ฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก

    ตอนที่ 39 การโกงข้อสอบ (2)

    "ขี้โกง! ขี้โกง!"


    "ให้นางออกจากการแข่งขันไป!"


    "ถูกต้อง อย่าให้หนูเน่าตัวเดียวทำลายโจ๊กทั้งหม้อ!"


    "คืนความบริสุทธิ์ให้กับวงการวรรณกรรมของเรา ให้นางออกจากการแข่งขันไปเสีย!"


    ทันใดนั้นฝูงชนที่มุงดูอยู่ด้านล่างก็โกรธแค้นและตะโกนขับไล่มู่อวิ๋นฮว่า ห้ามไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน เสียงต่อต้านนางดังขึ้นจากทุกสารทิศ


    แม้ว่าเยี่ยชิงจะทักท้วงว่าตั้งแต่ต้นจนจบ มู่อวิ๋นฮว่าไม่ได้มองกระดาษคำตอบของผู้เข้าแข่งขันหมายเลขเก้าสิบและไม่ได้ลอกเลยสักครั้ง ทว่าผู้คนรอบข้างก็ไม่มีใครเชื่อนางแต่อย่างใด


    "เจ้าเองก็เหลวแหลกพอกัน สตรีเหลวแหลกย่อมปกป้องสตรีเหลวแหลกอยู่แล้ว!"


    "พวกเจ้าทั้งสองเป็นพวกเดียวกัน แล้วจะพิสูจน์อะไรได้!"


    "เจ้าเป็นฝ่ายบู๊ อย่ามายุ่งเรื่องของพวกเราที่เป็นฝ่ายบุ๋น!"


    "เงียบปากไปซะ! นังปีศาจ!"


    ไม่รู้ว่าใครเดือดดาลถึงขั้นหลุดด่าทอด้วยสมญานามของเยี่ยชิงออกมา เยี่ยชิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เงื้อมือขึ้นต่อยคนผู้นั้นทันที


    ความวุ่นวายนี้ทำเอาแม่นมไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว


    ความโกลาหลด้านล่างย่อมดึงดูดความสนใจของคนบนบัลลังค์สูง องค์ชายองค์ชายรัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิงตบพนักวางแขนแล้วลุกพรวดขึ้น "เยี่ยชิง บังอาจนัก!"


    ไม่นานกลุ่มองครักษ์ที่ประจำการอยู่ก็มาแยกคนที่เยี่ยชิงต่อยออกไป เนื่องจากไม่มีผู้ใดต้านแรงของหญิงสาวไหว


    นางสะบัดแขนเสื้อแล้วเอ่ยกับองค์ชายรัชทายาท "ทำไม เขาแค่โดนข้าต่อยครั้งเดียวก็ล้มลงไปเอง แล้วอย่างนี้จะโทษข้าได้อย่างไร ถ้าข้าเอาจริงขึ้นมา จะต่อยเขาตายด้วยหมัดเดียวก็ยังได้ ดูเอาสิ เขาก็ยังหายใจอยู่ไม่ใช่หรือ"


    ชายที่ถูกลากออกไปนอนกองบนพื้นยังหายใจอยู่ แต่คราบเลือดที่เขากระอักออกมาเลอะเสื้อผ้าก็เป็นเพราะหมัดของนางไม่ใช่หรือ แน่ใจหรือว่าผ่อนแรงแล้ว


    โกหกกันชัดๆ!


    เยี่ยชิงไม่คิดแยแส มู่อวิ๋นฮว่าซึ่งอยู่บนเวทีก็รู้เช่นกันว่าแม้เยี่ยชิงจะถูกเล่าลือไปอย่างนั้น แต่เจ้าตัวหาใช่คนโง่งม รู้ดีว่าตัวเองลงมือหนักแค่ไหน


    มิเช่นนั้นจอมราชาน้อยที่ครองเมืองหลวงมาหลายปี หากมีคนตายไม่เว้นแต่ละวันก็คงถูกฮ่องเต้กำจัดไปนานแล้ว ไม่มีทางอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้


    การต่อยคนก็ไม่ได้ทำให้คนตาย ไม่ต่างจากคนหนุ่มสาวที่เลือดร้อน จึงไม่อาจพูดได้ว่าเยี่ยชิงทำไม่ถูกต้อง


