“ว้าว!” เจิ้งซิงอียกนิ้วโป้งให้เพื่อนสนิท “หนังสือพิมพ์ของแกพาดหัวข่าวได้ยอดเยี่ยมมาก คราวนี้เถาเถาของเราก็จะไม่มีใครกล้ามาดูถูกว่าเป็แค่ลูกคนสวนจนๆ แล้ว”
คำพูดของเจิ้งซิงอีทำให้เพื่อนร่วมชั้นหลายคนถึงกับก้มหน้าด้วยความละอาย มีเพียงหวงเหมยลี่กับหานซูฉีเท่านั้นที่ลอบกำมือไว้แน่นด้วยความอิจฉา พวกเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลิงผูเถาจะเป็ถึงทายาทตระกูลหลิง
“แน่นอนอยู่แล้วสิ มันง่ายซะที่ไหนที่หนังสือพิมพ์อย่างเราจะได้สัมภาษณ์คุณลุงเหวินไฉกับคุณป้าลี่ซือ” โจวต้าเหนิงยิ้มอย่างพอใจ “แกก็รู้นี่นาว่าคุณลุงกับคุณป้าไม่ค่อยออกสื่อ แต่คราวนี้หนังสือพิมพ์ C-Daily ของฉันเป็เ้าเดียวที่ได้สัมภาษณ์เ้าของหลิงกรุ๊ปแบบ Exclusive ทั้งครอบครัว แล้วยังมีนิตยสารนักธุรกิจหน้าใหม่ในเครือของเราที่ได้สิทธิ์สัมภาษณ์พี่ซีฮันก่อนใครอีก แกคิดดูว่าครั้งนี้ฉันจะทำเงินได้เท่าไหร่”
“คุณหนูโจว แกเดือดร้อนเื่เงินอยู่หรือไง” หลิงผูเถาถาม
“ไม่เดือดร้อน แต่ฉันชอบที่หาเงินได้เยอะๆ”
“เถาเถาของเราตอบคำถามดีมากเลยนะ ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบทำตัวสูงส่งเป็เ้าหญิง” เจิ้งซิงอีปรายตามองไปที่โต๊ะเรียนที่อยู่ขวามือ “แต่แท้จริงแล้วตัวเองกลับไม่ได้รวยขนาดนั้น”
“แกว่าใครนังซินดี้” หานซูฉีลุกขึ้นถามอย่างโมโห
“ฉันไม่ได้ว่าใครทั้งนั้น แต่ถ้าเธออยากรับก็รับไปสิ”
หานซูฉีกำลังจะเถียงกลับ แต่พอเห็นเย่จื่อหานที่เดินเข้าห้องเรียนมา เธอก็เลือกที่จะเงียบ เธอต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเอาไว้
หวงเหมยลี่รีบเข้ามากระซิบเตือน “ฉันว่านะฉีฉี เธอพยายามอย่าหาเื่ทะเลาะกับยัยต้าเหนิงกับยัยซินดี้อยู่เลย เธอไปหาวิธีว่าจะเข้าใกล้เย่จื่อหานยังไงไม่ดีกว่าเหรอ?”
