ตอน 2 เส้นทางลูกผู้ชาย
ณ ดินแดนรกร้างนอกเขตนครฉางอาน
หนุ่มน้อยฉงเฉิงเหลียง เดินเตร็ดเตร่ไปตามเส้นทางอันยาวไกลไม่รู้จุดหมาย เขาเพียงเดินตามขบวนผู้อพยพ
เขา ฉุกคิด...ถึงสายตาที่แสนเด็ดเดี่ยวของแม่ก่อนตายมาตลอดทาง เฉิงเหลียงตัวน้อยตัดสินใจหยุดก้าวเท้าตามผู้อื่น......... ในใจตั้งปณิธานที่ยิ่งใหญ่ไว้ว่า
"ข้าจะไม่ยอมเป็ผู้โง่เขลาอีกต่อไปแล้ว ข้าอยากเป็คนที่ปกป้องผู้อื่นได้ ปกป้องคนที่ข้ารัก"
"ข้าต้องมีชีวิตต่อไปให้ดี สมกับที่ท่านแม่เสียสละชีวิตเพื่อข้า "
"ข้าต้องยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง"
เขายืนมองผู้คนอพยพจากไปจนสุดสายตา ก่อนที่จะหาที่หลบพักพิง พักผ่อนเอาแรงเสียหน่อย ในป่าที่รกร้าง มีพุ่มไม้กระจุก กระจายเต็มไปหมด เฉิงเหลียงเลือกต้นไม้ 1 พุ่ม เข้าไปหลบที่นั่น เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา หลับใหลไปชั่วขณะ ต้องสะดุ้งตื่นจากฝัน เมื่อเนื้อความในฝันนั้น เป็ภาพท่านแม่ที่ถูกฆ่าตายต่อหน้า... ฝันนั้นตอกย้ำเข้าไปอีก ว่าฉงเฉิงเหลียงคนนี้กลายเป็เด็กกำพร้าเร่ร่อนไร้ผู้เหลียวแล
แคร่กๆๆๆๆ ตึกๆๆ กึกๆๆๆๆ
เสียงฝีเท้าของแม่นางเสี่ยวเหนียง เดินมาอย่างรีบร้อน ในอ้อมอกมีทารกน้อยผู้หนึ่งกำลังหลับใหล....
"เร็วเข้าๆๆๆ ทางนี้ ข้าเห็นแม่นางหนีไปทางนี้"
เป็เสียงเหล่าทหารโฉดตามมาติดๆ นางพยายามทิ้งระยะจากคนพวกนั้น แต่ด้วยความลำบาก หากวิ่งเร็วเกรงว่าทารกน้อยจะส่งเสียงร้อง
แม่นางเสี่ยวเหนียง หลบหนีมาทั้งคืน กว่าจะหลบหลีกจากความตายไม่ใช่เื่ง่าย ขาของนางาเ็เสียเืมากระหว่างทางหลบหนี เสียวเหนียงยกร่างทารกน้อยขึ้นเหนือหัว ขอพรต่อทวยเทพ สายตาของนางเหลือบไปเห็นเฉิงเหลียง
"ท่านเทพทั้งหลาย ข้าเสี่ยวเหนียง ไร้กำลัง ไม่สามารถปกป้ององค์หญิงได้อีก โปรดท่านส่งผู้มีบารมีเหลือล้น ปกป้องนางด้วยเถิด"
ทว่า....สายตาของนางเหลือบไปเห็นเฉิงเหลียง... นางกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที
"ในที่สุดทวยเทพก็เห็นใจข้า คงเป็เ้าแล้วล่ะ..."
