หลังจากที่ผนึกถูกปลด ลี่หงก็หมดสติไปนานกว่าสามวันสามคืนตอนนี้ร่างระหงที่นอนสลบเหมือดอยู่หน้ากระท่อมก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อได้สติคืนมาลี่หงก็พูดขึ้นทันที
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านมหาเทพ”พูดจบเ้าตัวก็นอนทบทวนความรู้และความทรงจำ ที่ได้รับถ่ายทอดมาจากท่านมหาเทพและท่านมหาเทพีแห่งพฤกษาพลางทบทวนคำสั่ง!เอ่อ! คำร้องขอของท่านมหาเทพ
เมื่อทบทวนคำร้องขอของท่านมหาเทพ ลี่หงก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
“เฮ้อ! ไหนท่านบอกว่าไม่หวังอะไรมากไงเ้าคะแต่ละเื่ที่ท่านหวังนี่มันไม่ใช่เื่เล็กน้อยเลยนะเ้าคะ”เมื่อบ่นเสร็จลี่หงก็ส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก่อนจะลุกขึ้นยืน
ทว่า! ในขณะที่กำลังลุกนั้นจู่ๆก็มีแรงกดทับมหาศาล กดลงมายังร่างระหงราวกับมีใครเอาูเาลูกย่อมๆ มาวางไว้บนหลัง ทำให้เ้าตัวทรุดลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง
ตุ๊บ!!!
“ท่านมหาเทพ!!!!” หลังจากลงไปนอนกองกับพื้น เ้าตัวะโขึ้นมาจนสุดเสียง เพราะนึกว่าหลังจากที่ท่านมหาเทพจากไปชุดที่สวมใส่อยู่ไม่มีผลอะไรแล้วแต่ที่ไหนได้กลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมมหาศาล
ด้วยเหตุที่ลี่หงหมดสติไปสามวันสามคืนแถมไม่ได้โคจรลมปราณเพื่อปรับสภาพร่างกายให้ทนรับน้ำหนัก ตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมานั้นชุดที่สวมใส่จึงมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยหกสิบจินจนตอนนี้ชุดที่ลี่หงสวมใส่อยู่มีน้ำหนักรวมแล้วเกือบสี่พันจินหรือเกือบสองพันกิโลกรัม
หลังจากะโเสร็จ เ้าตัวก็นอนคุดคู้อยู่กับพื้นด้วยความหงุดหงิดแล้วทำการนอนดูดซับลมปราณเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย ไม่นานเ้าตัวก็สามารถลุกขึ้นมานั่งได้
จากนั้นจึงนั่งโคจรลมปราณเพื่อปรับสมดุลให้แก่ร่างกายอีกครั้งพร้อมกับทบทวนความรู้ที่ท่านมหาเทพถ่ายทอดมาให้
ในที่สุดเ้าตัวก็ได้รู้ ว่าชุดที่สวมใส่อยู่นั้นจะหยุดเพิ่มน้ำหนักก็ต่อเมื่อมีน้ำหนักถึงหนึ่งหมื่นจินทันทีที่ได้รับรู้จู่ๆ ก็มีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตา แค่นั้นยังไม่พอ ท่านมหาเทพยังมีชุดอักขระที่ใช้เพิ่มน้ำหนักแถมมาอีกด้วย
ลี่หงใช้เวลากว่าหนึ่งวันหนึ่งคืนในการปรับสมดุลให้แก่ร่างกายระหว่างนั้นก็นั่งทบทวนความรู้รวมไปถึงเคล็ดวิชาต่างๆ ที่ท่านมหาเทพถ่ายทอดมาให้
แต่เมื่อนึกถึงเคล็ดวิชาที่ท่านมหาเทพบอกว่าสามารถเดินเหินบนฟ้าได้เ้าตัวก็ต้องส่ายหัวและถอนหายใจออกมา เพราะเคล็ดวิชาที่ว่านั้นไม่ใช่เคล็ดวิชาดั่งที่ตนคิดไว้
