ตอนที่ 54 สิ่งล้ำค่าในกล่องใบเล็ก
ทุกสายตาต่างจับจ้องมองร่างของดันเต้ที่แตกสลายเกนบุสลัดมือเบาๆ เลือดที่ติดอยู่บนฝ่ามือกระเด็นออกจะหมดสิ้นก่อนจะไพร่มือไปที่ด้านหลังเดินไปที่ท้ายเรือ แล้วหันมาเหลือบมองยังจอมปีศาจที่มีเลือดของดันเต้ท่วมตัว
“เจ้าไปล้างคราบเลือดก่อนแล้วไปพบข้าที่เดิม ล้างดีๆ ข้าเหม็นสาบเลือดมัน ดูแล้วเหมือนกับเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอีกนิดหน่อย เร็วๆเข้าล่ะ อย่าให้ข้าต้องรอนาน”
เกนบุเดินจากไปท่ามกลางความสงสัยของจอมปีศาจก่อนจะก้มมองเศษซากของดันเต้ หยาดเหงื่อปรากฏปกคลุมใบหน้าไม่มีของสิ่งใดตกจากเศษซากของมัน ก่อนที่เขาจะเปิดดูข้อความจากระบบเนื่องจากเขาปิดเสียงระบบไว้นั้นเอง
“ติ่ง! ท่านได้สังหารพรายทะเล จำนวน 800 ตน ได้รับเนื้อปลาและหนังปลาระดับต่ำ 800ชิ้น”
“ติ่ง! ท่านได้สังหารหัวหน้ากลุ่มฉลาม จำนวน 600 ตนได้รับเนื้อปลาและหนังปลาระดับต่ำ 500 ชิ้น และระดับสูง 100ชิ้น ระดับของผู้เล่นเพิ่มขึ้นเป็น 700 กรุณาอัพสเตตัสด้วยค่ะ”
“ติ่ง! ท่านได้สังหารปลาหมึกยักษ์คราเคน ได้รับเนื้อปลาหมึกและหนังปลาหมึก ระดับสูงระดับผู้เล่นเพิ่มขึ้นเป็น 730 กรุณาอัพสเตตัสด้วยค่ะ”
สิ้นสุดข้อความจากระบบการสังหารดันเต้ไม่ใช่ฝีมือของจอมปีศาจ แต่กลับเป็นเกนบุจึงไม่มีของรางวัลตกลงจากร่างของมัน ร่างกายจอมปีศาจสั่นเทาอย่างรุนแรงจิตสังหารฟุ้งกระจาย จนผู้คนอื่นๆ หน้าถอดสีไม่กล้าเข้าใกล้ก่อนที่จอมปีศาจจะค่อยๆ ลุกขึ้นหยิบไม้เท้าออกมาจากช่องมิติเวทย์น้ำชำระร่างกายคราบเลือดหายสิ้น ตามด้วยเวทย์ลมเป่าชุดจนแห้งสนิทก่อนจะเดินตามไปยังท้ายเรือ
เมื่อจอมปีศาจมาถึงท้ายเรือในมือของเขากระชับไม้เท้าเวทย์แน่นจอมปีศาจโกธรที่ไม่ได้ค่าประสบการณ์ที่ควรได้รับ เสียงหัวเราะในลำคอเกนบุดังขึ้นก่อนจะเหลือบมองไปที่จอมปีศาจ ดวงตาที่ใสดุจดั่งน้ำทะเลของเขาลึกเกินกว่าที่จอมปีศาจจะคาดถึงร่างกายจอมปีศาจสั่นเทา ราวกับมองเห็นมัจจุราชที่พร้อมจะเอาชีวิตเขาทุกเมื่อไม้เท้าที่กระชับแน่นผ่อนแรงลง คนที่อยู่ตรงเบื้องหน้าต่อให้พยายามจนสุดชีวิตก็ไม่สามารถเอาชนะได้
“เจ้าคิดถูกแล้วพ่อหนุ่มแค่เจ้าคิดจะลงมือ ตัวเจ้าก็ได้ตายไปแล้ว มา! ถอดชุดออกมาดื่มเป็นเพื่อนข้า”