"หนุ่มน้อย ข้าเห็นเ้าแล้ว เ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอก"
แม่นางเสี่ยวเหนียง ขอร้องอ้อนวอนต่อหนุ่มน้อยเฉิงเหลียง....กระทั่งเฉิงเหลียงเกิดความเห็นใจ ยิ่งเบิกตามองใบหน้าอันน่าถนุถะนอมของทารกน้อย ดั่งต้องมนต์สะกดจิต
เฉิงเหลียงตัดสินใจอุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมกอด
"องค์หญิงน้อยของข้า เพื่อทางรอดของท่านทางเดียว ข้าจำเป็ต้องหลอกล่อให้ทหารชั่วพวกนั้นไปทางอื่น"
ภาระตกอยู่ที่เฉิงเหลียงโดยปริยาย
ก่อนจากไป เสี่ยวเหนียงน้ำตาไหลพราก
"ขอโทษที่ข้า ไม่สามารถเลี้ยงดูองค์หญิงน้อยจนเติบใหญ่"
ทหารโฉด...มีทีท่าไล่ตามทัน เสี่ยวเหนียง รีบรุดจากไป เอาตัวเองล่อทหารโฉดไปอีกทาง
เฉิงเหลียงน้อย ทำได้เพียงจับตามอง ไม่กล้ากระโตกกระตาก หลบในพุ่มไม้นั่น
"แม้แต่ข้าเอง ยังเอาชีวิตไม่รอด ทารกน้อยอย่างนาง จะรอดไปได้อย่างไร น่าเวทนาแท้"
ไม่กี่ชั่วยามหลังจากนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนแสนทรมาน ดังลั่นป่า
"ในที่สุด ข้าก็ตามทัน ไหนล่ะทารกที่อยู่ในมือเ้า"
"ฝันไปเถอะ ข้าไม่มีวันให้พวกเ้าได้ตัวองค์หญิงไป"
ทหารโฉดทรมานเสี่ยวเหนียงทีละน้อย ทีละน้อย หวังให้บอกที่ซ้อน.... แต่แล้วกลับไม่ได้ผล
"พี่ใหญ่ เราจะเสียเวลากับนางนี่นานเกินไปนะ"
"เช่นนั้นก็สังหารมันเถอะ แล้วเราไปรายงานนายท่านว่า สังหารทารกแล้ว แค่นี้ก็สิ้นเื่"
"ความคิดดีนี่ ลากตัวมันผูกใส่อานม้า เอากลับไป"
ทหารโฉดใช้เชือกผูกร่างไร้ิญญาของเสี่ยวเหนียงกับอานม้า ลากศพไปตามทางเดิน ผ่านเส้นทางเดิม
เฉิงเหลียงเห็นทุกอย่างกับตาตัวเอง ในใจคิดสังเวชทารกในอ้อมอก
"เอ๋...แม่นางคนนั้น หากนางตาย ผู้ใดจะดูแลทารกนั่น... คงต้องเป็ข้าแล้วสินะ ข้าจะไม่ยอมให้นางมีชะตาเยี่ยงข้า... เอาเถอะ ไหนๆก็อยู่ในอ้อมกอดของข้าแล้ว ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะเลี้ยงดูเ้าเอง"
ผ่านไปหลายชั่วยาม ท้องฟ้าเริ่มมืด ฝูงนกเริ่มบนกลับรัง สัตว์น้อยใหญ่เริ่มออกหากิน
เฉิงเหลียงออกจากพุ่มไม้ หวังมุ่งหน้าหาที่พักพิงแห่งใหม่ ตั้งรกรากในป่าลึก หาผลไม้ป่ามากินจนพุงกาง เขาพบแหล่งต้นนมแมว ผลสุกของมันคั้นน้ำออกมา มีน้ำนมสีขาวขุ่นเหมือนนมโคไม่มีผิด เฉิงเหลียงใช้ป้อนนางั้แ่นั้นมา
เด็กทารกน้อยตื่น ส่งเสียงร้องระงม
อุแง่ววว อุแง อุแว๊ แว๊ๆๆๆๆ
"ดูซิว่า เกิดอะไรขึ้นกับเ้า"
"แย่แล้ว ถ้าปล่อยไว้ ข้ากับทารกนั่น มีหวังตายสถานเดียว"
"ไม่ตายเพราะโดนสัตว์ป่ากิน ก็คงไม่พ้นโดนทหารฆ่าตาย"
ฉงเฉิงเหลียง เรียนรู้วิธีกล่อมเด็ก เลี้ยงดูนางอย่างยากลำบาก ในเพิงไม้มุงจากหลังเล็กๆ
"ดูซิว่า เกิดอะไรขึ้นกับเ้า"
ฉงเฉิงเหลียง ผู้เ็า กลับต้องใจอ่อนให้กับสายตาที่น่าเอ็นดูของทารกน้อย
"เอาน่าๆ อย่าร้องๆ ชู่วๆๆ "
"ม้วนผ้าผืนนี้ ติดตัวนางมา ต้องสำคัญแน่ "
หารู้ไม่ ว่านั่นคือราชโองการจากฮ่องเต้ ซุยสูอี้ ผู้ล่วงลับ
ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ฉงเหลียงดูแลเลี้ยงดูองค์หญิงน้อยจนเติบใหญ่ ทุกๆวันที่เขาออกไปเก็บฟืน ล่าสัตว์ องค์หญิงน้อยผู้น่าเอ็นดู มักจะติดตามไปทุกแห่ง นางดันเรียกติดปากว่าท่านพ่อ....
