บทที่ 18 หมอก
“ไม่! เดี๋ยวก่อนสิคะ ฉันอธิบายได้!”
ข้าง ๆ เขา ลูกทีมคนหนึ่งกระซิบว่า "ถึงจะเล่นบทได้ห่วยแตก แต่ก็น่าทึ่งจริง ๆ ที่ไปแอบมีความสัมพันธ์กับคู่หมั้นของคนอื่นเขาได้"
“แกพูดอะไรนะ?” เจียงอวี้เิะโอย่างโกรธจัด ตอนนี้เธอสับสนไปหมด
ลูกทีมเหลือบมองเธอ “ข้อเท็จจริงก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้วไง เป็ไปได้ไหมล่ะที่คนอื่นใส่ร้ายคุณน่ะ? มันก็ไม่เป็ไรถ้าคุณจะไม่มีทักษะการแสดง แต่ฉันก็ไม่คิดเลยว่านิสัยคุณจะต่ำทรามขนาดนี้”
“แก!” เจียงอวี้เิรีบชี้ไปที่ลูกทีมคนนั้น และหันไปมองผู้ช่วยของเธอ “เร็วสิ ไล่พวกเขาออกไป!”
เมื่อผู้ช่วยตอบสนองและ้าลงมือ ทีมงานของผู้กำกับก็ออกไปแล้ว
เจียงอวี้เิตัวสั่นด้วยความโกรธ กำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ "นังเหยียนซี นังหมูตัวเมีย! แกมันนังมารร้าย!"
เธอรีบกดโทรศัพท์หาไป๋ลั่วฝานทันที แต่ไป๋ลั่วฝานเองก็กำลังปวดหัวเพราะรูปนั้นอยู่ ปกติแล้วเขาจะอารมณ์ไม่ดีในเวลานี้อย่างมาก
"ลั่วฝาน… ฉันกลัวจังเลยค่ะ!" เจียงอวี้เิเปลี่ยนจากน้ำเสียงที่ปกติเป็ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร
แต่ชายคนนั้นไม่มีอารมณ์จะเกลี้ยกล่อมหรือปลอบโยนเธอเลย "บริษัทได้ส่งคนไปจัดการแล้ว มันจะไม่ส่งผลกระทบมากนักหรอก แต่เราไม่ควรเจอกันสักระยะนะ"
“ลั่วฝาน…”
“ตามนี้นะ อย่ามาสร้างปัญหาอีกล่ะ!” เขาวางสายอย่างฉุนเฉียว นั่งอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจในสำนักงาน
ตอนนี้เหยียนซีไม่รับสายเลย เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะยอมแพ้ได้อย่างไร
ทันใดนั้น หน้าจอของโทรศัพท์มือถือก็สว่างขึ้น และเป็ข้อความจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก "ถ้าคุณ้าทราบที่อยู่ใหม่ของเหยียนซี ไปที่ร้านกาแฟบนถนนหยินตงเดี๋ยวนี้"
ใครจะส่งข้อความมา?
ไป๋ลั่วฝานไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับมัน และรีบวิ่งออกไปทันที
ในห้องส่วนตัวของร้านกาแฟ...
เหยียนซีและเจียงโม่เฉินกำลังนั่งเผชิญหน้ากัน กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยอยู่ในอากาศ
“เขาอยู่ที่นี่แล้ว” เจียงโม่เฉินมองไปทางประตูด้วยเสียงที่เ็า
เขาอยากรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะทำอะไรต่อไป...?
