ผมได้เล่าเื่ราวทั้งหมดให้เมย์ที่กำลังเข้าใจผิดฟังทั้งเื่ที่ว่าทำไมผมถึงได้รับาเ็และเหตุผลที่ผมมาอยู่คนเดียวในชั้นล่างสุดของ 'นรก' ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุดแข็งแกร่งที่สุด และเลวร้ายที่สุดในโลก ในระหว่างนั้นเมื่อนึกถึงเื่ที่ถูกพวกพ้องที่เคยเชื่อใจหักหลังอย่างเจ็บแสบผมก็มิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้และปล่อยให้มันไหลออกมา
เมื่อเล่าจบเมย์ก็ดึงผมเข้าไปกอดแน่น
เพราะเธอกับผมมีความสูงต่างกันมากใบหน้าของผมจึงซุกเข้ากับหน้าอกขนาดใหญ่ของเมย์โดยปริยาย
แม้ว่าเมื่อกี้จะยังรู้สึกเศร้าอยู่แต่เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการโอบกอดจากสตรีที่งดงามเช่นเมย์และซุกใบหน้าเข้ากับทรวงอกของเธอใบหน้าของผมและทุกส่วนในร่างกายพลันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยความขัดเขิน
กลิ่นหอมหวานและเย้ายวนใจยิ่งกว่ามวลบุปผาจนทำให้หัวสมองมึนงงลอยเตะจมูกขึ้นมา
เธอกลับไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าอันแดงซ่านของผมเธอยังคงลูบหัวปลอบโยนผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ความเ็ปความคับแค้นใจ และความโกรธเกรี้ยวของท่านไลท์คนรับใช้อย่างดิฉันคงไม่มีวันเข้าใจได้ทั้งหมดหรอกค่ะแต่หากเป็การลงทัณฑ์พวกเศษสถุลที่ต่ำช้ายิ่งกว่ามูลสัตว์พวกนั้นละก็ดิฉันทำได้แน่นอนค่ะ ขอโปรดมอบคำสั่งแก่ดิฉันด้วยเถอะค่ะดิฉันขอเอาวิถีเมดเป็เดิมพันว่าจะนำศีรษะของพวกเนรคุณเ่าั้มาเรียงรายแทบเท้านายท่านภายในหนึ่งชั่วโมงให้จงได้ค่ะ!"
"ดะ เดี๋ยวก่อนเมย์! ทำแบบนั้นไม่ได้นะ!"
"ดิฉันทราบดีว่าท่านไลท์เป็คนมีเมตตาแต่กับพวกเศษเดรัจฉานพวกนั้นไม่มีเศษเสี้ยวของความจำเป็ที่จะต้องปรานีเลยค่ะ"
ผมขยับตัวออกจากอกของเมย์แล้วส่ายหัวปฏิเสธ
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกผมไม่ได้คิดจะปรานีพวกนั้นหรอกนะเพียงแต่ผมอยากจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วไปเหยียบย่ำพวกนั้นคืนด้วยตัวเองน่ะ อีกอย่างผมอยากจะรู้ความจริงว่าทำไมประเทศต่างๆ ถึงต้องตามหา 'มาสเตอร์'เพื่อคุมตัวหรือจ้องจะฆ่าทิ้งกันแน่... เมย์เองก็จะคัดค้านเหมือนกันใช่ไหมล่ะคิดว่าฮิวแมนอย่างผมไม่มีทางทำได้งั้นเหรอ?"
"หามิได้ค่ะความปรารถนาของท่านไลท์คือความปรารถนาของดิฉัน หากท่านไลท์ประสงค์จะแก้แค้นด้วยตนเองดิฉันขอเอาวิถีเมดเป็เดิมพันว่าจะคอยสนับสนุนท่านอย่างสุดความสามารถค่ะและเหนือสิ่งอื่นใด ดิฉันเชื่อมั่นว่าระดับท่านไลท์แล้วการล้างแค้นและค้นหาความจริงย่อมมิใช่เื่ยากเย็นแต่อย่างใดค่ะ"
"...ขอบคุณนะเมย์"
"ขอบพระคุณเป็อย่างยิ่งค่ะ"
เมื่อครู่นี้ผมเพิ่งจะถูกพวกพ้องที่เคยเชื่อใจหักหลัง
ทว่าเพื่อแลกกับสิ่งนั้น ผมก็ได้พบกับเมย์ที่ถือกำเนิดมาจากกิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'ของผม และเธอก็ให้คำมั่นว่าจะจงรักภักดีต่อผมไปชั่วชีวิต
การโดนหักหลังนั้นทำให้ผมโกรธแค้นจนแทบกระอักเืและเศร้าโศกเสียใจจนอยากตาย แต่เมื่อผลลัพธ์ของการถูกโยนลงมาในชั้นล่างสุดของ'นรก' ทำให้ได้พบกับเมย์ ผมกลับรู้สึกว่านั่นเป็ความโชคดีที่สุดในชีวิตจากใจจริง
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาพลันซับคราบน้ำตาให้ผมแล้วเอ่ยขึ้น
"ถ้าเช่นนั้นท่านไลท์คะดิฉันละอายแก่ใจเหลือเกินที่ต้องเรียนตามตรงว่ากำลังของดิฉันเพียงคนเดียวคงไม่เพียงพอได้โปรดสุ่มกิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด' เพื่อเพิ่มพรรคพวกเช่นดิฉันเถอะค่ะ"
"เอ๊ะ?แต่เมย์น่ะแข็งแกร่งมากเลยไม่ใช่เหรอ? ก็มีเลเวลตั้ง 9999 เลยนี่นา...แล้วยังต้องมีพรรคพวกเพิ่มอีกเหรอ?"
