.....
"คิน.. พอลูกแต่งตัวแบบนี้แล้วลูกดูหล่อขึ้นจนแม่จำแทบไม่ได้เลย... แบบนี้อีกหน่อยคงจะมีแต่สาวๆสวยๆมาขอสมัครเป็ลูกสะใภ้ของแม่อย่างแน่นอน.."
มาเรียพูดออกมาทันทีที่มองเห็นร่างของภาคิน ที่อยู่ในชุดสีขาวสะอาดตา ซึ่งเป็ชุดประจำตัวของผู้พิทักษ์ พร้อมกับใช้สายตาจ้องมองไปยังร่ายของภาคิน ที่เริ่มเติบโตเป็ผู้ใหญ่มากขึ้นทุกวันๆ ด้วยความภาคภูมิใจ
"แหะๆ.. ไปกันเถอะครับเดี๋ยวมันจะเสียเวลาไปมากกว่านี้"
ภาคินหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับยกประเด็นการทดสอบขึ้นมาพูดอีกครั้ง เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นเดิมที่มาเรียได้พูดขึ้นมาก่อนหน้านี้ หลังจากที่ภาคินพูดจบ ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกก็รีบลุกขึ้นมาและเดินตรงไปยังห้องที่ใช้ทดสอบทันที
"ผู้พิทักษ์!!!!!!"
เมื่อภาคินเดินมาถึงห้องที่ใช้ในการทดสอบ อาจารย์ที่มีหน้าที่ในการคุมสอบก็ะโออกมาด้วยความใ เพราะเขาไม่เคยเจอผู้พิทักษ์ตัวเป็ๆแบบนี้มาก่อน และตัวตนของผู้พิทักษ์สำหรับคนทั่วไปนั้น ก็ถือว่าสูงส่งเป็อย่างมาก ดังนั้นมันจึงเป็เื่ยากที่คนทั่วไปจะพบเห็นผู้พิทักษ์ตัวเป็ๆแบบนี้
แต่ในตอนนี้ผู้พิทักษ์ที่สูงส่งและยากที่จะพบเห็น กลับเดินทางมายังห้องทดสอบของนักเวทย์ และมันก็เป็ห้องที่เขากำลังดูแลอยู่ มันจึงทำให้อาจารย์คนนั้นรู้สึกแปลกใจ และตื่นเต้นเป็อย่างมาก
"อาจาร์ยโนธัส.. วันนี้ท่านกลับบ้านไปพักผ่อนได้เลย ส่วนตรงนี้ข้าและผู้อำนวยการชาร์ลจะดูแลต่อเอง.."
แพนเตอร์เดินเข้าไปพูดคุยกับอาจารย์ ที่มีหน้าที่ในการคุมสอบซักครู่ อาจารย์คนนั้นก็รีบเดินออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่ทันที
"เอาละท่านภาคิน ก่อนอื่นข้าจะขออธิบายเกี่ยวกับวิธีการ และข้อจำกัดของการทดสอบในครั้งนี้ ข้อแรกเลยปกติคนที่จะสามารถเข้าทดสอบได้ จะต้องเป็นักเวทย์ฝึกหัดระดับสี่เท่านั้น แต่เนื่องจากท่านสามารถอัญเชิญสัตว์เวทย์ได้ดังนั้นข้อนี้จึงถือว่าสามารถทดแทนกันได้"
รองผู้อำนวยการแพนเตอร์เริ่มอธิบาย รายละเอียดสำคัญๆให้แก่ภาคินทราบทันทีที่มาถึง และภาคินเองก็ตั้งใจฟังมันอย่างดีเช่นกัน
"ส่วนอีกข้อที่สำคัญมากก็คือ บุคคลๆหนึ่งสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับการทดสอบ การเลื่อนระดับชนชั้นของนักเวทย์ ได้เพียงปีละสามครั้งต่อหนึ่งชนชั้นเท่านั้น หรือพูดง่ายๆก็คือตอนนี้ท่านภาคินอยู่ในระดับนักเวทย์ฝึกหัด ดังนั้นท่านภาคินจึงมีโอกาศเพียงสามครั้ง ที่จะขอรับการทดสอบเพื่อเลื่อนไปยังขั้นนักเวทย์