จอมปีศาจเก็บอุปกรณ์เข้าช่องมิติเดินไปเท้ากับราวระเบียงท้ายเรือเหม่อมองไปยังท้องทะเลอันกว้างไกลแสงตะวันที่กระทบบนพื้นน้ำเป็นภาพที่เขาไม่ได้มองมาเนิ่นนานเพราะต้องใช้ชีวิตในเวลากลางคืน จึงพบเห็นเพียงแสงจันทร์กระทบผิวน้ำเท่านั้น บนพื้นน้ำทะเลที่ถูกแสงกระทบคล้ายดังดวงดาวกำลังโลดแล่นในเวลากลางวัน มันช่างสวยงามเกินกว่าจะบรรยาย
ผู้เฒ่าเกนบุยื่นขวดน้ำเต๋าให้กับเคนจิพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อดื่มมันคู่กับภาพทิวทัศน์ที่งดงามมันทำให้น้ำผลไม้หมักอร่อยขึ้นทวีคูณ เหมือนดั่งเคนจิคิดสิ่งใดออก น้ำหมักอร่อยทิวทัศน์สวยงาม จะขาดกับแกล้มชั้นดีได้อย่างไร เขาจัดแจงนั่งลงที่ด้านหลังเกนบุมือข้างหนึ่งล้วงไปในช่องมิติ ดึงออกมาพร้อมกับเศษซากปลาหมึกพร้อมกับตะแกรงย่างอาหาร เปลวเพลิงสีแดงจุดขึ้นกลางอากาศเคนจิจัดการปิ้งย่างปลาหมึกทันที
กลิ่นที่เย้ายวนลอยไปเตะจมูกเกนบุเขารีบหันไปดูอย่างว่องไว ก่อนจะลงไปนั่งรวมวงกับเคนจิ เกนบุมองอย่างใจจดใจจ่อปรากฏน้ำลายไหลย้อยที่มุมปาก เมื่อปลาหมึกสุกจนได้ที่ เคนจิหยิบยื่นให้เกนบุทันที เมื่อเนื้อปลาหมึกย่างเข้าปากพร้อมกับยกน้ำหมักผลไม้ตาม รอยยิ้มเกนบุฉีกถึงใบหูทั้งสองต่างกินกันอย่างมีความสุข ในขณะที่ทั้งสองกำลังเพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศอลันได้เปิดประตูมาเจอกับพวกเขาทั้งสอง ก่อนจะเข้าไปนั่งรวมวงทันที
“เป็นยังไงอลันหลับสบายดีไหม?”
“ก็ดีอยู่ท่านเกน แต่กัปตันบังคับเรือไม่ดีเท่าไร คงจะหลบพวกหินโสโครก ข้าเลยมึนหัวนิดหน่อยเฮ้!! เจ้าหนูรู้สึกว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อยนะ”
“โห!! ลุง หลับสนิทเลยนะผมพึ่งจะสู้กับเจ้าดันเต้มาแท้ๆ”
“ห่ะ!!ว่าแล้วทำไมพลังของเจ้าดูเพิ่มขึ้น แต่ทำไมเพิ่มขึ้นแค่นิดหน่อยเท่านั้นล่ะ”
“ก็ลุงเกนน่ะซิเป็นคนลงมือครั้งสุดท้าย จนหมดตกตาย ผมยังเสียดายอยู่เลย”
“โฮโฮโฮเอาน่าๆ เดียวข้ามีรางวัลให้ รางวัลที่ทำให้ข้าได้เจอกับเจ้าดันเต้แล้วอีกอย่างเจ้าก็ช่วยข้าสั่งสอนมันด้วย”
“ติ่ง! ท่านได้สำเร็จเคสวลับจากเทพแห่งท้องทะเลเกนบุ ช่วยสังหารดันเต้ รับของรางวัลได้ที่เทพเจ้าแห่งท้องทะเลระดับของท่านเพิ่มขึ้น 780 กรุณาอัพสเตตัสด้วยค่ะ”
“โฮโฮโฮ!!ดีใจจนพลังเพิ่มขึ้นเลยรึ มาๆ รับของรางวัลไป”
