บทที่ 12
บทเพลงแห่งความบ้าคลั่ง 2
“อยากตายก็เข้ามา !”
ตู้ม !
ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของเฉินฟงใบมีดไร้สีนับร้อยเล่มก็พุ่งตรงมาหาเขาอีกระรอกหนึ่ง ครั้งนี้ความเฉียบคมของใบมีดมีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า บ่งบอกว่าชายชุดดำไม่คิดประมาทเฉินฟงแม้แต่น้อย นอกจากนั้นร่างของชายชุดดำยังเคลื่อนตัวทิ้งห่างเฉินฟงต่อไปอีกหลายลี้
เฉินฟงหมุนตัวหลบใบมีดได้อย่างคล่องแคล่ว แม้จะหลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามาต่อเนื่องแต่เฉินฟงก็พยายามเคลื่อนตัวเข้าหาชายชุดดำให้มากที่สุด ต้องบอกว่าวิชาของเฉินฟงในตอนนี้คือวิชาประชิดตัวแทบทั้งนั้น ส่วนวิชาของชายชุดดำคือการโจมตีระยะไกล หากเขาอยากได้เปรียบก็ต้องเข้าใกล้ชายชุดดำให้ได้ และแน่นอนเคล็ดวิชาท่าร่างเงาพรางตาของเฉินฟงย่อมเหนือกว่าวิชาท่าเท้าปกติสามัญอยู่แล้ว เพราะท่าร่างเงาพรางตาคือเคล็ดวิชาพื้นฐานของท่าเท้าอันดับหนึ่งในแผ่นดิน !!
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !
เสียงแหวกอากาศของใบมีดไร้สีวาดผ่านร่างของเฉินฟงและสลายไปในอากาศยังคงดังต่อเนื่องพร้อมความเร็วชายหนุ่มที่พุ่งตรงไปข้างหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ชายชุดดำเองก็คาดเดาสถานการณ์ที่เฉินฟงจะทำออก ไม่รอให้เฉินฟงเข้ามาใกล้ตัวเองมากกว่านี้จากบทเพลงแ่เบาที่ดังมากับสายลมแปลเปลี่ยนเป็เพลงเร็วที่ดุดันแข็งกร้าวกระตุ้นจิตใจของผู้ฟังมากขึ้นกว่าเดิม จนเหล่ารุ่นเยาว์ที่ถูกควบคุมก่อนหน้าไม่อาจทนรับกระแสพลังแฝงของเสียงเพลงไหวถึงกับจิตใจคุ้มคลั่ง โลหิตสีแดงไหลออกจากใบหูรุ่นเยาว์เกือบสามสิบชีวิต ดวงตาแต่ละคนไร้ซึ่งพลังแห่งชีวิตมีเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนเท่านั้นที่เผยออกมาชัดเจน ร่างกายรุ่นเยาว์เ่าั้จากที่กำลังต่อสู้กันหยุดชะงักลงทันที
วี๊ดดด
เมื่อเสียงขลุ่ยหยกโหยหวนลากยาวสายตากว่าสามสิบคู่ก็พุ่งตรงไปในทิศทางเดียวกันทันที ! นั้นคือทิศทางที่เฉินฟงกำลังต่อสู้อยู่ !!
กระแสเพลงที่เปลี่ยนไปไม่อาจทะลุเข้ามาควบคุมจิตใจของเฉินฟงได้เช่นรุ่นเยาว์คนอื่นก็จริง แต่เพราะคลื่นพลังโดยรอบเริ่มเปลี่ยนจากไร้สีเป็สีน้ำตาลแดงจาง ๆ ทำให้เฉินฟงััได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ดวงตาสีน้ำตาลหันไปทางเหล่ารุ่นเยาว์ที่เคยต่อสู้กันอยู่ตามสัญชาตญาณทันที และ
วี้ดด !!
ทันทีที่เสียงแหลมของขลุ่ยหยกลากยาวเหล่ารุ่นเยากว่าสามสิบคนก็พุ่งตรงมาหาเฉินฟงด้วยความรวดเร็ว !!
ดวงตาคมของเฉินฟงหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แวบหนึ่งเขาหันไปมองชายชุดดำที่ยังคงยืนเป่าขลุ่ยหยกอยู่ที่เดิม บนใบหน้าชายชุดดำมีแววความพึงพอใจฉายอยู่
ถ้าเฉินฟงคาดการไม่ผิดมันคือเสียงเพลงแห่งการควบคุม !
ฉับ !
ไม่มีเวลาให้เฉินฟงพุ่งไปหาชายชุดดำได้อีกร่างของรุ่นเยาว์กลุ่มแรกที่อยู่ใกล้เฉินฟงที่สุดก็พุ่งเข้าจู่โจมชายหนุ่มทันที เฉินฟงต้องะโหลบรัศมีของอาวุธไปด้านหลังหลายสิบก้าว มีดสั้นสนิมเขรอะในมือขวาถูกกระชับให้แน่นมากขึ้นก่อนจะพุ่งตรงเข้าหารุ่นเยาว์ที่อยู่ใกล้ที่สุด
เคร้ง ! พลัก ! ฉึก !
มีดสั้นตวัดตั้งรับป้องกันคมกระบี่ของรุ่นเยาว์คนหนึ่งพร้อมกับฝ่าเท้าของเฉินฟงที่เตะไปยังหน้าท้องของชายอีกคนที่พุ่งตรงมาหาเขาทางด้านหลัง ก่อนจะตวัดเปลี่ยนวิถีมีดแทงไปยังหน้าท้องของรุ่นเยาว์ที่เข้ามาด้านข้าง จากนั้นเขาจึงพุ่งตัวถอยห่างไปอีกหลายสิบก้าว
“อ๊ากกกก”
แม้รุ่นเยาว์ด้านหน้าจะาเ็จากเดิมที่ต่อสู้กันเองและาเ็จากมีดสั้นของเฉินฟง แต่แต่ละคนยังคงส่งเสียงร้องด้วยความบ้าคลั่งออกมาเช่นเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะยอมล่าถอยแม้แต่น้อย นั้นทำให้เฉินฟงรู้สึกหงุดหงิดใจมากพอสมควรเพราะเขายังไม่อยากดับสังหารกลุ่มคนเหล่านี้ แม้สถานการณ์จะล่อแหลมแต่ยังไม่ถึงขั้นบีบเค้นเฉินฟงเกินไปนัก เพียงแค่สร้างความยุ่งยากให้เขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“จัดการทีเดียวเลยแล้วกัน”
พึมพำกับตัวเองเพียงเท่านั้นร่างสูงก็พุ่งตัวตรงเข้าไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งแม้จะอยู่ห่างเขาพอสมควรในทันที เฉินฟงเก็บมีดสั้นสนิมเขรอะเข้าแหวนเก้าจันทรา พร้อมกับก้มตัวหลบทวนยาวสีเงินในมือศัตรูที่ถูกเหวี่ยงมายังตนพร้อมกับมือขวาที่หยิบท่อนไม้ขนาดเท่าแขนคนขึ้นมาจากพื้นในจังหวะเดียวกันแล้วก้าวเท้าด้วยท่าร่างเงาพรางตาเข้าประชิดอีกฝ่าย จังหวะที่เฉินฟงยืดตัวขึ้นด้านหลังของชายถือทวนมือที่กำท่อนไม้ก็สะบัดท่อนไม้เข้ากระแทกแผ่นหลังอีกฝ่ายอย่างแรง ขณะเดียวกันก็เร่งเร้าพลังิชี่ของตนไปที่มือซ้ายคว้าหมับไปที่กลางทวนยาวของอีกฝ่าย แล้วจึงใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลักจากท่อนไม้ที่กระแทกหลังหมุนวนทวนเพื่อเปลี่ยนวิถีทวนจากมือของศัตรู !
