ตอนที่ 22
เมืองกวางจิ้ง
“ที่นี่นะเหรอเมืองกวางจิ้ง...”หลังจากเดินทางนานนับเดือนทั้งยังผ่านประสบการณ์ไม่คาดฝันระหว่างทางมาไม่น้อยในที่สุดชุนหยางก็เดินทางมาถึงเมืองกวางจิ้งเสียที เมืองกวางจิ้งนั้นเป็เมืองขนาดกลางที่มีพื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตนักแต่ก็เป็เมืองที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ติดชายแดนตะวันออกและอาจจะเป็เพราะเมืองกวางจิ้งเป็เมืองติดเขตชายแดนนี้เองทำให้ทหารภายในเมืองมีมากกว่าเมืองที่ชุนหยางเคยผ่านทางมาหลายเท่าตัวแถมการคุ้มกันประตูก็ดูหนาแน่นกว่ามากด้วย
“พวกเ้าเดินทางมาจากไหนและ้าเข้าเมืองเพื่ออะไร”ทันทีที่ชุนหยางและจูอิงเดินเข้าไปใกล้ประตูเมืองนายทหารคนหนึ่งก็รีบเข้ามาขวางทั้งสองเอาไว้ทันทีเพราะนอกจากทั้งสองจะสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าของตัวเองแล้วทั้งสองต่างก็มีพลังิญญาติดตัวด้วย
“พวกข้ามาพบท่านหมอหวังขอรับ” ชุนหยางเองก็มีท่าทีประหลาดใจเช่นกันเพราะทหารยามของเมืองนี้มีผู้ฝึกฝนพลังิญญาปะปนอยู่ด้วยแถมไม่ใช่แค่คนเดียวแต่กลับมีถึง 7 คนและหนึ่งในนั้นก็มีคนที่แข็งแกร่งมากจนแม้แต่ชุนหยางก็ยังััถึงความแตกต่างได้ระดับแรงกดดันของเขาต่อให้ชุนหยางยังไม่ได้เข้าปะทะก็รู้แทบจะทันทีเลยว่าตนต้องพ่ายแพ้แน่นอน
“ท่านหมอหวัง... ไม่ทราบว่าเป็ท่านหมอหวังคนไหนหรือขอรับ”ยามได้ยินชื่อท่านหมอหวังจากปากของชุนหยาง สีหน้าของนายทหารคนนั้นก็มีท่าทีระมัดระวังขึ้นทันทีดูเหมือนชื่อของท่านหมอหวังจะทำให้พวกเขามีอาการแปลกๆได้สินะ
“เป็ท่านหมอ หวังอี้ฝู่ ขอรับ”ชุนหยางบอกชื่อของท่านหมอที่ได้ยินมาจากไป๋ซิงซินให้นายทหารคนนั้นทราบแต่ท่าทีของนายทหารคนนั้นกลับดูประหลาดใจเหมือนทำอะไรไม่ถูก นอกจากจะไม่สอบถามชุนหยางต่อแล้วเข้ายังวิ่งกลับไปที่ประตูเมืองเหมือนจะไปเรียกนายทหารคนอื่นเข้ามาจัดการเื่นี้แทนอีกด้วยและที่สำคัญนายทหารที่ถูกเรียกตัวมาก็คือนายทหารผู้มีพลังิญญามหาศาลจนชุนหยางไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยนั่นเอง
“น้องชาย เ้าคือคนที่จะมาพบท่านหมอหวังอี้ฝู่สินะ”ยามนายทหารคนนั้นเดินเข้ามาแรงกดดันมหาศาลรอบตัวเขาก็ทำเอาชุนหยางแทบหายใจไม่ออกไม่ต้องพูดถึงจูอิงเลยนางแทบจะเข้าไปแอบข้างหลังชุนหยางั้แ่โดนนายทหารคนแรกเข้ามาทักแล้ว
“ขอรับ เป็ข้าน้อยเอง”ชุนหยางประสานมือคารวะก่อนจะพยายามยิ้มสู้อย่างฝืนใจ ดูจากชุดเกราะที่ชายคนนี้สวมใส่เห็นได้ชัดเลยว่าฐานะต่างจากทหารคนอื่นๆที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมืองเลยหรือว่าเขาจะเป็นายทหารระดับสูงงั้นหรือ
“น้องชาย...เ้าทราบเื่ของท่านหมอหวังมาจากผู้ใดงั้นหรือ”นายทหารคนนั้นยังคงปลดปล่อยแรงกดดันเข้าใส่ชุนหยางพร้อมทั้งท่าทีสงสัยอัดแน่นอยู่เต็มดวงตาแน่นอนว่าคนที่รู้จักหวังอี้ฝู่นั้นมีมากมายแต่คนที่ระบุว่าหวังอี้ฝู่เป็ หมอนั้นมีเพียงหยิบมือเท่านั้น ความลับนี้มีเพียงไม่กี่ฝ่ายเท่านั้นที่ทราบเื่อยู่ๆชุนหยางก็เข้ามาขอพบท่านหมอหวังเช่นนี้ย่อมโดนสงสัยอยู่แล้ว