“เธอคิดว่าฉันไม่ทำหรือไง” หานซูฉีพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด “เธอก็เห็นว่าฉันพยายามหาเื่ชวนคุยกับเขาทุกวัน แต่เขาก็ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ผิดกับเวลาที่เขามองนังหลิงผูเถา”
“ไม่ใช่ว่าวันนี้อาจารย์จะประกาศรายชื่อนักเรียนที่จะได้เป็ตัวแทนไปสอบแข่งขันทางวิชาการเหรอ ฉันคิดว่าเธอน่าจะได้เป็ตัวแทนของชั้นเราในการไปแข่งคราวนี้นะ เธอก็ใช้โอกาสนี้ตีสนิทกับเย่จื่อหานเลยสิ”
“นั่นสินะ ฉันลืมเื่นี้ไปได้ยังไง” หานซูฉียิ้ม แต่เธอก็ต้องหุบยิ้มอีกครั้ง “แต่หลิงผูเถาก็มีผลการเรียนดีเหมือนกัน ถ้านังนั่นได้ไปร่วมแข่งขันด้วยล่ะ ฉันจะมีโอกาสเข้าใกล้เย่จื่อหานได้ยังไง”
“ถึงตอนนั้นเธอก็หาโอกาสได้เองล่ะน่า”
ส่วนหลิงผูเถาที่นั่งอยู่เมื่อเห็นเย่จื่อหานเดินมานั่งที่โต๊ะ เธอก็รีบถาม “ทำไมนายถึงดูอารมณ์ไม่ดี แล้ววันนี้ทำไมถึงมาสาย”
“เจอหมาบ้าเข้ามาหาเื่น่ะ” เย่จื่อหานตอบพร้อมกับรับทิชชูเปียกจากหลิงผูเถามาเช็ดมือที่มีคราบเืเปื้อนอยู่
“ถ้านายไม่อยากตอบก็ไม่เป็ไร เดี๋ยว่พักเที่ยงฉันจะพานายไปทำแผลที่ห้องพยาบาลนะ”
“หวงิเฉิน” เย่จื่อหานถอนหายใจ เขาไม่อยากปิดบังคนรักไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม การที่จะให้เธอไปรู้เื่ทีหลังอาจจะทำให้เธอไม่พอใจ “หวงิเฉินมาดักรอฉันอยู่หน้าโรงเรียน เขาพูดถึงเธอไม่ดีเอามากๆ ฉันทนไม่ได้ก็เลยต่อยเขาไป แต่ก่อนที่ฉันจะต่อย ฉันเตือนเขาไปหลายครั้งแล้วนะ แต่เขาไม่ยอมหยุดพูดเอง”
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย ไม่เห็นต้องร้อนตัวขนาดนั้นเลย อีกอย่างนะ ฉันไม่ได้โมโหที่นายไปต่อยเขา ฉันกลัวว่านายจะเจ็บตัวมากกว่า ว่าแต่อยู่ดีๆ ทำไมเขาต้องมาพูดเื่ฉันให้นายฟัง หรือว่าเขาเกลียดฉันมากจนไม่อยากเห็นฉันมีความสุข”
เย่จื่อหานหันไปยิ้มให้คนรัก “ถ้าเขาคิดแค่นั้นฉันคงไม่ต่อยเขาให้เสียมือหรอก”
“ตกลงว่าเขาพูดอะไรกันแน่” หลิงผูเถาจ้องคนรักนิ่ง “นายมีอะไรก็รีบพูดมา ถ้านายยังไม่พูด เย็นนี้ฉันไม่ไปดูหนังกับนายแล้วนะ”
“เฮ้อ...ชาตินี้ฉันคงเอาชนะเธอไม่ได้แล้ว” เย่จื่อหานแสร้งทำหน้าเศร้าเมื่อถูกคนรักขู่
“ตกลงจะพูดหรือไม่พูด”
“เขาบอกฉันว่าเขากับเธอผูกพันกันมาั้แ่เด็ก และที่เขาทำไม่ดีกับเธอเพราะเขาไม่รู้ว่าตอนนั้นเขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่ ก็เลยใช้วิธีกลั่นแกล้งเพื่อที่เธอจะได้เก็บเขาไว้ในใจไม่มีวันลืม” เย่จื่อหานหันไปจ้องหน้าคนรักอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่ามีแค่หานซ่งเฉวียนที่คิดจะมาแย่งคนรักของฉันไป แต่ไม่คิดว่าหวงิเฉินก็อยากมาแย่งเธอไปด้วย เธอคิดว่าฉันควรจะจัดการเื่นี้ยังไงดี”