แถมกว่าจะฝึกได้ต้องทนรับน้ำหนักของชุดถึงหมื่นจินเมื่อถึงตอนนั้นจึงจะสามารถปลดผนึกชุดเพื่อลดน้ำหนักแล้วค่อยฝึกฝนด้วยตนเองในภายหลังเมื่อได้รับรู้ความจริง ลี่หงก็ได้แต่นั่งซึมอยู่นานสองนาน
“เฮ้อ! กว่าจะได้ฝึกคงอีกนาน”พูดจบก็นั่งทบทวนและตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่ท่านมหาเทพได้มอบให้อีกครั้งไม่ว่าจะเป็ชุดจอมยุทธสีขาวขลิบทองที่สวมทับอยู่บนชุดที่ใช้ฝึกฝนที่สามารถทำความสะอาดและสามารถซ่อมแซมตนเองได้ เพียงแค่ส่งลมปราณไปยังชุดเท่านั้น
นอกจากนี้ชุดทั้งสองยังทำมาจากเกล็ดของัและไหมของผีเสื้อรัตติกาลระดับสูงที่ไม่อาจพบเห็นได้ในโลกใบนี้ แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็สะท้อนการโจมตีของคนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าป้องกันพิษกัดกร่อนทุกชนิด มีความแข็งแกร่งขนาดอาวุธระดับสูงก็ยังยากที่จะสร้างรอยขีดข่วนได้
หลังจากตรวจสอบชุดเสร็จ ลี่หงจึงทำการตรวจสอบมิติพิเศษแห่งนี้ต่อเมื่อได้รับรู้ความจริงที่ว่ามิติพิเศษแห่งนี้คือหนึ่งในหมู่เกาะนับร้อยนับพันที่อยู่ในทะเลสาบร้อยราชันย์ลี่หงก็ต้องอ้าปากค้างตกตะลึงกับการกระทำของท่านมหาเทพ
“เพราะแบบนี้สินะถึงได้บอกว่าต้องฝึกให้ถึงระดับปราณฟ้าก่อนจึงค่อยออกจากมิติ เฮ้อ! แบบนี้คงอีกนานกว่าจะได้ออกไป” เมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของท่านมหาเทพ ลี่หงก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ออกไปจากมิติพิเศษแห่งนี้ ตนก็จะไปโผล่ที่ป่าอสูรร้อยราชันย์ใกล้กับจุดที่เคยมีเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่
มิติพิเศษแห่งนี้ แตกต่างจากมิติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่เกิดจากการรวมตัวของมิติธาตุหรือมิติที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมืุ์หรือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากมิติธาตุและชุดอักขระมาก
เนื่องจากมิติแห่งนี้เกิดขึ้นจากเจตจำนงของท่านมหาเทพจึงทำให้มิติแห่งนี้เปรียบเสมือนโลกที่ถูกย่อส่วนให้มีขนาดเล็กลง
เมื่อมิติแห่งนี้หลอมรวมเข้ากับดวงจิตของลี่หงทำให้เ้าตัวมีสิทธิ์ขาดในการจัดการกับมิติแห่งนี้ แถมยังไม่สามารถยกย้ายให้ผู้อื่นได้หากเ้าตัวตกตายมิติแห่งนี้ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน
อีกทั้งกาลเวลาในมิติแห่งนี้ยังหมุนวนรวดเร็วกว่าโลกภายนอกหลายเท่าตัวพูดง่ายๆ ก็คือเวลาภายในมิติพิเศษหนึ่งวันเทียบเท่ากับโลกภายนอกเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นนอกจากกาลเวลาที่หมุนเร็วกว่าโลกภายนอกแล้ว มิติพิเศษแห่งนี้ยังมีลมปราณที่หนาแน่นยิ่งกว่าโลกภายนอกนับสิบเท่า