"ค่ะแน่นอนว่าหากแค่ถล่มประเทศสักประเทศหรือสองประเทศดิฉันขอเอาวิถีเมดเป็เดิมพันเลยว่าทำได้ง่ายดายเหลือแสนค่ะหากประสงค์เพียงแค่การล้างแค้น ลำพังดิฉันเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้วแต่หาก้าสืบค้นหาความจริง ลำพังกำลังของดิฉันคนเดียวย่อมไม่พออย่างแน่นอนและอาจจะไม่สามารถค้นหาความจริงที่ท่านไลท์ปรารถนาได้ค่ะ"
"...สรุปคือตอนนี้ผมแค่ต้องสุ่ม 'กาชาไร้ขีดจำกัด'เพื่อหาพรรคพวกเหมือนเมย์เพิ่มใช่ไหม?"
คำอธิบายของเธอนั้นเข้าใจยากเกินไปสำหรับผมจนเข้าใจได้ไม่ถึงครึ่งแต่เพราะจับใจความได้ว่าต้องใช้ 'กาชาไร้ขีดจำกัด' เพื่อเพิ่มพรรคพวกผมจึงพยักหน้ารับคำ
เมื่อเมย์ได้ยินคำพูดของผมเธอก็คลี่ยิ้มงดงามราวกับมวลดอกไม้ผลิบาน
"ค่ะเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ เรามารวบรวมพรรคพวกจาก 'กาชาไร้ขีดจำกัด'แล้วสร้างอาณาจักรของท่านไลท์ขึ้นมาในดันเจี้ยนแห่งนี้เป็อันดับแรกกันเถอะค่ะ"
วลี'สร้างอาณาจักรของท่านไลท์ขึ้นมา' นั้น ผมเข้าใจความหมายของถ้อยคำดีแต่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จึงแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน
และด้วยการทำตามคำแนะนำของเมย์ผมจึงได้กดปุ่มของกิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด' อีกครั้ง ณ ชั้นล่างสุดของ 'นรก'ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุด แข็งแกร่งที่สุด และเลวร้ายที่สุดในโลกแห่งนี้
☆ ☆ ☆
สามปีผ่านไปหลังจากถูกเพื่อนพ้องที่เชื่อใจทรยศหักหลังและได้มาพบกับเมย์ที่ชั้นล่างสุดของ 'นรก'—
ณพื้นที่ส่วนหนึ่งในชั้นลึกสุดของ 'นรก' ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุด แข็งแกร่งที่สุดและเลวร้ายที่สุดในโลก
โขดหินสีดำขรุขระดั้งเดิมได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็ทางเดินแผ่นหินที่เรียบเนียนดุจหินอ่อน
ตามกำแพงมีอุปกรณ์เวทมนตร์ให้แสงสว่างเรียงรายเจิดจ้าไร้ซึ่งเงามืดสลัว
ในขณะที่ผม ไลท์กำลังเดินไปตามทางเดินเหล่าเมดภูตที่สังเกตเห็นการมาเยือนของผมต่างพากันเข้าแถวชิดริมกำแพงแล้วก้มศีรษะคำนับ
ทุกคนล้วนเป็เด็กสาวที่หน้าตาสะสวยมีความสูงและรูปร่างแตกต่างกันไปหากมีใครในพวกเธอหลุดออกไปบนพื้นโลกแม้เพียงคนเดียวบนพื้นดินคงเต็มไปด้วยผู้ชายที่ส่งเสียงร้องะโว่า 'อยากได้เป็ภรรยา!''อยากได้เป็แฟน!' หรือ 'อยากได้เป็ลูกสาวบุญธรรม!' อย่างแน่นอน
"เหนื่อยหน่อยนะ"
'ขอบพระคุณค่ะ นายท่าน'
เมื่อผมเอ่ยทักทายพวกเธอก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี
ผมยกมือขึ้นทักทายพวกเธอเบาๆพลันเดินผ่านไป
แม้ระยะห่างจะห่างออกไปพอสมควรแล้วแต่เพราะโครงสร้างหินและระดับเลเวลของผมที่เพิ่มสูงขึ้นมากจึงทำให้ได้ยินเสียงพวกเธอกระซิบกระซาบกันลอยมาตามลม
"ท่านไลท์เอ่ยทักทายฉันด้วยละ!วันนี้เป็วันที่โชคดีที่สุดเลย!"