"แย่ละ จะอธิบายกับนางอย่างไรดี ว่าข้าไม่ใช่ท่านพ่อของนาง"
"เอาเถอะ พูดไปก็เหมือนละลายเสียงกับสายลม.... ไว้นางถึงวัยที่ควรรับรู้ทุกอย่างข้าจะบอกนางเอก"
ทั้งสอง แม้จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่นับว่าเป็่ที่มีความสุขที่สุดเช่นกัน แม้เฉิงเหลียงจะเป็เด็กกำพร้าเร่ร่อน ชีวิตที่เหลืออยู่ดูไร้ความหมาย แต่เมื่อมีนางเข้ามา ชีวิตกลับไม่เงียบเหงาอย่างที่ควรจะเป็
กลางดึกในคืนนั้นเอง เฉิงหลียงพบกับแม่ค้าขายผ้า ผู้หนึ่งผ่านมา ในใจเขาก็ฉุกคิดว่า ในป่าลึกขนาดนี้ จะมีแม่ค้าขายผ้าได้อย่างไร เื่นี้ต้องไม่โปร่งใสแน่
"ท่านมาที่นี่เพราะเหตุใด หากหวังค้าขาย ท่านมาผิดแล้ว ข้าเป็เพียงเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพิง มีหรือจะมีเงินทองมาซื้อขายกับท่าน"
พวกเขาได้พูดคุยกันเล็กน้อย เด็กน้อยเฉิงเหลียงผู้เป็กำพร้า ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของตนนั้น แท้จริงแล้ว คือชูชวงหลาง เ้าสำนัก จวงหลาง
*สำนักจวงหลาง เป็สำนักลึกลับที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุทธภพ ใครๆ ต่างคณาในความเก่งกาจของสำนักนี้*
"ดูท่า... เ้าคงเป็คนเร่ร่อนสินะ แววตาของเ้า เต็มไปด้วยความทุกข์ระทม...ดูใบหน้าที่แสนเ็าของเ้าสิ"
"รอดมาได้ในคราวาใหญ่ ได้พบข้า ถือว่าเป็วาสนาของเ้า"
"ท่านแม่ของข้า เสียสละชีวิต ข้าถึงรอดมาได้ ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่ต้องตายเสียปล่าว วันหนึ่งข้าจะกลับไปทวงคืนความแค้น"
"ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆ ช่างน่าสนใจจริงๆ ตัวเล็กแค่นี้ รู้จักมีความแค้นเสียแล้ว "
"ท่านกล้าหัวเราะเยาะข้า" ฉงเฉิงเหลียงลุกขึ้นชี้หน้าด่านาง อย่างเด็ดเดี่ยว
"แม่ของข้าตาย ข้าไม่อนุญาตให้เ้าหัวเราะเยาะชะตาของข้า "
"ท่านรู้หรือไม่ พ่อของข้าตายในสนามรบั้แ่ข้าเกิด อีกทั้งท่านแม่ยังพิการ เราสองแม่ลูกอาศัยบ้านหลังเก่าๆ อยู่กับท่านป้า ท่านแม่ของข้า... เดิมทีนางพิการ ซ้ำยังถูกรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า ข้ามีความหวัง หวังไปวันๆ หวังว่าสักวันจะมีชีวิตที่ดีขึ้น พาท่านแม่ออกมาจากที่นั่น"
"ไม่คิดว่า ออกมาครานี้ จะมีข้าตัวคนเดียว"
"เด็กน้อย เ้าใจเย็นลงก่อน ที่ข้าหัวเราะนั้น มิได้ตั้งใจเยาะเย้ยชะตาของเ้า แต่ข้าหัวเราะชื่มชมในความน่าเอ็นดูของเ้า"