แค่นี้ยังไม่พอ! ท่านมหาเทพยังสร้างมิติทับซ้อนขึ้นมาอีกหนึ่งแห่งเพื่อใช้สำหรับเก็บของโดยเฉพาะ เพียงแค่คิดก็สามารถเรียกเก็บของได้โดยไม่ต้องใช้ลมปราณเหมือนอุปกรณ์มิติทั้งยังสามารถเลือกได้อีกว่าว่าจะเก็บในมิติพิเศษแห่งนี้หรือมิติเก็บของเมื่อได้ทราบดังนั้นดวงตาของลี่หงก็เบิกกว้างด้วยความปิติยินดี
จากนั้นเ้าตัวก็ตรงไปยังน้ำตกวารีพิสุทธิ์เพื่อชำระล้างร่างกายแต่เมื่อไปถึงแอ่งน้ำใต้น้ำตก ลี่หงก็ยืนทำใจอยู่นานว่าจะลงไปแช่ตัวดีหรือไม่
เนื่องจากน้ำทุกหยดในน้ำตกล้วนเป็น้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ที่ล้ำค่าแต่ด้วยน้ำตกวารีพิสุทธิ์แห่งนี้เป็แหล่งน้ำแห่งเดียวที่มีอยู่ในมิติแม้จะมีทะเลสาบวารีพิสุทธิ์อยู่แต่ทะเลสาบแห่งนั้นก็เต็มไปด้วยน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์เช่นกันไม่ว่าจะลงแช่ตัวที่ไหนก็มีค่าเหมือนกัน ทำให้ลี่หงต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฮ้อ! จะให้ลงไปแช่ตัวในน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ที่ล้ำค่าและหายากแบบนี้ได้ยังไงหากมีใครรู้เข้ามีหวังไม่ตายดีแน่” แม้จะพูดแบบนั้น แต่ก็จำต้องลงไปชำระล้างร่างกายแต่ด้วยชุดที่ยังไม่สามารถถอดออกได้หากน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งหมื่นจิน ทำให้ลี่หงจำต้องลงไปชำระล้างร่างกายทั้งชุด
หากมีใครรู้ว่าลี่หงใช้น้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ที่แสนจะหายากและล้ำค่ามาชำระล้างร่างกายต้องกระอักเืตายหรือไม่ก็ตามล้างตามผลาญเ้าตัวจนกว่าจะหายไปจากโลกใบนี้แน่นอน
เนื่องจากน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์เป็น้ำทิพย์ที่เต็มไปด้วยลมปราณอันบริสุทธิ์ทั้งยังช่วยในการบ่มเพาะได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อร่างกาย
ด้วยเหตุนี้หากมีการค้นพบน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ไม่ว่าจะเพียงหยดเดียวหรือสิบหยด ผู้คนก็พร้อมที่จะเปิดาเพื่อแย่งชิงได้อย่างง่ายดายทำให้การชำระร่างกายในครั้งนี้ของลี่หงต้องยืนทำใจอยู่นานสองนาน
แม้ก่อนหน้าร่างกายนี้จะอ่อนแอและไม่ได้ออกจากจวนไปไหนแต่เ้าของร่างคนก่อนก็ใฝ่รู้ใฝ่เรียนสรรหาหนังสือหนังหานานาชนิดมาอ่าน และสุดท้ายความรู้ที่สั่งสมมาทั้งหมดก็ตกอยู่กับลี่หงในตอนนี้
หนึ่งในหนังสือเ่าั้ยังบันทึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลผู้ฝึกยุทธเพื่อแย่งชิงน้ำทิพย์และสมบัติล้ำค่าเพียงไม่กี่ชิ้น และแน่นอนหนึ่งในนั้นก็คือน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์