"วันนี้พวกเราอาจจะใช้โชคของทั้งชีวิตหมดไปแล้วก็ได้นะ"
"อ๊ายท่านไลท์เท่จังเลย... อยากจะสูดดมเส้นผมของท่านไลท์หรือแค่เสื้อผ้าของท่านก็ยังดีจังเลยน้า"
"ยัยโรคจิตเอ๊ย!"
"แต่ถ้าได้รับอนุญาตเธอก็จะดมเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"
"ใครมันจะไม่ดมกันล่ะยะ!"
"ฉันน่ะนอกจากอยากดมฟุดฟิดแล้วยังอยากโดนลูบหัวด้วยละ"
"ส่วนฉันอยากถูกเหยียดหยามด้วยสายตาเ็าแล้วโดนเฆี่ยนตีจัง"
"โอ้รสนิยมเลเวลสูงเกินไปแล้ว!"
ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาอย่างเหนื่อยใจ
เมดข้างกายที่ทำหน้าที่คุ้มกันในวันนี้พลันปรากฏเส้นเืปูดโปนขึ้นที่หน้าผากด้วยความโกรธแล้วเอ่ยเสนอความคิดเห็น
"นายท่านคะขออนุญาตให้ดิฉันสั่งให้พวกเมดภูตช่างจ้อพวกนี้หุบปากเดี๋ยวนี้เถอะค่ะ"
"ไม่เป็ไรหรอกผมไม่ได้ใส่ใจอะไรขนาดนั้นหรอกนะ นั่นแปลว่าพวกเธอรักและเอ็นดูผมต่างหากล่ะ"
"...ดิฉันทำตัวล่วงเกินแล้วขอประทานอภัยด้วยค่ะ"
เมื่อผมยกโทษให้เส้นเืที่ปูดโปนบนหน้าผากของเธอก็มลายหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นั้แ่แรก
เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆทางเดินหินอ่อนที่ตกแต่งอย่างดีก็สิ้นสุดลงและเข้าสู่พื้นที่ขรุขระของดันเจี้ยนดั้งเดิม
สถานที่แห่งนี้คือสนามฝึกซ้อมที่จงใจปล่อยไว้ตามสภาพธรรมชาติโดยไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขใดๆ
ที่ลานฝึกซ้อมนั้นพรรคพวกที่ผมกำลังตามหาต่างพากันมารวมตัวกันอยู่ที่นั่น
ท่ามกลางวงล้อมของคนทั้งสามแวมไพร์สาวร่างเล็กผมเงินชูแขนทั้งสองข้างขึ้นฟ้าแล้วะโลั่น
"บอกแล้วไงว่าเราไม่ได้โง่น่ะ!เพื่อเป็การพิสูจน์ ฉันจะท่องสูตรคูณให้ฟังก็ได้ ดูให้ดีล่ะหนึ่งคูณหนึ่งได้หนึ่ง หนึ่งคูณสองได้สอง หนึ่งคูณสามได้สี่—"
"คำนวณผิดไปแล้วไม่ใช่เหรอคะแถมยังผิดั้แ่แม่หนึ่งอีก ช่างโง่เขลาจนเหลือเชื่อจริงๆ เลยค่ะ"
"เหมียว~"
เมื่อได้ยินสูตรคูณแม่หนึ่งที่ผิดๆของเด็กสาวแวมไพร์ผมเงินเด็กสาวผมทองยาวมัดแกะสองข้างที่สวมหมวกแม่มดก็ได้แต่ยักไหล่อย่างระอาใจ
ส่วนเด็กสาวอีกคนที่มีส่วนสูงน้อยที่สุดในกลุ่มและสวมฮู้ดหูแมวคลุมมิดศีรษะก็ร้องเสียงแมวขึ้นมาคลอ
โบราณว่า'ผู้หญิงสามคนรวมกันมักส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว'แต่การรื่นเริงและมีชีวิตชีวาเช่นนี้ก็เป็เื่ที่ดีย่อมดีกว่าการจมดิ่งอยู่กับความสิ้นหวังอันมืดมนเป็ไหนๆ
ผมบอกให้เมดข้างกายรอก่อนณ ตรงนั้น แล้วเดินตรงไปหาคนทั้งสาม
"ทุกคนอยู่นี่เองเหรอ"
เมื่อผมเอ่ยทักทายทั้งสามคนที่คุยกันอย่างจอแจก็หันขวับกลับมาด้วยใบหน้าเปี่ยมประกายสดใส
"นายท่าน! มาหาเราเหรอ!ดีใจสุดๆ ไปเลย!"