เมื่อศัตรูเสียการควบคุมทวนไปหนึ่งจังหวะเฉินฟงจึงพุ่งเข้าชิดตัวอีกฝ่ายมากขึ้นพร้อมมือซ้ายที่กำกลางทวนอยู่รูดมือเข้ามาใกล้ปลายด้ามทวนมากขึ้นพร้อมมือขวาที่อัดกระแทกเพลงหมัดเข้าใส่หน้าอกรุ่นเยาว์ตรงหน้าทันที
“หมัดทะลวงฟ้าขั้น 2 !!”
พลัก !!
เพลงหมัดที่รุนแรงกระแทกเข้าเต็มหน้าอกอีกฝ่ายทันทีจนเสียการทรงตัวแทบทั้งหมดดวงตาป่าเถื่อนแทบจะถลนออกจากเบ้าด้วยความเ็ปเืสดไหลพุ่งออกจากปากอีกฝ่ายสาดกระเซ็นใส่เสื้อเฉินฟงทันที จังหวะนั้นมือซ้ายของเฉินฟงเข้าควบคุมด้ามทวนยาวสีเงินโดยสมบูรณ์แล้วจึงใช้ปลายด้ามทวนพุ่งทะลวงเข้าใส่กลางหน้าอกรุ่นเยาว์คนนั้นด้วยความรวดเร็ว
กึก !
“อ๊าคค”
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังลั่นออกจากปากอดีตชายถือทวนพร้อมกับร่างโชกเืที่ล้มตึงลงกับพื้นโดยไร้ซึ่งสติอีกต่อไป
พลัก !
เฉินฟงที่ตอนนี้ทวนสีเงินได้เต็มรูปแบบเตะเข้าที่สีข้างอดีตเ้าของทวนอย่างแรงส่งให้ร่างไร้สตินั้นลอยละลิ่วออกไปจากวงต่อสู้แล้วล้มลงกระแทกพื้นดินดังลั่น
ตุบ !!
เหตุการณ์ทุกอย่างแม้จะดูเหมือนกินระยะเวลานานแต่ความจริงใช้เวลาไม่ถึงสิบลมหายใจเฉินฟงก็สามารถยึดอาวุธของศัตรูมาได้แล้ว !
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจร่างไร้สตินั้นอีกกลับหมุนตัวควงทวนขึ้นเหนือศีรษะป้องกันรุ่นเยาว์บ้าคลั่งคนอื่นเข้ามาใกล้มากเกินไป แต่ก็มีบางคนที่ตรงดิ่งเข้ามาหาเฉินฟงอย่างไม่กลัวเกรงจึงโดนเข้ากับคมมีดปลายทวนเรียกโลหิตอาบลำตัว
“ย๊ากก”
เสียงร้องบ้าคลั่งยังคงดังต่อเนื่อง ตอนนี้นอกจากหูของเหล่ารุ่นเยาว์จะมีโลหิตไหลออกมาดวงตาหลายคนก็เริ่มมีโลหิตไหลออกมาแล้ว บ่งบอกว่าความรุนแรงของคลื่นพลังที่แฝงมากับเสียงดนตรีของจอมยุทธ์ระดับลี่จิงขั้น 6 กำลังทำลายพวกเขาทีละน้อย
“ช่วยไม่ได่สินะ” เฉินฟงพึมพัมกับตัวเองหากเขาคิดช่วยให้คนเหล่านี้ไม่ตายก็มีแต่ต้องจัดการพวกนี้ให้เร็วที่สุดเท่านั้น
ฟิ้ววว
กระแสพลังิชี่ของคมกระบี่สายหนึ่งพุ่งตรงฝ่ารัศมีทวนเข้ามาหาเฉินฟงได้ ทำให้เฉินฟงต้องหมุนตัวหลบกระแสกระบี่คมกริบตวัดด้ามทวนให้ชี้ออกก่อนจะหมุนตัวควงทวนในมือแล้ววาดด้ามทวนออกไปด้านหน้า
“เก็บกวาดเสี้ยวจันทร์ !!”