และหากว่าท่านภาคินสามารถผ่านการทดสอบในครั้งนี้ไปได้ ท่านก็จะมีโอกาศอีกสามครั้ง ในการขอรับการทดสอบ เพื่อเลื่อนไปยังขั้นนักรบเวทย์ แต่ทว่าภายในหนึ่งปีหากท่านภาคิน ไม่สามารถผ่านการทดสอบได้เลยซักครั้งเมื่อเป็เช่นนั้น ท่านก็จะหมดสิทธิ์ทันที ดังนั้นท่านต้องรอเข้ารับการทดสอบอีกครั้งในปีถัดไป"
"งั้นเริ่มกันเลย แพนเตอร์ครั้งนี้เ้ารับผิดชอบละกัน..." หลังจากที่แพนเตอร์อธิบายรายละเอียดสำคัญให้แก่ภาคินทราบแล้ว ชาร์ลจึงมอบหน้าที่ผู้คุมการทดสอบในครั้งให้แก่แพนเตอร์
"ท่านภาคินเดินเข้าไปในห้องนั้นเลย การทดสอบกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แล้วอีกอย่างท่านต้องเปลี่ยนชุดด้วย .."เมื่อภาคินได้ยินรองผู้อำนวยการแพนเตอร์กล่าวออกมา เขาจึงทำการเปลี่ยนชุดที่ใช้ในการทดสอบ และรีบเดินเข้าไปในห้องเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องทันที
เริ่มการทดสอบได้... วูบ!!!!!!!!!!!
วูบ!!!!!!!!!!!!! เมื่อการทดสอบได้เริ่มขึ้น ร่างของภาคินก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งมันแตกต่างจากห้องเล็กๆที่เขาเดินเข้าไป เมื่อซักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
ตูม!!!!!!!
ทันทีที่ร่างของภาคินถูกส่งเข้ามายังห้องโถงขนาดใหญ่นี้ เขาก็ถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรจำแลงที่มีระดับพลังเทียบเท่ากับ นักเวทย์ขั้นพื้นฐานทั่วๆไป แรงปะทะที่รุนแรงทำให้ร่างกายที่กำยำและแข็งแกร่งของภาคิน ถึงกับลอยกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร พร้อมกับความเ็ป ที่ภาคินไม่ได้ััมันมานาน
"โอ้ย!!! เจ็บโว้ยยย!!!"
ภาคินะโออกมาด้วยความเ็ป เพราะปกติร่างกายของภาคินจะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก ดังนั้นมันจึงมีน้อยครั้งที่ศัตรูของภาคิน จะสามารถสร้างความเ็ปแบบนี้ ให้แก่ร่างกายของเขาได้
แต่ในครั้งนี้สัตว์อสูรจำแลงนั้นกลับต่างออกไป เพราะพวกมันโจมตีด้วยเวทย์มนตร์ ดังนั้นการป้องกันทางกายภาพของภาคิน จึงไม่สามารถป้องกันการโจมตีจากพวกมันได้
"บ้าเอ้ย!! ดูเหมือนในต่างโลกนี้ยังมีเื่อีกมากมาย ที่เรายังไม่รู้สินะ รีบทำให้จบๆไปเลยจะดีกว่า ก่อนที่ร่างกายของเราจะแย่ไปมากกว่านี้..."
ภาคินที่เพิ่งจะถูกส่งเข้ามาได้เพียงไม่นาน ก็ตัดสินใจที่จะจบการต่อสู้ทันที เพราะการโจมตีของสัตว์อสูรจำแลงก่อนหน้านี้ มันรุนแรงและน่ากลัวเกินไป ดังนั้นภาคินจึงไม่มั่นใจว่า จะสามารถทนรับการโจมตีที่รุนแรงแบบนี้ได้อีกซักกี่ครั้ง
"คมดาบเพลิงทมิฬ!!"