แวมไพร์สาวร่างเล็กผมเงินคนนี้ก็คือการ์ดใบอดีตที่ผมสุ่มได้จากกิฟต์'กาชาไร้ขีดจำกัด' เช่นกัน
'SURอัศวินแวมไพร์ปฐมบรรพ์ นาซึนะ เลเวล 9999'
ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตเรือนผมสีเงินยาวสลวย แม้ตัวจะเล็กกะทัดรัดแต่กลับมีหน้าอกที่ใหญ่โตมากหากเธอนั่งนิ่งๆ เงียบๆ ย่อมดูงดงามเหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์ในคฤหาสน์หรูทว่าคำพูดคำจาและท่าทางกลับแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็เด็กสาวที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานเกินพิกัดผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เธอสวมเกราะเหล็กที่ดูหนาหนักปกคลุมร่างกายทั้งมือเท้า และบ่าพร้อมถือดาบั์ที่มีขนาดใหญ่โตกว่าตัวเองเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูมอนสเตอร์ทุกตัวถือเป็อัศวินที่ทรงพลังคนหนึ่ง
"ท่านเทพไลท์ไม่มีทางมาพบยัยเปี๊ยกที่ไร้ซึ่งความสง่างามแม้แต่เสี้ยวเดียวอย่างยัยนาซึนะหรอกค่ะท่านเทพไลท์คะเอลี่เตรียมพร้อมที่จะตั้งครรภ์บุตรแห่งเทพของท่านเทพไลท์ได้ทุกเมื่อเลยนะคะมาเถอะค่ะ ไปที่ห้องนอนของเอลี่กันเถอะ ถะ ถ้าเป็ไปได้ เอลี่เหงื่อออกนิดหน่อยขอเวลาไปอาบน้ำสักครู่ก่อนได้ไหมคะ"
เด็กสาวที่สวมหมวกแม่มดหน้าแดงก่ำพลันเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่คลอน้ำตาชุ่มฉ่ำ
เธอเองก็เป็การ์ดอดีตที่ได้มาจากกิฟต์'กาชาไร้ขีดจำกัด' ของผมเช่นกัน
'SUR แม่มดต้องห้ามเอลี่ เลเวล 9999'
เธอคือแม่มดผู้เชี่ยวชาญศาสตร์คาถาอาคมเวทมนตร์ ศาสตร์ต้องห้าม และศาสตร์ิญญา—ทุกแขนงของศาสตร์เวท
เธอสวมหมวกแม่มดผมสีทองสวยถูกมัดแกะสองข้างปล่อยสยาย ส่วนสูงราว 160 เิเแต่เพราะสวมหมวกทรงสูงอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เธอดูสูงกว่าความเป็จริง
รูปร่างของเธอก็สวยงามสะดุดตาหน้าอกหน้าใจอวบอิ่มสมส่วน เอวคอดกิ่วและเรียวขาขาวผ่องอวบอิ่มที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมาล้วนเป็จุดดึงสายตาของผู้ชายอย่างง่ายดายแน่นอนว่าเธอเป็เด็กสาวที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราดวงตาคู่โตเปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดประหนึ่งจะดูดกลืนิญญาของผู้ที่จ้องมองเข้าไปได้
เธอมักเอ่ยปากชวนผมเข้าห้องหออยู่บ่อยครั้งทว่าในความเป็จริงเธอยังไม่เคยมีประสบการณ์และยังคงเป็สาวบริสุทธิ์แม้คำพูดคำจาจะเชิญชวนไปสารพัดแต่จริงๆแล้วกลับเป็คนขี้อายจนมักจะหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีถึงผมจะยินดีกับความรู้สึกของเธอมากเพียงใด แต่เป้าหมายการล้างแค้นของผมยังไม่ลุล่วงจึงอยากหลีกเลี่ยงเื่การมีทายาทไปก่อนในตอนนี้
ดังนั้นผมจึงได้แต่เอ่ยปฏิเสธเธอไปทุกครั้ง
แม้การได้รับความรักจากเด็กสาวหน้าตาสะสวยและรูปร่างดีอย่างเอลี่จะเป็เื่ที่น่าดีใจเป็อย่างยิ่งก็ตามที...