เกนบุยื่นมือล้วงไปยังกระดองเต่าที่อยู่ด้านหลังท่ามกลางความตื่นเต้นของเคนจิ เม็ดเหงื่อปกคลุมทั่วใบหน้า เกนบุหยิบกล่องใบเล็กๆออกมา 2 ใบ ภารกิจลับของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล แม้จะได้ประสบการณ์ที่มากแต่ของรางวัลกลับปรากฏเพียงแค่กล่องเล็กๆ 2 ใบ
กล่องใบแรกเปิดออกดวงตาเคนจิเบิกกว้างรอยยิ้มที่เคยปรากฏเกือบถึงใบหูหุบสนิททันทีในกล่องใบแรกมีแหวนวงเล็กๆ อยู่หนึ่งวง บนแหวนมีเพชรสีฟ้าครามคล้ายกับท้องทะเลฝังอยู่หนึ่งเม็ด และอีกหกรูทีเหลือมีเพียงเพชรใสๆไร้สีประดับอยู่ เหมือนอลันรับรู้ถึงความรู้สึกของเคนจิ จึงเขกไปที่หัวของเขาอย่างแรง
“โป้ก!! เจ้าโง่รีบรับซินั้นคือแหวนเวทย์มนต์ของท่านเกนบุเลยนะ”
“โฮโฮโฮ! เจ้าหนูนี้คือแหวนเวทย์มนต์ ข้าเห็นเจ้าเดียวหยิบเปลี่ยนอาวุธอยู่บ่อยๆ ดูแล้วขัดลูกตาเมื่อเจ้าสวมใส่มันจะคล้ายกับว่าเจ้าถือไม้เท้าเวทย์ตลอดเวลา ส่วนเพชรเม็ดนี้คือพลังเวทย์น้ำหากเจ้ามีมันพลังเวทย์น้ำจะรุนแรงยิ่งขึ้นและที่สำคัญมันคือเพชรเวทย์น้ำระดับสูงสุด โฮโฮโฮ! จริงซิข้าขอยืมไม้เท้าเจ้าหน่อยข้าว่ามันแปลกๆ แต่ดูคุ้นตานัก”
เคนจิไม่พูดอะไรเขากำลังตื่นเต้นดีใจกับของที่จะได้รับก่อนจะหยิบไม้เท้าส่งไปให้กับผู้เฒ่า ผู้เฒ่าจ้องมองไม้เท้าเพียงครู่ดวงตาเบิกกว้างไม้เท้าของเคนจิไม่ใช่ไม้เท้าธรรมดา
“โฮโฮโฮ! นี้มันไม้เท้าของเจ้ามังกรดินนี้เองว่าแล้วคุ้นตายิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นคาตานะเล่มนั้นคงเป็นของเจ้ามังกรดินไม่ผิดแน่ๆใช่ไหม”
“ใช่ครับผมได้มันมาตั้งนานแล้ว”
“ดีๆๆ! เอามันออกมาถือรอไว้ด้วยเลยโฮโฮโฮ!”
เคนจิดึงคาตานะออกมาจากช่องมิติและกุมมันไว้เกนบุไม่รอช้าจับไม้เท้าไว้แน่น ปรากฏแสงสีเหลืองทองปกคลุมไปทั่วไม้เท้าก่อนมันจะย่อยสลายกลายเป็นฝุ่นผง เคนจิอ้าปากกว้างด้วยความเสียดายก่อนที่เคนจิจะทันพูดสิ่งใด ก็เกิดประกายแสงพุ่งทะยานสู่เพชรสีใสเม็ดหนึ่งกลายเป็นเพชรเม็ดสีเหลืองแทนที่
“โฮโฮโฮ! แม้พลังธาตุดินจะไม่รุนแรงเท่ากับของเจ้าเบียโกะ แต่ก็พอทดแทนได้เวลานี้เจ้าสามารถใช้เวทย์ขั้นสูงของธาตุดินและธาตุน้ำขั้นสูงสุดได้ในเวลาเดียวกันแล้วที่นี้มือของเจ้าก็ไม่ต้องเปลี่ยนอาวุธไปมาอีกแล้ว โฮโฮโฮ!”
