ภายในห้องพักฟื้นหลังการผ่าตัด หลิงอี้รู้สึกตัวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นหลังจากสลบไป 2วัน (พี่สาวและมาม๊าของเขานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา) มาม๊าของหลิงอี้รีบเดินมากุมมือลูกชายสุดรักสุดห่วงพลางเอามือลูบไปที่ใบหน้าและศีรษะ ถามว่าฟื้นแล้วเหรอลูกยังเจ็บแผลที่ผ่าตัดอยู่ไหม“ผมไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วครับมาม๊า ” มาม๊าเป็ห่วงจนไม่เป็อันกินอันนอนลูกทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลยใช่ไหมหลิงอี้
ตอนที่มาม๊าได้รับข่าวใมากรีบมาที่โรงพยาบาลเป็อะไรทำไมไม่ยอมบอกที่บ้าน นี้คงจะอดทนแล้วปล่อยให้ตัวเองปวดมานานแล้วใช่ไหม
“ขอโทษครับ ผมคิดว่าแค่ปวดท้องธรรมดากินยาแก้ปวดท้องก็หายคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเป็ถึงขนาดนี้” โชคยังดีนะที่ลูกเจอคนมีน้ำใจมาช่วยลูกไว้ได้ทันถ้าลูกเป็อะไรไปมาม๊าต้องขาดใจตายตามลูกไปแน่ๆลูกก็รู้ว่าลูกเป็ดังแก้วตาดวงใจของมาม๊ารักตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยได้ไหม ถือซะว่ามาม๊าขอร้องมาม๊าผมผิดไปแล้ว ต่อไปผมสัญญาว่าผมจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้จะไม่ให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีก ผมรู้ว่ามาม๊ารักและเป็ห่วงผม ขอโทษที่ทำให้ในะครับ(มาม๊าเดินเข้ามาสวมกอดลูกชายสุดรัก...สุดห่วงไว้ในอ้อมกอด)
หลิงอี้นอนพักฝืนอยู่ลำพังภายในห้องพักหวนนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น เขาจำได้ว่าคนที่ช่วยเขาไว้ก็คือ “ผู้หญิงคนเดียวกันกับที่เขาพบที่ร้านขายเค้ก” หลิงอี้ยิ้ม...อย่างมีความสุขบอกตัวเองในใจว่ายังไงขอให้เขาได้เจอผู้หญิงคนนั้นอีกสักครั้ง เพื่อกล่าวคำขอบคุณที่ช่วยเขาเอาไว้ “รวมทั้งความรู้สึกที่อยู่ในใจเขาตอนนี้...เขาจะบอกกับเธอให้หมด” (ต้องให้หลิงฟานช่วยจัดการเื่นี้)
หลิงอี้พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลได้เพียง2อาทิตย์ ก็ต้องกลับไปทำงานต่อ ตอนนี้งานทุกงานของเขาต้องหยุดชะงักลง หลิงอี้ไม่ค่อยจะสบายใจนักที่ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลางานเพราะต้องรอเขาเพียงคนเดียว ต่อไปเขาต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีว่านี้ หลิงอี้ต้องเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่มีเวลาสนใจเื่อื่นจนกระทั่งเคลียร์งานทุกอย่างลงตัวแล้ว หลิงอี้จึงนึกขึ้นได้จึงหันไปถามหลิงฟาน
