารย์และนักเรียน แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเป็นักเรียนที่ดื้อรั้นและทำตัวแหกกฏระเบียบอยู่ดี
แล้วหลานซินล่ะ?
ถึงเธอจะนั่งอยู่แถวหลังของเซียวเจิ้ง แต่เธอก็เงียบงันราวกับอากาศ ไม่ต้องพูดถึงคนที่งานยุ่งตลอดเวลาอย่างเซียวเจิ้ง แม้แต่เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ หลังจากผ่านไป 8 ปีก็อาจจะจำเพื่อนร่วมโต๊ะที่เรียนซ้ำชั้นและเป็คนเงียบงันอย่างเธอไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้น ใน่ 8 ปีที่ผ่านมานี้ หลานซินนั้นเปลี่ยนไปมาก ราวกับพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เธอกลายเป็คนที่มีฐานะ เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของผู้หญิง ใบหน้าที่โดดเด่นมากอยู่แล้วก็ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาให้คนทั้งโลกได้เห็น
ถึงตู้ฮ่าวจะหัวเราะเยาะเซียวเจิ้ง แต่ลับหลังเขาก็แอบไปสืบประวัติของหลานซินมาเช่นเดียวกัน เขาประหลาดใจมากเมื่อรู้ว่า ผู้อำนวยการหลานที่แสนอ่อนโยน ก็คือหลานซิน นักเรียนซ้ำชั้นที่ไม่มีใครให้ความสนใจในตอนนั้น
“คุณคือหลานซิน คนที่นั่งอยู่ข้างหลังผมเหรอครับ?”
เซียวเจิ้งเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เค้าโครงของหลานซินในความทรงจำของเขานั้นเลือนลางมาก แม้แต่ชื่อก็ยังไม่คุ้นหู นั่นเป็เพราะว่านับั้แ่ที่ทั้งสองคนเป็เพื่อนร่วมชั้นกันมา จนกระทั่งเซียวเจิ้งลาออกไป ก็ยังไม่เคยพูดคุยกันเป็การส่วนตัวเลย
“ค่ะ......”
เมื่อได้พูดคุยกับเซียวเจิ้งในฐานะที่เป็เพื่อนร่วมชั้นกัน หลานซินก็สลัดเปลือกนอกของ CFO ผู้สูงส่งออกไป เธอกลายเป็คนอ่อนโยนราวกับสายน้ำ นุ่มนวลเหมือนกับลูกแมว
“ไม่น่าล่ะคุณถึงได้ดูแลผมดีขนาดนี้ ที่แท้พวกเราก็มีความสัมพันธ์ต่อกันนี่เอง” เซียวเจิ้งหัวเราะออกมา “ต่อไปคงต้องขอให้ผู้อำนวยการหลานช่วยเลื่อนขั้นให้ผมซะแล้ว”
“เลื่อนขั้นงั้นเหรอ?” ตู้ฮ่าวผู้ค้บพบประเด็นใหม่ หัวเราะออกมาทันที
“คุณหลานเป็ CFO ของซินอ้าว อย่าบอกนะว่านายก็ทำงานอยู่ในซินอ้าวด้วยเหมือนกัน?”
“แล้วนายมีปัญหาอะไร?” เซียวเจิ้งกล่าวออกมา
“อยู่ในแผนกไหน? ตำแหน่งอะไรล่ะ?” ตู้ฮ่าวฉีกยิ้ม
“ฉันก็ต้องคุยธุรกิจกับซินอ้าวเหมือนกัน บางทีพวกเราอาจจะได้ร่วมมือกันในอนาคตก็ได้”
“ตำแหน่งของฉันไม่ได้ประกาศสู่สาธารณะ นายอย่ามายุ่งกับเื่นี้เลย”
เซียวเจิ้งสูบบุหรี่ และแอบคิดในใจว่า ให้ฉันบอกนายว่าฉันทำงานเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าประตูซินอ้าวเหรอ? ฝันไปเถอะ!
“เป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยล่ะสิ?”
รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนมุมปากของตู้ฮ่าว
“........”