บังเกิดรัศมีครึ่งวงกลมพร้อมกระแสคลื่นิชี่ไร้สีกระจายรัศมีเป็วงกว้างเข้ากระแทกรุ่นเยาว์ที่อยู่ด้านหน้าเกือบสิบคนให้เสียหลังกระเด็นถอยหลังล้มลงไปกับพื้นด้วยท่าทางอเนจอนาถ
เมื่อกลุ่มแรกถูกจัดการกลุ่มต่อมาก็พุ่งเข้าหาเฉินฟงทันทีทั้งดาบ กระบี่ แส้ อาวุธลับ ต่างพุ่งตรงมาหาเฉินฟงในครั้งเดียวด้วยความแรงของกำลังกายที่ถือว่ามีกระแสพลังิชี่แฝงน้อยนิดมาก
แม้คนเหล่านี้จะมีจำนวนมากกว่า
แม้คนเหล่านี้ล้วนอยู่ในระดับลี่จิงขั้น 3
แม้จะโจมตีอย่างไม่กลัวตาย
แต่เพราะโดนอำนาจของบทเพลงที่ยังไม่สมบูรณ์ควบคุมจนไร้สมองไร้สติ มีเพียงความดิบเถื่อนตามสัญชาตญาณเท่านั้นที่เปิดเผยออกมา ทำให้โดยรวมแล้วประสิทธิภาพในการต่อสู้ของแต่ละคนต่ำลงอย่างชัดเจน เรียกว่าแต่ละคนแทบจะใช้เพียงกำลังกายที่มากกว่าคนปกติพุ่งเข้าใส่ศัตรูด้วยซ้ำ ไร้ซึ่งความฉลาดในการต่อสู้โดยสิ้นเชิงไม่สามารถนำไปเทียนกับความสามารถยามปกติในการต่อสู้ของแต่ละคนได้แม่แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนกว่าสามสิบคนเบื้องหน้าในยามนี้ไม่คู่ควนต่อการถูกเรียกว่าจอมยุทธ์ระดับลี่จิงขั้น 3 เสียด้วยซ้ำ !!
ต้องขอบคุณวิชาบทเพลงแห่งการควบคุมของชายชุดดำที่ยังต่ำเกินกว่าจะควบคุมได้ย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การต่อสู้ในครั้งนี้ของเฉินฟงง่ายดายขึ้นมากมายนัก ทั้งจำนวนและระดับพลังรุ่นเยาว์เหล่านี้แทบจะไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินฟงที่ใช้พลังประสานเคล็กวิชาของจอมยุทธ์ระดับลี่จิงขั้น 3 ได้อย่างแท้จริง !
“เก็บกวาดเสี้ยวจันทร์ !!” รัศมีพลังครึ่งวงกลมจากทวนสีเงินถูดวาดส่งออกไปกระแทกรุ่นเยาว์นับสิบคนจนกระเด็นขูดร่างไปกับพื้นอีกครั้ง
ตุบ !!
เฉินฟงตวัดด้ามทวนเข้าใส่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่พุ่งมาหาเขาจากด้านหลังแล้วหมุนด้ามทวนฝาดลงกลางศีรษะอีกฝ่ายจนล้มตึงลงกับพื้นในทันที จากนั้นจึงควงทวนไปด้านหลังด้ามทวนกระแทกเข้ากับมีดสั้นเล่มเล็กที่ถูกซัดมาหาเขาดังกังวาน
เคร้ง !!
มีดสั้นอีก 4 เล่มถูกซัดตามมาติด ๆ
เคร้ง !
เคร้ง !
เคร้ง !
เคร้ง !
จังหวะตวัดทวนปัดป้องมีดสั้นเฉินฟงสะบัดเท้าให้หินก้อนหนึ่งขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางจากนั้นจึงอาศัยจังหวะที่หมุนตัวรับดาบจากอีกด้าน ซัดก้อนหินตรงดิ่งไปยังรุ่นเยาว์ที่ซัดมีดสั้นมาทางตนกระแทกเข้ากลางหน้าผากอีกฝ่ายอย่างจังด้วยความเร็วและแรงทำให้ชายคนนั้นหงายหลังล้มตึงในทันที !