“เฮ้อ! นี่ขนาดยังไม่ได้ออกไปไหนก็รู้สึกถึงเื่วุ่นวายแล้ว”เมื่อคิดได้ดังนั้นลี่หงก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งเพราะขนาดน้ำทิพย์แค่เพียงไม่กี่หยดผู้คนก็ฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงแล้ว
หากมีใครรู้ว่าตนน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์เป็ทะเลสาบเ้าตัวไม่อยากคิดเลยว่ามันจะวุ่นวายขนาดไหน แถมน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ในมิติแห่งนี้ยังไม่มีวันเหือดแห้งอีกด้วย
ยิ่งคิดลี่หงก็ยิ่งตระหนักถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตพลางสอดส่ายสายตามองไปยังแอ่งน้ำขนาดใหญ่รอบตัว แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองยังม่านน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ที่กว้างกว่าสิบเมตรแล้วก็มองเลยขึ้นไปยังยอดผาที่สูงกว่าหนึ่งร้อยเมตร
จากนั้นจึงละสายตาจากม่านน้ำตกหันไปมองลำธารขนาดใหญ่ที่กว้างกว่าสิบเมตร ที่เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามเนินดินน้อยใหญ่มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว่าร้อยไร่ใจกลางทุ่งหญ้า แล้วเ้าตัวก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“เฮ้อ! แบบนี้คงต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นสินะเอาล่ะ! ตอนนี้ต้องรีบฝึกจะได้รีบกลับบ้านไปหาทุกคน”พูดจบเ้าตัวก็ขึ้นจากน้ำทันที
เมื่อขึ้นมาจากน้ำ ลี่หงก็โคจรลมปราณไปยังเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่นานเสื้อผ้าที่เปียกปอนก็แห้งกรังราวกับไม่เคยััน้ำมาก่อน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังกระท่อมด้วยความรวดเร็ว
ในโลกภายนอก การจะหาน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์หรือน้ำทิพย์ชนิดอื่นๆล้วนยากเย็นยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรนับร้อยนับพันเท่าหากไม่มีวาสนาก็ยากยิ่งที่จะได้พบพานน้ำทิพย์ที่ล้ำค่า
เมื่อหาพบแล้วการรักษาไว้ให้คงอยู่กับตนนับว่ายากยิ่งกว่าการพบเจอเสียอีกเนื่องจากแหล่งกำเนิดของน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์หรือน้ำทิพย์ชนิดอื่นๆ ล้วนต้องเป็พื้นที่ที่มีลมปราณหนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าพื้นที่ทั่วไปหลายเท่าอีกทั้งยังยากต่อการป้องกันและดูแลรักษา
อีกอย่างการพบเจอน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์หรือน้ำทิพย์ชนิดอื่นๆแต่ละครั้งจะพบพานเพียงน้อยนิดเท่านั้นหากโชคดีพื้นที่ไหนที่มีน้ำทิพย์สั่งสมมาั้แ่อดีตกาลก็จะได้พบเจอน้ำทิพย์ในจำนวนมากแต่ก็ไม่มีที่ไหนจะมีปริมาณมากไปกว่าทะเลสาบขนาดใหญ่ของลี่หงอีกแล้ว