“นางมีนามว่า ไป๋ซิงซิน ขอรับ”ชุนหยางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะตอบคำถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา เพียงแค่คำตอบของชุนหยางนั้นกลับทำให้ท่าทีของนายทหารคนนั้นเปลี่ยนไปอีกรอบพริบตาที่ได้ยินคำตอบแรงกดดันของนายทหารคนนั้นก็หายวับไปในพริบตาพร้อมๆกับท่าทีสงสัยที่มีต่อชุนหยางก่อนหน้านี้ด้วย
“ที่แท้ก็เป็คนที่คุณหนูไป๋แนะนำมานี่เองขออภัยที่ข้าน้อยเสียมารยาท” ยามเอ่ยชื่อไป๋ซิงซินออกไปท่าทีของนายทหารผู้นั้นก็เปลี่ยนเป็หน้ามือกับหลังมืออย่างรวดเร็วหรือว่าอำนาจของศิษย์สำนักปราบมารจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เลยงั้นหรือ
“คุณชายเชิญทางนี้ขอรับ...” ทั้งๆที่เป็เพียงการอ้างชื่อไป๋ซิงซินออกไปเท่านั้นแต่ความเปลี่ยนแปลงไปราวกับหน้ามือเป็หลังมือของเหล่าทหารนั้นกลับทำให้ชุนหยางและจูอิงรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากเพราะนอกจากจะนายทหารผู้นั้นจะให้เข้าเมืองทันทีแล้วเขายังให้ลูกน้องของเขาพาชุนหยางมาส่งยังร้านน้ำชาแห่งหนึ่งเพื่อดื่มน้ำชาระหว่างรอให้เหล่าทหารนำเื่ไปแจ้งให้คนของท่านหมอหวังทราบอีกต่างหาก
“พี่ชุนหยาง ท่านหมอหวังนี่เป็ใครหรือเ้าคะพวกเขาถึงได้เกรงใจขนาดนี้” หลังจากได้ที่นั่งภายในร้านนั่งดื่มชาเป็ที่เรียบร้อยแล้วจูอิงผู้ไม่ถูกกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่ก็เริ่มเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยเพราะร้านที่พวกทหารพาชุนหยางมานั่งพักนั้นไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็ร้านราคาแพงที่คนธรรมดาไม่น่าจะเข้าได้แถมการเข้าพบท่านหมอหวังเองก็ต้องให้เหล่าทหารไปแจ้งให้ทราบก่อนถึงจะเข้าพบได้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ใช่การพบท่านหมอปกติเป็แน่
“ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน” ชุนหยางเองก็ไม่ทราบเหมือนกันแม้แต่ซูเยว่เซียงผู้เคยเป็นายหญิงแห่งตระกูลซูที่มีฐานะยิ่งใหญ่มากในเมืองก็ยังไม่มีขั้นตอนการเข้าพบที่ยุ่งยากเช่นนี้เลยส่วนข้อมูลจากพี่ซิงซินชุนหยางเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากเพราะคิดว่าท่านหมอหวังเป็เพียงท่านหมอธรรมดาที่สามารถเข้าพบได้ทันทีเสียด้วย
“เช่นนั้นก็ได้แต่รอสินะเ้าคะว่าแต่ร้านนี้บรรยากาศดีมากจริงๆนะเ้าคะ” ในเมื่อไม่มีข้อมูลใดพวกชุนหยางก็ทำอะไรไม่ได้สุดท้ายจูอิงก็เลยถือโอกาสนี้ชื่นชมร้านน้ำชาที่นายทหารคนนั้นพามาเสียหน่อยร้านน้ำชาที่นายทหารพามานั้นเป็ร้านน้ำชาที่หรูหราไม่ใช่น้อย ภายในสวนที่ปลูกดอกไม้และประดับสระน้ำอย่างสวยงามนี้มีทั้งโต๊ะสำหรับนั่งดื่มชาและเสื่อสำหรับนั่งกลางแจ้งอยู่หลายแห่งโดยแต่ละที่นั้นห่างกันเกิน 50 เมตรเพื่อความเป็ส่วนตัวของแขกแต่ละกลุ่มโดยที่นั่งที่ชุนหยางและจูอิงได้มานั่งนั้นเป็เสื้อกลางแจ้งที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ของสวนดอกไม้ได้รอบด้านแถมยังเป็จุดที่เงาไม้ร่มรื่นที่สุดอีกด้วย ยามคนของร้านน้ำชาเข้ามาชงชาให้ประกอบกับขนมที่ทำอย่างประณีตแล้วทำเอาบรรยากาศยอดเยี่ยมมากทีเดียว