แม้จะเสียดายแต่กลับได้ของตอบแทนอันล้ำค่ามือทั้งสองเคนจิประคองแหวนอย่างเบามือ ก่อนจะสวมใส่มันลงไปที่นิ้วชี้ของเขาวงแหวนปรับขนาดอัตโนมัติพอดีกับนิ้วมือของเคนจิ
“ติ่งท่านได้รับแหวนเวทย์มนต์มหาธาตุ สามารถใช้ธาตุที่ประดับอยู่บนแหวนโจมตีได้ความรุนแรงขึ้นอยู่กับเพชรบนตัวแหวน โดยไม่ต้องถือไม้เท้าเวทย์มนต์เมื่อสวมใส่จะไม่สามารถถอดออกได้ เพิ่มพลังป้องกันเวทย์มนต์ 50% โอกาสตกเมื่อผู้เล่นตายเป็น0”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!!ไม่ตกซะด้วยถ้าเราตาย แบบนี้ถ้าผู้เล่นคนอื่นฆ่าเราตายก็ไม่มีทางได้มันไปซินะแต่แย่จังที่ถอดไม่ได้เนี้ย”
“ผู้เล่น?เจ้าหมายความว่ายังไง เจ้าหนุ่ม ข้าไม่เข้าใจ”
“ท่านเกนแต่ก่อนข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เมื่อข้าออกไปสืบข้อมูลก็พบว่ามีประชากรเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจพวกเขาจะแทนตัวเองกันว่าผู้เล่น แต่สำหรับพวกเราแล้ว พวกเราจะเราจะเรียกพวกเขาว่านักผจญภัย”
“เป็นอย่างนี่นี้เองเอาละๆ ส่งคาตานะเจ้ามา”
เคนจิลังเลชั่วครู่ก่อนจะกัดฟันส่งให้เกนบุเมื่อเกนบุจ้องมองมันก็ยิ้มออกมา ก่อนจะเปิดกล่องใบที่สองเมื่อเปิดออกปรากฏสร้อยคอเส้นหนึ่ง จี้บนสร้อยคอนั้นเป็นรูปดาบสีขาวใสไขว่กันไปมาอยู่7 เล่ม หนึ่งในนั้น มีด้ามหนึ่งเป็นสีฟ้าใส ดาบคาตานะดินส่องแสงพุ่งทะยานเข้าไปที่จี้สร้อยคอ ปรากฏดาบสีเหลืองขึ้นในจี้สร้อยคอทำให้มีดาบสองในเจ็ดนั่นปรากฏสีฟ้าและสีเหลืองก่อนเกนบุจะยื่นมันให้เคนจิ
“นี้คือสร้อยเก็บดาบเมื่อเจ้าใส่มันแค่คิดถึงมัน ก็จะมาปรากฏในมือ ไม่ต้องล่วงไปในรูดำๆ นั่นอีกมันชักช้า เป็นข้านะในเวลาที่เจ้ายื่นมือไปหยิบอาวุธ ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้เป็นสิบรอบแล้วข้าเห็นเจ้าชอบใช้ดาบคาตานะเลยเลือกชิ้นนี้ให้แล้วในนั้นก็มีคาตานะธาตุน้ำอยู่อีกหนึ่งเล่ม เจ้าลองดู”