เหยียนซีส่งเสียงครวญครางเบา ๆ และดูข่าวบนโทรศัพท์ของเธอต่อไป โดยไม่ได้ตั้งใจจะออกไปพบกับไป๋ลั่วฝาน
“ไม่เหรอ?” ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเหยียนซี ความงามของผู้หญิงคนนี้ดูสดใสแต่ขณะเดียวกันก็ดูเงียบสงบราวกับน้ำนิ่ง
“ฉันไม่ได้วางแผนที่จะพบเขา ฉันแค่้าเพิ่มความสนุกเล็กน้อยให้กับเกมนี้น่ะ”
เจียงโม่เฉินเม้มริมฝีปากและยิ้ม “ผมคิดว่าคุณตั้งใจชวนผมออกมาเสียอีก แต่ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเป็เพราะผู้ชายคนอื่น”
“ไม่ใช่นะ!” เหยียนซีไม่เคยซ่อนความจริงใจต่อหน้าเขา เธออธิบายด้วยความตื่นตระหนกและประหม่า เมื่อได้ยินเสียงที่ทุ้มต่ำของอีกฝ่าย หัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็จังหวะ
“อะไรล่ะ?” เจียงโม่เฉินเอ่ยถามทีละคำ เขาจับมือเธอไว้พลางจ้อมมองด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ “พูดสิ”
ใครจะคิดล่ะว่าภายใต้ท่วงท่าที่ดูน่าเกรงขามของเขา จะมีเสน่ห์เหลือร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ
“...ฉันแค่อยากเจอคุณ” เหยียนซีไม่เคยพูดเื่แบบนี้กับผู้ชายคนไหนเลย ใบหน้าของเธอแดงก่ำและหัวใจของเธอก็เต้นเร็วหลังจากที่เธอพูดคำเหล่านี้ออกมา
แม้ว่าเธอจะขี้อาย แต่เธอก็จริงใจ
“แล้วทำไมคุณนั่งไกลจัง” ริมฝีปากบางของเจียงโม่เฉินมุ่ยเล็กน้อย ชายหนุ่มลุกขึ้นและนั่งข้างเหยียนซี พลางโอบกอดไหล่ของเธอเอาไว้
เหยียนซีเอนตัวในอ้อมแขนของเขาอย่างเชื่อฟังและยิ้มอย่างอ่อนหวาน
จากมุมมองของพวกเขา ทั้งสองสามารถเห็นสถานการณ์ในห้องโถงได้อย่างชัดเจน เห็นไป๋ลั่วฝานรออยู่อย่างกระวนกระวายใจในที่นั่งของเขา
กี่ครั้งที่เธอรอเขาทั้งคืน เมื่อยามที่หัวใจของเธอถูกเขาและนังร่านเจียงอวี้เิเหยียบย่ำ เธอก็เป็แบบนั้นเหมือนกัน เป็ราวคนบ้า
ซึ่งใน่เวลานั้นเอง เจียงอวี้เิก็กำลังนอนอยู่ข้างเขา!
เจียงโม่เฉินมองไปที่ผู้หญิงข้าง ๆ เขาและเงียบ
“ฉันไร้เดียงสาเกินไปหรือเปล่า?” เหยียนซีถาม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากแขนของเขา
“อืม” เจียงโม่เฉินหันศีรษะและมองหน้าเธอ เขาต้องบอกว่าเธอทำตัวเหมือนเด็ก แต่เขาก็เห็นความมุ่งมั่นของเธอ
“ยังไงก็เถอะนะ ผมคิดว่าผู้หญิงที่ไร้เดียงสาน่ะเหมาะกับผมมากกว่า” เจียงโม่เฉินหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจากโต๊ะอย่างเป็ธรรมชาติ
เหยียนซีกระซิบ “นั่นของฉันนะคะ...”
เจียงโม่เฉินยังคงดื่มมันและมองไปที่รอยริมฝีปากสีแดงจาง ๆ บนถ้วย “นี่เป็จูบทางอ้อมหรือเปล่าเหยียนซี?”
แก้มของเหยียนซีแดงระเรื่อราวกับว่าเธอเข้าใจความหมายลึก ๆ ในดวงตาของเขา และค่อย ๆ หลับตารอการจูบของเขา
เจียงโม่เฉินไม่ลังเลอีกต่อไป เขาก้มศีรษะลง ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนไฟที่แผดเผาเขาให้วอดวายได้ มีความมุ่งมั่น ฉลาด และกล้าได้กล้าเสียอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ไม่รู้ทำไมชายหนุ่มถึงรู้สึกชอบเธอจัง
เมื่อเขาพบเธอ มันเป็เื่ยากสำหรับเขาที่จะไม่ขยับเขยื้อนเข้าไปใกล้เธอ และไม่กอดเธอ
เจียงโม่เฉินจะเต็มใจมองดูภรรยาที่บอบบางของเขาถูกรังแกโดยพวกสารเลวขี้แพ้พวกนี้ได้ยังไง?