“พี่ชุนหยาง ท่านลองทานขนมชิ้นนี้ดูสิเ้าคะ”น้ำชากลิ่นหอมและขนมหวานท่ามกลางบรรยากาศแสนร่มรื่นนี้ให้ทั้งสองผ่อนคลายเป็อย่างมากระหว่างพักผ่อนจูอิงบริการชุนหยางเป็อย่างดีแถมยังนั่งแนบชิดติดกันราวกับกำลังมาพลอดรักระหว่างชมสวนไม่มีผิดซึ่งเื่เช่นนี้ก็เป็เื่ปกติของร้านน้ำชาอยู่แล้วที่จะมีคู่รักมาใช้บริการและทำตัวหวานแหววต่อกันอย่างมีความสุขเพียงแต่ภายในร้านแห่งนี้กลับมีสายตาคู่หนึ่งที่ไม่ค่อยชอบท่าทีที่จูอิงและชุนหยางกำลังแสดงต่อกันเสียเท่าไหร่
“ไม่ผิดแน่...เป็เ้าหมอนั่นจริงๆ”ระหว่างชุนหยางและจูอิงกำลังนั่งดื่มชาร่วมกันอยู่นั้นสายตาของชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งกลับจ้องมองไปทางชุนหยางและจูอิงไม่ยอมหยุดถึงแม้จะสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าเอาไว้แต่ชายคนนั้นกลับจดจำทั้งสองได้อย่างแม่นยำเพราะหนึ่งคือนางฟ้าผู้แสนงดงามที่ตนได้บังเอิญเจอที่แม่น้ำส่วนอีกคนก็คือมารผจญที่เข้ามาขวาง่เวลาแสนสุขของเขานั่นเอง
“คุณชายจ้าวไม่ทราบว่ามีเื่อะไรงั้นหรือเ้าคะถึงได้มองแขกโต๊ะนั้นไม่วางตาเช่นนี้” ท่าทีของจ้าวซุยตง เหมือนจะเด่นชัดเกินไปก็เลยทำให้หญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยเกิดท่าทีสงสัยจนต้องเอ่ยปากถามท่าทีของนางยามถามจ้าวซุยตงดูเป็ห่วงเป็ใยมันเป็อย่างมาก
“เ้าจำคนที่ข้าเล่าให้ฟังได้หรือไม่ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือคนที่ทำให้แขนข้าาเ็เช่นนี้ไงล่ะ”จ้าวซุยตงตอบพลางมองไปทางชุนหยางด้วยท่าทีโกรธแค้น เพียงแต่ท่าทีโกรธแค้นของจ้าวซุยตงกลับไม่ได้เกิดจากความเ็ปของาแแต่เกิดจากที่มันได้เห็นว่าจูอิงกำลังแนบชิดกับชุนหยางต่างหาก
“เ้านั่นคือคนที่ทำให้ท่านาเ็หรือเ้าคะ..”ยามได้ยินว่าชุนหยางคือสาเหตุที่ทำให้จ้าวซุยตงาเ็ใบหน้าของ หลัวลี่จู ผู้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจ้าวซุยตงก็บังเกิดความโมโหออกมาทันทีจ้าวซุยตงเป็คนที่นางพยายามตามจีบมานาน ถึงเขาจะมีชื่อเสียงแย่ๆเื่ผู้หญิงอยู่บ้างแต่นางก็ไม่ได้เชื่อข่าวลือพวกนั้นและยังพยายามเชิญจ้าวซุยตงมาร่วมดื่มชาเสมอยามได้เห็นอาการาเ็ของจ้าวซุยตงนางก็รู้สึกโกรธอยู่แล้วแต่เพราะไม่ทราบว่าผู้ลงมืออยู่ที่ไหนนางก็เลยทำอะไรไม่ได้แต่ยามนี้เ้าคนร้ายผู้ลงมือกลับมานั่งดื่มชาภายในเมืองของนางแล้วนางจะปล่อยไปได้อย่างไร
“ท่านลุงจิ้ง ท่านช่วยไปจับตัวชายคนนั้นมาก้มกราบต่อหน้าคุณชายจ้าวให้ข้าหน่อยนะเ้าคะ”หลัวลี่จู หันไปมองชายสองคนที่ยืนคุ้มกันตัวนางอยู่ข้างหลังก่อนจะสั่งให้หนึ่งในนั้นไปลาดตัวชุนหยางมาให้นางในทันที
“ขอรับ...” หากเป็คนอื่นคงจะไม่กล้าลงมือเพราะร้านน้ำชาแห่งนี้เป็ร้านน้ำชาที่สหายของท่านเ้าเมืองเป็ผู้ก่อตั้งขึ้นหากสร้างปัญหาภายในร้านคงจะกลายเป็เื่ใหญ่ที่กระทบไปทั้งครอบครัวเป็แน่ แต่คุณหนูหลัวลี่จูเป็บุตรสาวของเ้าเมืองแล้วใครจะกล้าทำอะไรนางเล่า
วูบ...