เมื่อมาถึงกระท่อม ลี่หงก็นำผลท้อ์ออกมาจากมิติเก็บของเมื่อผลท้อ์ปรากฏออกมาก็ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลล่อตาล่อใจทันที
“อึก! ต้องขอบคุณเ้าจริงๆที่ทำให้ข้าไม่หิวมานานนับเดือน แต่ตอนนี้ข้าหิวอีกแล้วล่ะ ขอกัดเ้าอีกคำละกัน” พูดจบเ้าตัวก็กัดลงไปยังผลท้อในมือคำโตก่อนจะเก็บผลท้อวิเศษเข้าไปในมิติเก็บของอีกครั้ง
“อึก! ลมปราณของเ้านี่ยังมากมายเหมือนเดิมหวังว่าคราวนี้จะทะลวงได้อีกหลายขั้นนะ” พูดจบลี่หงก็ทำการดูดซับและบ่มเพาะต่อทันที
หนึ่งเค่อผ่านไปไม่มีวี่แววว่าจะเลื่อนระดับแต่อย่างใดสองเค่อผ่านไปก็ไร้ซึ่งวี่แววใดๆ จนเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม เสียงการเลื่อนระดับพลังของลี่หงถึงจะดังขึ้น
ปัง! สิ้นเสียงเ้าตัวก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ! ขึ้นมาแค่ระดับเดียวเองระดับยิ่งสูงก็จะยิ่งยากขึ้นสินะ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านล่ะเนี่ย” พูดจบเ้าตัวก็นำผลท้อ์ออกมาอีกครั้ง
“ไหนๆ ก็ไม่มีใครกินเ้าได้แล้ว ตอนนี้ก็ขอกินเ้าก่อนละกัน”พูดจบเ้าตัวก็กัดกินผลท้อ์ในมือจนหมด เหลือไว้เพียงเมล็ดท้อ์ขนาดเท่าหัวแม่มือสีทองเท่านั้น
การที่ลี่หงบอกว่าไม่มีใครสามารถกัดกินผลท้อ์ได้เป็เพราะผู้คนในโลกใบนี้ไม่สามารถกัดกินและดูดซับพลังของผลท้อ์ได้ หากมีใครเผลอกินเข้าไปร่างกายก็จะะเิทันทีเนื่องจากไม่สามารถรองรับพลังที่มากมายมหาศาลของผลท้อ์
ที่สำคัญชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็ผลท้อ์พลังที่หมุนเวียนอยู่ในผลท้อ์นั้นหาใช้พลังปราณทั่วไปไม่ แต่เป็พลัง์พลังอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความเข้มข้นและหนาแน่นยิ่งกว่าลมปราณหลายสิบหลายร้อยเท่า
แต่ไม่ว่าจะเป็พลังแบบไหนเมื่อมาอยู่ในมือของลี่หงก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะเมื่อลี่หงกัดกินเข้าไปพลังแห่งพฤกษาก็จะปรับเปลี่ยนพลัง์ให้เหมาะสมกับร่างกายของลี่หงในตอนนี้ทำให้ผลท้อ์ที่เต็มไปด้วยพลัง์กลับกลายเป็เพียงผลท้อวิเศษที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณแทน
ปัง! ปัง! ไม่นานเสียงของการเลื่อนระดับพลังของลี่หงก็ดังขึ้น
“เฮ้อ! ได้แค่ปราณนภาขั้นสามเอง นี่ขนาดผลท้อ์นะ ถ้าเป็ผลไม้ธาตุหรือผลไม้ปราณทั่วไประดับพลังคงไม่กระเตื้องแน่เลย”ลี่หงพูดขึ้นด้วยความเสียดายที่ผลไม้วิเศษทั้งหลายไม่สามารถช่วยยกระดับพลังของตนมากนัก
หากมีใครมาได้ยินคำพูดของลี่หงในตอนนี้รับรองได้เลยว่าจะต้องประเคนทั้งมือทั้งเท้าทั้งสรรพาวุธมากมายใส่เ้าตัวแน่นอน
ทั้งที่ผลไม้วิเศษหรือผลไม้ปราณและผลไม้ธาตุล้วนเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่งทั้งยังมีคุณค่าและคุณสมบัติไม่ต่างจากน้ำทิพย์ หากมีใครมาได้ยินคำพูดของลี่หงคงกระอักเืตายแน่นอน