จากนั้นเฉินฟงจึงะโถอยห่างออกไปหลายเก้าเท้าสองข้างตวัดกวาดพื้นเป็รูปครึ่งวงกลมแล้วจึงอาศัยตอต้นไม้ที่ถูกหักครึ่งถีบตัวส่งให้ตนเองะโขึ้นสูงกลางอากาศแล้วจับควงทวนในมือทั้งสองข้างพร้องวาดไปด้านล่างยังตำแหน่งกลุ่มรุ่นเยาว์นับสิบ
“เก็บกวาดใต้เงาจันทร์ !!”
บังเกิดรัศมีดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวขนาดใหญ่กลางแผ่นหลังเฉินฟงเงาจันทร์ทาบทับร่างเหล่ารุ่นเยาว์ทุกคนในรัศมีจนมิดพร้อมประกายแสงวิบวับของมีดปลายทวนที่ถูกผ่าลมมากลางอากาศเกิดภาพซ้อนทวนขนาดใหญ่ทาบทับลงมาเต็มไปด้วยคลื่นพลังิชี่เข้มข้น ทุกร่างใต้เงาจันทร์ถูกรัศมีทวนซัดเข้าอย่างแรงจนหลายคนกระอักเืออกมาสิ้นสติปางตายไปหลายคนในทันที !
เฉินฟงไม่รอช้าเมื่อปลายเท้าแตะพื้นอีกครั้งก็หมุนควงทวนในมืออีกรอบพร้อมตวัดทวนวาดไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“เก็บกวาดเสี้ยวจันทร์ !!”
กระบวนท่าที่ 2 ถูกส่งต่อตามไปติด ๆ เก็บกวาดคนที่ยังมีสติให้กระอักเืแล้วดับสติรุ่นเยาว์ที่เหลือจนหมดในทันที !
ตอนนี้บนพื้นนอกจากศพที่ตายเดิมั้แ่แรกอยู่แล้วก็มีร่างไร้สติกว่าสามสิบชีวิตที่นอนาเ็หายใจรวยรินเพิ่มขึ้นมา เฉินฟงตวัดสายตาคมที่ไม่สั่นไหวใด ๆ ของตัวเองมองร่างไร้สติเ่าั้เล็กน้อย ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาพยายามใช้วิชาทวนเพียงแค่กระบวนท่าที่ 1 และ 2 จากทั้งหมด 6 กระบวนท่า และยอมใช้พลังิชี่ในแต่ละกระบวนท่าเพื่อรักษาชีวิตของรุ่นเยาว์เหล่านี้แล้ว แต่หากสุดท้ายมีคนตายเพิ่มขึ้นก็คงต้องถือซะว่าถึงคราวตายของคนเหล่านี้เท่านั้น
ั้แ่เริ่มต้นใช้ทวนสีเงินจนกำราบคนกว่าสามสิบชีวิตเฉินฟงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยซ้ำ ! โชคดีที่ในหมู่คนเหล่านี้มีคนใช้ทวนเป็อาวุธทำให้เฉินฟงสามาร ‘หยิบยืม’ ทวนของอีกฝ่ายมาต่อสู้ได้ นั้นก็เพราะอาวุธที่เหมาะสมกับการต่อสู้กับคนหมู่มากเช่นนี้ ‘ทวน’ ถือเป็าาที่ทรงพลัง ! และแน่นอนว่าเฉินฟงเองก็เรียนรู้ศาสตราวุธชนิดนี้มาจนชำนาญแล้วเช่นกัน ! เคล็ดวิชาเพลงทวนสยบจันทร์ทั้ง 6 กระบวนท่าจึงถูกใช้ได้อย่างเหมาะสม !
เคร้ง !!
เฉินฟงทิ้งทวนลงกับพื้นเสียงดังลั่นชายหนุ่มกระตุกรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าเล็กน้อยดวงตามองตรงไปยังร่างของชายชุดดำที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้ พร้อมกลับสะบัดเท้าพุ่งตรงไปหาชายชุดดำด้วยความรวดเร็วของเคล็ดวิชาท่าร่างเงาพรางตาทันที !
“ทีนี้ก็ถึงตาเ้าแล้ว !!”