ทันทีที่ได้รับคำสั่งกู่จิ้งผู้ทำหน้าที่คุ้มกันคุณหนูหลัวลี่จูพลันทะยานออกไปกลางสวนด้วยวิชาตัวเบาที่น่าเหลือเชื่อเพียงพริบตาเดียวกู่จิ้งก็ปรากฏตัวเหนือโต๊ะของพวกชุนหยางพร้อมทั้งเหยียบย่างลงบนโต๊ะเบื้องหน้าชุนหยางด้วยท่าทีราวกับผู้ทรงอำนาจกำลังก้มมองมดปลวกไม่มีผิด
เปรี้ยง!!
ไม่พูดพร่ำทำเพลงกู่จิ้งเหวี่ยงกรงเล็บเข้าจับตัวชุนหยางอย่างรวดเร็วแต่เพราะกู่จิ้งไม่ได้ลอบโจมตีแถมยังปรากฏตัวอย่างผิดปกติเสียก่อนทำให้ชุนหยางตั้งตัวรอเอาไว้อยู่แล้วพริบตาที่กรงเล็บของกู่จิ้งเหวี่ยงเข้ามาชุนหยางก็ใช้แขนขึ้นมาป้องกันเสียก่อน
“ไอ้หนู เ้านายของข้าสั่งให้เ้าหมอบคลานเข้าไปพบหากไม่อยากเจ็บตัวก็ไปกับข้าดีๆ”เห็นชุนหยางสามารถรับกรงเล็บของตนได้กู่จิ้งกลับไม่มีท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อยถึงจะไม่ชอบหน้าจ้าวซุยตงเท่าไหร่แต่จ้าวซุยตงก็เป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่มีความสามารถไม่น้อยหากสามารถเอาชนะจ้าวซุยตงได้ก็ไม่แปลกที่จะมีฝีมือติดตัว
“พี่ชาย นี่มันเื่อะไรกัน”ชุนหยางขมวดคิ้วด้วยท่าทีงุนงงก่อนจะพยายามผลักกรงเล็บของกู่จิ้งออก แต่กำลังของกู่จิ้งกลับมากกว่าชุนหยางทำให้ชุนหยางแทบจะผลักกรงเล็บของอีกฝ่ายกลับไปไม่ได้เลย
“เ้าไม่ได้ยินหรือ เ้านายของข้าสั่งให้เ้าหมอบคลานเข้าไปพบหากศีรษะของเ้ายังไม่ติดพื้นอีกข้าจะเป็คนกดมันเอง” กู่จิ้งไม่อธิบายอะไรทั้งนั้นเขายกเท้าขึ้นเตะเข้าที่ยอดอกของชุนหยางจนร่างของชุนหยางหงายไปอีกทางแต่ก่อนที่ร่างของชุนหยางจะล้มลงไปนอนหงายกับพื้นกู่จิ้งกลับใช้กรงเล็บจับไปที่หน้าของชุนหยางก่อนจะออกแรงบิดเสียจนร่างของชุนหยางพลิกคว่ำเอาหน้ากระแทกพื้นอย่างจังความเร็วและกำลังของกู่จิ้งเหนือกว่าชุนหยางอย่างชัดเจนทำเอาชุนหยางแทบไม่มีเวลาจะตอบโต้เลย
เปรี้ยง!!
เพียงแต่่เวลาที่ชุนหยางโดนกดลงกับพื้นกลับอยู่ได้เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นเพราะทันทีที่ใบหน้าของชุนหยางกระแทกเข้ากับพื้นร่างของกู่จิ้งก็โดนดาบเล่มหนึ่งที่ยังไม่ได้ชักออกจากฝักเสียด้วยซ้ำกระแทกเข้าใส่ร่างเต็มๆจนกู่จิ้งโดนดีดกระเด็นไปอีกทาง
“กู่จิ้งเ้าคิดว่าเ้าทำอะไรอยู่” นายทหารที่เป็คนเชิญชุนหยางมาพักผ่อนที่ร้านน้ำชาแห่งนี้ไม่ทราบกลับมาถึงเมื่อไหร่แต่ระดับพลังิญญาที่เขาปล่อยออกมากลับกดดันกู่จิ้งเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย แถมเมื่อครู่นายทหารคนนี้ยังใช้เพียงดาบที่ยังอยู่ในฝักเท่านั้นหากชักดาบออกมากู่จิ้งคงตัวขาดครึ่งไปั้แ่เมื่อครู่แล้ว