หลิงอี้ : เจี่ยเจี๊ย(หลิงฟานพี่สาวแท้ๆ และผู้จัดการส่วนตัว) ผมมีเื่จะถามหน่อยวันที่ผมเข้าโรงพยาบาลพี่ได้คุยอะไรกับคนที่มาส่งผมบ้างหรือเปล่า
หลิงฟาน : ไม่ได้คุยนะพี่กำลังจะถามชื่อเธอ แต่เธอดันขอตัวรีบกลับไปก่อน เลยยังไม่ทันได้คุยอะไรเลย
หลิงอี้ : (ชายหนุ่มเสียงแข็ง)หมายความว่าเจี่ยเจี๊ยกำลังจะบอกผมว่าเจี่ยเจี๊ยไม่รู้ชื่อ ไม่ได้ขอเบอร์เธอเอาไว้อย่างนั้นใช่ไหม
หลิงฟาน : เจี่ยเจี๊ยก็พยายามจะถามเธอแล้วแต่เธอรีบร้อนมากเหมือนกำลังมีธุระสำคัญ ทำไมเหรอ “ดูเธอสนใจเขามากเป็พิเศษนะ”
หลิงอี้ :(หลิงอี้รู้ตัวรีบปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติ แล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย)ผมแค่อยากจะตอบแทนน้ำใจเขาก็เท่านั้น
หลิงฟาน :(พี่สาวยกยิ้มที่มุมปาก เธอรู้จักนิสัยน้องชายของเธอดีปกติเขาไม่เคยให้ความสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน ) ไม่ต้องเป็ห่วง เจี่ยเจี๊ยให้คนตามหาเธออยู่ได้เื่ยังไงจะบอกอีกที
หลิงฟานได้สืบประวัติกับเบอร์ติดต่อหนิงเหอมาจากร้านอาหารจานด่วนก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่ยอมบอกน้องชายเก็บไว้เป็ความลับ วันที่เกิดเื่หลิงฟานได้กลับไปค้นดูกระเป๋าสะพายและของมีค่าในรถของน้องชายทุกอย่างยังอยู่ครบไม่มีอะไรสูญหาย เธอจึงคิดว่าหนิงเหอน่าจะตั้งใจช่วยน้องชายจริงๆไม่ได้ช่วย!! เพราะหวังจะขโมยเอาสิ่งของมีค่า ไปอีกเื่ที่หลิงฟานมั่นใจก็คือ“หนิงเหอไม่รู้ว่าหลิงอี้เป็ใคร” ไม่อย่างนั้นวันนั้นหนิงเหอน่าจะอยู่รอพูดคุยกันก่อนหรือไม่ก็น่าจะหาทางติดต่อมาขอเยี่ยมที่โรงพยาบาล จะได้เป็ข้ออ้างให้หลิงอี้ตอบแทนที่ช่วยเขาเอาไว้อย่างแน่นอน
ทรายเก็บความสงสัยมาหลายวัน่นี้เพื่อนรักของเธอเลิกเรียนก็กลับมาที่หอก่อนเธอตลอด วันเสาร์อาทิตย์ก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่เห็นออกไปทำงาน
ทราย : ่นี้ไม่เห็นเธอไปทำงานพาร์ทไทม์เลย มีเื่อะไรหรือเปล่า
หนิงเหอ :ฉันถูกไล่ออกแล้ว
ทราย : หา!! มันเกิดเื่อะไรขึ้น
หนิงเหอ : เธอยังจำผู้ชายที่ฉันเจอที่ร้านขายเค้กได้ไหมเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนฉันไปส่งอาหาร แล้วบังเอิญไปเจอเขาไส้ติ่งกำลังจะแตก!! ฉันต้องพาเขาไปส่งที่โรงพยาบาล จนฉันกลับไปส่งอาหารให้ลูกค้าไม่ทันลูกค้าโทรมาด่าที่ร้าน เ้าของร้านเลยไล่ฉันออก
ทราย :ช่วยคนแท้ๆ ทำไมยายป้าเ้าของร้านต้องไล่เธอออกด้วย ประสาท!! ใจคอทำด้วยอะไร
หนิงเหอ:ทำไงได้...เ้าของร้านไม่ฟังฉันอธิบายด้วยซ้ำ
ทราย :ดีแล้วที่ออกมาได้ อย่าไปทำงานให้คนประเภทนี้เลย ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นปลอดภัยหรือเปล่า??