ฉับ!!!!!!!!
ทันทีที่คมดาบที่ถูกผสานด้วยเวทย์มนตร์ธาตุไฟและธาตุมืด พุ่งออกไป มันก็พลันเกิดเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดขึ้นเมื่อสัตว์อสูรจำแลงที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็พิเศษ ซึ่งปกติจะไม่มีความรู้สึกและความนึกคิดเป็ของตัวเอง แต่ตอนนี้มันกลับสั่นเทาอย่างรุนแรง ด้วยความหวาดกลัว เมื่อมันััได้ถึงเวทย์ผสานของภาคิน
โฮกกกกกก!!!!!!
เปรี้ยง!!!!!!!!!
ดาบสายลมที่พุ่งมาด้วยความเร็ว ที่มากเกินกว่าคนทั่วไปจะมองเห็น แต่สัตว์อสูรจำแลงที่มีรูปร่างคล้ายลิงั์ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของภาคิน กลับสามารถหลบพวกมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก...
"ถึงเวทย์มนต์จะรุนแรงมากแค่ไหน แต่ถ้าโจมตีไม่โดนเป้าหมายมันก็จะไร้ค่า.. นี้แหละคือความยากและสิ่งที่ผู้เข้ารับการทดสอบทุกคน จะได้เรียนรู้มันด้วยตัวเองรู้..."
ชาร์ลเริ่มอธิบายให้ ภูมิ มาเรีย และเ้าเมืองนอริชฟัง ปกตินักเวทย์ฝึกหัดที่เป็รุ่นเยาว์ มักจะมีความมั่นใจในพลังเวทย์ของตัวเองมากจนเกินไป ดังนั้นการทดสอบนี้สัตว์อสูรจำแลงจึงถูกสร้างขึ้นมา ให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว
และด้วยความเร็วที่มากมายของสัตว์อสูรจำแลง มันจึงทำให้ความอวดดี เย่อหยิ่ง และความมั่นใจที่มากจนเกินไปของนักเวทย์ฝึกหัดมากมาย ต้องพังทลายลง เพราะไม่สามารถผ่านการทดสอบได้
แต่เื่แบบนี้คงไม่สามารถเกิดขึ้นกับภาคินได้อย่างแน่นอน ก็เพราะภาคินคือบุคคลพิเศษที่พลังทั้งสายกายภาพและสายเวทย์มนตร์
....
ที่จริงการทดสอบนี้มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย ที่ผู้เข้ารับการทดสอบจะสามารถโจมตีสัตว์อสูรจำแลงได้ เพราะว่าอสูรจำแลงนั้นมีความเร็วที่มากมาย เกินกว่าที่นักเวทย์ฝึกจะสามารถรับมือได้ หากไม่ยอมเรียนรู้และใช้เวทย์มนตร์ของตัวเองให้ถึงขีดสุด
ยกตัวอย่างเช่นนักเรียนชั้นปีที่4 ของโรงเรียนจอมเวทย์ที่มีชื่อว่า คาเลน ตอนแรกๆคาเลนก็เหมือนกับนักเรียนทั่วๆไป ที่ไม่สามารถผ่านการทดสอบได้ แต่หลังจากที่เขาเรียนรู้และขอรับการทดสอบเป็ครั้งที่สอง เขาก็เริ่มเข้าใจความหมายของการทดสอบนี้
คาเลนเริ่มมองเห็นจุดด้อยของตัวเอง เธอจึงกลับมาคิดและทบทวน จุดเด่นและด้อยของตัวเองอยู่นานจนสามารถหาทางออกได้ ถึงแม้เธอจะสามารถใช้ธาตุได้เพียงธาตุเดียวก็ตาม
คาเรนใช้เวทย์ลมที่ตัวเองถนัดเพิ่มความเร็วให้กับตัวเอง และใช้เวทย์ธาตุลมลดความเร็วของสัตว์อสูรจำแลงเวทย์เพียงธาตุเดียวแต่กลับสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และด้วยการใช้เวทย์มนตร์ที่ชาญฉลาดของเธอนั้นเอง ที่ทำให้เธอสามารถผ่านการทดสอบในครั้งนั้นไปได้
กลับมายังการทดสอบอีกครั้ง...