หลังจากดูดซับลมปราณจากผลท้อ์เสร็จลี่หงก็หยิบเมล็ดท้อ์สีทองขึ้นมาดู พลางทบทวนความทรงจำที่ได้รับมาจากท่านมหาเทพีแห่งพฤกษาถึงวิธีการเพาะปลูกและดูแลต้นท้อ์
เมื่อได้ทราบวิธีแล้ว เ้าตัวก็ทำการกระจายพลังแห่งพฤกษาออกไปทั่วทั้งมิติเพื่อค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกต้นท้อ์
ทันทีที่พลังแห่งพฤกษาสีเขียวทองกระจายออกไปทั่วทั้งมิติไม่นานเ้าตัวก็พบกับพื้นที่ดังกล่าว
“อยู่ข้างบนนั้นสินะ”พูดจบลี่หงก็จ้องมองไปยัง้าของน้ำตกวารีพิสุทธิ์ แม้เ้าตัวจะไม่สามารถทะยานขึ้นไปได้เพราะน้ำหนักของชุดที่กดทับไว้
แต่ด้วยอำนาจที่มิติแห่งนี้ทำให้ลี่หงสามารถไปที่ไหนก็ได้ในมิติแห่งนี้เพียงแค่คิดเท่านั้น
พรึบ! หลังจากคิดว่าจะขึ้นไป้าน้ำตกร่างระหงที่นั่งอยู่ในกระท่อมก็หายวับไปทันที
ไม่นานลี่หงก็มาโผล่อยู่้าน้ำตกที่เป็ลานกว้างขนาดใหญ่มีเนินดินและก้อนหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่มากมายเห็นดังนั้นดวงตาของลี่หงก็เบิกกว้างเพราะไม่คิดว่ามิติแห่งนี้จะกว้างขวางได้แบบนี้
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบตัว ลี่หงก็สามารถคาดเดาได้เลยว่าพื้นที่บนหน้าผาชั้นที่สองนี้มีพื้นที่นับร้อยไร่จากนั้นก็จ้องมองไปยังด้านล่างที่เป็ทุ่งหญ้ากว้างมีพื้นที่นับหมื่นไร่ คล้ายคลึงกับแอ่งกระทะขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยูเาสูงใหญ่สลับซับซ้อนกับนับร้อยนับพันลูกนอกจากนี้ยังมีหน้าผาอีกหนึ่งชั้น ที่อยู่สูงขึ้นไปจากหน้าผาชั้นที่สองนี้อีกกว่าห้าสิบเมตร
“นะ นี่มันจะกว้างเกินไปแล้ว” แม้จะพูดแบบนั้นแต่สายตาของเ้าตัวกลับเปล่งประกายออกมาด้วยความดีใจ
แม้มิติแห่งนี้จะสร้างมาจากเกาะร้างหนึ่งในนับพันนับหมื่นเกาะในทะเลสาบร้อยราชันย์แต่ด้วยการที่เป็เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบร้อยราชันย์ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรมากมายมหาศาลทำให้ลี่หงอดใจไม่ไหวที่จะออกสำรวจให้ทั่วทั้งมิติ
หลังจากมองสำรวจพื้นที่ในมิติแห่งนี้จนพอใจแล้วลี่หงก็หันมาสนใจกับเมล็ดท้อ์ในมือ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเนินดินที่อยู่ติดกับลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกวารีพิสุทธิ์ในชั้นที่สองมากนัก
เมื่อมาถึงสถานที่ที่หมายตาไว้ลี่หงก็รวบรวมลมปราณไว้ที่มือขวาแล้วขุดดินตรงกลางเนินออกให้เป็หลุมขนาดเล็ก เพียงพอที่จะใส่เมล็ดท้อ์ที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือลงไปได้