หนิงเหอ : ไม่รู้สิ พอพี่สาวเขามาฉันก็รีบกลับเลย...ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็อย่างไงบ้าง
ทราย :คนหล่อ น่ารัก มีน้ำใจ ฉันว่าตอนนี้เขาคงปลอดภัยหายดีกลับบ้านได้แล้วล่ะ
หนิงเหอ :ฉันก็หวังให้เป็อย่างนั้น (เสียงเรียกเข้าจากมือถือดังขึ้น)
หนิงเหอ : (เบอร์ใครโทรมานะกดสไลด์ปุ่มไปด้านขวา) สวัสดีค่ะ
หลิงฟาน :สวัสดีค่ะ นั้นหนิงเหอใช่ไหมคะ
หนิงเหอ :ใช่ค่ะไม่ทราบว่าคุณเป็ใคร
หลิงฟาน : ฉันชื่อหลิงฟานค่ะพอจะนึกออกไหมคะ วันนั้นที่คุณช่วยน้องชายฉันเอาไว้เราเคยเจอกันที่โรงพยาบาล
หนิงเหอ : อ้อ...วันนั้นจำได้สิคะน้องชายคุณปลอดภัยดีไหมคะ
หลิงฟาน :ผลการผ่าตัดสำเร็จเรียบร้อยดีค่ะ เขาปลอดภัยหายดีตอนนี้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วค่ะ
หนิงเหอ : ค่อยโล่งอก...ดีใจด้วยนะคะแล้วคุณโทรมาหาฉันมีเื่อะไรหรือเปล่าคะ
หลิงฟาน : อืม...ที่ฉันโทรหาคุณก็เพราะครอบครัวฉันอยากจะตอบแทนน้ำใจที่คุณช่วยน้องชายฉันไว้
หนิงเหอ : ฉัน...ไม่ได้อยากได้อะไรตอบแทนน้ำใจจากครอบครัวคุณค่ะแค่ได้รู้ว่าน้องชายคุณปลอดภัยดี ฉันก็ดีใจแล้วค่ะ
หลิงฟาน : หนิงเหอ...ขอให้คุณฟังฉันให้จบก่อนคือ...ฉันทราบมาว่าคุณโดนไล่ออกจากงานเพราะช่วยน้องชายฉันเอาไว้ ฉันอยากพบคุณรับรองว่าไม่ใช่เื่เงินแน่นอนคุณช่วยมาพบฉันที่ร้านกาแฟด้านล่างตึกที่ตั้งของสตูดิโอชีชวนได้ไหมคะ ฉันมีข้อเสนอดีๆเกี่ยวกับเื่งานให้กับคุณ
หนิงเหอ : ถ้าไม่ใช่เื่เงินค่าตอบแทนน้ำใจฉัน...ยินดีไปพบค่ะ
ณร้านกาแฟ ตึกที่ตั้งสตูดิโอชีชวน
“ ข้อเสนอที่ว่าของหลิงฟานก็คือ ให้หนิงเหอมาทำงานพาร์ทไทม์ที่สตูดิโอชีชวน “
หลิงฟาน :ฉันจะให้คุณมาฝึกงานกับผู้จัดการของสตูดิโอชีชวน ฉันทราบมาว่าคุณยังเป็นักศึกษาอยู่ หากคุณตกลงมาทำงานเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ก็พอส่วนค่าแรงฉันให้ 3เท่าที่คุณทำอยู่ที่ร้านเดิม ตกลงไหมคะ
หนิงเหอ : จริงเหรอคะคุณให้ฉันมาทำงานที่สตูดิโอชีชวนได้จริงๆเหรอคะ
หลิงฟาน :จริงสิคะ “คนทำดีก็ต้องได้สิ่งที่ดีตอบแทน ถึงจะถูก”
หนิงเหอ :ขอบคุณ...ขอบคุณมากค่ะ ว่าแต่งานที่ให้ฉันคืองานอะไรเหรอคะ
หลิงฟาน : ทำสรุปข้อตกและสัญญาระหว่างบริษัทของเรากับลูกค้า ไม่ต้องกังวลว่าจะทำไม่ได้ฉันจะให้ผู้จัดการค่อยดูแลฝึกงานให้กับคุณ
หนิงเหอ : ขอบคุณ...ขอบคุณอีกครั้งค่ะ คุณหลิงฟาน