หลิงผูเถารับรู้ถึงอารมณ์ของคนรักว่าเขากำลังหึง แต่เธอก็แกล้งทำเป็ไม่รู้ และยกเื่อื่นขึ้นมาแกล้งเขาต่ออีก “นายต้องทำใจไว้แล้วนะ เพราะต่อไปอาจจะมีหนุ่มๆ อีกหลายคนที่อยากมาเป็คู่แข่งของนายก็ได้”
“เธอยังจะให้ผู้ชายคนอื่นมาเป็คู่แข่งฉันอีกเหรอ” เย่จื่อหานหุบยิ้ม ทีแรกเขาตั้งใจจะแกล้งเธอเล่นก็เลยทำทีเป็โมโหไปอย่างนั้น แต่พอได้ยินคำพูดของเธอ เขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว
“ก็แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ ฉันไปห้ามความรู้สึกของคนอื่นไม่ได้สักหน่อย” หลิงผูเถายิ้ม เมื่อเห็นว่าคิ้วของคนรักเริ่มจะผูกเป็โบได้แล้ว “แต่ถึงยังไงฉันก็ชอบนายคนเดียวนะ”
เย่จื่อหานเปลี่ยนจากสีหน้าบึ้งตึงกลายเป็ยิ้มสดใสเมื่อได้ยิน เขาโน้มไปกระซิบที่ข้างหู “ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือห้องเรียน ฉันคงให้รางวัลเธอไปแล้ว เอาไว้ไปดูหนังเย็นนี้ ฉันจะเอามันให้เธอ”
เจิ้งซิงอีที่นั่งอยู่ด้านหลังทำท่ากอดอกอย่างขนลุก ส่วนโจวต้าเหนิงที่ทนไม่ไหว เธอยื่นมือไปสะกิดหัวไหล่หลิงผูเถากับเย่จื่อหาน “คนอื่นไม่ได้ยินที่พวกแกพูดก็จริง แต่แกช่วยสงสารคนโสดอย่างฉันกับยัยซินดี้บ้างเถอะ ตอนนี้ฉันสองคนสำลักความหวานของพวกแกจนเกือบจะตายแล้ว”
“ให้ฉันช่วยพวกเธอสองคนไหมล่ะ ฉันไปเรียนอยู่เมืองนอกหลายปีก็จริง แต่เพื่อนวัยเด็กฉันก็ยังพอมีอยู่นะ” เย่จื่อหานเสนอ
โจวต้าเหนิงรีบปฏิเสธ “อย่าเลย ฉันกลัวจริงๆ กลัวว่าเขาจะขี้โมโหเหมือนนาย ถ้าเป็อย่างนั้นฉันกับเขาต้องได้ตีกันทุกวันแน่”
“ไม่นะ เพื่อนฉันบางคนก็เรียบร้อย หวีผมเรียบแปล้ใส่แว่นหนาๆ ไปไหนมาไหนก็มักจะถือหนังสือติดมือไปด้วย สุภาพบุรุษเรียบร้อยแบบนี้เธอสนใจไหมล่ะ”
“ถ้านายยังรักเพื่อนของนายอยู่ นายก็อย่าแนะนำเขามาให้เหนิงเหนิงเลย” เจิ้งซิงอีรีบห้าม “ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ชอบเด็กเนิร์ด แต่ฉันกลัวว่ายัยเหนิงเหนิงจะไปทำให้เด็กดีเสียคนมากกว่า นายก็ดูสิจื่อหาน ขนาดพวกเรายังทนกับความเ้าอารมณ์ของเหนิงเหนิงไม่ไหว ถ้าเพื่อนนายมาคบกับเหนิงเหนิงจริง มีหวังเพื่อนนายได้ประสาทกินตายไปก่อนแน่”
เย่จื่อหานหันไปถามโจวต้าเหนิงด้วยท่าทางจริงจัง “แต่เพื่อนฉันนิสัยดีมากนะ เธอไม่คิดจะลองคบกับเขาสักหน่อยเหรอ”
“เย่จื่อหาน” โจวต้าเหนิงยิ้มเย็น “นายอย่าคิดว่าฉันจะทำให้เถาเถาเปลี่ยนใจจากนายไม่ได้นะ หรือถ้าเถาเถาไม่เปลี่ยนใจ ฉันก็จะหาคนมาก่อกวนความรักของพวกนาย ให้นายกับเถาเถาไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน นายจะลองไหมล่ะ”
“โอเคๆ ฉันยอมแพ้แล้ว เธออย่าใจร้ายกับฉันเลยนะ ไม่งั้นเธอก็คิดถึงความรู้สึกของเถาเถาด้วยสิ ถ้าฉันถูกคนอื่นมารังแก เถาเถาต้องเสียใจมากแน่ๆ” เย่จื่อหานแสร้งทำท่ายอมแพ้