หลังจากนำเมล็ดท้อ์ใส่ลงไปในหลุมแล้วเ้าตัวก็ทำการส่งพลังแห่งพฤกษาไปยังเมล็ดท้อ์ ไม่นานลมปราณสีเขียวทองก็หลั่งไหลออกจากฝ่ามือมุ่งตรงไปยังเมล็ดท้อ์
ทันทีที่เมล็ดท้อ์ได้รับพลังแห่งพฤกษามันก็ดูดซับพลังแห่งพฤกษาเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง หนึ่งเค่อผ่านไป สองเค่อผ่านไปจนผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม เมล็ดท้อ์จึงจะหยุดดูดซับพลังแห่งพฤกษาของลี่หง
“ไม่คิดว่าเมล็ดท้อ์จะดูดซับพลังมากมายแบบนี้แถมพลังแห่งพฤกษานี่ก็ใช้ยากใช่ย่อย” ลี่หงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน เพราะการใช้พลังแห่งพฤกษานั้นยากยิ่งกว่าการใช้ลมปราณทั่วไปนับสิบเท่า
ที่สำคัญเมล็ดท้อ์ยังดูดซับพลังแห่งพฤกษาไปเกือบหมดทำให้เ้าตัวต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูลมปราณให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
ในขณะที่ลี่หงนำน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์มาดื่มเพื่อดับกระหายและดูดซับลมปราณเพื่อฟื้นฟูอยู่นั้นเมล็ดท้อ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เปลือกหุ้มเมล็ดสีทองที่เคยสงบนิ่งก็ค่อยๆปริแตกทีละน้อย ไม่นานก็มีรากสีทองแทงออกมาจากเมล็ดราวกับมีชีวิต
เมื่อรากที่แทงออกมาัักับผืนดินที่เต็มไปด้วยสารอาหารและลมปราณที่บริสุทธิ์มันก็แทงทะลุลงไปในดินทันที จากนั้นรากน้อยๆ ขนาดเท่าปลายเข็มจึงค่อยๆ เติบใหญ่ จนตอนนี้รากที่โผล่ออกมาจากเมล็ดท้อ์มีขนาดเท่าปลายตะเกียบแล้ว
ในระหว่างนั้นเปลือกหุ้มเมล็ดท้อ์ก็ปริแตกออกทีละน้อยเผยให้เห็นใบเลี้ยงสีทองสดใสพร้อมกับรากที่ตั้งลำขึ้นเป็ต้นอ่อน ตั้งตระหง่านชูช่อใบเลี้ยงสีทองที่งดงาม
จากนั้นต้นอ่อนต้นท้อ์ก็ทำการดูดซับลมปราณที่อยู่รอบตัวอย่างบ้าคลั่งไม่นานใบเลี้ยงสีทองก็ค่อยๆ เปิดอ้าออก เผยให้เห็นใบอ่อนสีเขียวมรกตสดใสที่ค่อยๆ เติบใหญ่
เมื่อใบอ่อนเติบโตจนกลายเป็ใบไม้ที่สมบูรณ์ใบเลี้ยงสีทองก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าออกมา จากนั้นแสงสีทองก็ค่อยๆ ซึมหายเข้าไปในลำต้นชั่วพริบตานั้นเอง ใบท้อ์คู่ที่สองคู่ที่สามก็โผล่พรวดออกมา
ในขณะเดียวกัน ลำต้นของต้นท้อ์ก็เติบใหญ่ขึ้นจากที่ยังอยู่ในหลุมก็โผล่พ้นปากหลุมออกมาและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเจริญเติบโตแม้แต่น้อย
ทางด้านลี่หงที่ทำการดูดซับลมปราณอยู่เมื่อััได้ถึงความผิดปกติของกระแสลมปราณรอบตัว เ้าตัวก็ลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นตัวการที่ทำให้เกิดการปั่นป่วนของกระแสลมปราณ ดวงตาดวงน้อยๆ ของลี่หงก็เบิกกว้าง