    องค์ชายรัชทายาทคุมสถานการณ์ไม่อยู่เช่นกัน เขาทำได้แค่นั่งลงที่เดิม


    ระหว่างนั้นอาลักษณ์กรมธรรมการตั้งท่าจะตะโกนจนสุดเสียง ทว่าผู้คนด้านล่างยังไม่ยอมสงบ ในขณะที่เขาตกอยู่ในความกังวล ทันใดนั้นเสียงเสียดหูน่าตกใจก็ดังขึ้นในสนามแข่งขัน


    "วี๊ด——วี๊ด——"


    เสียงนั้นชวนให้ขนลุกไปทั้งตัว มันไม่ได้มาจากใครอื่น แต่เป็นมู่อวิ๋นฮว่าซึ่งถูกทุกคนตัดสินว่าขี้โกง


    ผู้คนที่พากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่พลันปิดหูป้องกันไม่ให้เสียงหวีดแหลมเข้าไปทำร้ายตนเอง


    บรรยากาศในสนามเงียบลงในทันใด


    ส่วนมู่อวิ๋นฮว่าก็เข็นโต๊ะตรงหน้าตนเองออกไปทีละน้อยอย่างทุลักทุเล โต๊ะนี้หนักเกินไปจึงเกิดเสียงแหลมน่ารำคาญเมื่อเสียดสีกับพื้นหินอ่อน


    กระทั่งนางหยุดมือ ความเงียบงันก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณแล้ว


    มู่อวิ๋นฮว่าปัดมือตบฝุ่นออกพลางบอก "ในเมื่อพวกท่านทั้งหลายคิดว่าข้าโกง เช่นนั้นก็ให้ข้ากับผู้เข้าแข่งขันหมายเลขเก้าสิบตอบคำถามแยกกันเลยดีไหม"


    ที่โกงได้ก็เป็นเพราะว่าอยู่ใกล้เกินไป


    ตอนนี้นั่งแยกในระยะห่างไกลกันมากจนสามารถกระโดดเชือกได้ หากยังแอบดูได้อีก พวกเขาก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว


    ไม่มีใครคัดค้านอีกต่อไป ตอนนี้ทุกคนพอจะยอมรับการจัดการเช่นนี้ได้


    แม้จะมีบางคนที่ยังคงโวยวาย แต่ก็ถูกเยี่ยชิงจ้องตาขวางเสียจนกลัวหัวหด


    "ในเมื่อไม่มีใครคัดค้าน เช่นนั้นก็เริ่มข้อที่ห้าได้เลย!"


    "จากบทกวี 'ลำนำผมขาว' ของมู่อวี่ซี ประโยคถัดจาก 'ปรารถนาเพียงคนใจเดียว' คืออะไร"


    "หนึ่ง: หินผาไม่เคลื่อนขยับ" 


    "สอง: ผมขาวมิร้างรา"


    "สาม: ใจรักและคิดถึงนี้ช่างไม่บรรเทา" 


    ครั้นมู่อวิ๋นฮว่าเห็นประโยคแรกที่เขียนบนกระดาษก็นิ่งค้างไป นางอ่านผิดหรือเปล่า


    มู่อวี่ซีหรือ


    นางรู้จัก 'ลำนำผมขาว' นี้ มันเป็นบทกวีที่จั๋วเหวินจวิน กวีหญิงในสมัยราชวงศ์ฮั่นเขียนเอาไว้ แล้วมู่อวี่ซีนี่มันหมายความว่าอย่างไร


    นางไม่ได้ฟังสิ่งที่อาลักษณ์กรมธรรมการพูดสักคำหลังจากนั้น ในสมองว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง


    มู่อวี่ซีกลายเป็นคนแต่ง 'ลำนำผมขาว' ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน


    ในจังหวะมู่อวิ๋นฮว่างุนงง คำพูดจากกรรมการสองสามคนที่คอยแสดงความคิดเห็นเป็นครั้งคราวก็ช่วยทำให้มั่นใจ


    "บังเอิญมากที่บทกวีนี้เป็นบทกวีที่มู่อวี่ซีผู้ชนะของเราแต่งขึ้น" มหาราชครูฉินลูบเคราพลางหัวเราะ


    มู่อวี่ซีปั้นหน้าเขินอายเล็กน้อย ราวกับว่าการเลือกบทกวีนี้ทำให้นางลำบากใจ "แท้จริงบทกวีนี้เป็นสิ่งที่ข้าได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่ได้ยินจากท่านแม่ยามนางร้องไห้กลางดึก หลังจากสอบถามถึงเหตุผลแล้ว ข้าในฐานะลูกสาวจึงสะเทือนใจยิ่งนัก"