“นั่นสิเหนิงเหนิง เธออย่ามาแกล้งคนรักฉันเลยนะ ถ้าเธอทำอย่างนั้น ฉันคงเสียใจมาก” หลิงผูเถาแกล้งทำหน้าเศร้า “แกก็รู้ว่าฉันมันเป็พวกขาดความรักมาั้แ่เด็ก”
โจวต้าเหนิงได้แต่เบ้ปาก “พวกแกมันนักแสดง”
่พักกลางวัน หลังจากทานอาหารเสร็จ หลิงผูเถาก็พาเย่จื่อหานไปทำแผลที่ห้องพยาบาล จากนั้นพวกเขาก็เดินไปหาโจวต้าเหนิงกับเจิ้งซิงอีที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน
“เถาเถา จื่อหาน ทางนี้...พวกเราอยู่ทางนี้ พวกแกรีบมาดูประกาศเร็วเข้า” เจิ้งซิงอีรีบโบกมือเรียกเพื่อนแล้วชี้ไปที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ “นี่ตรงนี้ แกสองคนได้เป็ตัวแทนไปสอบแข่งขันทางวิชาการ ส่วนฉันกับเหนิงเหนิงได้เป็ตัวแทนไปแข่งขันเกมออนไลน์”
“ได้เป็ตัวแทนไปแข่งขันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเหนิงเหนิงถึงทำหน้าเซ็งอย่างนั้นล่ะ” หลิงผูเถาถาม
“อ๋อ...ก็แต่ละระดับชั้นจะมีตัวแทนไปแข่งขันทางวิชาการชั้นละสามคน แล้วก็แข่งขันเกมออนไลน์ชั้นละสองคนใช่ไหม ระดับชั้นของเรานอกจากพวกแกสองคนแล้วยังมียัยซูฉีที่เป็ตัวแทนด้วยไง และชั้นปีที่สาม หานซ่งเฉวียนก็ได้ไปเป็ตัวแทนด้วย มีตัวปัญหาเพิ่มมาตั้งสองคน ยัยเหนิงเหนิงก็เลยรู้สึกหมดสนุกยังไงล่ะ”
“ไม่เห็นจะต้องเก็บมาใส่ใจเลย เราก็ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาก็สิ้นเื่แล้วนี่”
“ฉันกับเหนิงเหนิงไม่สนใจพวกเขาก็ไม่เป็ไร ยังไงฉันสองคนก็ไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มวิชาการ แต่แกน่ะสิ ่หนึ่งเดือนก่อนที่จะเดินทางไปแข่ง พวกแกที่เป็ตัวแทนทางวิชาการจะต้องอยู่ติวด้วยกันทุกวันหลังเลิกเรียน แกยังคิดว่าแกจะไม่สนใจพวกเขาได้อยู่ไหม”
“แกมองเื่นี้ให้เป็เื่เล็กไม่ได้นะเถาเถา ดูก็รู้ว่าหานซูฉีจ้องจะแย่งจื่อหานไปจากแก ส่วนหานซ่งเฉวียนั้แ่รู้ว่าแกเป็ทายาทตระกูลหลิง เขาก็ทำเหมือนเสียดายและไม่อยากปล่อยแกไป ฉันแอบได้ยินหานซ่งเฉวียนกับหวงเหมยลี่ทะเลาะกันอยู่ที่บันไดหนีไฟตั้งหลายครั้ง” โจวต้าเหนิงอธิบาย
“นี่คุณหนูโจว เธอเห็นฉันเป็คนไร้ความสามารถที่จะจัดการกับคนน่ารำคาญพวกนั้นไม่ได้หรือไง” เย่จื่อหานทำหน้าเซ็ง
โจวต้าเหนิงมองมือที่มีผ้าพันแผลติดไว้ของเย่จื่อหาน “คิดว่าหมัดของนายแก้ปัญหาได้ทุกเื่เลยหรือไงล่ะ”
“ไม่ได้เหรอ? ต่อยไปก็จบเื่แล้ว แต่ถ้าหานซ่งเฉวียนคิดว่าเขาทนหมัดของฉันได้ ก็ให้เขาเข้ามา”
“นายมันก็ดีแต่ใช้กำลัง หานซ่งเฉวียนกับหานซูฉีเป็พวกร้ายลึก นายอย่าประมาทพวกเขาเชียว”
เมื่อเห็นโจวต้าเหนิงกับเจิ้งซิงอียังทำหน้าเครียด หลิงผูเถาจึงยิ้ม “พวกแกอย่าเพิ่งคิดกันไปก่อนสิ ฉันเชื่อว่าฉันกับจื่อหานรับมือกับพวกเขาได้”