“นะ นี่มันอะไรกัน ยะอย่าบอกนะว่านี่มันเกิดจากพลังแห่งพฤกษา” ลี่หงพูดขึ้นด้วยความใ ในการเจริญเติบโตของต้นท้อ์แต่เมื่อเห็นว่าต้นท้อ์ตรงหน้ากำลังเอนเอียง เ้าตัวจึงรีบนำดินมากลบหลุมด้วยความรวดเร็ว
จากนั้นก็นั่งจ้องมองการเจริญเติบโตของต้นท้อ์ด้วยความตื่นเต้นแม้จะรู้ว่าพลังที่ตนได้รับมาสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่เ้าตัวก็ไม่คิดว่ามันจะวิเศษมากขนาดนี้
แม้ในโลกใบนี้จะเต็มไปด้วยผู้วิเศษที่เหาะเหินเดินอากาศมากมายแต่ก็ไม่มีใครที่จะทำแบบตนได้แน่นอน หากตนเผลอใช้พลังนี้ต่อหน้าคนอื่นคงวุ่นวายไม่น้อยยิ่งคิดลี่หงก็รู้สึกว่าชีวิตของตนเริ่มที่จะไม่ปกติเข้าไปทุกวัน
“อ๊ะ! หยุดแล้วสงสัยพลังแห่งพฤกษาจะถูกนำไปใช้จนหมดแล้วแน่นอนแล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้กินล่ะเนี่ย” เมื่อเห็นว่าต้นท้อ์หยุดเติบโต เมื่อสูงได้เพียงเอวของตนลี่หงก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
เท่าที่ตนรับรู้ความจริงจากความทรงจำการเติบโตของต้นท้อ์ต้องใช้เวลานานกว่าห้าพันปี เมื่อต้นท้อโตเต็มที่แล้วต้องใช้เวลาอีกพันปีถึงจะผลิดอกเมื่อผลิดอกแล้วต้องใช้เวลาอีกพันปีถึงจะติดผล เมื่อติดผลก็ต้องรอไปอีกพันปีถึงจะได้ลิ้มลองผลท้อ์ที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณ
ที่สำคัญหากปล่อยผลท้อ์ที่สุกงอมให้ดูดซับลมปราณไปเรื่อยๆยิ่งนานวันคุณสมบัติของผลท้อ์ก็ยิ่งเพิ่มพูนทบเท่าทวีคูณแต่ตอนนี้ต้นท้อ์ตรงหน้าตนกลับเติบโตได้เพียงเอวตนเท่านั้น หารู้ไม่ว่าตนได้ย่นระยะเวลาการเติบโตของต้นท้อ์ไปนับหลายร้อยปีแล้ว
เพราะเมล็ดท้อ์ กว่าจะงอกเงยออกมาได้ต้องสะสมลมปราณไว้ในเมล็ดนานนับร้อยปีแต่ด้วยพลังแห่งพฤกษาของลี่หง ที่สามารถกระตุ้นให้เมล็ดท้อ์งอกออกมาได้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้นท้อ์จะเติบโตได้รวดเร็วเท่ากับการงอกของเมล็ด
หลังจากต้นท้อ์งอกออกมาจากเมล็ดแล้วการเจริญเติบโตจะขึ้นอยู่กับลมปราณที่มีอยู่ในบรรยากาศ หากพื้นที่ไหนมีลมปราณหนาแน่นการเจริญเติบโตของต้นท้อ์อาจจะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่พันปีเท่านั้น แต่หากพื้นที่ไหนมีลมปราณธรรมชาติน้อยก็อาจจะใช้เวลานานนับหมื่นปีกว่าต้นท้อ์จะพร้อมผลิดอกออกผล
แต่ด้วยลมปราณที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในมิติแห่งนี้อาจใช้เวลาเพียงห้าร้อยถึงหกร้อยปีเท่านั้น แต่นั่นก็มากเกินกว่าที่ลี่หงจะรอได้เช่นกัน
“เอาวะ คงต้องเร่งให้มันโตเร็วอีกหน่อย”เมื่อคิดว่ากว่าตนจะได้ลิ้มลองผลท้อ์อีกครั้งต้องรอไปอีกห้าร้อยปี ลี่หงจึงตัดสินใจใช้น้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์ช่วยในการฟื้นฟูลมปราณแล้วส่งพลังแห่งพฤกษาไปเร่งการเจริญเติบโตของต้นท้อ์ทันที