ภาคินที่ไม่สามารถโจมตีสัตว์อสูรจำแลงได้ เพราะความเร็วที่มากเกินไปของมัน และแทนที่ภาคินจะเรียนรู้และใช้พลังเวทย์ของตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมือนผู้เข้ารับการทดสอบคนอื่น แต่เขากลับไม่ทำอย่างนั้น
ฟุบๆ!!!!!!!!
เพียงชั่วพริบตาที่ภาคินก้าวเท้าออกไปเพียงสองก้าว ร่างของเขาก็พลันหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ แล้วไปปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของสัตว์อสูรจำแลง พร้อมกับดาบสายลม ที่ถูกขว้างใส่กลางหลังของมันอย่างแม่นยำอีกครั้ง
ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!
เมื่อร่างกายที่แข็งแกร่งของสัตว์อสูรจำแลง ััเข้ากับดาบสายลมของภาคิน ร่างกายที่ใหญ่โตของมันก็ถูกตัดขาดออกออกเป็ชิ้นๆ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของ ชาร์ แพนเตอร์ เพราะพวกเขายังไม่รู้ว่าภาคินนั้นมีพลังสายกายภาพอยู่ด้วย
"จบแล้วเหรอ..? มันเกิดอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ทำไมถึงได้ง่ายขนาดนี้..." ภาคินบ่นพึมพัมออกมาเบาๆ ในขณะที่กำลังจ้องมองไปยังซากของสัตว์อสูรจำแลงตรงหน้า
"เอ๊ะ!!!??"
ในขณะที่ภาคินกำลังงุนงงอยู่นั้น จู่ๆอัญมณีหยดน้ำตาของาาปีศาจ ที่มิเกลเคยมอบให้แก่ภาคิน ซึ่งตอนนี้ถูกซ่อนอยู่ในรอยสักรูปดาวแปดแฉก อยู่ดีๆก็พลันแตกสลายไป จนภาคินสามารถััได้
ซูม!!!!!!!!!
ร่างของสัตว์อสูรจำแลงที่ถูกภาคินสังหาร เริ่มหมุนวนเป็พายุลูกเล็กๆและพุ่งเข้าไปในร่างของภาคิน อย่างรวดเร็วและนี้ก็คือของรางวัลที่ผู้เข้ารับการทดสอบสมควรได้รับ
หรือพูดง่ายๆก็คือยิ่งโจมตีสัตว์อสูรจำแลงให้เสียหายมากเท่าไหร่ คนๆนั้นก็จะได้รับพลังเวทย์ที่ถูกบีบอัดอยู่ในตัวมันมากขึ้นเท่านั้นและภาคินที่สามารถสังหารมันได้ ดังนั้นพลังเวทย์ที่อยู่ในตัวของมันทั้งหมด จึงตกเป็ของภาคินไปโดยปริยาย
ผ่านไปประมาณสิบนาที...