    "โอ้ บทกวีนี้เป็นบทกวีชั้นดี วันนั้นที่ข้าได้ยินยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นบทกวีแต่งโดยหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน ข้าสงสัยมานานแล้ว วันนี้สบโอกาสเหมาะ ข้าอยากถามว่าเจ้าแต่งบทกวีที่เศร้าโศกเช่นนี้ขึ้นมาได้อย่างไร" มหาราชาจารย์จั่วนึกสนใจเมื่อได้ฟังคำพูดของนาง


    มู่อวิ๋นฮว่ามองมู่อวี่ซีด้วยสายตาเย็นชา 'ลำนำผมขาว' นี้กล่าวถึงจั๋วเหวินจวินที่ต้องการต่อต้านการรับอนุของซือหม่าเซียงหรู นางอยากฟังจริงๆ ว่ามู่อวี่ซีจะแต่งบทกวีนี้ขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร


    "บทกวีนี้..." มู่อวี่ซีเม้มริมฝีปาก ท่าทีดูลำบากใจจะเอ่ย "พูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร ใต้เท้าทั้งหลายคงรู้จักบิดาของข้า ขุนนางท่านหนึ่งในสำนักหงลู่ ใต้เท้ามู่ มารดาของข้า หลีหว่าน เป็นคุณหนูของหอสมุดฉางชิง บิดาของข้ามักไปซื้อตำราที่นั่น บ่อยครั้งเข้าก็ได้รู้จักกับนาง แต่เดิมก็ควรจะแต่งงานกัน แต่ท่านตาคิดว่าบิดาของข้าเป็นคนธรรมดาจึงใช้ตะบองตียวนยาง*... มารดาของข้าเป็นคนยึดมั่นในความรักและคุณธรรม เมื่อเลือกบิดาของข้าแล้วก็ไม่มีทางถอดใจเพียงเพราะฐานะของเขา จึงตัดสินใจติดตามบิดาของข้าไปอย่างแน่วแน่ กระทั่งบิดาของข้าได้เป็นขุนนางในสำนักหงลู่ นางคิดว่าในที่สุดก็จะได้พบกับคืนวันที่ดีแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าบิดาของข้ากลับมีใจให้หญิงสาวอีกคน..."


    *ใช้ตะบองตียวนยาง = พรากคนรักแยกจากกัน


    เมื่อพูดถึงตรงนี้ มู่อวี่ซีก็เงยหน้าขึ้นมองมู่อวิ๋นฮว่า ความหมายของการกระทำนี้กำกวม ทว่าก็พอคาดเดาได้ว่าสตรีที่มู่หงไห่ชมชอบก็คือมารดาของมู่อวิ๋นฮว่า ฉู่เตี๋ย!!


    "ผลก็คือบิดาของข้าไม่สนใจการคัดค้านของทุกคน ยืนกรานจะแต่งงานกับฮูหยินฉู่ผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า มารดาของข้าเสียใจมาก... ข้าได้ยินเรื่องนี้จึงนำมาแต่งเป็น 'ลำนำผมขาว'"


    แม้ว่ามู่อวี่ซีจะยิ้ม ทว่ามันก็ทำให้ผู้คนที่ได้ยินรู้สึกสงสารนางจับใจ


    สายตาที่มองไปยังมู่อวิ๋นฮว่าเต็มไปด้วยแววรังเกียจเดียดฉันท์


    "ไม่คิดว่าอนุหว่านจะเป็นหญิงสาวมีใจรักมั่นเพียงนี้"


    "ใต้เท้ามู่ก็เหลือเกิน เห็นชัดว่าเป็นคนชื่นชอบของใหม่ชิงชังของเก่า ดูแคลนภรรยาเก่า"


    "เรื่องนี้ไม่อาจโทษใต้เท้ามู่ได้ คิดดูสิว่ามารดาของมู่อวิ๋นฮว่าเป็นหญิงกำพร้าที่สามารถทำให้ใต้เท้ามู่ยกเกี้ยวแปดคนหามมาสู่ขอได้ นางจะไม่มีเล่ห์กลเลยได้อย่างไร"


    "เป็นคู่สร้างคู่สมกันแท้ๆ แต่กลับถูกมารดาของมู่อวิ๋นฮว่าทำลาย... นังปีศาจจิ้งจอก นังปีศาจจิ้งจอก!"

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774