อึก อึก อึก .... ได้มีหลายคนถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ ความเงียบได้เข้าครอบงำห้องนั้นทันที มีบางคนถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติใหม่กันเลยทีเดียว ยังไงซะเื่นี้มันเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อมาก พวกเขาเป็เพียงแค่เด็กม.ปลาย ไม่เคยได้ยินเื่ที่มันลึกลับขนาดนี้
เปรี้ยงง เปรี้ยงง """" ทันใดนั้นเอง เกิดเสียงฟ้าผ่าลงมาหลายครั้ง ตามมาด้วยเม็ดฝนที่เริ่มโปรยลงมาสู่พื้น "อ่าวเห้ย ฝนตกซะงั้น แล้วพวกเราจะกลับบ้านยังไงละเนี้ย ร่มก็ไม่ได้เอาติดมาด้วยดิ เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน ทำไมข่าวมันบอกว่าวันนี้อากาศแจ่มใสว่ะ" เสียงฟ้าผ่าทำให้ทุกคนหลุดจากความเงียบงันทันที "เออใช่ อย่างที่เฟยมันพูดนั่นแหละ เมื่อเช้ากูก็ได้ฟังข่าวมา เหมื่อนว่าจะช่องเดียวกัน" เต้ยร้องตอบออกมาทันที
บริเวณรอบๆโรงเรียนนั้น ผู้คนเริ่มน้อยลงทุกที เด็กนักเรียนต่างพากันรีบกลับบ้านกันก่อนหน้านี้แล้ว เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังติดภารกิจที่ต้องทำในโรงเรียน ทุกๆวันนั้นโรงเรียนแห่งนี้จะไม่มีกิจกรรมหรือชมรมหลังเลิกเรียนเด็ดขาด ครูจะพยามให้นักเรียนทุกคนรีบกลับบ้าน ก่อนที่ท้องฟ้าจะเริ่มมืด เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะ ที่ตั้งของโรงเรียนนั้นอยู่บนยอดเขาสูง รอบๆนอกจะเป็ ป่า ต้นไม้ ซะส่วนใหญ่ ทางเดินลงเขานั้นเต็มไปด้วยสัตว์ป่า หรือแม้กระทั่งโจร ที่คอยดักปล้นตอนกลางคืน ส่วนเื่ความปลอดภัยของนักเรียนนั้น ทางโรงเรียนจะให้เ้าหน้าที่คอยเดินลงไปส่งนักเรียนเป็กลุ่มๆไป เพราะยังไงระยะทางก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่นัก เดินปกติ 10-15 นาทีก็ถึงเมืองแล้ว
เห้ออ... ได้มีเสียงถอนหายใจดังขึ้นมา "เป็ไรวะไท้ ทำไมดูเศร้าแบบนั้นละ" เบลถามด้วยความเป็ห่วง "กูอยากเห็นโลกเราในสมัยก่อนหน้านี้วะ ที่ยังไม่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วม ตอนนี้มันก็ผ่านมา 100 กว่าปีได้ล่ะ ที่มนุนย์เรานั้นอาศัยอยู่บนเขาหรือกลางป่าแบบนี้ ส่วนเมืองที่เราอาศัยอยู่นั้น ก็เป็คนจากสมัยนั้นได้สร้างขึ้นไว้ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ไม่รู้ว่าในโลกใบนี้นั้น เมื่องที่มีไฟฟ้าแบบเรา มีอยู่เท่าไหร่กันนะ" ไท้ได้พูดออกมาด้วยความหดหู่พร้อมกับมองออกไปดูสายฝนนอกหน้าต่าง ทุกคนต่างก็มองไปเป็ทางเดียวกันแล้วนึกคิดอะไรบางอย่าง "มึงจะมาเศร้าอะไรเอาป่านนี้"บิ๊กได้พูดขึ้นทำลายความเงียบทันที "เมืองที่พวกเราอาศัยอยู่ในทุกๆวันนี้ มันก็พัฒนาขึ้นทุกวันๆ น้ำก็เริ่มลดลงเรื่อยๆแล้ว จากเมื่อก่อนเดินไปไหนก็เจอแต่น้ำ แต่ว่าตอนนี้เริ่มจะมองเห็นพื้นดินยาวจนสุดสายตาแล้ว กูถึงบอกไงละ ว่ามันถึงเวลาแห่งการสำรวจแล้ว"
ทุกคนพอได้ยินบิ๊กพูดต่างก็พากันส่ายหน้าไปมา ยิ้มแบบแห้งๆ ยอมใจในความคิดพจญภัยของมันจิงๆ "เอาละๆ เข้าเื่ของเราต่อละกัน" บิ๊กรีบพูดขึ้นทันที กลัวทุกคนจะไม่สนใจ "เมื่อ 30 ปีก่อนนั้น เคยมีข่าวดังที่ว่า เจอซากปรักหักพักของเมืองแห่งหนึ่ง ที่ได้โผล่ขึ้นมาตอนที่น้ำเริ่มลด ยิ่งน้ำลดลงเรื่อยๆ ก็ยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นๆ ได้มีนักสำรวจเข้าไปดูเผื่อจะเจอสมบัติหรือสิ่งของที่มีค่า แต่แล้วก็กลับรอดมาได้แค่คนเดียว จากที่ไปกันถึง10 กว่าคน หลังจากนั้นไม่นานคนที่สุดท้ายที่รอดมานั้น ก็ได้ตกตายในที่สุด สาเหตุการตายนั้นไม่ใช่เื่ที่สำคัญ แต่ที่มันสำคัญและสยองขวัญที่สุดนั้นก็คือเืบนกำแพง ที่เขียนทิ้งไว้ว่า ""ถอยหลัง""....... แค่นั้นยังไม่พออีกนะ หลังจากผ่านมาแค่เดือนกว่าๆ มีนักสำรวจกลับไปเพื่อที่จะตรวจสอบอีกครั้ง สุดท้ายก็ต้องตกตะลึงไปตามๆกัน เพราะว่าซากของเมืองๆนั้นมันได้หายไป เหมือนไม่เคยมีอยู่เลย"''''
อะแฮ่มๆ"".... ได้มีเสียงไอเบาๆขึ้นขัด "เดี๋ยวนะ เื่มันคุ้นๆนะว่ามั้ย" หวานทำตา กระพริบปริบๆ มองไปทางบิ๊กด้วยความข้องใจ เพราะมันเป็เื่เดียวกับที่หวานนั้นได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่บิ๊กกับพูดว่าไร้สาระ เลยทำให้เ้าตัวโกรธจนหน้าแดง "ใจเย็นๆก่อนน้องหวาน คิดซะว่านี่คือเนื้อเื่เสริมละกันนะ" บิ๊กทำท่าทาง โบกไม้โบกมือทันที เหมือนจะอายนิดๆ "แน่ใจนะว่าเสริม นึกว่าก็อปมาทั้งแถว" หวานนั้นยังไม่ยอม หรี่ตาลงนิดๆ พลางมองฆ้อนไปที่บิ๊ก นิสัยของหวานนั้น เป็คนที่ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกหรือพูดจากวนๆใส่ โดยเฉพาะกับบิ๊กเหมือนเป็คนที่หวานเกลียดมากที่สุดเลยก็ว่าได้ '''''ก๊อก ก๊อก ก๊อก'''''...ทันใดนั้นเอง ได้มีเสียงเคาะที่หน้าประตูห้องเรียน......