ในที่สุดเวทย์มนตร์ที่อยู่ในร่างของสัตว์อสูรจำแลงก็หมดลง ตอนนี้ภาคินสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนเลยว่า ตอนนี้เขาสามารถขึ้นมาอยู่ในระดับนักเวทย์แล้ว นั้นก็เพราะภาคินในตอนนี้ สามารถััได้ถึงพลังงานเวทย์มนตร์ จำนวนมากมายที่มีอยู่ภายในร่างกายได้อย่างชัดเจน
ซึ่งปกติมันแทบจะไม่มีเลย และสิ่งที่แตกต่างออกไปอีกอย่างก็คือ เขาไม่สามารถหยิบยืมพลังงานเวทย์มนตร์จากธรรมชาติรอบข้างได้อีกแล้ว ซึ่งข้อนี้ภาคินรู้ดีและไม่ได้ใอะไร
เพราะชาร์ลเคยอธิบายให้ภาคินทราบแล้วว่า หากเลื่อนระดับชั้นขึ้นมายังชนชั้นนักเวทย์ คนๆนั้นก็จะไม่สามารถหยิบยืมพลังงานจากธรรมชาติได้อีก แต่จะมีแหล่งพลังงานเวทย์มนตร์เป็ของตัวเองแทน และแหล่งพลังงานเวทย์มนตร์นี้เอง ที่จะเป็ตัวชี้วัดถึงระดับพลังในขั้นต่อๆไป ของนักเวทย์ทุกคน
"นี้มันเป็ไปไม่ได้!!!!!!!!!!"
เมื่อภาคินถูกส่งตัวออกมาจากห้องทดสอบ แพนเตอร์ที่คุมการทดสอบก็ะโออกมาด้วยความสับสน เพราะเขายังไม่เข้าใจว่าทำไมภาคินถึงได้มีความเร็ว ที่มากกว่าสัตว์อสูรจำแลงได้
"ท่านรองผู้อำนวยการท่านไม่ต้องใไปเหรอก ผู้พิทักษ์ของเราเป็บุคคลพิเศษ ที่ซึ่งสามารถพลังของสายกายภาพและสายเวทย์มนตร์ได้ ท่านรีบมอบเข็มกลัดประจำตัวของนักเวทย์ให้แก่น้องชายภาคินเถอะดูเหมือนผู้พิทักษ์อีกคนของเมืองนอริชจะเดินทางมาถึงแล้ว..."
เมื่อเ้าเมืองนอริชพูดจบ ก็ปรากฏเสียงฝีเท้าของคนสองคน ที่กำลังเดินตรงมายังห้องทดสอบ ก่อนที่ร่างของบุคคลทั้งสองนั้นจะเดินเข้าในในห้องทดสอบในที่สุด และ1ใน2คนนั้นก็คืออาจารย์โนธัส ที่เพิ่งจะเดินออกไปจากห้องทดสอบเมื่อไม่นานมานี้เอง
"ถึงแล้วขอรับท่านผู้พิทักษ์ ข้าน้อยต้องขอตัวก่อน.." เมื่ออาจารย์โนธัสพาแขกอันทรงเกียรติมาถึง เขาจึงรีบขอตัวและรีบเดินออกไปจากห้องทันที
"ขอบใจท่านมาก... ท่านพ่อวงเวทย์เคลื่อนย้ายพร้อมแล้ว..."
เมื่ออาจารย์โนธันกล่าวจบ ก็พลันปรากฏเสียงของหญิงสาวที่แสนจะไพเราะดังขึ้นมา ก่อนที่เ้าของเสียงนั้นจะก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ท่ามกลางสีหน้าที่ตกตะลึงของผู้คน และแน่นอนว่าภาคินก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน
ร่างของคนที่เพิ่งจะก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ เป็หญิงสาวที่มีอายุประมาณ 17- 18 ปี ผู้ที่มีเส้นผมสีทองปนน้ำตาลและรูปร่างหน้าตาอันโดดเด่น จนยากจะหาใครมาเทียบได้ ด้วยดวงตาที่แสนจะอ่อนโยน และริมฝีปากที่ดูมีเสน่ห์ อีกทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์แบบ มันจึงทำให้ผู้ที่พบเห็น อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปกับความสวยงาม ที่ไม่สามารถบรรยายออกมาด้วยคำพูดของหญิงสาวคนนี้
"มาแล้วเหรอซาฟีร่า.. ทุกท่านนี้คือบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้า ซาฟีร่า หรือก็คือผู้พิทักษ์อีกคนของเมืองนอริช.."