เมื่อได้เห็นท่าทีประหม่าของเซียวเจิ้ง ตู้ฮ่าวก็รู้สึกชื่นใจอย่างถึงที่สุด เขากล่าวออกมาว่า
“ในเมืองิจู มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าซินอ้าวคือบริษัทที่ขึ้นชื่อว่าเป็อาณาจักรของผู้หญิง? ตำแหน่งสำคัญ ๆ เกือบ 90% ก็เป็ของผู้หญิงทั้งนั้น ถ้านายเข้าไปทำงานในซินอ้าวได้ นอกจากเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว ฉันก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่านายจะอยู่ในแผนกไหนได้อีก”
“เป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วยังไง?” เซียวเจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ถ้าไม่มีการดูแลของแผนกรักษาความปลอดภัย บริษัทจะทำงานได้ตามปกติเหรอ? มันก็เหมือนกับว่า ถ้าในสังคมไม่มีตำรวจ นายจะกล้าออกไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบเหรอ? ไม่ว่าจะเป็ตำแหน่งไหนก็มีหน้าที่ที่สำคัญอยู่ในตัว! มันไม่ใช่เื่ที่น่าสงสัยอะไร!”
ตู้ฮ่าวจ้องมองเซียวเจิ้งที่กำลังพูดจาโอ้อวดเสียใหญ่โตด้วยแววตาสมเพชเวทนา แล้วกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ ว่า
“หลานซินคือหัวหน้าแผนกการเงินของซินอ้าว ที่ได้รับเงินประจำปี 10 ล้านหยวน นี่ยังไม่นับรวมเงินปันผลสิ้นปีของเธอ และจากหุ้นที่เธอถืออยู่ในตอนนี้ เมื่อซินอ้าวเข้าสู่ตลาดได้สำเร็จเมื่อไหร่ เธอก็จะกลายเป็มหาเศรษฐีภายในชั่วข้ามคืน โอ้ ฉันลืมบอกนายไปเลยว่า หลานซินเป็ผู้รับผิดชอบแผนการตีตลาดของซินอ้าวแต่เพียงผู้เดียว แม้แต่หลินฮั่วอิน นายใหญ่ของนาย บอสใหญ่ของซินอ้าว ก็ยังต้องทำตามคำแนะนำของหลานซินอย่างเคร่งครัด เมื่อเข้าสู่ตลาดได้สำเร็จเมื่อไหร่ เธอก็จะกลายเป็คนที่สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับซินอ้าว และได้รับการยกย่องจากทุกคน”
ถ้อยคำชมเชยที่ตู้ฮ่าวพยายามสรรหามานั้นไม่ได้ทำให้หลานซินรู้สึกมีความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกัน ตอนนี้เธอรู้สึกโกรธมาก นิ้วเรียวยาวบีบแก้วไวน์เสียแน่น ความรังเกียจทอประกายอยู่ในดวงตาคู่สวย เธอไม่ยอมให้ตู้ฮ่าวกล่าวชมเธอเพื่อกดเซียวเจิ้งให้ดูต่ำต้อยต่อไป สีหน้าของหลานซินพลันเ็า แล้วกล่าวด้วยความเยือกเย็นว่า
“พอได้แล้ว! ตู้ฮ่าว ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ กรุณาออกไปจากที่นี่ด้วย!”
ให้ออกไปงั้นเหรอ?
ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ตู้ฮ่าวรู้สึกดีมากแค่ไหน เขาถึงกับตั้งคำถามกับตัวเองอย่างคนโรคจิตว่า ระหว่างให้เขาขึ้นเตียงกับหลานซินในคืนนี้ กับได้ฉีกหน้าเซียวเจิ้งต่อไป เขาจะเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเล!
ใครใช้ให้เขาเกลียดชังเซียวเจิ้งมา 8 ปีล่ะ? ใครใช้ให้เขาฝืนอดทนมาตลอด 8 ปีั้แ่สมัยมัธยมปลาย?
คืนนี้เขาจะต้องนำความภาคภูมิใจที่ควรจะเป็ของเขากลับคืนมา!
และคืนนี้ เขาก็จะทำให้เซียวเจิ้งยืนหยัดไม่ได้อีกต่อไป!