เคนจิรับสร้อยคอด้วยอาการสั่นไหวของทั้งสองอย่างนั้นคือสิ่งล้ำค่าหาที่เปรียบไม่ได้เคนจิถอดสร้อยคอเส้นเก่าออกเก็บใส่ช่องมิติ แล้วคล้องสร้อยเส้นใหม่มันเข้าที่คอทันที
“ติ่ง! ได้รับสร้อยยุทธภัณฑ์ดาบสามารถเก็บอาวุธประเภทดาบลงในยุทธภัณฑ์ได้ เพียงแค่นึกถึงอาวุธที่อยู่ในยุทธภัณฑ์จะปรากฏในมือทันที เมื่อสวมใส่จะไม่สามารถถอดออกได้ เพิ่มพลังป้องกันกายภาพ 50%โอกาสตกเมื่อผู้เล่นตายเป็น 0”
เคนจิลองทดสอบโดยการคิดถึงคาตานะดินในช่วงเวลาเศษเสี้ยววินาทีหรือในแทบจะทันที ดาบคาตานะดินก็ปรากฏออกมาและเมื่อคิดจะเก็บมันมันก็จะหายไปในทันที และเมื่อคิดถึงคาตานะอีกเล่มมันก็ปรากฏออกมาในทันทีเช่นเดียวกัน คาตานะที่ปรากฏออกมานั่นทำให้ดวงตาเคนจิเบิกกว้าง พลังโจมตีของมันรุนแรงกว่าคาตานะดินเป็นอย่างมากใบดาบของมันเป็นสีฟ้าใสคล้ายกับทะเลตามสันบิดโค้งดังเกลียวคลื่นดูแล้วงดงามยิ่งนัก
“นั้นคือคาตานะธาตุน้ำระดับสูงสุด ไม่มีคาตานะธาตุน้ำอันไหนจะดีไปกว่ามัน ข้าจะบอกเจ้าอีกอย่างเมื่อเจ้ารวบรวม คาตานะ ระดับสูงสุดของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า แสง มืด แล้วเจ้าจงใช้เลือดในกายเจ้าส่วนหนึ่งหลั่งรินไปที่มันแล้วเจ้าจะได้อาวุธชิ้นใหม่ที่เป็นของเจ้าเองและนี้คือสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้เจ้า ยื่นหน้าเข้ามา”
เคนจิเก็บคาตานะก่อนจะยื่นหน้าไปหาเกนบุอย่างง่ายดายนิ้วชี้ข้างหนึ่งของเกนบุจิ้มเข้าที่หน้าผากของเคนจิอย่างรุนแรง “ผลัก!!”ดวงตาเคนจิเบิกกว้างความรู้บางอย่างกำลังเข้าสู่ตัวเขาไม่ขาดสายก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นออกไป
“โอ้ย!! ลุงเกนทำอะไรเนี้ยเจ็บ~!! อูย~~”
“ข้าสอนเวทย์ให้เจ้ายังไงล่ะเป็นเวทย์ที่ไม่มีในพจนานุกรมด้วย เจ้าลองสำรวจดู”
“เวทย์ไม้!! มีเวทย์ไม้ด้วยหรอผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“ข้าค้นพบมันด้วยตัวเองดินและน้ำมันเกลื้อนหนุนกัน ทั่วทั้งโลกมีเพียงเจ้าและข้าเท่านั้นที่จะใช้ได้ โฮโฮโฮ!!”
“ติ่ง! ท่านได้เรียนรู้เวทย์ลับจากเทพแห่งท้องทะเลเกนบุ เวทย์ธาตุไม้ เป็นการผสานเวทย์ดินและน้ำ ไม่มีผู้ใดเลียนแบบได้”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเคนจิเวทย์ที่เขาใช้ได้เพียงคนเดียวในบรรดาหมู่ผู้เล่น ทำให้เขารู้สึกยินดีอย่างที่สุดทั้งสามต่างดื่มกินภายใต้ดวงตะวันอย่างมีความสุข ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทั้งสามคนจนตะวันตกดิน
ณ เมืองอัศวินอันเงียบสงบคนผู้หนึ่งกำลังนั่งชันเข่า เหมือนดั่งกำลังรับเกียรติยศและตำแหน่งที่อยู่ตรงหน้ามาคัสผู้มีใบหน้านิ่งและดูเย็นชาตามร่างกายของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและเขม่าควัน เขากำลังได้รับบางอย่างจากวิหารอัศวินศักดิ์สิทธิ์
“แด่มาคัส อัศวินผู้กล้าแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์เวลานี้เจ้าได้ไถ่บาปแก่พวกปีศาจร้ายสำเร็จ พวกเราในนามนักรบศักดิ์สิทธิ์และฑูตสวรรค์ขอมอบเกียรตินี้แด่เจ้า”
ร่างของมาคัสล่องลอยสู่กลางอากาศเกิดประกายแสงสีทอง ชำระคราบสกปรกจนหมดสิ้น ปรากฏปีกสีขาวดั่งทูตสวรรค์กระพือปีกที่กลางหลังคล้ายดั่งเทวดามาจุติพร้อมกับดาบเล่มใหญ่คมของมันสะท้อนแสงสีเงินแวววาว ด้ามจับสีทองคล้ายไม้กางเขนดวงตามาคัสสาดส่องแสงสีทองเจิดจ้า ก่อนจะทะยานมานั่งชันเข่าในท่าเดิม ปีกทูตสวรรค์กลายเป็นผ้าคลุมสีขาวสะท้อนแสงโดยมีดาบเล่มงามปักอยู่ด้านข้าง
“ณเวลานี้ เจ้ามาคัส ได้เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์เมื่อยามปีศาจรุกรานเจ้าต้องขจัดให้สิ้น โดยไม่มีข้อยกเว้น เจ้าเข้าใจหรือไม่”
“ข้าทราบแล้วไม่ว่าเวลาใดเมื่อข้าพบพานพวกปีศาจ ข้าจะขจัดมันให้สิ้น”
“ดี! ภารกิจแรกของเจ้าจงนำกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ไปปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่เมืองปีศาจ”
“รับทราบ!ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”
มาคัสลุกขึ้นหันกลับหลังเดินไปยังประตูทางออกอย่างสง่างามผ้าคุมที่กลางหลังโบกสบัดเป็นระลอกคลื่นกระทบแสงสวยงาม เมื่อโผล่พ้นประตูเหล่ากองกำลังศักดิ์กำลังตั้งขบวนแถวรอรับเขานับพันคนมาคัสเหลือบมองกลุ่มทหารด้วยแววตาอันไร้ความรู้สึก ก่อนจะชูดาบยักษ์ด้วยมือเพียงข้างเดียวแล้วตะโกนลั่นออกไป
“บุกโจมตีเมืองปีศาจในระหว่างทางหากพบพานปีศาจ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือไม่ ฆ่าให้หมด”
“เฮ้~~!!”
เรือสินค้าล่องลอยมาเป็นเป็นเวลาหลายสิบวันมันเชื่องช้ากว่ากำหนด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ เคนจิกำลังนั่งเหม่อมองบนหัวเรืออย่างเบื่อหน่ายภาพเบื้องหน้าที่ไกลสุดลูกหูลูกตาปรากฏชายฝั่งไม่เกินหนึ่งหรือสองวันเขาจะเทียบท่าชายฝัง ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของเขาทันทีพร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้น
“อีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้าจะออกจากเกมอัตโนมัติ ของให้ผู้เล่นกลับที่พักด้วยค่ะ”
เคนจิกลับหลังหันอย่างเสียดายพร้อมกับรอยยิ้มที่หุบลงเวลาในโลก G.A.Dหมดแล้ว เขากำลังจะไปพบกับโลกเป็นจริงในอีกไม่นานในห้วงความคิดของเขาอยากให้มันคงอยู่ตลอดกาลก่อนเดินเข้าไปในเรือแล้วเข้าไปยังห้องของตน ในขณะนั้น อลันและเกนบุกำลังยืนอยู่บนเสากระโดงเรือ
“ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปแล้วซินะ”
“แล้วพบกันใหม่นักผจญภัยเอ๊ะ! หรือจอมปีศาจ โฮโฮโฮ!!”